FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “แรงงาน”

Showing 71 - 80 of 215

IMAGE

ยื่นหนังสือให้ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.สสส.

Published on 29/10/2018

» เครือข่ายสุขภาพ 4 ภาค ยื่นหนังสือจี้ สธ.ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.สสส. ตามหาไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง ทุบทำลาย สสส. เอื้อประโยชน์ทุนสินค้าทำลายสุขภาพ ประเคนให้กระทรวงคลังมีอำนาจ เหนือกรรมการบอร์ด ย้อนยุคกลับไปอยู่ใต้ระบบราชการ เตรียมเข้ายื่นนายกฯ หากยังไร้ความคืบหน้า ที่สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน ภาคใต้ (ขสช.) นำตัวแทนเครือข่าย จาก 4 ภาค กว่า 100 คน ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นางสุทธิมา หุ่นดี คณะทำงานรมว.สธ.เป็นตัวแทน) นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร เพื่อแสดงจุดยืนขอให้ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ที่เครือข่ายพบว่ามีเจตนาลดทอนความเข้มแข็งของภาคประชาชน ที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยภาครัฐในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน ด้วยการจำกัดวงเงินเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนทำลายสุขภาพ ประเคนอำนาจจากกรรมการบอร์ด ให้ต้องนำไปผ่านความเห็นชอบของ กระทรวงการคลัง ทำให้กระบวนการทำงานต่างๆที่เคยคล่องตัว ปิดจุดอ่อนของระบบราชการในการเข้าถึงประชาชน ถอยหลังกลับไปอยู่ใต้ระบบราชการ ขัดแย้งกับกฎบัตรออตตาวา ตลอดจนขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ชาติในหลายมิติอย่างชัดเจน ทั้งนี้เครือข่ายฯได้ร่วมกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “หยุดทำลาย หลักการสร้างนำซ่อม” นายเจกะพันธ์ กล่าวว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีบัญชาให้แก้ไขพระราชบัญญัติการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 เพื่อความยั่งยืน โดยกระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ สวนทางกับโจทย์ความยั่งยืนตามดำริของนายก ด้วยการกำหนดให้มีการนำระบบราชการเข้ามาบริหารจัดการกองทุน สสส. ตลอดจนการจำกัดเพดานเงิน โดยเร่งรีบให้มีการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติอย่างมีข้อกังขา นายเจกะพันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ขสช. ประกอบด้วยกลุ่ม องค์กร บุคคล ในส่วนของภาคประชาชน ด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ แรงงานนอกระบบ ผู้บริโภค คนจนเมืองและชนบท กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร ฯลฯ ได้ประชุมร่วมกันทั้ง 4 ภาค ระหว่างวันที่ 8 -26 ตุลาคม 2561 มีความเห็นร่วมกันว่า การแก้ไขกฎหมาย สสส. เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุน สสส. อยู่ภายใต้ระบบราชการ จะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพของประเทศ จึงมีจุดยืนร่วมกันเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขกฎหมาย สสส. ครั้งนี้ อีกทั้งเห็นว่า ไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะต้องเร่งรีบดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในรัฐบาลชุดนี้ หากจะมีการปรับแก้ไขกฎหมายกองทุน สสส. เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากขึ้น สมควรดำเนินการในขณะที่ประเทศไทยมีสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง “ขสช.พร้อมภาคีเครือข่ายทั้ง 4 ภาค มีจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อกระทรวงการสาธารณสุข คือ ขอให้ยุติกระบวนการการแก้ไขกฎหมาย สสส. ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ทั้งหมด โดยขอให้กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะเป็นหน่วยงานร่วมแก้กฎหมายฉบับนี้ ส่งข้อเรียกร้องนี้ ไปยังนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อให้ยกเลิกคำสั่งการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และขอให้กระทรวงมีคำตอบกลับมายัง ขสช. ภายในวันที่18 พฤศจิกายนนี้ และในระหว่างนี้เครือข่ายทั่วประเทศจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ด้วย ซึ่งหากไม่มีความคืบหน้าในการยุติการแก้กฎหมายดังกล่าว ทางภาคีเครือข่ายทั้ง 4 ภาคจะร่วมกันยกระดับการขับเคลื่อนเพื่อเรียกร้อง ต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรงที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ต่อไป” ผู้ประสานงาน ขสช.ภาคใต้ กล่าว ด้านนางสมควร งูพิมาย ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน ภาคอีสาน กล่าวว่าตนในฐานะที่สูญเสียลูกชายจากคนเมาแล้วขับ และได้ลุกขึ้นมาร่วมกับงานภาคีเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทำงานช่วยเหลือเคสที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เฝ้าระวังการบังคับใช้กฎหมาย จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชนและชุมชนมากมาย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าชุมชนได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆของ สสส. ในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน ก่อนที่จะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจากอาการเจ็บป่วย เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จึงรับไม่ได้ที่ทราบว่าจะมีการแก้ไขกฎหมาย สสส. ให้กลับไปอยู่ภายใต้ระบบราชการ ซึ่งเป็นการทุบทำลายเจตนารมณ์ของการเกิดกองทุนนี้อย่างสิ้นเชิง ทุกวันนี้กิจกรรมต่างๆก็มีความยากลำบากอยู่พอสมควรแล้ว งานเอกสาร การตรวจสอบต่างๆก็ไม่น้อย ก็ยังอยู่ในระดับที่รับได้ แต่หากใช้ระบบราชการมาจับ คงไม่มีใครอยากลุกขึ้นมาทำงานสร้างเสริมสุขภาพอีก ในสัปดาห์หน้าตนและเครือข่ายเยาวชน เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากสุรา จะเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อยื่นหนังสือผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีให้ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.สสส. ด้วย ที่กระทรวงสาธารณะสุข อ.เมือง จ.นนทบุรีPublished caption::Activists hold up placards and a banner demanding an end to government efforts to amend the Health Promotion Foundation Act. Tawatchai Kemgumnerd

