Showing 81 - 90 of 215
Published on 07/10/2020
» วันงานที่มีคุณค่า Decent work “ปฏิรูปการณ์จ้างงาน ปฏิรูปประกันสังคม เพื่อความมั่งคงของคนงาน” ณ.สำนักงานประกันสังคม(สำนักงานใหญ่)ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) จัดกิจกรรมวันงานที่มีคุณค่าสากล (Decent work day)และกลุ่มแรงงานมวลชนประมาณ 400 คน เข้ามาภายใน ตั้งเวทีปราศรัยเพื่อทำกิจกรรมและรอยื่นข้อเสนอพร้อมรายชื่อชาวแรงงานกว่า 1 หมื่นกว่ารายชื่อที่เห็นด้วย ในการฟ้องร้องภาครัฐที่บริหารจัดการกองทุนประกันสังคมล้มเหลวกว่า 80,000 ล้านบาท ต่อบอร์ดสํานักงานประกันสังคม แกนนำอยู่ระหว่างสลับกันปราศรัย นายสมพร ขวัญเนตร ประธาน คสรท. ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เนื่องในวันงานที่มีคุณค่าสากล (Decent work day) ถึงการเคลื่อนไหวการต่อสู้ของกลุ่มแรงงาน กับนายจ้างและนายทุนที่เอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค 19 เกิดผลกระทบต่อลูกจ้างแรงงานพนักงานต่างๆ โดยเรียกร้องให้ทางสำนักประกันสังคม ต้องจัดสวัสดิการที่ดี ให้เพียงพอและเท่าเทียมกับชาวแรงงานผู้ประกันตนทุกคน จากนั้นได้ยื่นหนังสือกับนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน เพื่อดำเนินการศึกษาในรายละเอียดและเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.ให้ร่วมหาแนวทางช่วยเหลือกลุ่มแรงงานต่อไปPublished caption :Working up some steam Participants join a parade organised by labour groups calling for reform of employment conditions and the social security system for improved protection and welfare of workers. The activity marking the World Day for Decent Work yesterday was held at the Social Security Office in Nonthaburi.
Published on 15/09/2020
» กลุ่มสหภาพแรงงานวิงสแปนสัมพันธ์และ คนทำงานสนามบินแห่งประเทศไทย (สร.ปวพ.คสบท.) นำโดย น.ส.อำไพ วิวัฒน์สถาปัตย์ ประธาน สหภาพแรงงาน วิงสแปนสัมพันธ์และคนทำงานสนามบินแห่งประเทศไทย (สร.ปวพ.คสบท.) จัดกิจกรรม ลงลายมือเชื่อเพื่อร้องทุกข์ ถูกเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม กรณี เมื่อวันที่ 31 ส.ค.63 ทางบริษัทวิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด ออกประกาศฉบับที่ 19/2563 เรื่อง เลิกจ้างพนักงาน เป็นผลให้พนักงานจำนวน 2,598 คน ต้อง ถูกเลิกจ้าง ทันที ภายในร้านอาหารคุณหน่อยหลังบางหน่วยงานสั่งพนักงานหยุดงานตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - 31 มิถุนายน 2563 รับค่าจ้าง 62 % และเงินช่วยเหลือ 13% ในขณะที่พนักงานทุกคนได้รับเงินเดือนเป็นค่าแรงขั้นต่ำมาโดยตลอด ทั้งนี้ทางกลุ่มได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล 3 ข้อ 1.รัฐบาลหาแนวทางการช่วยเหลือ เยียวยา พนักงาน 2598 คน และคนทำงานในสนามบิน 2. พนักงานทุกคนเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการทำงานเป็นกลไกและฟันเฟืองอันสำคัญของบริษัทการบินไทยที่จะต่อยอดการทำงานกรณีที่การบินไทยกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างทันท่วงที พนักงาน ทุกคนไม่อยากให้คนมองว่าเราเป็นพนักงานชั้นสองที่เมื่อมีปัญหาแล้วจะถูกตัดสิทธิ์เป็นคนกลุ่มแรก 3.หากบริษัท การบินไทย มีโอกาสได้ฟื้นฟูกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้งขอให้มองพนักงานวิงสแปนในฐานะลูกของการบินไทยเพื่อช่วยพัฒนากิจการให้มีความเจริญรุ่งเรืองกลับมาให้ได้ โดยทางกลุ่มจะนัดรวมตัวเพื่อกดดันรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงแรงงานในวันที่ 17 กันยายน 2563 ต่อไป++++++++++++++++++++Published caption::Fists of fury...Employees of Wingspan, a sister company of Thai Airways International, unite in a show of force as they demand the government step in to help 2,598 workers who were laid off at the beginning of this month. Wichan Charoenkiatpakul
