FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “ผิดกฎหมาย”

Showing 1,081 - 1,090 of 1,139

IMAGE

13.00 น.กลุ่มผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซด์กว่า 400 คนเข้ายื่นหนังสือให้แก้ไขแอพพลิเคชั่นจักรยานยนต์รับจ้างผิดกฏหมาย ที่ กรมขนส่ง ถ.พหลโยธิน

Published on 08/03/2018

» 13.00 น.ผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง "กลุ่มเพื่อนแท้ชาววิน" จำนวนกว่า 400 คน เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยแก้ไขปัญหากรณีที่มีบริษัทต่างชาติ และคนไทยบางกลุ่ม เปิดให้บริการแอพพลิเคชั่นรับส่งผู้โดยสารอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งภาครัฐไม่ได้เล็งเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาววิน จยย. จึงรวมตัวกันมายื่นหนังสือ และส่งตัวแทนแต่ละเขตจำนวน 22 คนเข้าร่วมประชุม โดยมี นายสุกรี จารุภูมิ ผอ.กองตรวจการขนส่งทางบก เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องเรียน ที่ กรมขนส่งทางบก เขตจตุจักรOver 400 motorcycle-taxi drivers lodge a petition with the Department of Land Transport, pressuring it to take legal action against Thais and foreigners who provide illegal transport services via mobile apps. 

IMAGE

18.10 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เดินทางไป ที่ ปทส. เพื่อประชุมเร่งรัดคดี”เจ้าสัวเปรมชัย

Published on 07/03/2018

» 18.10 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เดินทางไป ที่ ปทส. เพื่อประชุมเร่งรัดคดี”เจ้าสัวเปรมชัย พร้อมเผยความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย และ พวก 4 คน ร่วมกันลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอจากของหลักฐานที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ อาทิ อาวุธปืน อุปกรณ์ทำครัว และ อื่น ๆ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า มีดีเอ็นเอของเสือดำปะปนอยู่ โดยล่าสุดขณะนี้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับ นายเปรมชับ และ พวก โดยคาดว่าจะสามารถสั่งฟ้องได้ภายในวันที่ 26 มีนาคม ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ปทส.) ถ.พหลโยธินDeputy national police chief Srivara Ransibrahmanakul attends a meeting about a wildlife poaching case involving construction tycoon Premchai Karnasuta. The senior officer has threatened to sue people who campaign against him on social media. Pornprom Satrabhaya

IMAGE

18.10 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เดินทางไป ที่ ปทส. เพื่อประชุมเร่งรัดคดี”เจ้าสัวเปรมชัย

Published on 07/03/2018

» 18.10 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เดินทางไป ที่ ปทส. เพื่อประชุมเร่งรัดคดี”เจ้าสัวเปรมชัย พร้อมเผยความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย และ พวก 4 คน ร่วมกันลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอจากของหลักฐานที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ อาทิ อาวุธปืน อุปกรณ์ทำครัว และ อื่น ๆ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า มีดีเอ็นเอของเสือดำปะปนอยู่ โดยล่าสุดขณะนี้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับ นายเปรมชับ และ พวก โดยคาดว่าจะสามารถสั่งฟ้องได้ภายในวันที่ 26 มีนาคม ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ปทส.) ถ.พหลโยธินDeputy national police chief Srivara Ransibrahmanakul attends a meeting about a wildlife poaching case involving construction tycoon Premchai Karnasuta. The senior officer has threatened to sue people who campaign against him on social media. Pornprom Satrabhaya

IMAGE

น้องโยชิถูกมือดีโพสต์หาหนุ่มแต่งงาน

Published on 06/03/2018

» น้องโยชิ-รินรดา ธุระพันธ์ เจ้าของตำแหน่งมิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส 2017 พร้อมทนายความ เข้าแจ้งความ สภ.เมืองพัทยา ระบุว่า มีผู้ไม่หวังดีโพสต์เฟซบุ๊คว่า น้องโยชิประกาศหาคนแต่งงาน เพื่อหาเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท ไปช่วยรักษาแม่ที่เจ็บป่วย ทั้งที่เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซึ่งตำรวจ สภ.เมืองพัทยาได้ประสานให้ตำรวจ บก.ปอท. ให้ช่วยตรวจสอบหาตัวคนกระทำผิด

