Showing 51 - 60 of 215
Published on 02/08/2018
» รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สิทธิ์คุ้มครองแรงงานอิสระมาตรา 40 เจาะกลุ่มอาชีพแท็กซี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง จัดเต็มทั้งสุขใจสุขจริง พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธานเปิดงานโครงการสร้างการรับรู้ประกันสังคมมาตรา 40 กลุ่มแท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยกลุ่มอาชีพแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นกลุ่มอาชีพสำคัญในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และมีผู้ประกอบอาชีพอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับการสร้าง หลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะการดูแลผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความมั่นคงและมีหลักประกัน ชีวิต จึงได้มอบนโยบายเน้น หนักและเร่งด่วนแก่กระทรวงแรงงานสำนักงานประกันสังคมให้สร้างความรู้เกี่ยวกับประเด็นประกันสังคมมาตรา 40 แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้เข้าถึงหลักประกันสังคม โดยมีเป้าหมายจำนวน 5 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ไม่เพิ่มเงินสมทบให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 กรณีผู้ประกันตนเดิมที่อยู่ในระบบอีกทั้งเพิ่มทางเลือกใหม่โดยให้เพิ่มความคุ้มครองและเพิ่มเงินสมทบ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึงและเห็นผลอย่างเป็นรูปประธรรมซึ่งการจัดงานในวันนี้จะเป็นการสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระเนื่องจากเป็นกลุ่มอาชีพที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการประชาสัมพันธ์งานประกันสังคม ไปยังกลุ่มแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างในทุกพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันสร้างและวางรากฐานสังคมไทยให้เกิดความอยู่ดีมีสุขโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางดังกล่าวเราสามารถเปลี่ยนแปลงระบบประกันสังคมไทยให้คุ้มครองแรงงานทุกกลุ่มเพื่อสร้างหลักประกันแห่งการคุ้มครองแก่สมาชิกประกันสังคมนำไปสู่ความสำเร็จอย่างเป็นรูปประธรรมเพื่อที่จะให้แรงงานสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจและประเทศชาติให้มั่นคงมั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป ณศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นแจ้งวัฒนะหลักสี่กรุงเทพมหานคร
Published on 03/08/2018
» พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยฯ พร้อมทั้งเยี่ยมชมระบบรายงานผลการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อใช้สำหรับติดตามและรายงานผลการติดตามการให้ความช่วยเหลือจากภาคราชการในการประกอบอาชีพของผู้ถูกคุมประพฤติ/ผู้พ้นโทษจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาผู้พ้นโทษไม่ให้หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผู้ต้องขังก่อนได้รับการปล่อยตัวออกไปจากเรือนจำ โดยการจัดหางานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและความถนัดของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถประกอบอาชีพโดยสุจริตหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว จึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ หรือศูนย์ CARE ภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน และสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ จำนวน 256 แห่ง ยกเว้นสถานกักขัง และสถานกักกัน เพื่อให้บริการกับผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และญาติให้ความช่วยเหลือด้านการมีงานทำเป็นหลัก โดยการติดต่อกับผู้ประกอบการที่ยินดีรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน การหาตำแหน่งงานว่างที่เหมาะสมเพื่อรองรับผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษ การให้คำปรึกษา คำแนะนำ การประสานขอรับทุนประกอบอาชีพจากแหล่งทุนต่างๆ และการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ให้กับผู้รับบริการตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการให้ศูนย์ CARE ทำหน้าที่ในการประสานงานและให้การสงเคราะห์ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ที่ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรีPublished caption::A hair-cut training course is provided to inmates at Kanchanaburi Prison to prepare them for employment after they have served their jail term and been discharged. P hotos by Tawatchai Kemgumnerd
Published on 03/08/2018
» พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยฯ พร้อมทั้งเยี่ยมชมระบบรายงานผลการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อใช้สำหรับติดตามและรายงานผลการติดตามการให้ความช่วยเหลือจากภาคราชการในการประกอบอาชีพของผู้ถูกคุมประพฤติ/ผู้พ้นโทษจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาผู้พ้นโทษไม่ให้หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผู้ต้องขังก่อนได้รับการปล่อยตัวออกไปจากเรือนจำ โดยการจัดหางานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและความถนัดของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถประกอบอาชีพโดยสุจริตหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว จึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ หรือศูนย์ CARE ภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน และสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ จำนวน 256 แห่ง ยกเว้นสถานกักขัง และสถานกักกัน เพื่อให้บริการกับผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และญาติให้ความช่วยเหลือด้านการมีงานทำเป็นหลัก โดยการติดต่อกับผู้ประกอบการที่ยินดีรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน การหาตำแหน่งงานว่างที่เหมาะสมเพื่อรองรับผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษ การให้คำปรึกษา คำแนะนำ การประสานขอรับทุนประกอบอาชีพจากแหล่งทุนต่างๆ และการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ให้กับผู้รับบริการตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการให้ศูนย์ CARE ทำหน้าที่ในการประสานงานและให้การสงเคราะห์ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ที่ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรีPublished caption::Inmates make drinks for customers at Kanchanaburi prison. The Department of Corrections has organised job training courses for prisoners to help them get work.