IMAGE

ยื่นหนังสือให้ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.สสส.

Published on 29/10/2018

» เครือข่ายสุขภาพ 4 ภาค ยื่นหนังสือจี้ สธ.ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.สสส. ตามหาไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง ทุบทำลาย สสส. เอื้อประโยชน์ทุนสินค้าทำลายสุขภาพ ประเคนให้กระทรวงคลังมีอำนาจ เหนือกรรมการบอร์ด ย้อนยุคกลับไปอยู่ใต้ระบบราชการ เตรียมเข้ายื่นนายกฯ หากยังไร้ความคืบหน้า ที่สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน ภาคใต้ (ขสช.) นำตัวแทนเครือข่าย จาก 4 ภาค กว่า 100 คน ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นางสุทธิมา หุ่นดี คณะทำงานรมว.สธ.เป็นตัวแทน) นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร เพื่อแสดงจุดยืนขอให้ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ที่เครือข่ายพบว่ามีเจตนาลดทอนความเข้มแข็งของภาคประชาชน ที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยภาครัฐในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน ด้วยการจำกัดวงเงินเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนทำลายสุขภาพ ประเคนอำนาจจากกรรมการบอร์ด ให้ต้องนำไปผ่านความเห็นชอบของ กระทรวงการคลัง ทำให้กระบวนการทำงานต่างๆที่เคยคล่องตัว ปิดจุดอ่อนของระบบราชการในการเข้าถึงประชาชน ถอยหลังกลับไปอยู่ใต้ระบบราชการ ขัดแย้งกับกฎบัตรออตตาวา ตลอดจนขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ชาติในหลายมิติอย่างชัดเจน ทั้งนี้เครือข่ายฯได้ร่วมกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “หยุดทำลาย หลักการสร้างนำซ่อม” นายเจกะพันธ์ กล่าวว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีบัญชาให้แก้ไขพระราชบัญญัติการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 เพื่อความยั่งยืน โดยกระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ สวนทางกับโจทย์ความยั่งยืนตามดำริของนายก ด้วยการกำหนดให้มีการนำระบบราชการเข้ามาบริหารจัดการกองทุน สสส. ตลอดจนการจำกัดเพดานเงิน โดยเร่งรีบให้มีการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติอย่างมีข้อกังขา นายเจกะพันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ขสช. ประกอบด้วยกลุ่ม องค์กร บุคคล ในส่วนของภาคประชาชน ด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ แรงงานนอกระบบ ผู้บริโภค คนจนเมืองและชนบท กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร ฯลฯ ได้ประชุมร่วมกันทั้ง 4 ภาค ระหว่างวันที่ 8 -26 ตุลาคม 2561 มีความเห็นร่วมกันว่า การแก้ไขกฎหมาย สสส. เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุน สสส. อยู่ภายใต้ระบบราชการ จะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพของประเทศ จึงมีจุดยืนร่วมกันเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขกฎหมาย สสส. ครั้งนี้ อีกทั้งเห็นว่า ไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะต้องเร่งรีบดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในรัฐบาลชุดนี้ หากจะมีการปรับแก้ไขกฎหมายกองทุน สสส. เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากขึ้น สมควรดำเนินการในขณะที่ประเทศไทยมีสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง “ขสช.