Published on 27/08/2020
» ระบบไบโอรีแอคเตอร์ นวัตกรรมการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแบบใหม่ เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สามารถพัฒนาพืชที่มีศักยภาพเข้าสู่ระดับอุตสาหกรรมได้ หลักการการขยายพันธุ์คือการเลี้ยงต้นไม้ในอาหารแข็งสังเคราะห์ ที่มีฮอร์โมนพืชช่วยในการเพิ่มปริมาณต้น แต่การตัดย้ายต้นหรือยอดต้องอาศัยแรงงานสูงที่มีความชำนาญ ทำให้ต้นทุนการผลิตเป็นค่าแรงถึง 40-60% จึงมีการวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตต้นพืชให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถลดต้นทุนด้านแรงงานได้มากขึ้นโดยใช้วัสดุที่มีภายในประเทศและมีราคาถูก ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาแพงกว่าถึง 3 เท่า แต่ประสิทธิภาพในการทำงานไม่แตกต่างกัน ระบบนี้สามารถทดแทนอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชปกติได้ นอกจากนี้ระบบการผลิตต้นด้วยการใช้ไบโอรีแอคเตอร์สามารถลดพื้นที่ห้องเลี้ยงต้นไม้ได้ถึง 60-80% นำมาโชว์ในงาน “เกษตรสร้างชาติ” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 27 – 30 สิงหาคม 2563 นี้ ณ ที่อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 9 - 10 อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งเป็นมหกรรม product premium จากเกษตรกรไทย เพื่อให้งานมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจมหภาครวมทั้งการสร้างโอกาส ให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนายกระดับสินค้าเกษตร และแสดงศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อเข้าสู่การแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากตลาดท้องถิ่น ตลาดภูมิภาค สู่ตลาดต่างประเทศ และตลาดออนไลน์หลักการทำงานระบบไบโอรีแอคเตอร์จมชั่วคราวมีภาชนะแยกส่วนอาหารกับชิ้นส่วนพืชออกเป็น 2 ส่วน แต่ละส่วนมีท่อเชื่อมเพื่อให้มีการดันอาหารไป-กลับด้วยแรงดันลมจากปั๊มลม ซึ่งสภาพภายในขวดเป็นสภาพปลอดเชื้อโดยการกรองอากาศที่เข้าสู่ไบโอรีแอคเตอร์ด้วยแผ่นกรองอากาศ ขนาดรูพรุน 0.2 ไมโครเมตร โดยมีการกำหนดระยะเวลาและจำนวนครั้งในการได้รับอาหารของพืชตามความเหมาะสมของพืช ทำให้พืชไม่จมในอาหารเหลวตลอดเวลาข้อได้เปรียบของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชโดยการใช้ระบบไบโอรีแอคเตอร์จมชั่วคราวจากการที่ระบบไบโอรีแอคเตอร์จมชั่วคราว เป็นระบบที่มีการทำงานเป็นแบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถขั้นตอนในการทำงานต่างๆ ลงไปได้ อย่างเช่น การตัดถ่ายเนื้อเยื่อ การเปลี่ยนถ่ายอาหาร การเตรียมภาชนะและอุปกรณ์ต่างๆรวมถึงการล้างทำความสะอาด ส่งผลให้การใช้แรงงานในการทำงานลดลง อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ความจุของภาชนะของระบบไบโอรีแอคเตอร์จมชั่วคราว สามารถเพิ่มขึ้นได้ 4-5 เท่า จึงทำให้จำนวนต่อพื้นที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังสามารถลดพื้นที่ของห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อลงไปได้ ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นระบบไบโอรีแอคเตอร์จมชั่วคราว จึงระบบการขยายพันธุ์พืชแบบใหม่และเหมาะสม ที่สามารถแทนที่ระบบการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชแบบดังเดิม (อาหารแข็ง) และสามารถนำมาใช้ในระบบการผลิตต้นพืชในระดับอุตสาหกรรมได้Published caption : Plant tissues are cultured in bioreactors on display at the 2nd Kaset Sang Chat (agriculture builds up the nation) Fair, which runs until tomorrow at Impact Exhibition Halls 9 and 10. Bioreactor technology is being adopted by the Thai agricultural sector mainly for plant breeding as it can reduce the cost, labour and space needed.
