Showing 1,071 - 1,080 of 1,139
Published on 19/03/2018
» ไชยวัฒน์ สาดแย้มประจวบคีรีขันธ์..พบหมีควายถูกชำแหละยัด หัวและขาใส่เป้สะพายหลัง เจ้าหน้าที่อุทยานฯขอค้น วิ่งหนี1ราย จับผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมซากสัตว์ป่า ปืนลูกซอง และอุปกรณ์ดำรงชีพในป่า ชาวบ้านแจ้งผู้สื่อข่าวติดตามเรื่อง หวั่นเงียบง่ายและผู้ต้องหาหลุดคดีวันที่ 17 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อสังคมออนไลน์ได้ส่งต่อภาพหมีควายถูกชำแหละ โดยพบมีส่วนหัวหมี อุ้งตีนหมี และชิ้นส่วนขาหมี โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 คน และวิ่งหนีการจับกุมไปได้ 1 คน นำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ่าวน้อย โดยพบว่ากระแสสังคมออนไลน์มีความอ่อนไหวอย่างมาก ตั้งแต่เกิดคดียิงเสือดำในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และการล่าเพื่อกินสัตว์ป่าคุ้มครองในลักษณะการชำแหละหมีควายนี้เริ่มพบในหลายจังหวัด จึงกลัวว่าเรื่องจะเงียบหาย และคนผิดอาจลอยนวลไปได้ ทำให้มีการส่งต่อข้อมูลในไลน์ให้ช่วยกันติดตามคดีดังกล่าวพ.ต.อ.สมชาญ พิณคันเงิน ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานกรณีคดีดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561ที่ผ่าน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งพบชายต้องสงสัย 2 ราย มีท่าทีพิรุธ สะพายเป้ เดินอยู่ในป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ก่อนที่จะมีชาย 1ใน2 ราย วิ่งหนีหายหลบหนีไปในป่าได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมได้เพียง 1ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายสมจิตร์ บุญกอง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 12 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ตรวจค้น พบในเป้สะพายซุกซ่อนซากสัตว์ป่าอยู่ภายใน เป็นซากหมีควาย ที่ถูกชำแหละแล้ว เหลือเพียงหัวหมี 1 หัว ชิ้นส่วนขาหมีพร้อมอุ้งตีนหมี 2 ขา ไม่สามารถ ระบุเพศของหมี และอายุของหมีควายได้ นอกจากนี้ยังมีซากชะมดเช็ด อีก 1 ตัว สภาพผ่าท้องนำอวัยวะภายในออกเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังตรวจพบ ปืนลูกซองยาว เครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 6 ลูก หัวไฟคาดหัวจำนวน 2 อัน เปลนอน 1 ผืน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยคาดว่า ชายอีก1ราย ที่วิ่งหนีการจับกุมไปได้ จะมีซากหมีควายที่ชำแหละแล้ว ชิ้นส่วนที่เหลือ หรืออาจมีซากสัตว์ป่าอื่นอีกก็เป็นได้ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหา ฐานนำสัตว์ออกไป หรือกระทำการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 และ มาตรา 24 ฐาน นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ ยิงปืนในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 และมาตรา 27 ฐาน ล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16 และ มาตรา 47 ฐานมีไว้ครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 10000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับทางด้าน พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีการล่าสัตว์ป่านี้ ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เนื่องจากกระแสสังคมให้ความสนใจเรื่องการล่าสัตว์ป่า นับตั้งแต่เกิดคดียิงเสือดำในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ได้กำชับให้ติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีไปอีก 1 ราย เบื้องต้น ทราบว่า ขณะนี้รู้ตัวคนร้ายแล้ว เตรียมขอหมายศาลเพื่อทำการจับกุมต่อไปอย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามหน่วยงานฝ่ายปกครองระดับอำเภอ ปรากฎว่าไม่ทราบว่ามีการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่ และทางอุทยานฯ ไม่มีใครสามารถให้ข้อมูลได้ ขณะที่ชาวสื่อสังคมออนไลน์ ต่างกังวลใจว่าเรื่องล่าหมีควายอาจจะเงียบหายไป จะไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ และผู้ต้องหาทั้งหมดอาจหลุดคดีได้ในที่สุด หากไม่มีการติดตามอย่างจริงจัง จึงได้ส่งต่อข้อมูลกระจายในวงกว้าง เพื่อให้สังคมรับรู้สำหรับหมีควายหรือหมีดำ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2535 หมีควายมีลำตัวอ้วนใหญ่ หัวมีขนาดใหญ่ ตาเล็กและหูกลม ขาอ้วนล่ำและหนา หางสั้น มีนิ้วเท้ายาวทั้งหมดห้านิ้ว กรงเล็บสั้น ขนตามลำตัวหยาบมีสีดำ มีลักษณะเด่นคือ ขนบริเวณหน้าอกเป็นรูปตัว V มีสีขาว ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย ขนาดเมื่อโตเต็มที่ ความยาวลำตัวและหัว 120–150 เซนติเมตร ความยาวหาง 6.5–10 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 150–160 กิโลกรัม และอาจหนักได้ถึง 200 กิโลกรัม มีลักษณะคล้ายกับหมีดำ ที่พบในทวีปPublished caption::Forest rangers arrest a man in possession of a dismembered carcass of an Asian black bear in Prachuap Khiri Khan.
