FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “ผิดกฎหมาย”

Showing 41 - 50 of 1,139

THAILAND

Thai army warns southerners against illegal border crossings

Online Reporters, Published on 23/12/2024

» The southern army chief has warned people living along the border not to cross illegally into Malaysia, because authorities there are enforcing strict controls.

THAILAND

Govt set to tackle 20 'urgent' bills

Published on 23/12/2024

» Chief government whip Wisut Chainarun expressed confidence the House would complete its scrutiny of some 20 urgent bills in this session.

THAILAND

New chief vows to curb crime

News, Wassayos Ngamkham, Published on 17/12/2024

» National Police Chief Pol Gen Kittharath Punpetch has pledged to uphold the law and police professionalism, protect life and property, and prevent and detect crime.

IMAGE

แถลงผลจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ 483 กก.

Published on 16/12/2024

» พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยนายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคี แถลงผลจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยครั้งนี้รวบตัวผู้ต้องหา 2 คน พร้อมไอซ์ 483 กก. ซึ่งจัดหายาเสพติดจากกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เตรียมลำเลียงต่อไปยังประเทศที่สาม ผู้ต้องหา 2 ราย โดยได้รับค่าจ้าง 1 ล้านบาท และเคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ณ ป.ป.ส. ดินแดงเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ธ.ค. ที่สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) กรุงเทพ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด น.อ.วิสูตร งิ้วแหลม รองผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง กองทัพอากาศ พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ร.ท.เฉลิมชัย สวนแก้ว รองเสนาธิการทหารเรือ พล.ต.ธีรนันท์ นันทขว้าง ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายการค้าไอซ์ข้ามชาติ โดยเป็นการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมไอซ์ 483 กก. ซึ่งจัดหาโดยกลุ่มชาติพันธุ์จากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เตรียมลำเลียงไปยังประเทศที่สาม เหตุเกิดที่บ้านเช่าเก็บพักยาเสพติด ใน จ.ปทุมธานีพล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า เครือข่ายดังกล่าวมีฐานการดำเนินการในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ และใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศที่สาม โดยมีรูปแบบการจัดการเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความเชื่อมโยงในหลายภูมิภาค ซึ่งการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าเครือข่ายได้จัดเตรียมยาเสพติดล็อตใหญ่ลงพื้นที่ภาคใต้และใช้บ้านเช่าใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นสถานที่เก็บพัก หลังจากนั้นจึงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เข้าตรวจค้นและยึดไอซ์ 483 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 รายจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า เตรียมลำเลียงยาเสพติดไปยัง จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้าง 1 ล้านบาท พร้อมรับสารภาพว่าเคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง ไอซ์ล็อตนี้ถูกนำเข้ามาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ และเข้ามาทางพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จากนั้นส่งต่อไปพักไว้ที่บ้านเช่าในภาคกลาง เพื่อเตรียมส่งไปยังภาคใต้ ข้ามทางประเทศมาเลเซีย ปลายทางส่วนใหญ่เป็นประเทศออสเตรเลีย ไต้หวัน ฮ่องกง เป็นต้นพล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับการตรวจ Drug Profile ของยาเสพติดของไอซ์ล็อตนี้ว่าเคยตรงกับไอซ์ล็อตอื่นที่ ป.ป.ส. เคยยึดหรือไม่นั้น ตนต้องเรียนว่าหากมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีลักษณะเหมือนกับยาเสพติดที่สกัดได้ทางฝั่ง สปป.ลาว และเมียนมาร์ ไม่ว่าจะบรรจุภัณฑ์เหมือนกัน หรือสารเคมีเดียวกัน มันก็สามารถใช้ขยายผล สอบสวนไปถึงต้นทางได้ และจะทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของเครือข่ายยาเสพติดต่าง ๆ ในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ เวลา 15.00 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมายังสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อประชุมติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติด อีกทั้งตนจะได้มีการประชุมร่วมกับ 77 ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อหารือเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกมิติ ทั้งการปราบปราม ป้องกัน และบำบัดพล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากสำนักงาน ป.ป.ส. จะมุ่งเน้นการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตกอย่างเข้มข้นแล้ว ยังร่วมกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับความเข้มงวดในการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่เป็นพื้นที่เสี่ยงในการลักลอบส่งออกยาเสพติดทางทะเลของประเทศไทย เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปยังปลายทางประเทศที่สามโดยกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และจะสืบสวนขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ถึงระดับนายทุนผู้สั่งการ เพื่อขยายผลสืบหาทรัพย์สินและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดี และเตรียมปฏิบัติการยึดอายัดทรัพย์สินตามกฎหมายต่อไปนายปฤณ เปิดเผยว่า การสืบสวนขยายผลเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่ภาคใต้นั้น เราได้พิสูจน์ทราบว่ารถกระบะทะเบียนคันดังกล่าว ซึ่งเป็นรถที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด เป็นของผู้ต้องหาทั้ง 2 รายที่จับกุมไปเมื่อวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในความผิด ฐานร่วมกันมีการจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษฯ และทั้งคู่ลำเลียงได้ค่าจ้าง 1 ล้านบาทต่อครั้งถือเป็นการจ้างที่แพงมาก หากไอซ์ล็อตนี้ได้ถูกส่งออกไปจะยิ่งขายได้มูลค่าสูง อย่างไรก็ตาม ก่อนล็อกเป้าหมายจับกุม เราได้เฝ้าติดตามรถกระบะคันนี้มาอย่างต่อเนื่อง และพบว่ารถคันนี้มีของเต็มคันกระบะ จึงทำการตรวจค้นและพบไอซ์ 483 กก. และไอซ์ทั้งหมดนี้ผู้ต้องหายอมรับว่าจะลำเลียงลงภาคใต้ ซึ่งก็สอดคล้องกับที่เราได้สืบสวนมาตลอด และหลังจากนี้เราจะขยายผลต่อเพื่อเปิดปฏิบัติการตัดไฟแต่ต้นลมที่ภาคใต้ต่อไป เป็นครั้งที่ 3 เพื่อตัดวงจรยาเสพติด และยึดทรัพย์สินนายปฤณ เปิดเผยอีกว่า พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้มักจะรับยาเสพติดที่พื้นที่ภาคกลาง และนำลำเลียงลงภาคใต้ และเมื่อเราสืบสวนจึงพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีเส้นทางขับขึ้น-ลง ระหว่างภาคกลางกับพื้นที่ใน จ.สงขลา บ่อยครั้ง และเจ้าหน้าที่ก็สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ว่ารถคันนี้คือรถสำหรับใช้ขนลำเลียงยาเสพติด แม้ทำมาแล้ว 3 ครั้งแต่ในครั้งที่ 4 นี้เราก็สามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง ส่วนอาชีพปกติของ 2 ผู้ต้องหาพบว่าทั้งคู่ไม่ได้มีอาชีพอะไร แค่มีไปแถวตลาดไท ขับรถรับส่งผักผลไม้ไม่ได้มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ซึ่งในจำนวน 4 ครั้งนี้ที่ผู้ต้องหารับลำเลียงยาเสพติด เกิดขึ้นภายใน 2 ปี ทั้งนี้ ทั้งคู่ให้การเป็นประโยชน์ในการใช้เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายยาเสพติดทางภาคใต้ที่ผู้ต้องหานำส่ง แต่ต้องขอสงวนรายละเอียดไว้ก่อน ส่วนรถกระบะสีขาวที่ผู้ต้องหาใช้ลำเลียงยาเสพติด มีการใช้ทะเบียนหลายอัน ตอนที่เราไปตรวจค้นที่บ้านเจอมีการเปลี่ยนทะเบียนตลอด แต่เมื่อได้ตรวจสอบเชิงลึกได้ดูลักษณะรถที่ลงใต้ขึ้นกรุงเทพฯ จะพบว่ามีการใช้รถคันนี้ทุกครั้ง จึงได้ลองไปมอนิเตอร์จุดอื่น กระทั่งวันที่ 14 ธ.ค. ตรวจพบและจับกุมได้ ส่วนไอซ์ของกลาง ได้ถูกบรรจุลงในลังโฟม มีการนำไปพักเก็บในบ้านเช่า และเตรียมจะส่งออกในวันนั้น แต่ถูกจับกุมเสียก่อน---------------------------------------Published caption::Hauling in meth ... The Office of the Narcotics Control  Board yesterday announces the arrest of two suspects  on Sunday over charges related to the alleged  trafficking of 483kg of crystal methamphetamine or ‘ya  ice’ in Pathum Thani. Apichart Jinakul

THAILAND

Illegal Chinese construction workers arrested in Bangkok's ‘Little China’

Post Reporters, Published on 15/12/2024

» Five Chinese men aged 34-61 were arrested in Bangkok's Huay Khwang district, dubbed “Little China”, while working illegally at a building renovation site.