พร้อมภาคีเครือข่ายทั้ง 4 ภาค มีจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อกระทรวงการสาธารณสุข คือ ขอให้ยุติกระบวนการการแก้ไขกฎหมาย สสส. ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ทั้งหมด โดยขอให้กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะเป็นหน่วยงานร่วมแก้กฎหมายฉบับนี้ ส่งข้อเรียกร้องนี้ ไปยังนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อให้ยกเลิกคำสั่งการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และขอให้กระทรวงมีคำตอบกลับมายัง ขสช. ภายในวันที่18 พฤศจิกายนนี้ และในระหว่างนี้เครือข่ายทั่วประเทศจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ด้วย ซึ่งหากไม่มีความคืบหน้าในการยุติการแก้กฎหมายดังกล่าว ทางภาคีเครือข่ายทั้ง 4 ภาคจะร่วมกันยกระดับการขับเคลื่อนเพื่อเรียกร้อง ต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรงที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ต่อไป” ผู้ประสานงาน ขสช.ภาคใต้ กล่าว ด้านนางสมควร งูพิมาย ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน ภาคอีสาน กล่าวว่าตนในฐานะที่สูญเสียลูกชายจากคนเมาแล้วขับ และได้ลุกขึ้นมาร่วมกับงานภาคีเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทำงานช่วยเหลือเคสที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เฝ้าระวังการบังคับใช้กฎหมาย จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชนและชุมชนมากมาย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าชุมชนได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆของ สสส. ในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน ก่อนที่จะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจากอาการเจ็บป่วย เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จึงรับไม่ได้ที่ทราบว่าจะมีการแก้ไขกฎหมาย สสส. ให้กลับไปอยู่ภายใต้ระบบราชการ ซึ่งเป็นการทุบทำลายเจตนารมณ์ของการเกิดกองทุนนี้อย่างสิ้นเชิง ทุกวันนี้กิจกรรมต่างๆก็มีความยากลำบากอยู่พอสมควรแล้ว งานเอกสาร การตรวจสอบต่างๆก็ไม่น้อย ก็ยังอยู่ในระดับที่รับได้ แต่หากใช้ระบบราชการมาจับ คงไม่มีใครอยากลุกขึ้นมาทำงานสร้างเสริมสุขภาพอีก ในสัปดาห์หน้าตนและเครือข่ายเยาวชน เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากสุรา จะเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อยื่นหนังสือผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีให้ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.สสส. ด้วย ที่กระทรวงสาธารณะสุข อ.เมือง จ.นนทบุรีActivists hold up placards and a banner demanding an end to government efforts to amend the Health Promotion Foundation Act. Tawatchai Kemgumnerd

IMAGE

ยุทธการขุดรากถอนโคน ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ภายใต้ปฏิบัติการเอ็กซเรย์สี่มุมเมือง