IMAGE

ทุบรถหรูรอบเมืองขอนแก่น

Published on 06/03/2018

» ผบช.ภ.4 สอบสวนเอง มือดีตระเวนทุบรถหรูรอบเมืองขอนแก่น เบื้องต้นให้การวกวนและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา บอกเพียงว่าเมากัญชาจึงลงมือก่อเหตุและไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นรถหรูเท่านั้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 มี.ค.2561 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ. 4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น,นายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น,พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าฝ่ายการข่าวกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น และ พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายคมสัน ดิเรกฤทธิ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/58 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.ขอนแก่น หลังก่อเหตุทุบรถยนต์หรู 3 คันภายในเขต อ.เมืองขอนแก่น หลังถูกชุดสืบสวนสอบสวนจับกุมตัวได้ภายในบ้านพัก ก่อนทำการควบคุมตัวมาสอบสวน ที่ บช.ภ4พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธซึ่งเป็นแฮนด์รถจักรยาน ทำการทุบรถผู้เสียหายประกอบด้วย รถมินิคูเปอร์สีเหลือง เมื่อวันที่ 22 ก.พ.61 รถยนต์แลนด์โรเวอร์สีแดง วันที่ 2 มี.ค.61และล่าสุดรถเบนซ์สีบรอนด์เทาเมื่อวันที่ 3 มี.คที่ผ่านมา โดยคันล่าสุดไดรับความเสียหายหนัก ทั้งนี้ในการจับกุมนั้นเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้พร้อมของกลางประกอบด้วยเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ ,บ้องกัญชา 1 ชุด กัญชาที่ซอยแล้วจำนวนหนึ่งพร้อมอุปกรณ์การเสพ ,แฮนด์รถจักรยานBMX 1 ชิ้น และรถยนต์อีซูซุ มิวเซเว่น สีขาว หมายเลขทะเบียน กพ-315 ขอนแก่น ที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ"ผู้เสียหายคือเจ้าของรถ ทั้ง 3 คันได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งทางตำรวจได้ลงพื้นที่สืบสวนกระทั่งสามารถจับกุมได้ พร้อมของกลางดังกล่าว โดยเบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ และพูดจาวกวน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง"ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนพยาน พร้อมกับญาติผู้ต้องหาให้การยืนยันว่าผู้ก่อเหตุคือนายคมสันจริง พร้อมทั้งมีภาพจากกล้อวงจรปิดหน้าบ้านสามารถบันทึกภาพนายคมสันพร้อมเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุรวมทั้งแฮนด์รถจักรยานที่ใช้ทุบรถหรูทั้ง 3 คันเดินเข้าและออกจากบ้าน นอกจากนี้ประเด็นที่ว่าทำไมจึงต้องเป็นรถหรูนั้น ผู้ต้องหาบอกแต่เพียงว่าอยู่ในอาการหลังเสพกัญชาจึงลงมือก่อเหตุโดยที่ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นรถอะไร อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่หนักใจในคดีนี้และยืนยันตามพยานหลักฐานทั้งหมดที่จะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ อย่างไรก็ตามหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหาว่าทำให้เสียทรัพย์และมียาเสพติดประเภทที่ 5 ไว้ในครอบครองเพือเสพและจำหน่าย พร้อมทั้งควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นคนที่ชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม ทั้งรถจักรยาน สเก็ตบอร์ด ตีกอล์ฟ ซึ่งจากข้อมูลของเพื่อนที่ร่วมเล่นกีฬาด้วยกันนั้นทราบว่าในระยะหลังผู้ต้องหาอยากได้เจ็ทสกีมาเล่น แต่ครอบครัวผู้ต้องหาไม่ยอมซื้อให้จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้นPublished caption::A son of a local businessman has been arrested in Khon Kaen for vandalising three luxury cars, a charge he denies.