THAILAND

Moves to curb military power in Thailand will continue

Aekarach Sattaburuth, Published on 15/12/2024

» Pheu Thai lawmaker Prayuth Siripanich's attempt to push for a so-called "anti-coup bill" has been met with opposition from critics and is unlikely to win endorsement from parliament, political observers say.

THAILAND

Ex-DPM Wissanu says skip charter referendum

News, Aekarach Sattaburuth, Published on 11/12/2024

» The charter should be amended section by section to avoid having to conduct a referendum, as the focus should be on forming an assembly to redraft the constitution, according to legal experts.

THAILAND

Illegal workers in Korea urged to sign up for amnesty

News, Published on 10/12/2024

» Thai workers who are staying illegally in South Korea have been urged to report to immigration authorities to take advantage of a voluntary return programme, which would exempt them from fines and other penalties.

THAILAND

Thais, Malaysians caught as Malaysia begins enforcing border laws

Online Reporters, Published on 09/12/2024

» Malaysian police have made their first arrests since Malaysia began enforcing bans on its citizens illegally crossing the border into Thailand from Kelantan state. 

IMAGE

Scrap 2001 MoU or else, warns Sondhi

Published on 09/12/2024

» เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ภายหลัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดรวมตัวมวลชนเพื่อลงชื่อแนบท้ายคำร้อง และยื่นหนังสือถึงนส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิกเอ็มโอยู 2544 โดยในช่วงเช้า มีมวลชนทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง มี นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา อดีตทนาย กปปส. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต จากนั้น เวลา 09.38 น. นายสนธิ ได้เดินทางมาถึงศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ฯ มีการนำสไลด์แผนที่ แสดงภาพ ส.ค.ส. พ.ศ.2547 ซึ่งเป็นภาพแผนที่ตามพระบรมราชโองการ ประกาศเส้นทวีปของประเทศไทยด้านอ่าวไทย พ.ศ. 2516 มาแสดง นายสนธิ นายปานเทพ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้นายกฯ หยุดการปฏิบัติหน้าที่การดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิ์เส้นไหล่ทวีปราชอาณาจักรไทยกับกัมพูชา (MOU 2544) และแถลงการณ์ร่วมระหว่าง นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย กับ นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา (JC2544) เพราะมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญฝ่าฝืนต่อพระบรมราชโองการในการประกาศทะเลอาณาเขตและเขตทะเลต่อเนื่อง ตลอดจนประกาศเส้นเขตไหล่ทวีป ตามอนุสัญญากรุงเจนีวาว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1985 และกฎหมายอื่นๆ ซึ่งยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาและยังไม่มีพระบรมราชโองการประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น จึงต้องถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติมาตราหนึ่งและมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ปฏิบัติตามข้อเสนอภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ โดยข้อเรียกร้อง ได้แก่ ข้อ 1. ขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีรักษาไว้ซึ่งเอกราชและอธิปไตยของไทย และแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติในทะเลด้านอ่าวไทย เขตต่อเนื่องรอบเกาะกูด รวมทั้งเขตไหล่ทวีป ซึ่งเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ข้อ 2. ขอให้นายกรัฐมนตรีเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณามีมติให้ส่งMOU 2544 และJC 2544 ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติมาตราหนึ่งและมาตรา 224 