Published on 15/07/2020
» สตม.ตามรวบ “เจ๊เพชร ปอยเปต” แก๊งขนคนเข้าออกประเทศโดยผิดกฎหมาย เย้ยเชื้อโควิดตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ รอง ผบช.สงป. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3.,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และชุดสืบสวน ตม.จว.สระแก้ว ร่วมกันจับกุม นางเพชรรัตน์ อายุ 55 ปี สัญชาติไทยในข้อหา “เป็นบุคคลซึ่งเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่เข้าออกตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองเขตท่าสถานีหรือท้องที่และตามกำหนดเวลา, ไม่ยื่นรายการตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงและไม่ผ่านการตรวจหรืออนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ของด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำเส้นทางนั้น” และ ฝ่าฝืนข้อกำหนด ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 3 (6) (ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด)โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับ “เจ๊เพชร ปอยเปต” ผู้โพสในเฟซบุ๊คชื่อ “ถ้าไม่รู้จริง เจ้เพชร ปอยเปต อย่าใส่ร้ายกู ” โดยมีข้อความโฆษณาว่า “จะเข้าจะออก บอกเจ๊เพชร ไม่ต้องวิ่ง ไม่ต้องลุยน้ำ หรือลุยโคลน ทักเจ้เพชร ปอยเปต ชัวร์ ๑๐๐%” สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ตม.จว.สระแก้ว ออกสืบสวนในพื้นที่ จนกระทั่งวานนี้ (14 ก.ค.63) เวลา 17.00น. ชุดสืบสวน ตม.จว.สระแก้ว ได้พบตัวเจ๊เพชรที่ โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจสอบ ผู้ถูกจับกุมได้แสดงหนังสือเดินทาง ระบุชื่อ นางเพชรรัตน์ อายุ 55 ปี จากการสอบถามผู้ถูกจับรับว่าตนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทางช่องทางธรรมชาติ โดยไม่ได้ปฏิบัติตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 3 (6) นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร ในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง พบว่าผู้ถูกจับมีข้อมูลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 มี.ค.63 เวลา 13.39 น. ทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และไม่พบข้อมูลเดินทางเข้าราชอาณาจักรแต่อย่างใดนอกจากนี้ นางเพชรรัตน์ ยังได้รับสารภาพว่าตนเป็นผู้โพสเฟซบุ๊ค โฆษณาว่าสามารถนำพาคนเข้า-ออก ประเทศได้ โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน และไม่ต้องผ่านการตรวจโรค เรียกเก็บค่าใช้จ่ายครั้งละ 4,000 บาท โดยผู้เดินทางต้องโอนค่ามัดจำเป็นค่ารถ จำนวน 500 บาท และจ่ายอีก 3,500 บาท เมื่อถึงปลายทาง โดยมี นายบองฯ ไม่ทราบชื่อ นามสกุล และสัญชาติที่แท้จริง และมีคนไทยบางกลุ่มร่วมขบวนการ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดต่อไป
Published on 14/07/2020
» สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เครือข่ายเขียนอนาคตประเทศไทย พร้อมด้วยแกนนำภาคีเครือข่ายกว่า 100 คน จากจังหวัดต่างๆ อาทิ กาญจนบุรี, พัทลุง, นครนายก, ปทุมธานี ฯลฯ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงจุดยื่นคัดค้านการขอเข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) หวั่นสร้างผลกระทบต่อเกษตรกรและทำลายระบบสุขภาพของประชาชน ตลอดจนการคุ้มครองนักลงทุนที่รัฐไทยสุ่มเสี่ยงต่อการเสียค่าโง่ เปิดโอกาสให้ต่างชาติฟ้องร้องรัฐผ่านกลไกอนุญาโตตุลาการนอกประเทศได้ ซ้ำยังเป็นอุปสรรคต่อการมีนโยบายสาธารณะในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพคนไทย++++++++++++++++Published caption::About 100 members of the State Enterprises Workers’ Relations Confederation rally in Bangkok to voice their opposition to Thailand entering the Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership (CPTPP). They say doing so would harm the agriculture industry. Chanat Katanyu
Published on 14/05/2020
» ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมต่างๆ ขึ้นมามากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกความร่วมมือสร้าง 2 นวัตกรรม หุ่นยนต์เวสตี้ (Wastie) เก็บขยะติดเชื้อ และหุ่นยนต์ฟู้ดดี้ (Foodie) ส่งอาหาร-ยาในหอผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายต่อการติดเชื้อและทดแทนงานหนักของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลในยุคที่เผชิญ COVID-19 จากผลสำเร็จในการทดสอบ คาดจะนำมาใช้ในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามในเร็วๆ นี้ รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การนำนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ AGV และเทคโนโลยีกำลังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาดิจิทัลเฮลท์แคร์ (Digital Healthcare) แก่โรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็งและมั่นคงปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะความท้าทายของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และนวัตวิถี New Normal อีกทั้งปริมาณขยะติดเชื้อจากหน้ากากและอุปกรณ์ในรพ.เพิ่มมากขึ้น ขณะที่การขาดแคลนบุคคลากรทางการแพทย์ในรพ.ทำให้ภาระงานหนักและความเสี่ยงมากขึ้นต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19 และโรคระบาดต่างๆที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นทีมวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สร้าง 2 นวัตกรรม คือ 1.หุ่นยนต์เวสตี้ (Wastie) เก็บขยะติดเชื้อในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลภาคสนาม และ2.หุ่นยนต์ฟู้ดดี้ (Foodie) ส่งอาหาร-ยาในหอผู้ป่วย โดยใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีอัตโนมัติ AGV (Automated Guide Vehicle) รองรับงานหนักและงานเสี่ยงอันตรายด้วยระบบการทำงานขนส่งในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ ทั้งนี้การประยุกต์ใช้ AGV เข้าสู่งานบริการสาธารณสุข จะเสริมสร้างศักยภาพในการลดการแพร่ระบาดโควิด-19 และเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวเป็นผู้นำบริการเฮลท์แคร์และอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ (New S-Curve) ยกระดับพัฒนาโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) เพื่อคุณภาพและความก้าวหน้าของบริการสาธารณสุขแก่ประชาชน พร้อมไปกับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของบุคลากรที่ดีขึ้น ตลอดจนพัฒนากำลังคนสู่ยุคดิจิทัลได้ทำงานที่ใช้ทักษะทางความคิดสูงขึ้นสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ลดการนำเข้าเทคโนโลยี AGV และซอฟท์แวร์ปีละกว่า 200 ล้านบาท ดร.