FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “ผิดกฎหมาย”

Showing 1,131 - 1,139 of 1,139

IMAGE

B15m of ivory seized en route to China

Published on 12/01/2018

» นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากรรักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการควบคุมทางศุลกากร พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายปิ่นสักก์ สุรัสวดีรองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายกิตติพงศ์ กิตติขจรรองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฏิบัติการ 1ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดงาช้าง จำนวน 3 กิ่ง 31 ท่อน น้ำหนัก148 กิโลกรัม ดังนี้ จากการประมวลข้อมูลของเจ้าหน้าที่ศุลกากรพบว่าขบวนการค้างาช้างมักจะลักลอบนำงาช้างมาจากประเทศในทวีปแอฟริกาหรือแอฟริกาใต้และใช้วิธีการสำแดงชนิดสินค้าที่เห็นได้ว่าเป็นสินค้าประจำถิ่นในประเทศเหล่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่จึงเฝ้าระวังและตรวจสินค้าที่มีต้นทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอย่างเข้มงวด โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560เจ้าหน้าที่ศุลกากรสำนักสืบสวนและปราบปรามและสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ตรวจสอบข้อมูลบัญชีสินค้าทางอากาศยาน (Manifest)พบข้อมูลการนำเข้าที่มีความเสี่ยงในการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ นำเข้ามาทางสายการบินเอธิโอเปีย เที่ยวบินที่ ET618ขนส่งจากต้นทางท่าอากาศยานมูตาลามูฮัมเหม็ด (Murtala MuhammedInternational Airport) กรุงลากอส ประเทศไนจีเรียปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย สำแดงชนิดสินค้าเป็นGeneral Goods (สินค้าทั่วไป) จำนวน 3 หีบห่อ น้ำหนักรวมประมาณ175 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดสินค้าและใช้เครื่องมือต่าง ๆที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในการตรวจสอบผลปรากฏว่าพบภาพวัตถุคล้ายงาช้างบรรจุอยู่ภายในหีบห่อและไม่มีผู้ใดมาดำเนินพิธีการทางศุลกากรแต่อย่างใดจากการสืบสวนพบว่าชื่อและที่อยู่ที่สำแดงเป็นชื่อและที่อยู่ที่ไม่มีอยู่จริงมีวัตถุประสงค์เพื่อปกปิดอำพรางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจพบ ดังนั้น เมื่อวันที่ 5มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสินค้าต้องสงสัยดังกล่าว พบงาช้างจำนวน 3 กิ่ง 31 ท่อน น้ำหนักรวมประมาณ 148กิโลกรัม ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์ มีมูลค่าประมาณ 15 ล้านบรรจุอยู่ในลังกระดาษห่อหุ้มด้วยถุงกระสอบสีเขียวอีกชั้นหนึ่งกรณีดังกล่าวเป็นการลักลอบนำเข้างาช้างซึ่งเป็นสัตว์ป่าซากของสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์ที่ทําจากซากของสัตว์ป่าชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดหรือนำผ่านซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครองซากของสัตว์ป่าสงวน ซากของสัตว์ป่าคุ้มครองหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ได้ยึดงาช้างทั้งหมดไว้เป็นของกลางส่วนสำนวนคดีส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.)เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไปPublished caption : Elephant ivory worth 15 million baht is put on display at a police press briefing. The 31 pieces of ivory are believed to have been smuggled into Thailand by wildlife traders from Nigeria.  

IMAGE

11.00 น.ทันตแพทยสภา จับมือ สคบ.แถลงจัดการ "ธุรกิจจัดฟันแฟชั่นออนไลน์" ที่ สปสช. เขต กทม. ศูนย์ราชการอาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ

Published on 10/01/2018

» 11.00 น.ทันตแพทยสภา ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เข้าร่วมประชุมแนวทางจัดการ "ธุรกิจจัดฟันแฟชั่น" ที่ระบาดอย่างแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ หลังพบว่า ได้ปรากฏข้อความอ้างการจัดฟัน โดยแลปทันตกรรมขึ้นทะเบียน อย.เพื่อให้ผู้บริโภคหลงเชื่อว่า เป็นการจัดฟันที่ได้มาตรฐานโดยมี ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา เป็นตัวแทนแถลงผลประชุม ทั้งนี้ทาง สคบ.ได้ออกประกาศ "ห้ามขายสินค้าอุปกรณ์จัดฟัน และรับทำรีเทนเนอร์ โดยไม่มีคำสั่งจากทันตแพทย์ เป็นการกระทำผิดกฏหมาย มีโทษถึงจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 สปสช. เขต กทม. ศูนย์ราชการอาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะThe Dental Council has warned teenagerswearing fake dental braces in the hopeof making a fashion statement to be wary,as testing has showed the accessories areladen with toxic heavy metal.Published captionSamples of fake braces are shown during a press conference on the harm of wearing such items, which have been found to be laden withtoxic substances. Pornprom Satrabhaya

IMAGE

11.00 น.ทันตแพทยสภา จับมือ สคบ.แถลงจัดการ "ธุรกิจจัดฟันแฟชั่นออนไลน์" ที่ สปสช. เขต กทม. ศูนย์ราชการอาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ

Published on 10/01/2018

» 11.00 น.ทันตแพทยสภา ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เข้าร่วมประชุมแนวทางจัดการ "ธุรกิจจัดฟันแฟชั่น" ที่ระบาดอย่างแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ หลังพบว่า ได้ปรากฏข้อความอ้างการจัดฟัน โดยแลปทันตกรรมขึ้นทะเบียน อย.เพื่อให้ผู้บริโภคหลงเชื่อว่า เป็นการจัดฟันที่ได้มาตรฐานโดยมี ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา เป็นตัวแทนแถลงผลประชุม ทั้งนี้ทาง สคบ.ได้ออกประกาศ "ห้ามขายสินค้าอุปกรณ์จัดฟัน และรับทำรีเทนเนอร์ โดยไม่มีคำสั่งจากทันตแพทย์ เป็นการกระทำผิดกฏหมาย มีโทษถึงจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 สปสช. เขต กทม. ศูนย์ราชการอาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะThe Dental Council has warned teenagerswearing fake dental braces in the hopeof making a fashion statement to be wary,as testing has showed the accessories areladen with toxic heavy metal.

IMAGE

ขี่ผิดที่

Published on 09/01/2018

» บริเวณป้ายรถเมล์แถว ถ.บำรุงเมือง ใกล้กับ รพ.หัวเฉียว เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มักพบเห็นรถ จยย.ขี่บนฟุตปาธกันเป็นประจำ คนที่ยืนรอรถเมล์อาจได้รับอันตราย ตำรวจควรกวดขันจับกุม

IMAGE

โจ๋คึกคะนองขู่ยิงปลัด

Published on 09/01/2018

» บุรีรัมย์-ผู้ปกครองพาเยาวชนอายุ 15 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เข้ามอบตัว สภ.โนนดินแดง หลังก่อเหตุส่งข้อความทางเฟซบุ๊คข่มขู่ นายราเยส ราย ปลัดอาวุโส อ.โนนดินแดง เนื่องจากไม่พอใจที่ปลัดออกกวาดล้างผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยข้อความระบุประมาณว่า "อย่าห้าวให้มากนัก ระวังได้กินลูกปืนวัยรุ่น" ด้านผู้กระทำความผิดได้ไหว้ขอโทษปลัด พร้อมอ้างว่าทำไปเพราะความคึกคะนอง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดแต่อย่างใด