Published on 03/08/2018
» พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยฯ พร้อมทั้งเยี่ยมชมระบบรายงานผลการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อใช้สำหรับติดตามและรายงานผลการติดตามการให้ความช่วยเหลือจากภาคราชการในการประกอบอาชีพของผู้ถูกคุมประพฤติ/ผู้พ้นโทษจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาผู้พ้นโทษไม่ให้หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผู้ต้องขังก่อนได้รับการปล่อยตัวออกไปจากเรือนจำ โดยการจัดหางานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและความถนัดของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถประกอบอาชีพโดยสุจริตหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว จึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ หรือศูนย์ CARE ภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน และสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ จำนวน 256 แห่ง ยกเว้นสถานกักขัง และสถานกักกัน เพื่อให้บริการกับผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และญาติให้ความช่วยเหลือด้านการมีงานทำเป็นหลัก โดยการติดต่อกับผู้ประกอบการที่ยินดีรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน การหาตำแหน่งงานว่างที่เหมาะสมเพื่อรองรับผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษ การให้คำปรึกษา คำแนะนำ การประสานขอรับทุนประกอบอาชีพจากแหล่งทุนต่างๆ และการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ให้กับผู้รับบริการตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการให้ศูนย์ CARE ทำหน้าที่ในการประสานงานและให้การสงเคราะห์ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ที่ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรีPublished caption : An inmate trains to become a craftsman at Kanchanaburi provincial prison. The prison has set up an occupational skills training centre designed to prepare inmates for their scheduled releases. Deputy Prime Minister and Justice Minister ACM Prajin Juntong visited the centre yesterday.
Published on 14/08/2018
» ตำรวจชุดสืบสวนภาค 1 และชุดสืบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี นำหมายศาลเข้าตรวจบ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 5 อยู่ติดกับ อบต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ได้พบกับสามีของ น.ส.นฤมล เสนาะคำ ผู้ต้องหายิงบ้านพัก นายบรรพจน์ ยังเจริญ ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง เมื่อคืนวันที่ 11 ส.ค. พบปืนสั้น 5 กระบอก ปืนยาว 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนมาก จึงคุมตัวนายเก๋มาสอบสวนอย่างละเอียดที่ สภ.คลองห้า และเร่งติดตามตัว น.ส.นฤมลมาดำเนินคดี
Published on 27/08/2018
» ข่มขืนแหม่มผู้ดีเกาะเต่า ผู้การฯสุราษฎร์ ขอให้กลับมาแจ้งความ พบพิรุธหลายอย่างเจ้าของโฮสเทลขอให้แจ้งความไม่ไป มีสัมพันธ์ลึกซึ้งเพื่อนเที่ยวชายถูกแฟนจริงชกฟันบิ่น แถมเพื่อนเที่ยวชายพาไปแจ้งของหายเองเมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 27 สิงหาคม พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี(ผบก.ภ.จว.)พร้อม พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 (ผบ.บชร.4)และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่4 ส่วนหน้า ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินด่วนไปยังสนามหน้าที่ว่าการ อ.