Published on 18/03/2018
» เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ดึงซากปรักหักพังของอาคารและนั่งร้านที่พังลงมา พร้อมกับใช้น้ำฉีดไล่ปูนซีเมนต์เทพื้นอาคารออกจากจุดที่พบศพ หลังอาคารที่กำลังเทพื้นปูนพร้อมนั่งร้านพังถล่มลงมาทับคนงานชาวกัมพูชาและผู้รับเหมาชาวไทย เสียชีวิตสองราย ตรวจสอบพบว่าเป็นนั่งร้านก่อสร้างบ้านพัก 2 ชั้น ขนาดใหญ่ บริเวณถนนชัยพฤกษ์ ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ล่าสุดรองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้เข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารที่ในที่เกิดเหตุ เยี่ยมคนงานเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ พร้อมดูสิทธิ์ให้ตามระเบียบกฎหมายแรงงานต่อไปพร้อมกับสั่งการให้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองพระอุดม ทำการควบคุมพื้นที่ ปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้ใครเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้าง เพราะเกรงว่าจะเกิดการถล่มลงมาอีก และกำชับคนงานไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ พร้อมกันนี้จะมีการตรวจสอบเรื่องแบบแปลนที่ขออนุญาตก่อสร้างว่าถูกต้องหรือไม่ โดยบ้านหลังนี้ก่อสร้างมาแล้วประมาณ 1 เดือนPublished caption::Riverside wreckage...Rescuers sift through the wreckage of a riverside building after part of it collapsed, killing one Thai and one Cambodian construction worker involved in the project near Chaiyaphruk Road in Nonthaburi’s Pak Kret district yesterday. The initial police investigation found that a corridor on the second floor had fallen out of place and crushed Thai foreman Suwat Nusent. The accident also claimed the life of a 37-year-old Cambodian national. A businessman hired the two men to help build a luxury, two-storey mansion on the banks of the Chao Phraya River. Photos by Chanat Katanyu
Published on 15/03/2018
» กลุ่มเครือข่ายประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย รวมตัวชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อติดตามการปฎิบัติตามข้อตกลงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้คำสัญญาไว้ได้แก่ รัฐบาลต้องแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พศ.2558 โดยให้มีหมวด “ว่าด้วยการประมงพื้นบ้าน” เป็นการเฉพาะ โดยมีรายละเอียดที่เคยเจรจากัน รัฐบาลต้องประกาศยกเลิกการใช้เครื่องมือการประมงที่มีสภาพทำลายล้างเพิ่มเติมและประกาศกำหนดขนาดพันธ์ุสัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนทุกชนิดที่ห้ามจับขึ้นเรือประมง รัฐบาลและหัวหน้า คสช. ต้องแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 24/2558 เพื่อเปิดให้จดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้านได้ รัฐบาลต้องกำกับให้เจ้าหน้าที่ระดับปฎิบัติ ดำเนินการเข้มงวดการประมงอวนรุน อวนลาก ลอบคอนโด อย่างจริงจัง แต่ไม่มีการตรวจจับหรือจัดการให้เป็นไปตามกฎหมาย
Published on 15/03/2018
» กลุ่มเครือข่ายประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย รวมตัวชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อติดตามการปฎิบัติตามข้อตกลงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้คำสัญญาไว้ได้แก่ รัฐบาลต้องแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พศ.2558 โดยให้มีหมวด “ว่าด้วยการประมงพื้นบ้าน” เป็นการเฉพาะ โดยมีรายละเอียดที่เคยเจรจากัน รัฐบาลต้องประกาศยกเลิกการใช้เครื่องมือการประมงที่มีสภาพทำลายล้างเพิ่มเติมและประกาศกำหนดขนาดพันธ์ุสัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนทุกชนิดที่ห้ามจับขึ้นเรือประมง รัฐบาลและหัวหน้า คสช. ต้องแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 24/2558 เพื่อเปิดให้จดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้านได้ รัฐบาลต้องกำกับให้เจ้าหน้าที่ระดับปฎิบัติ ดำเนินการเข้มงวดการประมงอวนรุน อวนลาก ลอบคอนโด อย่างจริงจัง แต่ไม่มีการตรวจจับหรือจัดการให้เป็นไปตามกฎหมาย
Published on 14/03/2018
» 14.30 น.พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายเปรมชัย กรรณสูต มาฝากขังที่ศาลอาญา รัชดา หลังจากเมื่อช่วงเช้า นายเปรมชัย ได้เดินทางไปให้ปากคำ กับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
Published on 14/03/2018
» นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด(มหาชน) เดินทางออกจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. ก่อนถูกนำตัวไปฝากขังยังศาลอาญารัชดา In the media crosshairsItalian-Thai Development Plc president Premchai Karnasuta, a suspect in wild animal poaching, leaves the Natural Resources and Environmental Crime Division for theCriminal Court where he was granted bail. Patipat Janthong