IMAGE

คืบหน้าแม่ใจยักษ์นำทารกเพศชายแรกคลอด มาทิ้งในถังขยะห้องน้ำห้างดัง

Published on 08/01/2018

» คืบหน้าแม่ใจยักษ์นำทารกเพศชายแรกคลอด มาทิ้งในถังขยะห้องน้ำห้างดังใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เย็นวานนี้ ล่าสุดแพทย์ พยาบาลได้ดูแลใกล้ชิดร่างกายสภาพสมบูรณ์แข็งแรง เฝ้าระวังภาวะติดเชื้อในปอดและกระแสเลือดจากการสำลักน้ำคร่ำ พร้อมตั้งชื่อน้อง “กอบสุข” ขณะเศรษฐีใจบุญแจ้งความประสงค์ขอรับอุปการะ  ขณะ ตร.เร่งตามตัวแม่ใจยักษ์มาสอบสวนดำเนินคดี(8 ม.ค.61) ความคืบหน้ากรณีที่นางบุญเลี้ยง รุกขชาติ อายุ 58 ปี พนักงานทำความสะอาด ไปพบทารกแรกคลอดเพศชายถูกทิ้งในถังขยะของห้องน้ำห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง  จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (7 ม.ค.)  ในสภาพมีร่องรอยคล้ายถูกเล็บขีดข่วนตามใบหน้า ลำคอ และมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนตามตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลนางรอง พร้อมหน่วยกู้ภัยฯ ก็ได้เข้าให้การช่วยเหลือทำความสะอาดและปฐมพยาบาลเบื้องต้น  ก่อนจะนำส่งโรงพยาบาลนางรอง ล่าสุดทารกน้อยดังกล่าวได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลนางรองอย่างใกล้ชิด ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพร่างกายเบื้องต้นพบว่าสมบูรณ์ แข็งแรงดี น้ำหนักตัว 3,020 กรัม สามารถส่งเสียงและขยับตัวได้เป็นปกติ แต่มีอาการติดเชื้อในปอดและกระแสเลือดที่เกิดจากการสำลักน้ำคร่ำ เนื่องจากการทำคลอดเองที่ไม่ถูกวิธี ซึ่งแพทย์ก็ได้ให้ยาฆ่าเชื้อเพื่อรักษาอาการติดเชื้อและอยู่ในตู้อบปลอดเชื้อไปก่อนสักระยะ จนกว่าจะหายจากอาการติดเชื้อและไม่มีภาวะอื่นแทรกซ้อน  จึงจะนำออกจากตู้อบไปดูแลที่ห้องเด็กแรกเกิดต่อไป  ทั้งนี้พยาบาลในแผนกห้องเด็กแรกเกิด  ยังได้ช่วยกันตั้งชื่อให้ทารกน้อยดังกล่าว โดยมีชื่อจริงว่า ด.ช.กอบสุข  เพราะอยากให้กอบโกยความสุขให้มากๆ  และตั้งชื่อเล่นว่า “ลักกี้”  ซึ่งก็หมายถึงความโชคดี   ด้าน นพ.นพดล   พิษณุวงษ์  รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนางรอง  กล่าวว่า  หลังจากได้รับแจ้งว่าพบทารกแรกคลอดถูกทิ้งในห้องน้ำห้างสรรพสินค้า ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ไปตรวจสอบและนำตัวทารกมาดูแลที่โรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้  ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพร่างกายของเด็กก็พบว่าสมบูรณ์ แข็งแรงดี แต่ก็ยังมีอาการปอดติดเชื้อ และติดเชื้อในกระแสเลือดจากการสำลักน้ำคล้ำขณะทำคลอด  ซึ่งก็ได้ทำการรักษาด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อและให้อยู่ในตู้อบปลอดเชื้อ  ซึ่งทั้งแพทย์ พยาบาลก็ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด  หากไม่มีภาวะอื่นแทรกซ้อนก็จะนำออกจากตู้อบไปดูแลต่อที่ห้องเด็กแรกเกิด ส่วนระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ติดตามมารดา หรือญาติของเด็ก  ทางโรงพยาบาลก็จะได้ประสานกับทาง พมจ.เพื่อหาแนวทางในการดูแลทารกดังกล่าวในอีกทางหนึ่งด้วยทั้งนี้ล่าสุดทราบว่ามีเศรษฐีใจบุญใน อ.นางรอง  ได้แจ้งความประสงค์จะขอรับทารกน้อยที่ถูกนำมาทิ้ง  ไปอุปการะ ซึ่งเบื้องต้นก็ได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับทางโรงพยาบาลถึงขั้นตอนการดำเนินเรื่องดังกล่าวแล้ว          ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง คาดว่าคนที่นำเด็กทารกมาทิ้ง น่าจะเป็นแม่ของเด็กเอง ที่อาจจะเป็นวัยรุ่นหรือไม่พร้อมที่จะเลี้ยงลูก  จึงตัดสินใจคลอดเองแล้วทิ้งไว้ในห้องน้ำ   และคาดว่าแม่เด็กรายดังกล่าวอาจจะมีอาการตกเลือด  ซึ่งก็จะได้ไปตรวจสอบตามโรงพยาบาลใกล้เคียง  เพราะคาดว่าอาจจะไปรักษาอาการตกเลือด ทั้งนี้จะได้ประสานกับทางห้างเพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของแม่ใจยักษ์ที่นำทารกทิ้งไว้ในห้องน้ำ เพื่อมาสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปPublished caption::Two babies have been found abandoned, one in the Northeast and the other in the North, just a few days before Children’s Day.

