FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “ผิดกฎหมาย”

Showing 1,091 - 1,100 of 1,139

IMAGE

วิ่งผิดที่

Published on 22/02/2018

» บริเวณระหว่าง ซ.ลาดพร้าว 138 กับ ซ.ลาดพร้าว 136 มักพบเห็นผู้ขี่รถ จยย.ขึ้นทางเท้า สร้างความเดือดร้อนให้กับคนเดินบนทางเท้า เจ้าหน้าที่ควรกวดขันจับกุมอย่างเข้มงวด เพื่อคืนทางเท้าให้ผู้สัญจรอย่างจริงจัง

IMAGE

อย. จับ เครื่องสำอางและอาหารเสริม

Published on 22/02/2018

» อย. ร่วมกับ ตร.ปคบ และ สสจ.นครราชสีมา แถลงข่าว หลังจากบุกทลายโรงงานเถื่อนผลิตสินค้าผิดกฎหมาย ที่ จ.นครราชสีมา พบเป็นอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ที่ขายทางออนไลน์และโฆษณาเกินจริง มีผู้เสียหายมากกว่า 300 คน ซึ่งมีดาราเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหลายคน ทั้งนี้มีการตรวจยึดของกลางมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทอย. ลุยปราบ ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ร่วมมือกับตำรวจ บก.ปคบ. และ สสจ.นครราชสีมา บุกจับแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางรายใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา พบผลิตภัณฑ์หลายรายการขายออนไลน์ โฆษณาหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงซื้อ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก เรื่องการขายผลิตภัณฑ์โฆษณาอาหารเสริม และ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ในประเด็นเกี่ยวกับการโฆษณาเกินจริง หลอกลวงผู้บริโภค เช่น ทำให้ผิวขาวใส บำรุงผิวพรรณ ชะลอไม่ให้ผิวหนังแก่ก่อนวัย ต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีอยู่ในเซลล์ รับแสงที่จอประสาทตา อีกทั้งมีผู้ร้องเรียนจำนวนหลายรายแจ้งว่ารับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางรายการแล้วเกิดอาการ มือสั่น ใจสั่น คอแห้ง นอนไม่หลับ นั้น อย.ร่วมกับ สสจ.นครราชสีมา และตำรวจ บก.ปคบ. กระจายกำลังไปตรวจสอบสถานที่หลายแห่งในจังหวัดนครราชสีมา ผลจากการตรวจสอบพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 และพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 จำนวนมาก ซึ่งเข้าข่ายว่า มีการแสดงข้อความโฆษณาเกินจริง หลอกลวงผู้บริโภค โดยโฆษณาว่า เครื่องดื่มหุ่นสวย ช่วยลดเหงื่อ กลิ่นตัว ลดตุ่ม ผิวหนังไก่ พร้อมช่วยชะลอการเกิดขน เป็นต้นเจ้าหน้าที่ สามารถยึดของกลางจำนวน 2 โกดัง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท พร้อมกับเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยผลิตภัณฑ์ที่ยึดอายัดบางส่วน เช่น 1. Linda Drink (สำเร็จรูป) 3,258 กล่อง, 2. Linda Drink (ซอง) 52,000 ซอง, 3. Chlorophyll Detox Fiber (สำเร็จรูป) 20,160 กล่อง, 4. Apple Slim (ซอง) 137,500 ซอง, 5.Shi-No-Bi (สำเร็จรูป) 45 กล่อง, 6. ซองบรรจุภัณฑ์ Shi-No-Bi 33 ห่อ, 7.แคปซูลสีชมพู มีตัวอักษร ® FERN Vitamin 680,000 แคปซูล, 8. Treechada (Underaem Serum) 1,368 กล่อง, 9. เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต 10 เครื่องเบื้องต้นพบการกระทำความผิด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 1. ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ฝ่าฝืนประกาศฯ ตามมาตรา 6 (10) มีโทษตามมาตรา 51 ปรับไม่เกิน 30,000 บาท 2. ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมาตรา 14 วรรคหนึ่ง มีโทษตามมาตรา 53 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอมตามมาตรา 27 (4) กรณีแสดงฉลากเพื่อลวง หรือพยายามลวงให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดในลักษณะพิเศษว่าได้รับเลขสารบบอาหาร ณ สถานที่ผลิตแห่งนี้แล้ว ฝ่าฝืนมาตรา 25 (2) มีโทษตามมาตรา 59 จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท 4. โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมาตรา 41 มีโทษตามมาตรา 71 ปรับไม่เกิน 5,000 บาทผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง 1. ฝ่าฝืนมาตรา 22 วรรคสอง (1) แสดงฉลากที่มีข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ผู้ผลิตจะมีโทษตามมาตรา 67 วรรคหนึ่ง โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ฝ่าฝืนมาตรา 22 วรรคสอง (3) ฉลากไม่ครบถ้วนถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ผลิตจะมีโทษตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ อาจมีข้อกล่าวหาอื่นซึ่งอาจจะมีโทษเพิ่มมากขึ้น เช่น หากตรวจพบยาแผนปัจจุบัน จะถือว่า เป็นการจําหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับภก.สมชาย กล่าวว่า อย. ขอย้ำเตือนผู้ประกอบการอย่าได้ลักลอบผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางโดยผิดกฎหมาย พร้อมปรามผู้จัดจำหน่ายทั้ง รายใหญ่และ รายย่อย รวมถึงพรีเซ็นเตอร์ หากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายหรือการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนของผู้บริโภคขอให้ใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารและเครื่องสำอาง โดยวัตถุประสงค์ของอาหาร คือ ของกินหรือเครื่องค้ำจุนชีวิต ส่วนเครื่องสำอาง คือ ใช้เพื่อความสะอาดและสวยงามเท่านั้น จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อสรรพคุณ ที่อวดอ้างเกินความจริงทางสื่อต่าง ๆ เช่น ผอมภายใน 7 วัน, หยุดกินแล้วไม่โยโย่, ขาวใสภายใน 7 วัน, รักษาโรคต่าง ๆ เป็นต้น โดยเฉพาะทางสื่อโซเชียลมีเดีย นอกจากจะเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจได้รับอันตรายโดยคาดไม่ถึง หากผู้บริโภคพบเห็นการผลิต จำหน่าย หรือโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย สามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน อย. 1556, อีเมล์ 1556@fda.moph.go.th, รองเรียน ผาน Oryor Smart Application หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเองที่ศูนย์ ศรป. อย. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ทั่วประเทศ หรือ สายดวน บก.ปคบ 1135 เพื่อ อย. จะได้ตรวจสอบและดำเนินการกับผู้กระทำความผิด อย่างเข้มงวดต่อไป

IMAGE

ชาวไนจีเรียบังคับแท็กซี่ แหกด่าน 2 ด่าน

Published on 20/02/2018

» สวาท เกตุงาม /สระแก้วหนีอุตลุด ชาวไนจีเรียบังคับแท็กซี่ แหกด่าน 2 ด่าน หนีไม่รอด ถูกรวบได้ด่านที่ 3 ข้อหาหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดข่าวกรอง หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 12 ปฏิบัติหน้าที่ อยู่ที่ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้พบคนผิวหมึก จำนวน 2 คน มีพฤติกรรมลุกลี้ลุกลน เจ้าหน้าที่เดินไปหา และเรียกให้หยุด แต่ทั้ง 2 คน กลับ วิ่งขึ้นรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน บธ – 6048 กทม. ที่จอดอยู่ในตลาดโรงเกลือ แล้วบังคับให้แล้วบังคับให้คนขับแท็กซี่ ขับไปตามถนนศรีเพ็ญ มุ่งหน้าไปตามถนนศรีเพ็ญ บ้านป่าไร่ จากนั้น ร.อ.เตชทัด เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทหารพรานที่ 1205 จึงได้วิทยุสกัดจับ โดยขับแหกด่านไปได้ถึง 2 ด่าน กระทุ่งจนมุมด่านตรวจที่ 3 บ้านป่าไร่ จึงสามารถสกัดจับไว้ได้ หลังจับกุมได้ เจ้าหน้าที่จึง ทำการสอบสวนทราบชื่อ นายวัน ทองขัน อายุ 58 ปี คนขับรถแท็กซี่ ขับพาหนี และภายในรถ พบคนผิวหมึก เป็นชาวไนจีเรีย 2 คน โดยทั้ง 2 คนสั่งให้นายวันฯ คนขับรถแท็กซี่ ขับแหกด่านไปได้ถึง 2 ด่าน จนกระทั่งมาจนมุม ด่านตรวจที่ 3 ที่บ้านป่าไร่หลังทำการจับกุมตัวได้แล้ว ทางทหารพราน จึงได้ส่งตัวชาวไนจีเรีย ทั้ง 2 คน ให้ สภ.คลองลึก ทำการสอบสวน ตรวจสอบเพิ่มเติม ทราบชื่อตามหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ชื่อ Mr. REGINALD CHIDIEBERE UZOHO อายุ 27 ปี มีกระเป๋าใส่เสื้อผ้า 1 ใบ ธนบัตรไทย จำนวน 900 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และMr. CHINAKA CHRISTIAN IBEMERE อายุ 31 ปี มีสัมภาระกระเป๋าใส่เสื้อผ้า 1 ใบ เงินดอลลาร์ ฉบับละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 4 ใบ ฉบับละ 20 ดอลลาร์ จำนวน 3 ใบ สร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น นาฬิกาข้อมือ 1 เรือน เงินไทย ฉบับละ 1,000 บาท 500 บาท และหนึ่งร้อยบาท รวม 2,600 บาทหลังตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ทหารพรานและตำรวจ สภ.คลองลึกได้ร่วมกันสอบสวน ชาวไนจีเรียทั้ง 2 คนให้การว่า พวกตนเดินทางมาจากประเทศเวียดนาม เข้ามาประเทศกัมพูชา และเดินทางไปยังกรุงเทพฯ แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารเดินทางพาสปอร์ต พบว่า ชาวไนจีเรีย ทั้งสองคน ไม่มีตราประทับผ่านแดน ผ่านออกมาจากประเทศเวียดนาม และประทับตราเข้าประเทศกัมพูชาแต่อย่างใดจากการ สอบสวนนายวัน ทองขัน คนขับรถแท็กซี่ ให้การว่า ขณะตนเองจอดรถอยู่ในตลาดโรงเกลือ ได้มีชาวกัมพูชา พาชาวไนจีเรีย 2 คน มาที่รถแล้วให้ตนเองไปส่งที่กรุงเทพ ในราคา 3,000 บาท ตนเองยังไม่ทันตกลงก็มีทหารวิ่งเข้ามา ชาวไนจีเรีย ทั้ง 2 คนจึงบังคับให้ตนเองออกรถขับหนี ไปตามถนนศรีเพ็ญ มาจนมุมที่ด่านป่าไร่ดังกล่าว หลังสอบสวนแล้วเห็นว่านาย วันฯ คนขับรถแท็กซี่ไม่รู้เรื่องจึงได้ปล่อยตัวไป ส่วนชาวไนจีเรีย ทั้ง 2 คน ค้นในตัวแล้วไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย และนำตัวมาเอกซเรย์แล้วไม่พบยาเสพติด จึงแจ้งขอหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป Published caption::Two Nigerians who entered Thailand without visas were caught and charged with illegal entry after a car chase near the Cambodian border in Sa Kaeo province.

IMAGE

เปิดตัวรถให้ความรู้กฎหมายเคลื่อนที่

Published on 20/02/2018

» พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดตัวรถให้ความรู้เคลื่อนที่ (Transit Advertising) สร้างการรับรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรรมให้กับประชาชนและหน่วยงานของรัฐ ในหัวข้อ "ชื่นใจ..คนไทยรู้กฎหมาย" และกฏหมายต่างๆที่ประชาชน และเยาวชนคารเรียนรู้ เพื่อจะได้รู้ทันต่อเหตุการณ์ ณ ลานทิศเหนือ ชั้น ๒ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาฯ อาคาร เอ ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพมหานครPublished captionเปิดตัวรถกฎหมายเคลื่อนที่พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดตัวรถให้ความรู้เคลื่อนที่ สร้างการรับรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรรมให้กับประชาชนตามต่างจังหวัดในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เข้าถึงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ในหัวข้อ “ชื่นใจ...คนไทยรู้กฎหมาย” ซึ่งรถกฎหมายเคลื่อนที่จะประจำอยู่ในจังหวัด จังหวัดละ 3 วัน โดยจะให้ความรู้ทางกฎหมาย แนวทางการขอความเป็นธรรมในคดีอาญา กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหนี้สิน เป็นต้น ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถ.แจ้งวัฒนะ