Published on 12/03/2018
» นาง อังคนา นีละไพจิตร ภรรยา ทนายสมชาย นีละไพจิตร วางรูปสามีพร้อมด้วยดอกไม้ เพื่อแสดงความอาลัยต่อการหายสาปสูญของสามี ครบรอบ 14 ปี ก่อนการเสวนา “14 ปีสมชายหาย:สังคมไทยได้อะไร?” จัดโดย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมกับครอบครัวนีละไพจิตร คณะนิติศาสตร์ มธ. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ICJ และ OHCHR ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
Published on 08/03/2018
» เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561 เวลา 10.00 น. ที่ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI แถลงข่าวร่วมกับ ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยพันตำรวจโท สมพร ชื่นโกมล ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 (เชียงใหม่) , นายอศิรา นานาวิชิต เภสัชกรเชี่ยวชาญสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด โดยได้ตรวจค้นจับกุมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างสรรพคุณ ลดความอ้วน หลายผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่ามีผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ hi herb sliming ของ บริษัท เอ็ม จำกัด โดยมีเจ้าของผลิตภัณฑ์ คือ น.ส.เอส (นามสมมติ) และนายเอ (นามสมมติ) เป็นเจ้าของกิจการ พบผลิตภัณฑ์ในแบบเป็นเม็ดยาแคปซูล และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่บรรจุในอยู่ในลังพร้อมจำหน่าย มูลค่ารวมกันกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการลักลอบนำสารไซบูทรามีน (Sibutramine) ผสม ซึ่งเป็นสารอันตรายและผิดหมาย และยังใช้เลขที่ อย. ปลอมอีกด้วย ส่วนอาหารเสริมยี่ห้อ AIKO ยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ทั้ง 2 ยี่ห้อนั้นเป็นเจ้าของเดียวกันด้าน นายอศิรา นานาวิชิต เภสัชกรเชี่ยวชาญสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางสาธารณสุขขอเตือนเยาวชน ทั้งนักเรียน นักศึกษา หรือ ผู้หญิงวัยทำงาน อย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ยาประเภทลดความอ้วน ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อ้างสรรพคุณลดความอ้วน โดยได้ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วมากในหลายจังหวัด แม้ทำให้น้ำหนักลด แต่จะไปกดประสาททำให้ไม่อยากอาหาร นอนไม่หลับ ทำให้เกิดภาวะผิดปกติเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เสี่ยงเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดตีบตัน จนทำให้ผู้บริโภคเสียชีวิตได้ ชีวิน / เชียงใหม่ 8 มีต61A man and a woman were arrested and unlicensed weight loss medication being sold illegally as food supplements, worth over 10 million baht, seized in Chiang Mai.
Published on 08/03/2018
» 13.00 น.ผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง "กลุ่มเพื่อนแท้ชาววิน" จำนวนกว่า 400 คน เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยแก้ไขปัญหากรณีที่มีบริษัทต่างชาติ และคนไทยบางกลุ่ม เปิดให้บริการแอพพลิเคชั่นรับส่งผู้โดยสารอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งภาครัฐไม่ได้เล็งเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาววิน จยย. จึงรวมตัวกันมายื่นหนังสือ และส่งตัวแทนแต่ละเขตจำนวน 22 คนเข้าร่วมประชุม โดยมี นายสุกรี จารุภูมิ ผอ.กองตรวจการขนส่งทางบก เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องเรียน ที่ กรมขนส่งทางบก เขตจตุจักรOver 400 motorcycle-taxi drivers lodge a petition with the Department of Land Transport, pressuring it to take legal action against Thais and foreigners who provide illegal transport services via mobile apps.
Published on 08/03/2018
» 13.00 น.ผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง "กลุ่มเพื่อนแท้ชาววิน" จำนวนกว่า 400 คน เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยแก้ไขปัญหากรณีที่มีบริษัทต่างชาติ และคนไทยบางกลุ่ม เปิดให้บริการแอพพลิเคชั่นรับส่งผู้โดยสารอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งภาครัฐไม่ได้เล็งเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาววิน จยย. จึงรวมตัวกันมายื่นหนังสือ และส่งตัวแทนแต่ละเขตจำนวน 22 คนเข้าร่วมประชุม โดยมี นายสุกรี จารุภูมิ ผอ.กองตรวจการขนส่งทางบก เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องเรียน ที่ กรมขนส่งทางบก เขตจตุจักรOver 400 motorcycle-taxi drivers lodge a petition with the Department of Land Transport, pressuring it to take legal action against Thais and foreigners who provide illegal transport services via mobile apps.