Published on 06/11/2018

» เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 พ.ย.61 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท. ผบช.สตม. พร้อม ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว  สยบไพรี ตำรวจ ปส. สันติบาล ตร.ในสังกัด ภ.1 กองพิสูจน์หลักฐาน  ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร และ ศปอส.ตร. นำกำลังกว่า 1,000 นาย เข้าตรวจค้น 9 จุด ตามยุทธการขุดรากถอนโคน ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ภายใต้ปฏิบัติการเอ็กซเรย์สี่มุมเมือง แหล่งชุมชนพักอาศัยของคนต่างชาติ ณ ชุมชนที่พักอาศัยในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีที่ใช้แรงงานในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อกวาดล้างเครือข่ายชาวต่างชาติที่อยู่ผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาวุธปืน เพื่อทำให้ประเทศไทยไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนอาชญากรต่างชาติ ตรวจค้นแรงงานต่างด้าวภายในตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจพบจำนวน 600 คนทั้ง 9 จุด และจะนำคนต่างดาวทั้งหมดไปตรวจคัดแยกที่ใต้ถุนห้างแม๊คโค รังสิต เพื่อ หาสาร เสพติด และบุคคลต่างด้าวบุคคลต่างสัญชาติรถบังคับใช้ ตามมาตรา 37 และ 38 การเข้ามาพักอาศัยของแรงงานต่างด้าว ซึ่งในวันนี้เป็นการจัดระเบียบ การพักอาศัยของบุคคลต่างด้าวในประเทศไทยต้องอาศัยโดยถูกกฎหมายอย่างเดียว ส่วนแรงงานที่ผิดกฎหมายทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเราจะไม่ให้อยู่ในประเทศไทยจะดำเนินการตามมาตรการขั้นตอน โดยยึดกฎระเบียบของสหประชาชาติเป็นหลักPublished caption::Roll call... Migrant workers are asked to identify themselves as more than 1,000 police and soldiers inspect nine spots, including accommodation near the See Moom Muang wholesale market in Lam Luk Ka district of Pathum Thani yesterday. Many of the area’s residents are migrant workers. The authorities’ operations were meant to suppress the use and sale of illegal firearms and illicit drugs. Apichit Jinakul

IMAGE

Visa crackdown to stay

Published on 06/11/2018

» เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 พ.ย.61 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท. ผบช.สตม. พร้อม ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว  สยบไพรี ตำรวจ ปส. สันติบาล ตร.ในสังกัด ภ.1 กองพิสูจน์หลักฐาน  ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร และ ศปอส.ตร. นำกำลังกว่า 1,000 นาย เข้าตรวจค้น 9 จุด ตามยุทธการขุดรากถอนโคน ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ภายใต้ปฏิบัติการเอ็กซเรย์สี่มุมเมือง แหล่งชุมชนพักอาศัยของคนต่างชาติ ณ ชุมชนที่พักอาศัยในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีที่ใช้แรงงานในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อกวาดล้างเครือข่ายชาวต่างชาติที่อยู่ผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาวุธปืน เพื่อทำให้ประเทศไทยไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนอาชญากรต่างชาติ ตรวจค้นแรงงานต่างด้าวภายในตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจพบจำนวน 600 คนทั้ง 9 จุด และจะนำคนต่างดาวทั้งหมดไปตรวจคัดแยกที่ใต้ถุนห้างแม๊คโค รังสิต เพื่อ หาสาร เสพติด และบุคคลต่างด้าวบุคคลต่างสัญชาติรถบังคับใช้ ตามมาตรา 37 และ 38 การเข้ามาพักอาศัยของแรงงานต่างด้าว ซึ่งในวันนี้เป็นการจัดระเบียบ การพักอาศัยของบุคคลต่างด้าวในประเทศไทยต้องอาศัยโดยถูกกฎหมายอย่างเดียว ส่วนแรงงานที่ผิดกฎหมายทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเราจะไม่ให้อยู่ในประเทศไทยจะดำเนินการตามมาตรการขั้นตอน โดยยึดกฎระเบียบของสหประชาชาติเป็นหลักMigrant workers are asked to identify themselves as more than 1,000 police and soldiers inspect nine spots, including accommodation near the See Moom Muang wholesale market in Lam Luk Ka district of Pathum Thani yesterday. Many of the area’s residents are migrant workers. The authorities’ operations were meant to suppress the use and sale of illegal firearms and illicit drugs. Apichit JinakulPublished caption : The See Moom Muang wholesale market is among nine spots in Lam Luk Ka district of Pathum Thani where hundreds of migrant workers live and work. The market and nearby accommodation were raided in November. The authorities’ operations were meant to suppress the use and sale of illegal firearms and illicit drugs.