เกาะพะงัน (ส่วนหน้าเกาะเต่า) ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน พร้อมตำรวจท่องเที่ยว ,ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง , นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรี ต.เกาะเต่าและผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า ซึ่งเป็นสถานที่ น.ส.อีสเบล วิคตอเรีย แบคเตอร์ อายุ 19 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ อ้างว่าเดินทางมาท่องเที่ยวกับเพื่อนชายชาวยุโรป ได้ถูกวางยาจนไม่รู้สึกตัวเเละข่มขืน หลังจากนั่งดื่มที่บาร์แห่งหนึ่งเหตุเกิดคืนวันที่ 25 มิ.ย. 61 โดยไปแจ้งกับตำรวจ สภ.เกาะพะงัน เเต่ตำรวจไม่ลงข้อมูลเรื่องการข่มขืนเพียงลงว่า โทรศัพท์ไอโฟน 7พลัส กับเงินสด 3,000 บาทและบัตรเดบิต จำนวน 4 ใบหายไปทั้งนี้ พล.ต.ต.อภิชาติและคณะไปตรวจดูกล้องวงจรปิดบริเวณแหลมหิน จปร.หาดทรายรี เป็นสถานที่ผู้เสียหายอ้างว่าถูกข่มขืน ห่างจากร้านฟิชโบลว์บาร์ และลีโอบาร์ หาดทรายรี ที่ไปเที่ยวดื่มกินกับเพื่อนชายประมาณ 400 เมตร พบว่ามีกล้องวงจรปิด 7 ตัว เก็บบันทึกภาพได้ 7 วัน ล่าสุดคือช่วงวันที่ 28 มิ.ย.- 4 ก.ค.61 ส่วนก่อนนี้ได้ถูกบันทึกทับไปแล้วพล.ต.ต.อภิชาติ ได้สอบถาม น.ส.ภัทรา แจ่มตระกูล อายุ 32 ปี เจ้าของที่พักเดอะไฮ โฮสเทล(THE HIVE) ที่ผู้เสียหายเข้าพัก ให้ข้อมูลว่า น.ส.อีสเบล ได้จองที่พักไว้วันที่ 21-23 มิ.ย.61 แต่ได้ขอขยายเวลาต่อถึงวันที่ 26 มิ.ย.61 โดยพักในที่เดียวกันรวม 5 คน มี น.ส.อีสเบล กับเพื่อนชายอีก 4 คน โดยคืนวันที่ 25 มิ.ย.น.ส.อีสเบลกับกลุ่มเพื่อนทั้ง 5 คนได้นัดกับตนไว้ให้พบกันที่ร้านฟิชโบลว์บาร์ตอน 5 ทุ่ม พอถึงเวลาไม่เห็นมาตามนัดตนเข้าใจว่าคงไปเที่ยวกันเองตนจึงกลับมาก่อน เพราะปกติกลุ่มนี้จะกลับที่พักตอนตี 2 ทุกคืนน.ส.ภัทรา กล่าวว่า ช่วงเช้า น.ส.อีสเบล มาบอกว่า ถูกวางยาในเครื่องดื่มและถูกข่มขืนบริเวณแหลมหิน จปร. และเอาทรัพย์สินไป ตนจึงได้แนะนำให้ไปแจ้งความ แต่ น.ส.อีสเบล อ้างว่าจะรีบไปเกาะพะงันไปพบแฟนหนุ่มกับเพื่อนชาวอังกฤษที่มางานฟูลมูนปาร์ตี้ ซึ่งตนพยายามคะยั้นคะยอให้ไปแจ้งความก่อนแต่ก็ไม่ไป และตนเองไม่ได้ติดตามเรื่องเพราะไม่แน่ใจเกิดเหตุจริงหรือไม่ เนื่องจากเขามักจะออกไปดื่มเที่ยวกินกลับช่วงเวลาดังกล่าว“ กระทั่งวันที่ 4 ก.ค.เพื่อนชายคนสนิทชื่อนายมาติน ได้มาปรึกษากับตนว่ายังสามารถแจ้งความให้ น.ส.อีสเบล ได้หรือไม่ จึงได้พานายมาร์ตินไปที่ สภ.เกาะเต่า ซึ่งตำรวจไม่สามารถรับแจ้งได้เนื่องจาก น.ส.อีสเบล ไม่ได้มาด้วย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาไปดูกล้องวงจรปิดบริเวณที่อ้างว่าเป็นจุดเกิดเหตุ พบว่ากล้องเก็บข้อมูลได้เพียง 7 วันและทราบว่าในคืนวันที่ 26 มิ.ย. นายมาร์ติน ได้ชกต่อยกับแฟนของ น.ส.อีสเบลที่เกาะพะงัน จนทำให้ฟันหน้าบิ่นแตกหัก ” น.ส.ภัทรา กล่าวรายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงวันที่ 22-23 มิ.ย.ที่ผู้เสียหายพักอยู่กับเพื่อนชายอีก 4 คนที่เกาะเต่าได้มีสัมพันธ์กับเพื่อนชายคนสนิทคนหนึ่ง(นายมาร์ติน) โดย น.ส.อีสเบล บ่นกับน.ส.ภัทรา ว่ารู้สึกผิดกับการกระทำดังกล่าว ต่อมา พล.ต.ต.อภิชาติ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยัง สภ.เกาะพะงัน เข้าตรวจสอบหลักฐานการลงบันทึกประจำวัน โดย ร.ต.อ.กฤษฎา ทองสกุล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.61น.ส.อีสเบล เดินทางมากับเพื่อนชาย(นายมาร์ติน) ขอแจ้งความทรัพย์สินสูญหาย แต่ตนแจ้งว่า ไม่สามารถแจ้งความได้ เนื่องจากอยู่นอกพื้นที่เกิดเหตุ แต่ทางผู้เสียหายยืนยันว่า ขอแจ้งความเพื่อไปเคลมประกันเท่านั้น จึงได้อำนวยความสะดวกให้ลงบันทึกประจำวัน ซึ่งในวันนั้นตลอดเหตุการณ์เกือบทั้งหมด เพื่อนชายคนนี้จะเป็นคนพูดแทนผู้เสียหาย ทั้งที่ผู้ที่ลงชื่อแจ้งบันทึกเป็นผู้หญิงพล.ต.ต.