IMAGE

ร้องเรียนกองปราบโดนโกงจากธุรกิจขายตรง

Published on 06/03/2018

» ผู้เสียหายถูกหลอกขายสินค้าปลอมกว่า 100 คน ร้องกองปราบ ด้านเจ้าของผลิตภัณฑ์อ้างเกิดความผิดพลาดบรรจุภัณฑ์ โอดถูกเพจโจมตีหนัก เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ พร้อม ผู้เสียหายกว่า 100 คน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. เพื่อเอาผิด น.ส.วรรณพา (สงวนนามสกุล) เจ้าของผลิตภัณฑ์ความงามหลายยี่ห้อ หลังถูกหลอกลวงให้ขายและลงทุนผลิตสินค้าไม่ได้คุณภาพ ทำให้เกิดความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยนำหลักฐานเป็นผลิตภัณฑ์สินค้า และเอกสารต่าง ๆ มามอบให้เจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณาคดี นายรณณรงค์ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้รับสินค้าโดยตรงจากบริษัทไปขายต่อให้กับลูกค้ารายย่อย ซึ่งทางบริษัทอ้างว่าสินค้าทุกตัวมีเลขอย.สามารถจำหน่ายได้ ต่อมาภายหลังมีผู้พบว่าเลขอย.ไม่ตรงกับเลขสินค้า ทำให้มีการตรวจสอบขยายผล พบว่าสินค้าส่วนใหญ่ถูกสวม อย. และ มีการใช้เลข อย.ผิดประเภท รวมถึงการอ้างสถานที่ตั้งผลิตโรงงานที่ไม่มีอยู่จริง นายรณณรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนเองตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสารประกอบว่าจะมีการใช้สารต้องห้ามทาง อย.รวมอยู่ด้วย หลังจากนี้จะให้อย.ตรวจสอบว่าเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้นถูกต้องหรือไม่ "ส่วนในวันนี้จะแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชน กับเจ้าของผลิตภัณฑ์และ ตัวแทนจำหน่าย โดยเมื่อวานทางบริษัทมีการเจรจาค่าเสียหายแต่ไม่สามารถตกลงได้ พร้อมปัดตอบคำถามเรื่องสินค้าผ่านอย.หรือไม่ บอกเพียงว่าสามารถขายได้ และ ไม่มีกำหนดในการคืนเงินกับผู้เสียหาย" นายรณณรงค์ กล่าว ด้าน นางสาวเกศกนก สนิทนาม 27 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ระบุว่า ตนเองได้รับความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท ก่อนหน้านี้มีลูกค้าทักท่วงว่ามีการจดเลขทะเบียนถูกต้องหรือไม่ เมื่อตรวจสอบ ก็พบว่าเลขทะเบียนไม่ตรงกัน เนื่องจากกลัวลูกค้าจะเสียหายจึงยุติการผลิต จำหน่าย และได้ทวงถามไปยังผู้ผลิต แต่ทางผู้ผลิตอ้างให้เซ็นสัญญาที่ไม่เปิดเผยรายละเอียด เพื่อรับเงินคืน แต่เนื่องจากไม่ไว้วางใจจึงไม่ดำเนินการเซ็น จึงรวมผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทวันนี้ ส่วนด้าน หนึ่งในผู้บริหารผลิตภัณฑ์ที่ถูกกล่าวหา เปิดว่า ขอยืนยันว่าสินค้าของบริษัทถูกต้องตามมาตราฐานอย. แต่เนื่องจากความผิดพลาดของบรรจุภัณฑ์จึงทำให้เกิดความสงสัยกับผู้บริโภค นอกจากนี้ทางบริษัทยังถูกเพจเฟซบุ๊คเพจหนึ่งเขียนโจมตีทำลายให้เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ดีทางบริษัทได้ตรวจสอบเพจดังกล่าวแล้วพบว่าผู้ก่อตั้งเพจเคยเป็นคู่ค้ารายใหญ่กับทางบริษัทที่ขัดแย้งกันส่วนตัวจึงไปก่อตั้งเพจดังกล่าวมาโจมตี โดยขณะนี้ทางบริษัทได้แจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้ว ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ เพื่อส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป ที่กองปราบปราม จตุจักร กรุงเทพมหานครPublished caption::Pyramid of anger... About 100 people lodge a complaint with the Crime Suppression Division (CSD) against a woman for allegedly luring them to invest in a pyramid scheme selling substandard cosmetic products. Tawatchai Kemgumnerd