ของรัฐธรรมนูญไทยหรือไม่ ข้อ 3. และหากศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าMOU 2544 และJC 2544 ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้ยกเลิกการเจรจา ตามMOU 2544 และ JC 2544 เพื่อปฏิเสธเส้นเขตไหล่ทวีปของกัมพูชาทันที ข้อ 4. แต่หากศาลวินิจฉัยแล้วว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ขอให้ครม. จัดให้มีการเจรจากับกัมพูชา เพื่อยกเลิกMOU 2544 และJC 2544 ทันที โดยให้เจรจากันใหม่ภายใต้การกำหนดขอบเขตเฉพาะพื้นที่พัฒนาร่วมบนพื้นฐานโดยใช้หลักการของ เส้นมัธยะ ข้อ 5. ระงับการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมทางเทคนิค หรือ JTC ไว้ก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยและมีการดำเนินการให้ถูกต้อง และข้อ 6. ให้จัดเวทีสาธารณะแก่ประชาชนเรื่องMOU 254 และJC 2544 โดยให้ความรู้ความเข้าใจที่เป็นกลาง เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ ขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณากลับภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ครม.ได้พิจารณา นายสนธิ กล่าวว่า มีคำถามว่าเอ็มโอยู 2544 เกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบคือเกิดขึ้นเพราะนายทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นนายกรัญมนตรีในตอนนั้นจับมือกับนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อร่างเอ็มโอยู 2544 ลากเส้นของตัวเองเข้ามากินในพื้นที่ของคนไทย และคนร่างเอ็มโอยู 2544 คือนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรมว.ต่างประเทศ ถามว่าทำไมถึงกล้าพอที่จะร่าง เหตุผลเพราะนายสุรเกียรติ์ต้องการให้นายทักษิณส่งเสริมให้ตัวเองเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการสหประชาชาติในตอนนั้น นายสนธิ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่เคยมีพื้นที่ทับซ้อน แต่เรามีนายกฯทับซ้อน ตนกล้าพูดว่าเอ็มโอยู 2544 เป็นเอ็มโอยูขายชาติ ตนให้เวลารัฐบาลชุดนี้ 15 วัน หลังจากนั้นจะมาติดตามผล ซึ่งขั้นตอนต่อไปตนจะร้องเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎร และจะส่งเอกสารให้สส. สว.ทุกคนยืนยันสิทธิ์ของประเทศไทย หากสส. สว. คนไหนลงมติเห็นชอบเอ็มโอยู 2544 จะถือว่าอยู่ในขบวนการร่วมกันขายชาติเช่นกัน หากอนาคตความจริงปรากฏ จะทำให้ สส. สว.ที่ยกมือก็จะติดคุกติดตารางในฐานะขายชาติ นอกจากนี้ ตนจะยื่นหนังสือร้องเรียนที่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศ ข้าราชการโดยเฉพาะกรมสนธิสัญญาได้รับทราบว่าถ้าท่านไม่ปกป้องอาณาเขตไทยร่างสัญญาใหม่แล้วตกลงทำตาม ท่านก็คือข้าราชการขายชาติเช่นกัน “นี่คือประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ทำอะไรครั้งนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวัง การต่อสู้ครั้งนี้จะต้องชนะลูกเดียว พวกแกนนำเก่าๆพากันพูดว่าไม่มีมวลชนแล้ว วันนี้ผมไม่ได้ปลุกระดมพ่อแม่พี่น้อง แต่ว่ามากันด้วยใจ ถ้าถึงเวลาที่จะต้องลงถนนกันก็จะมามากกว่านี้เป็นพันเท่า ถ้าอะไรที่เป็นของเราแล้วมาเอาไปก็ต้องเจอกัน บางคนพูดถึงเรื่องเก่าว่าประเทศไม่เดินหน้าเพราะการประท้วง และผมเป็นสารตั้งต้นความวุ่นวาย ผมถามกลับว่าที่ประท้วงในปี 2548 เราประท้วงใคร และเรื่องอะไร ใช้เวลา 18 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ให้นายทักษิณสารภาพผิด และบรรจุลงในราชกิจจานุเบกษาว่าได้คดโกงประเทศชาติอย่างไร ความจริงและประวัติศาสตร์รอมาตั้ง 18 ปี“ นายสนธิ กล่าวว่า ขอถามถึงนายกฯ และพรรคเพื่อไทย ตนและพวกทำผิดตรงไหนที่ไม่ยอมส่งดินแดนของเรา ให้กับกัมพูชาเพียงเพราะนายกฯทับซ้อนบางคนมีข้อตกลงกัน จะแบ่งผลประโยชน์กันห้าสิบห้าสิบ---------------------------------------Published caption:: Former yellow-shirt protest leader Sondhi Limthongkul speaks to reporters at the complaint centre at Government House in Bangkok on Monday. He pushed the government scrap the 2001 memorandum of understanding with Cambodia or face protests. Chanat Katanyu