อภิชาติ เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่ง ที่ 817/2561 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจข้อเท็จจริง โดยมี พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เป็นประธาน ให้เร่งรัดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อให้ได้ความว่า มีเหตุการณ์จริงหรือไม่อย่างไร ถ้าจริงให้แจ้งไปยังผู้เสียหายหากต้องการดำเนินคดีให้มอบอำนาจให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ ซึ่งไม่ว่ามีความผิดเกิดขึ้นหรือไม่จะสั่งให้คณะกรรมการลงมารวบรวมพยานหลักฐานเป็นสำนวนไว้พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า ประสานฝ่ายปกครองในพื้นที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มขวด ให้กวดขันจับกุมประเภทที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การประกอบอาชีพผิดกฎหมายของชาวต่างขาติ สถานบริการ แหล่งมั่วสุมทุกประเภท โดยให้จัดกำลังตรวจชายหาดสถานที่ท่องเที่ยวตลอด24 ชั่วโมง โดยขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดอาสาสมัคร ชุดเดินเท้า และขอให้ผู้ประกอบการช่วยดูแลนักท่องเที่ยว“ พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ชี้แจงยืนยันว่ามีการแจ้งเฉพาะเรื่องทรัพย์สินสูญหาย จึงให้ พ.ต.อ.สถิต คงเนียน ผกก.สภ.เกาะพะงัน ตั้งชุดตรวจสอบว่า ผู้เสียหายมาอยู่ที่เกาะพะงันกับใครมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีการพูดถึงเหตุการณ์ที่เกาะเต่าบ้างหรือไม่ หากเป็นเรื่องกระทำอนาจารจะต้องแจ้งความร้องทุกภายใน 3เดือน ถ้าไม่เป็นความจริงจะดูตามหลักฐานที่ปรากฏรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป ” พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวพล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวและว่า ยืนยันว่าในห้วง 4 ปีนี้ไม่มีคดีเหตุการณ์ร้ายกับนักท่องเที่ยว อาจจะมีแต่เรื่องอุบัติเหตุซึ่งที่ผ่านมาจะมีการตรวจสอบโดยละเอียดร่วมกับฝ่ายปกครอง ซึ่งเคยแถลงไปหลายครั้งแล้วว่า หลายเรื่องที่ให้ร้ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไม่เป็นความจริง และครั้งนี้จะติดตามอยู่ว่าเป็นความจริงหรือไม่ จึงอยากให้ผู้เสียหายเดินทางกลับมาแจ้งความภายใน 3 เดือนหลังเกิดเหตุเพื่อความรวดเร็วและชัดเจนขึ้นพล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อม พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผบ.บชร.4 บินด่วนลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นสถานที่ น.ส.อีสเบล วิคตอเรีย แบคเตอร์ อายุ 19 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ อ้างว่าถูกวางยาเเละข่มขืน เเต่ตำรวจลงเพียงโทรศัพท์กับเงินสด 3,000 บาทและบัตรเดบิตหายไป โดยมีเจ้าของที่พักโฮสเทลให้ข้อมูลจนพบมีพิรุธหลายอย่าง เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม
Published on 30/08/2018
» ผู้แข่งขันกำลังทำความคุ้นเคยกับสถานที่และทดลองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์การแข่งขัน ในการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 มีการแข่งขันทั้งหมด 26 สาขาอาชีพ 6 กลุ่มสาขา โดยจะมีเยาวชนที่เข้าแข่งขันจาก 10 ประเทศ เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการจากอาเซียนและประเทศไทย และผู้ชมการแข่งขันเข้าร่วมประมาณ 30,000 คน ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยการแข่งขันจะเริ่มในวันที่ 31 สิงหาคม 2561- 2 กันยายน 2561
Published on 30/08/2018