IMAGE

Visa crackdown to stay

Published on 06/11/2018

» เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 พ.ย.61 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท. ผบช.สตม. พร้อม ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว  สยบไพรี ตำรวจ ปส. สันติบาล ตร.ในสังกัด ภ.1 กองพิสูจน์หลักฐาน  ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร และ ศปอส.ตร. นำกำลังกว่า 1,000 นาย เข้าตรวจค้น 9 จุด ตามยุทธการขุดรากถอนโคน ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ภายใต้ปฏิบัติการเอ็กซเรย์สี่มุมเมือง แหล่งชุมชนพักอาศัยของคนต่างชาติ ณ ชุมชนที่พักอาศัยในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีที่ใช้แรงงานในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อกวาดล้างเครือข่ายชาวต่างชาติที่อยู่ผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาวุธปืน เพื่อทำให้ประเทศไทยไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนอาชญากรต่างชาติ ตรวจค้นแรงงานต่างด้าวภายในตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจพบจำนวน 600 คนทั้ง 9 จุด และจะนำคนต่างดาวทั้งหมดไปตรวจคัดแยกที่ใต้ถุนห้างแม๊คโค รังสิต เพื่อ หาสาร เสพติด และบุคคลต่างด้าวบุคคลต่างสัญชาติรถบังคับใช้ ตามมาตรา 37 และ 38 การเข้ามาพักอาศัยของแรงงานต่างด้าว ซึ่งในวันนี้เป็นการจัดระเบียบ การพักอาศัยของบุคคลต่างด้าวในประเทศไทยต้องอาศัยโดยถูกกฎหมายอย่างเดียว ส่วนแรงงานที่ผิดกฎหมายทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเราจะไม่ให้อยู่ในประเทศไทยจะดำเนินการตามมาตรการขั้นตอน โดยยึดกฎระเบียบของสหประชาชาติเป็นหลักMigrant workers are asked to identify themselves as more than 1,000 police and soldiers inspect nine spots, including accommodation near the See Moom Muang wholesale market in Lam Luk Ka district of Pathum Thani yesterday. Many of the area’s residents are migrant workers. The authorities’ operations were meant to suppress the use and sale of illegal firearms and illicit drugs. Apichit JinakulPublished caption : Authorities bring migrant workers they found for further investigation where they were asked to prove their identity and legal working documents.

