FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “แรงงาน”

Showing 161 - 170 of 215

IMAGE

ล่ามือปืนสาวยิงบ้านท่านเปา

Published on 14/08/2018

» ตำรวจชุดสืบสวนภาค 1 และชุดสืบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี นำหมายศาลเข้าตรวจบ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 5 อยู่ติดกับ อบต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ได้พบกับสามีของ น.ส.นฤมล เสนาะคำ ผู้ต้องหายิงบ้านพัก นายบรรพจน์ ยังเจริญ ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง เมื่อคืนวันที่ 11 ส.ค. พบปืนสั้น 5 กระบอก ปืนยาว 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนมาก จึงคุมตัวนายเก๋มาสอบสวนอย่างละเอียดที่ สภ.คลองห้า และเร่งติดตามตัว น.ส.นฤมลมาดำเนินคดี

IMAGE

Captive craftsman

Published on 03/08/2018

» พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยฯ พร้อมทั้งเยี่ยมชมระบบรายงานผลการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อใช้สำหรับติดตามและรายงานผลการติดตามการให้ความช่วยเหลือจากภาคราชการในการประกอบอาชีพของผู้ถูกคุมประพฤติ/ผู้พ้นโทษจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาผู้พ้นโทษไม่ให้หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผู้ต้องขังก่อนได้รับการปล่อยตัวออกไปจากเรือนจำ โดยการจัดหางานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและความถนัดของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถประกอบอาชีพโดยสุจริตหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว จึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ หรือศูนย์ CARE ภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน และสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ จำนวน 256 แห่ง ยกเว้นสถานกักขัง และสถานกักกัน เพื่อให้บริการกับผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และญาติให้ความช่วยเหลือด้านการมีงานทำเป็นหลัก โดยการติดต่อกับผู้ประกอบการที่ยินดีรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน การหาตำแหน่งงานว่างที่เหมาะสมเพื่อรองรับผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษ การให้คำปรึกษา คำแนะนำ การประสานขอรับทุนประกอบอาชีพจากแหล่งทุนต่างๆ และการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ให้กับผู้รับบริการตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการให้ศูนย์ CARE ทำหน้าที่ในการประสานงานและให้การสงเคราะห์ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ที่ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรีPublished caption : An inmate trains to become a craftsman at Kanchanaburi provincial prison. The prison has set up an occupational skills training centre designed to prepare inmates for their scheduled releases. Deputy Prime Minister and Justice Minister ACM Prajin Juntong visited the centre yesterday.  

IMAGE

Prisoner get help to go straight

Published on 03/08/2018

» พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยฯ พร้อมทั้งเยี่ยมชมระบบรายงานผลการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อใช้สำหรับติดตามและรายงานผลการติดตามการให้ความช่วยเหลือจากภาคราชการในการประกอบอาชีพของผู้ถูกคุมประพฤติ/ผู้พ้นโทษจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาผู้พ้นโทษไม่ให้หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผู้ต้องขังก่อนได้รับการปล่อยตัวออกไปจากเรือนจำ โดยการจัดหางานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและความถนัดของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถประกอบอาชีพโดยสุจริตหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว จึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ หรือศูนย์ CARE ภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน และสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ จำนวน 256 แห่ง ยกเว้นสถานกักขัง และสถานกักกัน เพื่อให้บริการกับผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และญาติให้ความช่วยเหลือด้านการมีงานทำเป็นหลัก โดยการติดต่อกับผู้ประกอบการที่ยินดีรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน การหาตำแหน่งงานว่างที่เหมาะสมเพื่อรองรับผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษ การให้คำปรึกษา คำแนะนำ การประสานขอรับทุนประกอบอาชีพจากแหล่งทุนต่างๆ และการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ให้กับผู้รับบริการตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการให้ศูนย์ CARE ทำหน้าที่ในการประสานงานและให้การสงเคราะห์ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ที่ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรีPublished caption::Inmates make drinks for customers at Kanchanaburi prison. The Department of Corrections has organised job training courses for prisoners to help them get work.

IMAGE

Prisoner get help to go straight

Published on 03/08/2018

» พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยฯ พร้อมทั้งเยี่ยมชมระบบรายงานผลการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อใช้สำหรับติดตามและรายงานผลการติดตามการให้ความช่วยเหลือจากภาคราชการในการประกอบอาชีพของผู้ถูกคุมประพฤติ/ผู้พ้นโทษจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาผู้พ้นโทษไม่ให้หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผู้ต้องขังก่อนได้รับการปล่อยตัวออกไปจากเรือนจำ โดยการจัดหางานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและความถนัดของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถประกอบอาชีพโดยสุจริตหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว จึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ หรือศูนย์ CARE ภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน และสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ จำนวน 256 แห่ง ยกเว้นสถานกักขัง และสถานกักกัน เพื่อให้บริการกับผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และญาติให้ความช่วยเหลือด้านการมีงานทำเป็นหลัก โดยการติดต่อกับผู้ประกอบการที่ยินดีรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน การหาตำแหน่งงานว่างที่เหมาะสมเพื่อรองรับผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษ การให้คำปรึกษา คำแนะนำ การประสานขอรับทุนประกอบอาชีพจากแหล่งทุนต่างๆ และการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ให้กับผู้รับบริการตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการให้ศูนย์ CARE ทำหน้าที่ในการประสานงานและให้การสงเคราะห์ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ที่ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรีPublished caption::A hair-cut training course is provided to inmates at Kanchanaburi Prison to prepare them for employment after they have served their jail term and been discharged. P hotos by Tawatchai Kemgumnerd

IMAGE

สิทธิ์คุ้มครองแรงงานอิสระมาตรา 40

Published on 02/08/2018

» รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สิทธิ์คุ้มครองแรงงานอิสระมาตรา 40 เจาะกลุ่มอาชีพแท็กซี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง จัดเต็มทั้งสุขใจสุขจริง พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธานเปิดงานโครงการสร้างการรับรู้ประกันสังคมมาตรา 40 กลุ่มแท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยกลุ่มอาชีพแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นกลุ่มอาชีพสำคัญในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และมีผู้ประกอบอาชีพอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับการสร้าง หลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะการดูแลผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความมั่นคงและมีหลักประกัน ชีวิต จึงได้มอบนโยบายเน้น หนักและเร่งด่วนแก่กระทรวงแรงงานสำนักงานประกันสังคมให้สร้างความรู้เกี่ยวกับประเด็นประกันสังคมมาตรา 40 แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้เข้าถึงหลักประกันสังคม โดยมีเป้าหมายจำนวน 5 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ไม่เพิ่มเงินสมทบให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 กรณีผู้ประกันตนเดิมที่อยู่ในระบบอีกทั้งเพิ่มทางเลือกใหม่โดยให้เพิ่มความคุ้มครองและเพิ่มเงินสมทบ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึงและเห็นผลอย่างเป็นรูปประธรรมซึ่งการจัดงานในวันนี้จะเป็นการสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระเนื่องจากเป็นกลุ่มอาชีพที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการประชาสัมพันธ์งานประกันสังคม ไปยังกลุ่มแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างในทุกพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันสร้างและวางรากฐานสังคมไทยให้เกิดความอยู่ดีมีสุขโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางดังกล่าวเราสามารถเปลี่ยนแปลงระบบประกันสังคมไทยให้คุ้มครองแรงงานทุกกลุ่มเพื่อสร้างหลักประกันแห่งการคุ้มครองแก่สมาชิกประกันสังคมนำไปสู่ความสำเร็จอย่างเป็นรูปประธรรมเพื่อที่จะให้แรงงานสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจและประเทศชาติให้มั่นคงมั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป ณศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นแจ้งวัฒนะหลักสี่กรุงเทพมหานคร

IMAGE

Sticker-up Drivers

Published on 02/08/2018

» รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สิทธิ์คุ้มครองแรงงานอิสระมาตรา 40 เจาะกลุ่มอาชีพแท็กซี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง จัดเต็มทั้งสุขใจสุขจริง พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธานเปิดงานโครงการสร้างการรับรู้ประกันสังคมมาตรา 40 กลุ่มแท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยกลุ่มอาชีพแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นกลุ่มอาชีพสำคัญในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และมีผู้ประกอบอาชีพอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับการสร้าง หลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะการดูแลผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความมั่นคงและมีหลักประกัน ชีวิต จึงได้มอบนโยบายเน้น หนักและเร่งด่วนแก่กระทรวงแรงงานสำนักงานประกันสังคมให้สร้างความรู้เกี่ยวกับประเด็นประกันสังคมมาตรา 40 แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้เข้าถึงหลักประกันสังคม โดยมีเป้าหมายจำนวน 5 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ไม่เพิ่มเงินสมทบให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 กรณีผู้ประกันตนเดิมที่อยู่ในระบบอีกทั้งเพิ่มทางเลือกใหม่โดยให้เพิ่มความคุ้มครองและเพิ่มเงินสมทบ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึงและเห็นผลอย่างเป็นรูปประธรรมซึ่งการจัดงานในวันนี้จะเป็นการสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระเนื่องจากเป็นกลุ่มอาชีพที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการประชาสัมพันธ์งานประกันสังคม ไปยังกลุ่มแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างในทุกพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันสร้างและวางรากฐานสังคมไทยให้เกิดความอยู่ดีมีสุขโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางดังกล่าวเราสามารถเปลี่ยนแปลงระบบประกันสังคมไทยให้คุ้มครองแรงงานทุกกลุ่มเพื่อสร้างหลักประกันแห่งการคุ้มครองแก่สมาชิกประกันสังคมนำไปสู่ความสำเร็จอย่างเป็นรูปประธรรมเพื่อที่จะให้แรงงานสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจและประเทศชาติให้มั่นคงมั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป ณศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นแจ้งวัฒนะหลักสี่กรุงเทพมหานครPublished caption :  Participants at a labour forum in Bangkok show stickers urging self-employed people and those working freelance to subscribe to the social security scheme. Target groups in Bangkok and the Surrounding provinces include taxi and motorcycle taxi drivers.  

IMAGE

สิทธิ์คุ้มครองแรงงานอิสระมาตรา 40

Published on 02/08/2018

» รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สิทธิ์คุ้มครองแรงงานอิสระมาตรา 40 เจาะกลุ่มอาชีพแท็กซี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง จัดเต็มทั้งสุขใจสุขจริง พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธานเปิดงานโครงการสร้างการรับรู้ประกันสังคมมาตรา 40 กลุ่มแท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยกลุ่มอาชีพแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นกลุ่มอาชีพสำคัญในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และมีผู้ประกอบอาชีพอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับการสร้าง หลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะการดูแลผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความมั่นคงและมีหลักประกัน ชีวิต จึงได้มอบนโยบายเน้น หนักและเร่งด่วนแก่กระทรวงแรงงานสำนักงานประกันสังคมให้สร้างความรู้เกี่ยวกับประเด็นประกันสังคมมาตรา 40 แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้เข้าถึงหลักประกันสังคม โดยมีเป้าหมายจำนวน 5 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ไม่เพิ่มเงินสมทบให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 กรณีผู้ประกันตนเดิมที่อยู่ในระบบอีกทั้งเพิ่มทางเลือกใหม่โดยให้เพิ่มความคุ้มครองและเพิ่มเงินสมทบ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึงและเห็นผลอย่างเป็นรูปประธรรมซึ่งการจัดงานในวันนี้จะเป็นการสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระเนื่องจากเป็นกลุ่มอาชีพที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการประชาสัมพันธ์งานประกันสังคม ไปยังกลุ่มแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้างในทุกพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันสร้างและวางรากฐานสังคมไทยให้เกิดความอยู่ดีมีสุขโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางดังกล่าวเราสามารถเปลี่ยนแปลงระบบประกันสังคมไทยให้คุ้มครองแรงงานทุกกลุ่มเพื่อสร้างหลักประกันแห่งการคุ้มครองแก่สมาชิกประกันสังคมนำไปสู่ความสำเร็จอย่างเป็นรูปประธรรมเพื่อที่จะให้แรงงานสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจและประเทศชาติให้มั่นคงมั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป ณศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นแจ้งวัฒนะหลักสี่กรุงเทพมหานคร

IMAGE

ชาวประมงสงขลากว่า 500 คน เดือดร้อนหนัก ยื่นหนังสือให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาข้อกฎหมาย ในการประกอบอาชีพประมง

Published on 01/08/2018

» อัสวิน (โต๊ะข่าวภูมิภาค)ชาวประมงสงขลากว่า 500 คน เดือดร้อนหนัก ยื่นหนังสือให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาข้อกฎหมาย ในการประกอบอาชีพประมงวันmuj 1 ส.ค. 61 นายพิชัย บูรณวัฒน์ รองนายกสมาคมประมงสงขลา พร้อมชาวประมงจังหวัดสงขลา กว่า 500 คน ได้รวมตัวกันที่หน้าบริเวณศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดสงขลา เพื่อยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่าน นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เรียกร้องให้รัฐบาล รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง และเร่งแก้ไขปัญหาการออกกฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ที่ทำให้ได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพประมงนายพิชัย บูรณวัฒน์ รองนายกสมาคมประมงสงขลา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการออกกฎหมาย พรก. กฎระเบียบ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ไร้การควบคุม ซึ่งชาวประมงได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถดำรงอาชีพประมงให้คงอยู่แต่กฎระเบียบข้อบังคับที่ออกมา ไม่สอดคล้องกับวิถีการทำประมงอย่างแท้จริง จึงทำให้การแก้ปัญหาในภาคการประมงหลาย ๆ ด้าน ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบกับการทำประมงมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานหลายภาคส่วนยังไม่ได้บูรณาการร่วมกันทำให้เกิดการเข้าใจที่ผิดพลาด ระหว่างปฏิบัติงาน แต่ส่งผลให้ชาวประมงเป็นผู้รับความผิดโดยที่ผ่านมาในการตรวจจับกุมการทำประมงผิดกฎหมาย ในการตรวจตราจับกุมผู้กระทำผิด ไม่ได้มุ่งเน้นในส่วนของการทำประมงที่ผิดกฎหมาย แต่กลับมุ่งเน้นในการตรวจตรา การจดบันทึกเอกสาร เช่น แบบบันทึกเวลาพนักงาน สัญญาจ้างแรงงาน เอกสารการจ่ายค่าจ้าง,การแสดงสถานะทางบัญชีธนาคารของแรงงาน ฯลฯ ซึ่งมีอัตราโทษความผิดที่ร้ายแรงทั้งนี้เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้รับหนังสือข้อร้องเรียน พร้อมส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งหลังจากการเข้ายื่นหนังสือจะมีการรอผลการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลภายในระยะเวลา 8 วัน หากปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็พร้อมที่จะหยุดทำการประมง เพื่อให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป./Trawler bawlersAbout 500 fishermen in Songkhla gather in front of theDamrongdhama complaints centre to call on PrimeMinister Prayut Chan-o-cha to solve problemsbrought about by some fishing regulations andvoice opposition to a reported move to ratify theInternational Labour Organisation-sponsored Workin Fishing Convention, known as C188, which they say will only worsen the situation. Assawin Pakkawan Published captionประมงประท้วง : ชาวประมง จ.สงขลา กว่า 500 คน รวมตัวกันชุมนุมประท้วง พร้อมยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา คัดค้านไม่ให้รัฐบาลให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญา องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ซี 188 เรื่องการทำงานในภาคประมงซึ่งจะกระทบต่อการทำอาชีพประมง เมื่อ 1 ส.ค.

IMAGE

จี้แก้เหลื่อมล้ำ

Published on 17/07/2018

» กลุ่มสมัชชาคนจน (สคจ.)เข้าร้องทุกข์กรณีเรียกร้องให้รัฐต้องควบคุมและยกเลิกการใช้สารพาราควอตในการเกษตรและเร่งส่งเสริมแนวทางการเกษตรทดแทนการใช้สารเคมีเป็นพิษ ,รัฐบาลต้องปรับลดราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มที่สูงเกินความเป็นจริง,หยุดการทำลายระบบหลักประกันสุขภาพของประชาชน,คนงานต้องได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม,ปัญหาการเลิกจ้างและยุติการละเมิดสิทธิแรงงาน โดยสคจ.เข้ายื่นเรื่องที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จี้แก้เหลื่อมล้ำกลุ่มสมัชชาคนจน (สคจ.) เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาคนจน อาทิ ต้องควบคุมและยกเลิกการใช้สารพาราควอตในการเกษตรและเร่งส่งเสริมแนวทางการเกษตรทดแทนการใช้สารเคมีเป็นพิษ ปัญหาของระบบหลักประกันสุขภาพ ปัญหาละเมิดสิทธิแรงงาน ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 17 ก.ค.

IMAGE

ขึ้นทะเบียนพิสูจน์สัญชาติและขออนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว

Published on 30/06/2018

» ที่กระทรวงแรงงได้มีการขึ้นทะเบียนพิสูจน์สัญชาติและขออนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวเป็นวันสุดท้าย หากแรงงานที่ยังไม่ไปดำเนินการ ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวจะไม่สามารถอยู่และทำงานในประเทศไทยต่อไปได้ โดยจะต้องถูกส่งกลับประเทศต้นทางและกลับเข้ามาใหม่ในรูปแบบการนำเข้าแรงงานตามระบบ MOU ที่กระทรวงแรงงานได้กำหนด โดยในวันนี้แรงงานต่างด้าวได้มานั่งรอและถ่ายรูปตลอดทั้งวัน