» ผู้แข่งขันกำลังทำความคุ้นเคยกับสถานที่และทดลองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์การแข่งขัน ในการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 มีการแข่งขันทั้งหมด 26 สาขาอาชีพ 6 กลุ่มสาขา โดยจะมีเยาวชนที่เข้าแข่งขันจาก 10 ประเทศ เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการจากอาเซียนและประเทศไทย และผู้ชมการแข่งขันเข้าร่วมประมาณ 30,000 คน ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยการแข่งขันจะเริ่มในวันที่ 31 สิงหาคม 2561- 2 กันยายน 2561Published caption : A man works on equipment as he prepares to enter the 12th Asean Skills Competition running from today until Sunday at Muang Thong Thani. Youth from 10 Asean countries are competing in the event which provides information on best practices in professional education.
Published on 30/08/2018
» แข่งขันช่างฝีมือผู้แข่งขันกำลังทดลองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์การแข่งขัน ในการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 มีการแข่งขันทั้งหมด 26 สาขาอาชีพ 6 กลุ่มสาขา โดยมีเยาวชนที่เข้าร่วมแข่งขันจาก 10 ประเทศ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยการแข่งขันจะเริ่มในวันที่ 31 ส.ค.- 2 ก.ย. 2561ผู้แข่งขันกำลังทำความคุ้นเคยกับสถานที่และทดลองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์การแข่งขัน ในการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 มีการแข่งขันทั้งหมด 26 สาขาอาชีพ 6 กลุ่มสาขา โดยจะมีเยาวชนที่เข้าแข่งขันจาก 10 ประเทศ เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการจากอาเซียนและประเทศไทย และผู้ชมการแข่งขันเข้าร่วมประมาณ 30,000 คน ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยการแข่งขันจะเริ่มในวันที่ 31 สิงหาคม 2561- 2 กันยายน 2561
Published on 31/08/2018
» การแข่งขันรถวิ่งตามเส้นเจ้าความเร็วแบบอัตโนมัติ ครั้งที่3 ปี 2561 (Line Tracking Robot Contest 2018) คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดการแข่งขันรถวิ่งตามเส้นเจ้าความเร็วแบบอัตโนมัติ ปี 2561 ระดับชั้นมัธยมศึกษา และอาชีวศึกษาครั้งที่ 3 ชิงถ้วยรางวัลชนะเลิศพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อค้นหาสถาบันศึกษาที่มีความเป็นเลิศทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ และค้นหานักประดิษฐ์หุ่นยนต์อัจฉริยะรุ่นเยาว์ ในการจัดงานครั้งนี้ เป็นการตอบสนอง นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นการใช้เทคโนโลยี การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งความต้องการใช้หุ่นยนต์ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ประกอบกับภาวะการขาดแคลนแรงงาน ของภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่มีมากขึ้นทำให้ต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันผ่าน การผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการแข่งขันรถวิ่งตามเส้นทางเจ้าความเร็วแบบอัตโนมัติ นั้นตอบโจทย์ในการพัฒนาขีดความสามารถของเยาวชนไทย ให้เกิดทักษะในการประดิษฐ์หุ่นยนต์อัจฉริยะ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยเพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมในอนาคต ที่ ห้องบัวหลวงแกรนด์รูม ชั้น 5 อาคาร ดร.สุข พุคยาภรณ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน กรุงเทพมหานครPublished caption : A student prepares to set off his home-made robotic invention during the ‘Line Tracking Robot Contest 2018’ at Sripatum University in Bang Khen district. Running for its third year, the competition aims to promote innovation amongst students.