IMAGE

Visa crackdown to stay

Published on 06/11/2018

» เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 พ.ย.61 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท. ผบช.สตม. พร้อม ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว  สยบไพรี ตำรวจ ปส. สันติบาล ตร.ในสังกัด ภ.1 กองพิสูจน์หลักฐาน  ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร และ ศปอส.ตร. นำกำลังกว่า 1,000 นาย เข้าตรวจค้น 9 จุด ตามยุทธการขุดรากถอนโคน ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ภายใต้ปฏิบัติการเอ็กซเรย์สี่มุมเมือง แหล่งชุมชนพักอาศัยของคนต่างชาติ ณ ชุมชนที่พักอาศัยในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีที่ใช้แรงงานในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อกวาดล้างเครือข่ายชาวต่างชาติที่อยู่ผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาวุธปืน เพื่อทำให้ประเทศไทยไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนอาชญากรต่างชาติ ตรวจค้นแรงงานต่างด้าวภายในตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจพบจำนวน 600 คนทั้ง 9 จุด และจะนำคนต่างดาวทั้งหมดไปตรวจคัดแยกที่ใต้ถุนห้างแม๊คโค รังสิต เพื่อ หาสาร เสพติด และบุคคลต่างด้าวบุคคลต่างสัญชาติรถบังคับใช้ ตามมาตรา 37 และ 38 การเข้ามาพักอาศัยของแรงงานต่างด้าว ซึ่งในวันนี้เป็นการจัดระเบียบ การพักอาศัยของบุคคลต่างด้าวในประเทศไทยต้องอาศัยโดยถูกกฎหมายอย่างเดียว ส่วนแรงงานที่ผิดกฎหมายทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเราจะไม่ให้อยู่ในประเทศไทยจะดำเนินการตามมาตรการขั้นตอน โดยยึดกฎระเบียบของสหประชาชาติเป็นหลักMigrant workers are asked to identify themselves as more than 1,000 police and soldiers inspect nine spots, including accommodation near the See Moom Muang wholesale market in Lam Luk Ka district of Pathum Thani yesterday. Many of the area’s residents are migrant workers. The authorities’ operations were meant to suppress the use and sale of illegal firearms and illicit drugs. Apichit JinakulPublished caption : Authorities bring migrant workers they found for further investigation where they were asked to prove their identity and legal working documents.

IMAGE

เดิน – วิ่ง ข้ามโขง “นครพนม - คำม่วน” นักวิ่งแห่ร่วมกว่า 10,000 คน

Published on 11/11/2018

» วันที่11 พฤศจิกายน 2561 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการเดิน – วิ่ง ข้ามโขง “นครพนม - คำม่วน ณ (นครพนม – คำม่วน) สะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม – คำม่วน) โดยมี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวรายงาน และวัตถุ​ประสงค์พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพการกีฬา ส่งเสริมการออกกำลังกาย และสร้างความสามัคคีของคนในชาติ ซึ่งจังหวัดนครพนมได้ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และมูลนิธิโคตรบูร จัดเดิน-วิ่งข้ามโขง นครพนม-คำม่วน มาราธอน 2018 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนทุกเพศทุกวัยมีความตื่นตัวในการเล่นกีฬาและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้ประชาชนจังหวัดนครพนม และจังหวัดอื่นๆ ได้ออกกำลังกาย และได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชน ประชาชน ผู้สูงอายุ และผู้บกพร่องทางร่างกายให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย มีผู้เข้าร่วมเดิน-วิ่งที่ลงทะเบียนประมาณ 7,000 คน และมีผู้ติดตามอีกรวมแล้วมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมราว 10,000 คน ประเภทการวิ่งมี 4 ประเภทคือ 1. ฟูลมาราธอน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร 2. ฮาล์ฟมาธอน ระยะทาง 21.10 กิโลเมตร 3. มินิมาราธอน ระยะทาง 10.50 กิโลเมตร 4. เดินเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 4.4 กิโลเมตรพล.ต.อดุลย์ฯ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จังหวัดนครพนม ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคลากรของจังหวัดนครพนมทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ และมีเป้าหมายว่าจะให้จังหวัดจัดกิจกรรมที่ปลูกฝังเยาวชนให้รักกีฬา รักการออกกำลังกาย ซึ่งจะจัดให้เป็นระดับโลกต่อไป เพราะที่นึ่มีโครงสร้างที่เหมาะ มีสะพานที่สวยงาม มีแม่น้ำ บรรยากาศที่ดี ซึ่งจะได้มีการพัฒนาให้เป็นระดับชาติและระดับโลกต่อไปด้านนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และชาวจังหวัดนครพนมก็ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา และขอยืนยันว่าจังหวัดนครพนมพร้อมเปิดประตูบ้านต้อนรับทุกคนและสิ่งที่จะได้ติดตัวกลับไปคือความประทับใจ

IMAGE

เดิน – วิ่ง ข้ามโขง “นครพนม - คำม่วน” นักวิ่งแห่ร่วมกว่า 10,000 คน

Published on 11/11/2018

» วันที่11 พฤศจิกายน 2561 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการเดิน – วิ่ง ข้ามโขง “นครพนม - คำม่วน ณ (นครพนม – คำม่วน) สะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม – คำม่วน) โดยมี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวรายงาน และวัตถุ​ประสงค์พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพการกีฬา ส่งเสริมการออกกำลังกาย และสร้างความสามัคคีของคนในชาติ ซึ่งจังหวัดนครพนมได้ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และมูลนิธิโคตรบูร จัดเดิน-วิ่งข้ามโขง นครพนม-คำม่วน มาราธอน 2018 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนทุกเพศทุกวัยมีความตื่นตัวในการเล่นกีฬาและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้ประชาชนจังหวัดนครพนม และจังหวัดอื่นๆ ได้ออกกำลังกาย และได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชน ประชาชน ผู้สูงอายุ และผู้บกพร่องทางร่างกายให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย มีผู้เข้าร่วมเดิน-วิ่งที่ลงทะเบียนประมาณ 7,000 คน และมีผู้ติดตามอีกรวมแล้วมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมราว 10,000 คน ประเภทการวิ่งมี 4 ประเภทคือ 1. ฟูลมาราธอน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร 2. ฮาล์ฟมาธอน ระยะทาง 21.10 กิโลเมตร 3. มินิมาราธอน ระยะทาง 10.50 กิโลเมตร 4. เดินเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 4.4 กิโลเมตรพล.ต.อดุลย์ฯ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จังหวัดนครพนม ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคลากรของจังหวัดนครพนมทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ และมีเป้าหมายว่าจะให้จังหวัดจัดกิจกรรมที่ปลูกฝังเยาวชนให้รักกีฬา รักการออกกำลังกาย ซึ่งจะจัดให้เป็นระดับโลกต่อไป เพราะที่นึ่มีโครงสร้างที่เหมาะ มีสะพานที่สวยงาม มีแม่น้ำ บรรยากาศที่ดี ซึ่งจะได้มีการพัฒนาให้เป็นระดับชาติและระดับโลกต่อไปด้านนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และชาวจังหวัดนครพนมก็ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา และขอยืนยันว่าจังหวัดนครพนมพร้อมเปิดประตูบ้านต้อนรับทุกคนและสิ่งที่จะได้ติดตัวกลับไปคือความประทับใจ

IMAGE

แรงงานพม่าแรมโบ้ดวลปืนตร.

Published on 13/11/2018

» ปราจีนบุรี-นายซอ อายุ 40 ปี แรงงานชาวเมียนมา คลุ้มคลั่งเอาปืนลูกซองยาว ออโต้ พร้อมสายกระสุนเป็นตับ ออกมาถามหานายจ้างเก่าที่เป็นผู้รับเหมา ที่บ้านพัก อ.เมืองปราจีนบุรี เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกไล่ออก และต้องการทวงเงิน 3,500 บาทที่ค้างจ่ายด้วย พอไม่พบนายจ้างก็รัวกระสุนลูกซองขึ้นฟ้าหลายนัด ต่อมา ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี ตามมาเจอ นายซอก็สาดกระสุนลูกซองใส่รถตำรวจ จนกระจกแตกไปถูก ส.ต.ต.รังสิมันต์ บุญไว บาดเจ็บ ตำรวจจึงยิงตอบโต้ไป 2 นัด ถูกหัวไหล่นายซอจนล้มลง ยอมให้จับกุม

IMAGE

The invisible workforce

Published on 18/12/2018

» Adisorn Keadmongkol เครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านประชากรข้ามชาติ จัดเสวนา “MIGRANT IS AROUND แกะรอยแรงงานผีน้อยเกาหลีสู่คนขายโรตีที่ไทย เราจะอยู่ในบทบาทไหม เมื่อแรงงานหมุนรอบตัวเอง” เนื่องในวันย้ายถิ่นสากล ประจำปี พ.ศ.2561 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กทม. Published caption : "One measure would be to allow them to live and work temporarily. migrant labour advocate", Adisorn Kerdmongkhon