IMAGE

ร้องเรียนกองปราบโดนโกงจากธุระกิจขายตรง

Published on 06/03/2018

» ผู้เสียหายถูกหลอกขายสินค้าปลอมกว่า 100 คน ร้องกองปราบ ด้านเจ้าของผลิตภัณฑ์อ้างเกิดความผิดพลาดบรรจุภัณฑ์ โอดถูกเพจโจมตีหนักเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ พร้อม ผู้เสียหายกว่า 100 คน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. เพื่อเอาผิด น.ส.วรรณพา (สงวนนามสกุล) เจ้าของผลิตภัณฑ์ความงามหลายยี่ห้อ หลังถูกหลอกลวงให้ขายและลงทุนผลิตสินค้าไม่ได้คุณภาพ ทำให้เกิดความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยนำหลักฐานเป็นผลิตภัณฑ์สินค้า และเอกสารต่าง ๆ มามอบให้เจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณาคดีนายรณณรงค์ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้รับสินค้าโดยตรงจากบริษัทไปขายต่อให้กับลูกค้ารายย่อย ซึ่งทางบริษัทอ้างว่าสินค้าทุกตัวมีเลขอย.สามารถจำหน่ายได้ ต่อมาภายหลังมีผู้พบว่าเลขอย.ไม่ตรงกับเลขสินค้า ทำให้มีการตรวจสอบขยายผล พบว่าสินค้าส่วนใหญ่ถูกสวม อย. และ มีการใช้เลข อย.ผิดประเภท รวมถึงการอ้างสถานที่ตั้งผลิตโรงงานที่ไม่มีอยู่จริงนายรณณรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนเองตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสารประกอบว่าจะมีการใช้สารต้องห้ามทาง อย.รวมอยู่ด้วย หลังจากนี้จะให้อย.ตรวจสอบว่าเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้นถูกต้องหรือไม่"ส่วนในวันนี้จะแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชน กับเจ้าของผลิตภัณฑ์และ ตัวแทนจำหน่าย โดยเมื่อวานทางบริษัทมีการเจรจาค่าเสียหายแต่ไม่สามารถตกลงได้ พร้อมปัดตอบคำถามเรื่องสินค้าผ่านอย.หรือไม่ บอกเพียงว่าสามารถขายได้ และ ไม่มีกำหนดในการคืนเงินกับผู้เสียหาย" นายรณณรงค์ กล่าวด้าน นางสาวเกศกนก สนิทนาม 27 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ระบุว่า ตนเองได้รับความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท ก่อนหน้านี้มีลูกค้าทักท่วงว่ามีการจดเลขทะเบียนถูกต้องหรือไม่ เมื่อตรวจสอบ ก็พบว่าเลขทะเบียนไม่ตรงกัน เนื่องจากกลัวลูกค้าจะเสียหายจึงยุติการผลิต จำหน่าย และได้ทวงถามไปยังผู้ผลิต แต่ทางผู้ผลิตอ้างให้เซ็นสัญญาที่ไม่เปิดเผยรายละเอียด เพื่อรับเงินคืน แต่เนื่องจากไม่ไว้วางใจจึงไม่ดำเนินการเซ็น จึงรวมผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทวันนี้ส่วนด้าน หนึ่งในผู้บริหารผลิตภัณฑ์ที่ถูกกล่าวหา เปิดว่า ขอยืนยันว่าสินค้าของบริษัทถูกต้องตามมาตราฐานอย. แต่เนื่องจากความผิดพลาดของบรรจุภัณฑ์จึงทำให้เกิดความสงสัยกับผู้บริโภค นอกจากนี้ทางบริษัทยังถูกเพจเฟซบุ๊คเพจหนึ่งเขียนโจมตีทำลายให้เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ดีทางบริษัทได้ตรวจสอบเพจดังกล่าวแล้วพบว่าผู้ก่อตั้งเพจเคยเป็นคู่ค้ารายใหญ่กับทางบริษัทที่ขัดแย้งกันส่วนตัวจึงไปก่อตั้งเพจดังกล่าวมาโจมตี โดยขณะนี้ทางบริษัทได้แจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้ว ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ เพื่อส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป ที่กองปราบปราม จตุจักร กรุงเทพมหานคร

IMAGE

Six Pattaya hawkers nabbed

Published on 01/03/2018

» รวบแล้วพ่อค้านาฬิกาเร่พัทยา หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกับกลุ่มทหารนอกเครื่องแบบอเมริกันที่เข้าร่วมฝึกคอบร้าโกลด์ 2018 เจ้าตัวเผยถูกปฏิเสธพร้อมขว้างสินค้าลงพื้นก่อน จึงพยายามถ่ายภาพเป็นหลักฐานแต่ถูกทำร้าย ขณะที่เจ้าหน้าที่สั่งดำเนินคดีข้อหาขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์กลุ่มพ่อค้านาฬิกาเร่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นกลุ่มนายทหารสัญชาติอเมริกัน ที่เข้าร่วมการฝึกผสมคอบบร้าโกลด์ 2018 ซึ่งหลังมีการเผยแพร่ข่าวทั้งทางโลกโซเชียลและสื่อแขนงต่างๆ พบว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากจากประชาชน โดยร้องขอให้เจ้าหน้าที่ทำการกวดขันปราบปรามจับกุม เนื่องจากที่ผ่านมามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งถือว่าสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นอย่างยิ่งล่าสุดเวลา 19.00 น.วันนี้ (28 ก.พ.) พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ แสงสี สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ต.สมบูรณ์ เอื้อสมานไมตรี สวป. ร่วมแถลงผลการกวาดล้างจับกุมกลุ่มผู้ประกอบการจำหน่ายนาฬิกาเร่จำนวน 6 ราย พร้อมของกลางเป็นนาฬิกาลอกเลียนแบบลิขสิทธิ์จำนวน 40 เรือน ตามความผิดในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 โดยกล่าวหาว่าเสนอจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมหรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งจะได้นำส่งพนัก งานสอบสวนดำเนินคดีต่อไปทั้งนี้จากการสอบถาม นายอุทิศ สูทอก 45 ปี ให้การว่าสำหรับเหตุการณ์ที่ทะเลาะกับนายทหารอเมริกันนั้น ยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุได้นำนาฬิกาเข้าไปเสนอขายจริง แต่ปรากฏว่านายทหารกลุ่มดังกล่าวกลับส่งกันไปมาและมีการต่อราคาสินค้าระหว่างกัน แต่ช่วงนั้นชาวต่างชาติกลุ่มนี้กลับเหวี่ยงนาฬิกาลงกับพื้นและใช้เท้าเหยียบซึ่งทำให้ทรัพย์สินเกิดความเสียหาย จึงได้แจ้งว่าให้นำสินค้ามาคืนโดยแจ้งว่ามีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านทางกลุ่มชาวต่างชาติกลุ่มนี้จึงส่งคืนนาฬิกาให้ จากนั้นจึงได้พยายามขอถ่าย ภาพตัวบุคคลไว้เป็นหลักฐาน แต่กลับถูกปัดและตบที่ศีรษะจึงได้ต่อสู้เพื่อป้องกันตัว ซึ่งขณะนั้นน้องชายที่อย่ด้วยกันได้เข้ามาช่วยเหลือจนเกิดการชุลมุนขึ้น แต่ต่อมาก็ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวมาดำเนินคดี โดยเป็นกลุ่มตน 2 คน ซึ่งถูกเปรียบเทียบปรับข้อหาทะเลาะวิวาทรายละ 5,000 บาท ขณะที่กลุ่มชาวต่างชาติทั้ง 6 รายถูกปรับรายละ 1,000 บาทก่อนจะแยกย้ายกันไป และมีถูกจับกุมข้อหาขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งนี้ขณะที่ พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ เปิดเผยว่ากรณีของการทะเลาะวิวาททางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เพราะเป็นคดีลหุโทษซึ่งมีโทษเปรียบเทียบปรับ แต่กรณีการจำหน่ายสินค้าและรบเร้านักท่องเที่ยวที่มีประชาชนร้องเรียนเป็นจำนวนมากนั้น ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ก็กวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว.Published caption : Six hawkers allegedly selling counterfeit brand-name watches in Pattaya after their arrest yesterday. 

IMAGE

ตัวแทนโมสรนิสิตคณะวนศาสตร์ ยื่นหนังสือร้องเรียนนายก

Published on 26/02/2018

» ตัวแทนสโมสรนิสิตคณะวนศาสตร์เดินทางมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนผ่านเจ้าหน้าที่ไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีของนาย เปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คน ที่ถูกจับพร้อมกับซากสัตว์ป่าคุ้มครองและอาวุธปืน โดยเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่กระทำความผิดอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ และหากพบว่ามีคนหรือกลุ่มบุคคลที่มีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์ครั้งนี้ขอให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดPublished caption::Kasetsart University students lodge a petition calling for Prime Minister Prayut Chan-o-cha to make sure a probe into Premchai Karnasuta is transparent. Wichan Charoenkiatpakul

IMAGE

ชาวพิมายโคราชรวมตัวคัดค้านกรมศิลปากรประกาศเขตโบราณสถาน

Published on 25/02/2018

» นครราชสีมา เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 25 ก.พ.61 ที่ห้องประชุมหินทราย เทศบาลตำบลพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา นายดนัย ตั้งเจิดจ้า นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตำบลพิมาย จำนวนกว่า 400 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมายได้รวมตัวคัดค้านการประกาศเขตโบราณสถานของกรมศิลปากร  ภายหลังได้รับหนังสือจาก นายขจร มุกมีค่า รองอธิบดีกรมศิลปากร ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมศิลปากร จำนวน 1,665 ราย โดยรายละเอียดตามหนังสือที่ประชาชนได้รับ เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินในเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมาย ตามหนังสือที่อ้างถึง กรมศิลปากรได้แจ้งให้ท่านใช้สิทธิ์โต้แย้งการจะประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมาย ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ไปยังกรมศิลปากรใน30วันนับตั้งแต่วันที่กรมศิลปากรแจ้งให้ทราบนั้น  บัดนี้ครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว กรมศิลปากรประกาศกำหนดเขตที่ดินเป็นเขตของโบราณสถานเมืองพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พื้นที่ประมาณ 2,658 ไร่ 25 ตารางวา(4,252,900 ตารางเมตร)โดยอาศัยอำนาจตามตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาเพื่อทราบ และหากท่านไม่เห็นด้วยก็ให้ใช้สิทธิร้องต่อศาลปกครองภายในกำหนด30วันนับตั้งแต่วันที่อธิบดีกรมศิลปากรแจ้งให้ทราบ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้อธิบดีกรมศิลปากรระงับการกำหนดเขตที่ดินให้เป็นโบราณสถานได้ ตามความในมาตรา 7 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน โดยหากท่านมิได้ร้องขอต่อศาลภายในระยะเวลา และเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วกรมศิลปากรจะดำเนินการประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมาย ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ในราชกิจจานุเบกษาต่อไปนายดนัย  ตั้งเจิดจ้า นายกเทศมนตรีตำบลพิมายตัวแทนชาวบ้านที่มาร่วมชุมนุมเปิดเผยว่า การประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมายครั้งนี้ได้สร้างความหวั่นวิตกแก่ประชาชนชาวอำเภอพิมายเป็นอย่างมาก โดยจะมีชาวบ้านกว่า 2,600 หลังคาเรือนในเขตเทศบาลตำบลพิมายได้รับความเดือดร้อน ที่อยู่อาศัยที่เคยอยู่กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษและมีเอกสาร หลักฐาน ถือครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อยู่มาวันหนึ่งทางราชการก็จะมาประกาศเพื่อจะยึดไปถือครองแทน ซึ่งชาวบ้านทุกหลังคาเรือนมีความเห็นตรงกันว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและจะรวมตัวคัดค้านไม่ยอมให้กรมศิลปากรประกาศเป็นกฏหมายจนถึงที่สุด ทั้งนี้ชาวบ้านจะใช้มาตรการเจรจากับทางราชการก่อนและจะยื่นเรื่องคัดค้านไปยังรัฐบาลและศาลปกครองต่อไปPublished caption::Locals in Phimai district, Nakhon Ratchasima, object  to the department’s move. Prasit Ta ngprasert