Showing 41 - 50 of 215
Published on 17/09/2024
» Police have arrested a woman on charges of human trafficking in connection with forced labour on fishing trawlers after she was on the run for more than a decade.
News, Online Reporters, Published on 17/09/2024
» A factory employee collapsed at work and later died, the day after her manager allegedly refused to allow her another day's sick leave unless she first submitted a new medical certificate.
News, Onnucha Hutasingh, Published on 15/09/2024
» Labour Ministry officials last week visited Thai berry pickers in Sweden and met their employers to ensure the workers receive proper benefits and wages.
News, Onnucha Hutasingh, Published on 09/09/2024
» Labour Minister Phiphat Ratchakitprakarn insists on increasing the daily wage to 400 baht nationwide on Oct 1 despite concerns that the rise will harm businesses.
Published on 30/08/2024
» กทม. ทดลองกำแพงกั้นน้ำสำเร็จรูป (HYDRO FENCE) ที่ท่าราชวรดิษฐ์ หากได้ผลดี เล็งขยายไปจุดอื่น ๆ(30 ส.ค. 67) เวลา 10.00 น. นายศุภมิตร ลายทอง รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ เปิดเผยภายหลังการทดลองติดตั้งกำแพงกั้นน้ำสำเร็จรูป (HYDRO FENCE) บริเวณช่องลงเรือท่าราชวรดิษฐ์ เขตพระนคร ว่า หลังจากที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รับมอบกำแพงกั้นน้ำสำเร็จรูป (HYDRO FENCE) จากบริษัท ซัมมิท พลัส อินโนเวชั่น จำนวน 50 ชิ้น วันนี้สำนักการระบายน้ำจึงมาทดลองติดตั้งที่ช่องลงเรือท่าราชวรดิฐ ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่มีคนสัญจรตลอดเวลา เดิมทีต้องเรียงกระสอบเปิดและปิด ตอนน้ำขึ้น-น้ำลงอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ในการทำงาน นอกจากใช้แรงงานคนแล้ว ยังต้องเฝ้าระวังและใช้กระสอบทรายจำนวนมาก วันนี้เราจึงนำกำแพงกั้นน้ำสำเร็จรูปที่ได้รับมอบมาทดลองติดตั้ง ปรากฏว่าใช้เวลาในการติดตั้งลดลง มีความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดจำนวนกระสอบทราย ทั้งนี้ช่องลงท่าเรือในกรุงเทพมหานครแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยามีประมาณ 32 ช่อง คงต้องดูว่าถ้าได้ผลดีคงขยายผลไปที่อื่นต่อไป นี่เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่ กทม. พยายามจะหานวัตกรรมมาใช้ในการป้องกันน้ำท่วมPublished caption : A woman walks to a shuttle boat platform beyond a hydro fence installed by the Drainage and Sewerage Department to help prevent water overflowing from the Chao Phraya River, at Ratchaworadit Pier in Bangkok’s Phra Nakhon district yesterday.
Published on 19/06/2024
» การสาธิตการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายอย่างปลอดภัย, การใช้เครื่องมือ และการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุใน พื้นที่ที่มีสารเคมีอันตราย จำลองเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุเสมือนจริง ในงานงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 36 ( THAILAND SAFE@WORK #36 ) เพื่อให้นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภายใต้แนวคิด ร่วมสร้างวัฒนธรรมไทยเชิงป้องกัน สู่ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และความผาสุกที่ยั่งยืน (Forward Culture of Prevention for Safety Thailand) จัดโดยกระทรวงแรงงาน โดยสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) ระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 11-12 Photo By VARUTH HIRUNYATHEB
Published on 12/10/2023
» วินาทีแรกที่พบกันแม่โผเข้ากอดโอบศรีษะลูกลูกชายด้วยมือทั้งสองข้าง พร้อมด้วยญาติๆของแรงงานไทยที่เดินทางกลับมาเป็นคณะรอบแรก 15 คน แรงงานไทยคนนี้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บรับแรงงานไทยจากอิสราเอล แรงงานไทยกลุ่มแรก จำนวน 15 คน โดยเที่ยวบินLY083 จำนวน 15 คน เวลา11.22น ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้แทนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมการกงสุล ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารอต้อนรับรวมทั้งมีครอบครัวของแรงงานไทยทั้ง 15 คน มารอรับกลับบ้านPhoto By VARUTH HIRUNYATHEBPublished caption : A mother hugs her son, who was among the first group of Thai workers to return from the Hamas-Israel war in Israel yesterday. The workers arrived back at Suvarnabhumi airport aboard a commercial flight operated by Israel’s flag carrier El Al. The government is finalising a plan to dispatch planes to evacuate other Thai nationals stranded in Israel.
Published on 09/10/2023
» นครพนม แรงงานไทยในอิสราเอลบางส่วนยังปลอดภัย พยายามติดต่อวีดีโอคอลหาญาติแจ้งข่าวสถานการณ์ยังน่าห่วง แต่มีพื้นที่หลบภัย ยังมีผู้สูญหายอีก 3 ราย พบยอดแรงงานไทยนครพนม ในอิสราเอลมากกว่า 2,000 ราย ผู้ว่า ประสาน จัดหางาน เร่งตรวจสอบให้การดูแลช่วยเหลือPhoto By Pattanapong Sripiachai ---------------------------------------Published caption::A woman in Nakhon Phanom calls a family memeber working in Israel who is caught up in the violent conflict. Pattanapong Sripiachai
Published on 22/03/2023
» พิธีเปิดการนำเสนอผลการศึกษา "งานวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการทำงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม (Youth Not in Employment, Education, or Training: NEET) ในประเทศไทย" โดยองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กระทรวงแรงงาน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องสุรศักดิ์ บอลรูม 1 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร ปัจจุบันเยาวชนจำนวนมากในประเทศไทยกำลังประสบปัญหาทั้งเรื่องการสำเร็จการศึกษา การเปลี่ยนผ่านจากระบบการศึกษาเข้าสู่การทำงาน หรือการหางานที่ดี ดังจะเห็นได้จากจำนวนเยาวชน (อายุระหว่าง 15 ถึง 24 ปี) ที่ไม่ได้อยู่ในการทำงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม (Youth Not in Employment, Education, or Training: NEET) ซึ่งข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเยาวชนไทยจำนวน 1.4 ล้านคนจัดอยู่ในกลุ่ม NEET โดยจากเยาวชนชายและหญิงทั้งหมดที่มีอายุระหว่าง 15 ถึง 24 ปี พบว่ามีเยาวชนชาย NEET ร้อยละ 10 และเยาวชนหญิง NEET ร้อยละ 19นอกจากนี้ จำนวนเยาวชนในกำลังแรงงานก็ลดลงจากเดิม 4.8 ล้านคนในปี 2554 เหลือ 3.7 ล้านคนในปี 2564 และมีอัตราการว่างงานเยาวชนเพิ่มขึ้น โดยอัตราการว่างงานของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษายังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในไตรมาสที่สองของปี 2564 มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีว่างงานมากถึง 290,000 คนการที่เยาวชนในประเทศไทยเป็น NEET เพิ่มมากขึ้นนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจที่น่ากังวล เยาวชน NEET มีความเสี่ยงสูงที่จะยากจนและถูกกีดกันทางสังคม เนื่องจากเยาวชนเหล่านี้มักขาดวิธีการพัฒนาทักษะและความสามารถของตน ปัญหา NEET ยังเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขัดขวางความสามารถในการผลิตและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานด้วยเหตุนี้ การพัฒนาโอกาสในการจ้างงาน การศึกษา และการฝึกอบรม ตลอดจนการส่งเสริมให้สังคมยอมรับเยาวชนด้อยโอกาสจึงเป็นนโยบายที่มีความสำคัญสำหรับรัฐบาลไทยหากประเทศไทยต้องการพัฒนาเป็นประเทศที่มีรายได้สูงการแก้ปัญหาช่องว่างด้านข้อมูลเกี่ยวกับเยาวชน NEET เป็นก้าวแรกในการพัฒนานโยบายการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมและเจาะจงที่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ทว่า NEET มิใช่ประชากรที่เป็นกลุ่มที่มีลักษณะร่วมกัน กล่าวคือ ประชากรกลุ่มนี้ประกอบด้วยเยาวชนที่ต้องออกจากโรงเรียนก่อนกำหนด เยาวชนว่างงานที่กำลังหางานทำ เยาวชนที่นิ่งเฉยหรือท้อแท้ ตลอดจนเยาวชนที่อยู่นอกตลาดแรงงานด้วยสาเหตุอื่น เช่น ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลครอบครัว แม่วัยรุ่น หรือเยาวชนผู้พิการ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องการความช่วยเหลือแตกต่างกันเพื่อแก้ปัญหาความเปราะบางในแต่ละประเภทอย่างไรก็ตาม การขาดแคลนข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นอุปสรรคในการศึกษาสถานการณ์และความเป็นมาของกลุ่ม NEET ในประเทศไทยให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งข้อมูลเชิงคุณภาพนี้เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบนโยบายและการบริการต่าง ๆ เพื่อขจัดปัญหาที่ทำให้เยาวชนกลายเป็นเยาวชน NEETฉะนั้น เพื่อปิดช่องว่างเกี่ยวกับความรู้ในเรื่อง NEET นี้ โครงการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการทำงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม (Youth Not in Employment, Education, or Training: NEET) ในประเทศไทย จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอภาพรวมเกี่ยวกับเยาวชน NEET ในประเทศไทยให้รอบด้าน นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ทำให้เยาวชนถูกกีดกันออกจากระบบการศึกษาและตลาดแรงงาน รวมทั้งระบุหาช่องว่างในนโยบายและบริการที่มีอยู่ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดประชากรเยาวชน NEETสำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สองประการ คือ 1. เพื่อนำเสนอผลการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการทำงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม (NEET) ในประเทศไทยให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียของประเทศ (รัฐบาล องค์กรประชาสังคม องค์กรระหว่าง ประเทศ ภาคเอกชน นักวิชาการ และเยาวชน) ผลการวิจัยดังกล่าวได้แก่ภาพรวมของปรากฏการณ์ NEET ในประเทศไทย รวมทั้งองค์ประกอบ สาเหตุ ปัจจัยความเสี่ยง และตัวขับเคลื่อนประชากรเยาวชนกลุ่ม NEET ในประเทศไทย รวมทั้งนโยบายและข้อเสนอแนะ 2. เพื่อแบ่งปันความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีจากประเทศในทวีปยุโรปที่ประสบความสำเร็จในการให้บริการแบบบูรณาการแก่เยาวชน NEETโดยเป้าหมายสูงสุดในการจัดงาน คือ เพื่อให้มีการพูดคุยและการแบ่งปันความรู้ในระดับประเทศเกี่ยวกับประเด็นปัญหา NEET และช่วยเหลือรัฐบาล ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียอื่นในการแก้ปัญหาของเยาวชน NEET ซึ่งมีคำถามสำคัญที่ต้องพูดคุยกันในระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่• แผนกลยุทธ์ในระยะสั้นและระยะกลางเพื่อส่งเสริมความเชื่อมต่อของนโยบายและลดจำนวนเยาวชนที่เป็น NEET ในประเทศไทยคืออะไร• ควรมีโครงสร้างหรือสถาบันใด (เช่น รัฐบาล การเมือง กฎหมาย ฯลฯ) เพื่อให้บริการแบบบูรณาการแก่เยาวชน NEET ในประเทศไทย• ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น รัฐบาล (ในเรื่องการศึกษา การจ้างงาน และการบริการสังคม) ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเยาวชนควรมีบทบาทที่สำคัญอะไรบ้างในการแก้ไขปัญหา NEETทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของงานประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ภาครัฐจำนวน 100 - 150 คน องค์กรประชาสังคม นักวิชาการ หน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ ภาคเอกชน เยาวชน และองค์กรที่มีผู้นำเป็นเยาวชนซึ่งทำงานกับเยาวชนโดยตรงในเรื่องต่าง ๆ เช่น การพัฒนาทักษะความชำนาญ การศึกษา การฝึกอบรมให้มีทักษะเพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงาน และการสร้างโอกาสที่เป็นธรรมในสังคมโดยไม่มีการแบ่งแยกPhoto By SOMCHAI POOMLARDPublished caption :Concerning youth trends An academic gives a video presentation during a discussion titled ‘Youth Not in Employment, Education and Training (NEET) in Thailand’ in Bangkok. The forum presented research findings on the issue.
Published on 19/12/2022
» เเรงงานเมียนมาในไทย ชุมนุมกันเนื่องในวันแรงงานข้ามชาติ ที่หน้าสถานฑูตเมียนมา ถนน สาทร---------------------------------------Published caption::Sending a message... Myanmar migrant workers yesterday converge in front of the Myanmar embassy in Bangkok to mark International Migrants Day, which fell on Sunday. Pornprom Satrabhaya