IMAGE

ตำรวจสุวรรณภูมิรวบหนุ่มฝรั่งเศสฉกเงินผู้โดยสารชาวอียิปต์

Published on 07/01/2018

»             เมื่อเวลา 03.00 น .วันที่ 7 มกราคม  2561  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ พร้อมชุดปฎิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันจับกุมตัว นายรีฮารี ทูฟิก ( MR.REHAHLIA TOUFIK )  อายุ  33 ปี สัญชาติฝรั่งเศส  ผู้ต้องหาลักทรัพย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยของกลางเงินสกุลดอลล่า 1.ธนบัตรสกุลเงินดอลล่าสหรัฐ ฉบับละ 100 จำนวน 50 ใบ  โดยซุกซ่อนอยู่ในถุงเท้าสีน้ำตาลเก็บซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางสีดำ 2.ธนบัตรสกุลเงินดอลล่าสหรัฐ ฉบับละ 100  จำนวน 42 ใบ โดยซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายข้างสีดำซึ่งผู้ต้องหาสะพายอยู่ขณะถูกจับกุม 3.เสื้อยืดแขนยาวสีแดง (ตัวที่ใส่วันก่อเหตุ)จำนวน 1 ตัว โดยจับกุมตัวได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร            สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2560  นายโมฮัมเหม็ด กาเบอร์ อาฮาเหม็ด อาฮาเหม็ดอิบบราฮิม( MR.MOHAMMED GABER AHAMED AHAMED IBRAHIM ) นักท่องเที่ยวสัญชาติอียิปต์ ผู้เสียหาย ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า ขณะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้ไปซื้อ ซิมการ์ดโทรศัพท์ ที่ร้านแคทเทเลคอมบริเวณชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและได้ลืมกระเป๋าสะพายไว้ที่ร้าน ต่อมานึกขึ้นได้ จึงรีบกลับมาตรวจสอบที่ร้านแคทเทเลคอมพบว่าเงินของตนประมาณ 10,170  ดอลล่าสหรัฐ ซึ่งตนใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายใบดังกล่าวได้หายไป  จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ            หลังทราบข้อมูลเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดที่เกิดเหตุ จนกระทั้งได้ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนาย รีฮารี ทูฟิก อายุ 33 ปี ถือหนังสือเดินทางหมายเลข 15DK10830   จึงได้ออกสืบสวนติดตามจนกระทั่งทราบว่า นายรีฮารี ทูฟิก ( MR.REHAHLIA TOUFIK )  อายุ  33 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ผู้ก่อเหตุหลังเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวเอาไว้ได้พร้อมของกลางทั้งหมดก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ          จากการตรวจค้นพบธนบัตรสกุลเงินดอลล่าสหรัฐ ฉบับละ 100  จำนวน 42 ใบ อยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีดำของผู้ต้องหาที่สะพายอยู่ และเมื่อทำการตรวจค้นกระเป๋าเดินทางสีดำของผู้ต้องหาพบธนบัตรสกุลเงินดอลล่าสหรัฐ ฉบับละ 100 จำนวน 50 ใบ พับไว้ในถุงเท้าสีน้ำตาล ซุกซ่อนอยู่ภายในชั้นล่างของกระเป๋าเดินทางสีดำใบดังกล่าว ( รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,200  ดอลล่าสหรัฐ ) และพบเสื้อยืดแขนยาวสีแดง ตัวที่นายรีฮารี ทูฟิก สวมใส่ในวันเกิดเหตุ อยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง            จากการสอบสวนนายรีฮารี ทูฟิก ให้การรับว่า เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 21.00 น. ตนได้หยิบเงินจำนวนดังกล่าวจากกระเป๋าของผู้เสียหายซึ่งวางอยู่ภายในร้านแคทเทเลคอมไปจริง เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายรีฮารี ทูฟิก ว่า ลักทรัพย์หรือรับของโจร ในท่าอากาศยาน ในเวลากลางคืน  ก่อนคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป A French national was arrested at a hotel in Bangkok yesterday for allegedly stealing money from an Egyptian tourist at Suvarnabhumi airport.