IMAGE

'หมอธี' ไม่ลาออกโร่ขอโทษนายกฯผิดมารยาทวิจารณ์บิ๊กป้อม

Published on 20/02/2018

» นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) แถลงกรณีวิพากษ์วิจารณ์ นาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ภายหลังการเข้าพบนายกฯว่า ตนยอมรับว่ามีการพูดจริง และยอมรับว่าเป็นเรื่องผิดมารยาทที่ไปวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนร่วมครม. แต่ยืนยันไม่ได้ลาออก และยังจะช่วยนายกฯทำงานต่อไปเพราะยังมั่นใจในตัวนายกฯ จนกว่าท่านจะเห็นว่าตนไม่เหมาะสมแล้ว วันนี้ ที่ ทำเนียบรัฐบาล

IMAGE

วิจารณ์นาฬิกาหรู

Published on 20/02/2018

» นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อปรับความเข้าใจหลังวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ครอบครองนาฬิกาหรู ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 ก.พ./นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) แถลงกรณีวิพากษ์วิจารณ์ นาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ภายหลังการเข้าพบนายกฯว่า ตนยอมรับว่ามีการพูดจริง และยอมรับว่าเป็นเรื่องผิดมารยาทที่ไปวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนร่วมครม. แต่ยืนยันไม่ได้ลาออก และยังจะช่วยนายกฯทำงานต่อไปเพราะยังมั่นใจในตัวนายกฯ จนกว่าท่านจะเห็นว่าตนไม่เหมาะสมแล้ว วันนี้ ที่ ทำเนียบรัฐบาลPublished caption::Education Minister Teerakiat Jareonsettasin emerges from a press conference where he explained his remarks criticising Deputy Prime Minister Prawit Wongsuwon over the wristwatch scandal yesterday. Photo by Chanat Katanyu

IMAGE

'หมอธี'ไม่ลาออกโร่ขอโทษนายกฯผิดมารยาทวิจารณ์บิ๊กป้อม

Published on 20/02/2018

» นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) แถลงกรณีวิพากษ์วิจารณ์ นาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ภายหลังการเข้าพบนายกฯว่า ตนยอมรับว่ามีการพูดจริง และยอมรับว่าเป็นเรื่องผิดมารยาทที่ไปวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนร่วมครม. แต่ยืนยันไม่ได้ลาออก และยังจะช่วยนายกฯทำงานต่อไปเพราะยังมั่นใจในตัวนายกฯ จนกว่าท่านจะเห็นว่าตนไม่เหมาะสมแล้ว วันนี้ ที่ ทำเนียบรัฐบาล

IMAGE

มอบเกียรติบัตร นิสิตใจกล้า

Published on 20/02/2018

» มอบเกียรติบัตร นิสิตใจกล้า แฉขบวนการปลอมเอกสารเงินสงเคราะห์กระทรวง พม.ปปท.เดินหน้าสอบปากคำผู้เสียหายตามรายชื่อเบิกจ่าย เพื่อเอาผิดทั้งขบวนการ ตามคำสั่ง คสช.เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 13 ก.พ 2561 ที่สำนักงานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมืองจังหวัดขอนแก่น นายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้ทำการมอบเกียรติบัตร ให้ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัย มหาสารคาม หลังจากมติคณะกรรมการฯ ได้ทำการพิจารณาให้เป็นบุคคลที่สมควรได้รับการยกย่อง เชิดชูเกียรติ เป็นพลเมืองดี-มีคุณภาพนายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การมอบเกียรติบัตร ให้กับนิสิตดังกล่าวนี้เป็นการสนับสนุนคนดี นิสิตรายดังกล่าวนี้ที่กล้าออกมาเปิดโปงขบวนการปลอมเอกสารเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้ป่วยโรคเอดส์และเงินสงเคราะห์กลุ่มอาชีพของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น จนนำมาสู่กระบวนการตรวจสอบ ของเลขาธิการ คสช.และ ปปท. องค์กรฯจึงเห็นสมควรที่จะมอบเกียรติบัตรใหนักศึกษารายนี้ เพื่อแสดงถึงคนที่มีความกล้าหาญ มีจิตสำนึก ต่อสังคมและประเทศชาติ ขณะที่ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา กล่าวว่า ดีใจที่มีองค์กรดังกล่าวเข้ามาให้กำลังใจ แต่ยังมีความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีบุคคลไม่ทราบสังกัดและเป็นใคร มาจากไหน ขับรถเก๋งไปที่บ้านญาติใน อ.ชนบท เพื่อสืบเสาะหาบ้านพักอาศัยในปัจจุบัน ทำให้ตนเองและครอบครัวเชื่อว่า คนแปลกหน้าตามหาไม่หยุด " หนูเข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า มีคนคุกคาม ตามหาที่อยู่อาศัยและจะครอบครัวตัดสินใจที่จะเข้าร้องขอการคุ้มครองความปลอดภัยจาก กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น และ กอ.รมน.จ.ขอนแก่น เพื่อความปลอดภัยของหนูและครอบครัวด้วย" นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ ปปท.เขต 4 กล่าวว่า ได้นำสรุปสำนวนการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นเข้าที่ประชุมคณะผู้บริหาร ปปท. เพื่อเสนอการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ซึ่งขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งพ.ต.อ.ธวัช ประสพพระ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ ตรวจสอบในคดีดังกล่าวจากนี้ไป คณะอนุกรรมการ และปปท.เขต 4 จะรวบรวมหลักฐานเอกสาร และพยานบุคคลให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน เพราะหลังจากที่นักศึกษา เข้าร้องเรียนต่อ เลขา คสช.แล้วมีการสั่งการมาที่ ปปท.และ ปปท.เขต 4 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ได้สืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น พบว่ามีมูลในทุกๆเรื่อง ซึ่งต้องรวบรวมหลักฐานต่างๆทั้งในส่วนของพยานบุคคลที่มีมีมากกว่า 3,000 คน และชาวบ้านในพื้นที่ 22 อำเภอของ จ.ขอนแก่น ที่มีรายชื่อเป็นผู้รับเงินสนับสนุน จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ในทุกๆโครงการ และหลักฐานที่เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วย" ตามระเบียบของผู้ได้รับเงินสนับสนุน กรมฯกำหนดระเบียบขั้นตอนที่ชั้นเจน ก่อนจะได้รับการอนุมัติและมีการเบิกจ่าย แต่หลังจากมีเรื่องร้องเรียนในเรื่องการสั่งให้นักศึกษากรอกรายละเอียด ในใบสอบผู้ประสบปัญหาทางสังคม และปลอมลายมือชื่อในใบเสร็จรับเงินแล้ว ปปท.เขต 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า การดำเนินการของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ แต่เป็นการปลอมข้อมูลเองทั้งหมด และในเร็วๆนี้ คณะอนุกรรมไต่สวน จากปปท.จะลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น สรุปผลการสืบสวนทั้งหมด เพื่อเรียก ผอ.ฯและผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนต่อไป"Published caption::Panida: Complaint sparked probe

IMAGE

Mr.Boris Johnson รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักร

Published on 20/02/2018

» นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมคณะผู้บริหารกรมศุลกากร ให้การต้อนรับ Mr.Boris Johnson รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักร และคณะ เนื่องในโอกาสหารือกรณีเกี่ยวกับ การปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า ตามมาตรการที่ได้รับความเห็นชอบจากเหล่าประเทศที่ร่วมลงนามในปฏิญญาลอนดอน ได้แก่ การกำจัดการซื้อขายสินค้าจากสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย เพิ่มความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายและจัดให้มีกรอบข้อกฎหมายและมาตรการยับยั้งที่มีประสิทธิภาพ พร้อมนำของกลางมาโชว์เป็นงาช้างและเกล็ดตัวนิ่ม ที่ยึดมาได้ ณ กรมศุลกากรPublished caption::British Foreign Secretary Boris Johnson holds a smuggled tusk at the Customs Department during yesterday’s visit. He discussed efforts to clamp down on wildlife trafficking. Apichart Jinakul

IMAGE

กุลิศ สมบัติศิริ

Published on 20/02/2018

» นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมคณะผู้บริหารกรมศุลกากร ให้การต้อนรับ Mr.Boris Johnson รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักร และคณะ เนื่องในโอกาสหารือกรณีเกี่ยวกับ การปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า ตามมาตรการที่ได้รับความเห็นชอบจากเหล่าประเทศที่ร่วมลงนามในปฏิญญาลอนดอน ได้แก่ การกำจัดการซื้อขายสินค้าจากสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย เพิ่มความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายและจัดให้มีกรอบข้อกฎหมายและมาตรการยับยั้งที่มีประสิทธิภาพ พร้อมนำของกลางมาโชว์เป็นงาช้างและเกล็ดตัวนิ่ม ที่ยึดมาได้ ณ กรมศุลกากร