เอกชัย วารินศิริรักษ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าโครงการเอจีวีแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสำหรับงานบริการในสถานประกอบการสาธารณสุข กล่าวว่า หุ่นยนต์เวสตี้ (Wastie) เก็บขยะติดเชื้อ เกิดจากการมองเห็นปัญหาของขยะติดเชื้อ ซึ่งเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญยิ่งทั้งภายในโรงพยาบาลและสิ่งแวดล้อมภายนอกด้วย ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อผ่านการสัมผัสโดยตรง ทางทีมผู้วิจัยจึงได้คิดค้น หุ่นยนต์ Wastie เก็บขยะติดเชื้อ ประกอบด้วย AGV แบบระบบนำทางด้วยเทปแม่เหล็ก และแขนกล(CoBot) สำหรับยกถังขยะโหลดขึ้น โดยมีระบบ Machine Vision ในการจำแนกประเภทวัตถุและตำแหน่ง การยกแต่ละครั้งได้สูงสุด 5 กิโลกรัม ส่วนของ AGV สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 500 kg ความเร็วในการเคลื่อนที่ไม่ต่ำกว่า 8 เมตรต่อนาที ใช้ระบบนำทางแบบ Magnet โดยติดเทปแถบแม่เหล็กไว้ที่พื้นเป็นเส้นนำทาง การทำงานหุ่นยนต์จะเคลื่อนที่ไปตามแนวเส้นนำทาง การทำงานเริ่มจากขดลวดกระตุ้นผลิตสนามแม่เหล็กไฟฟ้าโดยที่มีชุดตรวจจับคอยตรวจจับทำให้การเคลื่อนที่มีความเที่ยงตรงและแม่นยำ เมื่อถึงจุดรับขยะ จะอ่านบาร์โค้ด แล้วยกถังขยะติดเชื้อไปยังกระบะจัดเก็บ หากใช้ใน 4 โรงพยาบาล จะสามารถขนส่งขยะติดเชื้อได้ประมาณ 10 ตันต่อวัน ช่วยลดปัญหาของการหยุดชะงักของการบริการขนส่งจากปัญหาการติดเชื้อของบุคลากรในโรงพยาบาลแล้วส่งผลให้การขนส่งล่าช้าได้มากกว่า 50% หุ่นยนต์ Foodie ส่งอาหาร-ยาในหอผู้ป่วย ตอบโจทย์ช่วยลดภาระบุคคลากรทางการแพทย์จากการสัมผัสตรงกับผู้ป่วย ดังเช่นผู้ป่วยโควิด-19 ต้องใช้บุคคลากรทางการแพทย์ 2 คนดูแลเป็นกิจวัตร รวมทั้งงานหนักที่ต้องใช้คนและเวลามากโดยเฉพาะในโรงพยาบาลที่มีความแออัดและผู้ป่วยจำนวนมาก ทางทีมผู้วิจัยจึงได้สร้างสรรค์นวัตกรรม หุ่นยนต์ Foodie ส่งอาหาร-ยาในหอผู้ป่วย ใช้ระบบนำทางอัจฉริยะด้วยข้อมูลแผนที่ในตัวหุ่นยนต์แบบ QR-Code Mapping สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 30-50 kg ความเร็วในการเคลื่อนที่ 8 เมตรต่อนาที ลักษณะหุ่นยนต์ประกอบด้วยชุดขับเคลื่อนที่นำทางด้วยการใช้กล้องอ่าน QR Code บนพื้น AGV จะเคลื่อนที่ตามที่ได้โปรแกรมไว้ และจดจำพิกัดและคำสั่งตามที่บันทึกไว้ในแต่ละ QR-Code ในส่วนของระบบการส่งอาหาร เน้นการขนส่งครั้งละมาก ๆ เพื่อบรรลุเป้าในการทดแทนการคนส่งด้วยมนุษย์ และการออกแบบกลไกให้ส่งถาดอาหารเข้าสู่จุดหมายแบบไม่ไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในการพัฒนา Foodie สามารถนำส่งอาหาร 3 มื้อ เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ไปยังห้องผู้ป่วยหรือเตียงผู้ป่วยในวอร์ดได้ประมาณ 200 คน ต่อวัน รวมทั้งการนำกลับ ด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์ถือเป็นหัวใจของการควบคุมให้เกิดความสมบูรณ์ของนวัตกรรมหุ่นยนต์ขนส่งวัสดุแบบอัตโนมัติทั้ง 2 แบบ สำหรับการจัดลำดับงาน การกำหนดเส้นทางจราจร การจัดเก็บข้อมูลเฉพาะของ รวมถึงการผสานการใช้อุปกรณ์แขนกลในการหยิบจับสิ่งของได้อย่างสะดวก และใช้การผสานกลไกตามหลักฟิสิกส์ (Karakuri) เข้ามาในการขนถ่ายสิ่งของแบบหลักการแรงโน้มถ่วง (ไม่มีไฟฟ้าในระบบ) เป็นการทดแทนการขนถ่ายสิ่งของแบบไม่มีมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ตอบโจทย์งานขนส่งและการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลสนามให้มีประสิทธิภาพ โดยทีมวิจัยได้ศึกษาวิเคราะห์และออกแบบสร้างแฟลตฟอร์ม ควบคู่กับการจัดประเภทของฮาร์ดแวร์หุ่นยนต์และ AGV ตามหลักวิศวกรรมและโลจิสติกส์ ส่วนการเชื่อมต่อหุ่นยนต์กับ IoT ของเจ้าหน้าที่ รพ.เพื่อการรายงานและควบคุมมีการเร่งดำเนินการให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์ นพ.สมชาย ดุษฎีเวทกุล หนึ่งในทีมผู้วิจัย และรองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จุดเด่นของหุ่นยนต์เวสตี้ (Wastie) เก็บขยะติดเชื้อ และหุ่นยนต์ฟู้ดดี้ (Foodie) ส่งอาหาร-ยา ที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก นวัตกรรมทั้งสองนี้ สามารถขนส่งชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักได้มากกว่าหุ่นยนต์ทั่วไป และคุ้มค่าต่อคาบเวลาในการขนส่งใน รพ. อีกทั้งมีความแม่นยำของการขนส่งในเส้นทางที่เป็นกิจวัตรประจำ สามารถหยุดตามสถานี เพื่อทำงานในโหมดที่มีคำสั่งที่แตกต่างกันได้ ขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเส้นทางใหม่หากมีการปรับเปลี่ยน โครงสร้างแข็งแรงและทำงานได้อย่างรวดเร็วสอดคล้องกับลักษณะงานของโรงพยาบาล คาดว่าจะสามารถทดแทนการใช้แรงงานบุคลากรในการขนย้ายเวชภัณฑ์ อาหาร พัสดุ และการขนย้ายขยะติดเชื้อในโรงพยาบาลได้มากกว่า 30% จากภาวะวิกฤติโควิด-19 โรงพยาบาลในประเทศไทยสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส และตอบรับ วิถีใหม่ New Normal ของคนไทยและสังคมเศรษฐกิจไทยที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณค่า โดยการนำนวัตกรรมและดิจิทัลเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาระบบโลจิสติกส์สาธารณสุขใน รพ. ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของบริการรักษาพยาบาล ความปลอดภัยของประชาชนและบุคคลากร นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุน และลดงานที่ซ้ำซ้อน สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ บริการใหม่ที่ใช้ดิจิตอล การวิเคราะห์เพื่อการรักษาด้านสุขภาพ เพื่อให้มีต้นทุนที่ผู้ป่วยเข้าถึงได้ และปรับให้เหมาะกับการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละคน สร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยในการรักษาที่ดีขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพPublished caption : A technician places a tray of food inside a ‘Foodie’ robot to be delivered to patients. The Foodie and Wastie robots were developed by Mahidol University to lessen the transmission of contagious diseases.
Published on 13/05/2020
» กินข้าวคลุกน้ำปลาประชด กำลังจะอดตาย กลุ่มแรงงาน สิ่งทอ นครปฐม ร้อง ก.เเรงงาน ถูกนายจ้างเบี้ยวเงินเดือน เก็บเงินประกันสังคมทุกเดือนแต่ไม่ส่งเงินสมทบ ทำลูกจ้างถูกตัดสิทธ์ ขอรับการเยียวยา5พันไม่ได้ลูกจ้าง บ.สิ่งทอนครหลวงถุงเท้าไนล่อนกำลังกินข้าวเหนียวกับใข่ต้มใส่น้ำปลา ขณะที่เข้าร้องเรียนกรณีลูกจ้าง 180 คนถูกเลิกจ้างนาน2เดือนโดยนายจ้างอ้างผลกระทบโควิดไม่จ่ายเงินเลิกจ้างที่ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทูร ชั้น5 อาคารกระทรวงแรงงาน
Published on 06/04/2020
» เกิดเหตุดินโคลนถล่มทับคนงานในบ่อ โดยจุดเกิดเหตุเป็นบ่อกว้างขนาด 1.50 เมตร ยาว 6 เมตร ความลึกประมาณ 2 เมตร มีผู้ถูกดินโคลนถล่มทับ จำนวน 2 ราย สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้แล้วจำนวน 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย โดยทั้ง 2 เป็นแรงงานชาวพม่ากู้ภัย เร่งช่วย คนงานก่อสร้าง 2 คน ที่ถูกดินถล่มทับระหว่างลงไปทำงานวางท่อที่เอกมัย ซอย 2 กรุงเทพฯ จนท.ยืนยัน รอดชีวิต 1 คน (ชาวเมียนมา) เสียชีวิต 1 คน (ชาวกัมพูชา) #ThaiPBS (6 เม.ย. 63)++++++++++++++++Published caption::Construction calamity...A migrant construction worker is put on a gurney after being rescued from a drainage tunnel in Bangkok’s Watthana district. Two migrant labourers were working when piles of construction waste collapsed and trapped them inside. The other worker was killed in the accident. Wichan Charoenkiatpakul
Published on 09/03/2020
» ทหารเรือรับกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับมาจากเกาหลีโดยสายการบินการบินไทย TG651 อินชอน เกาหลีไปตรวจโรคที่จุดคัดกรองถ้าเป็นกลุ่มแรงงานผีน้อยกับมีไข้จะนำส่งไป กักตัวที่สัตหีบ ถ้าไม่พบไข้ก็จะส่งกลับบ้าน++++++++++++++++++Published caption::Soldiers help Thai illegal worker returnees from South Korea as they board a bus from Suvarnabhumi to a navy facility in Sattahip district of Chon Buri to go into quarantine. WICHAN CHAROENKIATPAKUL
Published on 02/03/2020
» สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย กลุ่มธรรมาภิบาลและเครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอรัปชั่น พร้อมด้วยผู้แทนพนักงาน,ครอบครัว,แรงงานภายนอก Outsource และผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 107คน จะเข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้เยียวยา ให้ความช่วยเหลือแก่บริษัท การบินไทย พนักงาน, ลูกจ้าง และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เกี่ยวกับการใช้พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา ณ ที่ตั้งปัจจุบัน โดยทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.)เจ้งว่ามีความจำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ ที่บริษัทการบินไทย ประกอบกิจการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศขานอยู่ในปัจจุบัน บนพื้นที่ 150 ไร่ บริเวณท่าอากาศยานคู่ตะเภา สกพอ. ให้บริษัทฯ พิจารณากำหนดแผนการย้ายศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานออกจากพื้นที่ ภายในปี 2563 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานการดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกของกองทัพเรือ ซึ่งการให้ย้ายศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานดังกล่าวสร้างผลกระทบให้กับ 1. พนักงานการบินไทยจำนวน 356 คน พนักงาน Outsource 80 คน แม่บ้าน 34 คน และเจ้าหน้าที่รปภ. 28 คน รวมแล้วกว่า 500 คน รวมถึงครอบครัวที่ได้รับผลกระทบประมาณ 1,500 กว่าชีวิต ที่ได้รับความเดือดร้อน จากโครงการดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อครอบครัวต้องหาที่อยู่ใหม่ ต้องหาที่เรียนให้บุตรหลานใหม่และต้องย้ำยที่ทำงานใหม่ 2. บริษัทการบินไทย ที่ต้องสูญเสียรายได้ ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ ค่าขนย้ายเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก+++++++++++++Published caption::About 100 members of the Thai Airways International union march on the government’s complaint centre to demand that Prime Minister Prayut Chan-o-cha scrap plans to relocate the airline’s aircraft maintenance facility away from U-Tapao airport. Chanat Katanyu