IMAGE

ศรีสุวรรณ จรรยา ร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบนายก

Published on 03/01/2018

» Published captionPolitical activist Srisuwan Janya, left, yesterday files a petition with the National AntiCorruption Commission against Prime Minister Gen Prayut Chan-o-cha for ‘giving inappropriate gifts.’ Tawatchai Kemgumnerdศรีสุวรรณ จรรยา ร้อง ป.ป.ช. โดยมีนายสุทธิ บุญมี ผู้รับหนังสือ เอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ให้-รับของขวัญ เป็นสุนัขบางแก้วราคาเกิน 3 พัน ผิดกฎหมาย ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีสัญจรไปประชุมที่จังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัยเมื่อวันที่ 25-26 ธ.ค.60 ที่ผ่านมาโดยในระหว่างที่นายกฯ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี พิษณุโลก (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ก็ได้ให้ความสนใจชมการเพาะเลี้ยงสุนัขพันธุ์บางแก้ว ของกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงในพื้นที่ พร้อมกับซื้อลูกสุนัขบางแก้ว 3 ตัว เพื่อนำไปเลี้ยงเอง 1 ตัว และซื้อให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ คนละหนึ่งตัว โดยที่ลูกสุนัขบางแก้วที่นายกฯ ซื้อราคาตัวละ 6,000 บาท แต่นายกฯ ได้ให้เงินไป 25,000 บาท เพราะต้องการให้เป็นขวัญกำลังใจและเงินขวัญถุงแก่ผู้เพาะเลี้ยง ซึ่งการกระทำดังกล่าว ได้ปรากฏเป็นการทั่วไปต่อหน้าสื่อมวลชนและสาธารณะชนนั้น การให้หรือรับของขวัญ ซึ่งเป็นสุนัขดังกล่าว ถือว่าเป็นทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 103 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ประกอบข้อ 5(2) ของประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2543 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่รัฐ 2544 ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่า “ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจาก บุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่ออกโดย อาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา ตามหลักเกณฑ์และจํานวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด” ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ประกาศกำหนดไว้แล้วว่าทรัพย์สินจะมีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาทไม่ได้ ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ อ.เมือง จ.นนทบุรี

IMAGE

นาวิกโยธินนราธิวาส นำมาสคอต แจกผ้าเย็น ลูกอม แก่ประชาชนที่เดินทางกลับจากเที่ยวเทศกาลปีใหม่

Published on 02/01/2018

» ชุดปฏิบัติการกิจกรรมพลเรือนหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือที่ 33 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 แจกผ้าเย็น ลูกอม ให้แก่ประชาชนที่เดินทางกลับจากท่องเที่ยวเทศกาลวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561 จากพื้นที่ต่างๆที่เดินทางมาไกลเพื่อสร้างความสดชื่น แก้ง่วง แก่ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ที่บริเวณจุดตรวจหน่วยบริการประชาชนพนาสณฑ์ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาสสำหรับอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2560 ถึง วันที่ 2 มกราคม 2561 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น รวม 21 ครั้ง บาดเจ็บ 34 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากผู้ขับขี้รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน้อก และใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด