FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “ผิดกฎหมาย”

Showing 1,041 - 1,050 of 1,139

IMAGE

LYN -ขาว และ ดำ

Published on 30/04/2018

» ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีการแถลงข่าว โดย พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในการตรวจยึดจับกุมผลิตภัณฑ์ ลีน  LYN ภายหลังสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาอยตรวจสอบพบสารต้องห้ามที่เป็นอันตราย 2 ชนิดคือ ไซบูทรามีัน ไฮโดรคลอไรด์ และ ไบซาโคดิล โดยได้ตรวจยึดสินค้าจากบ้านที่เกิดเหตุใน จ.ชลบุรี และโรงงานผลิต ที่ จ.ปทุมธานี โดยได้รวมของกลางทั้งหมดที่สามารถนำไปผลิตได้ เป็น LYN  ได้ประมาณ 62,000 กล่อง รวมเป็นมูลค่าประมาณ 24,180,000 บาทPublished caption::National police chief Chakthip Chaijinda, centre, tells reporters about the crackdown on weight loss products under the Lyn brand which have been linked to four deaths. Apichit Jinakul

IMAGE

ปล่อยตัว นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตบรรณาธิการนิตยสารวอยซ์ออฟทักษิณ

Published on 30/04/2018

» นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องขังในคดีหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้รับการปล่อยตัวเมื่อเวลา 6.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยมี นางสาวประกายดาว พฤกษาเกษมสุข บุตรสาว และนายปณิธาน พฤกษาเกษมสุข บุตรชายมาร่วมรอรับ ท่ามกลางมวลชนที่มามอบดอกไม้ให้กำลังใจ.นายสมยศ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับอิสรภาพจะไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เพราะเห็นว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งการเลือกตั้งถือเป็นรูปแบบหนึ่งของประชาธิปไตย ซึ่งประเทศต้องเข้าสู่การเลือกตั้ง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลอย่าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ซึ่งการชุมนุมถือเป็นสีสันประชาธิปไตย จึงอยากให้รัฐบาลเปิดใจกว้าง ไม่ควรไปขัดขวางการชุมนุม พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. เพราะเกรงว่าจะนำไปสู่เหตุการณ์แบบพฤษภาทมิฬ 2535 และพฤษภาคม ปี 2553นายสมยศ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับอิสรภาพจะไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เพราะเห็นว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งการเลือกตั้งถือเป็นรูปแบบหนึ่งของประชาธิปไตย ซึ่งประเทศต้องเข้าสู่การเลือกตั้ง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลอย่าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ซึ่งการชุมนุมถือเป็นสีสันประชาธิปไตย จึงอยากให้รัฐบาลเปิดใจกว้าง ไม่ควรไปขัดขวางการชุมนุม พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. เพราะเกรงว่าจะนำไปสู่เหตุการณ์แบบพฤษภาทมิฬ 2535 และพฤษภาคม ปี 2553."ผมผิดหวังหน่อยเดียวที่ออกมาแล้วไม่เจอกับประชาธิปไตย เพราะยังอยู่ในบรรยากาศที่ถูกควบคุมโดยคำสั่ง คสช. ซึ่งมีข้อจำกัดการแสดงความคิดเห็น" นายสมยศ กล่าว.นายสมยศ ยอมรับว่าการถูกคุมขังมา 7 ปีถือเป็นความทุกข์ทรมานที่สูญเสียอิสรภาพ ครอบครัว อาชีพ รายได้พังทลาย ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ ส่วนตัวคิดว่าต้องเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมและทวงคืนประชาธิปไตย.นายสมยศ ระบุด้วยว่า การถูกคุมขังในเรือนจำได้พบเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยการนอนในเรือนจำมีผ้าห่มเพียง 3 ผืน ส่วนตัวเคยเรียกร้องไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว โดยคณะกรรมการสิทธิฯ เคยชี้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่รัฐบาลได้ยกเรื่องสิทธิมนุษยชนมาเป็นวาระแห่งชาติ.สำหรับ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงาน ก่อนผันตัวมาเป็นแกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ตกเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง มาตรา 112 เมื่อเดือนเมษายน 2554 ขณะเป็นบรรณาธิการนิตยสารวอยซ์ออฟทักษิณ โดยตำรวจพบบทความ 2 ชิ้น ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารวอยซ์ออฟทักษิณ เขียนโดยนักเขียนนามปากกา ‘จิตร พลจันทร์’ มีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์ จึงดำเนินคดีกับนายสมยศ ในฐานะบรรณาธิการตามความผิดมาตรา 112 เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ใช่ผู้เขียน และบทความนี้ไม่ได้กล่าวถึงเบื้องสูง พร้อมสู้คดีเรียกร้องความเป็นธรรม.โดยระหว่างที่นายสมยศอยู่ในเรือนจำ เจ้าตัวยื่นขอประกันตัวกับศาลมาแล้ว 16 ครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาต เหตุดังกล่าวกลายเป็นชนวนให้องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเข้ามาจับตาการดำเนินคดีนายสมยศ มีการออกแถลงการณ์หลายครั้ง เพื่อเรียกร้องให้ศาลไทยเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหามาตรา 112 ได้รับการประกันตัวระหว่างสู้คดี

IMAGE

โรงงาน Pos Cosmetics (Thailand) อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

Published on 24/04/2018

» ตำรวจ พร้อม อย.บุกค้นอีก 1 ใน 5 โรงงานผลิตสินค้าให้ "บริษัท เมจิกสกิน" ย่านกระทุ่มแบน ตามคำรับสารภาพหญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหา เบื้องต้นพบเข้าข่ายประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยกำลังตำรวจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. นำหมายศาลเข้าตรวจค้น โรงงาน พี โอ เอส คอสเมติก ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ตามคำให้การของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือ หญิงย้วย 1 ในผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท เมจิกสกิน ว่าเป็น 1 ใน 5 โรงงานที่รับผลิตสินค้าส่งมอบให้กับบริษัทซึ่งในการตรวจค้น พบว่าโรงงานแห่งนี้มีพนักงานทำงาน 4 คน ทำหน้าที่บรรจุสารเคมีลงผลิตภัณฑ์เพื่อรอการส่งต่อ ส่วนสภาพภายในโรงงานพบว่าสินค้าที่มีการบรรจุภัณฑ์ ถูกบรรจุใส่กล่องและติดป้ายว่าเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานรอการทำลาย รวมถึงเครื่องจักร ผลิตที่ติดป้ายว่าชำรุด และมีผ้าพลาสติกคลุมปิดไว้ ขณะที่ผู้ที่รับว่าเป็นเจ้าของโรงงานแห่งนี้ คือนายอภิวัฒน์ พงษ์พัฒนานุกูล ซึ่งรับหุ้นส่วนใหญ่ต่อมาจากหญิงย้วยและจากการตรวจสอบใบอนุญาตต่างๆ พบว่า โรงงานแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตในการจัดตั้งโรงงาน ใช้อุปกรณ์การผลิตไม่ตรงตามโฆษณา เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ส่วนผลการตรวจสอบของทาง อย. พบว่า เข้าข่ายฐานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบกิจการผลิตเครื่องสำอางโดยไม่มีการจดแจ้ง ซึ่งโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ส่วนของกลางที่ยึดได้จะนำกลับไปตรวจสอบหาส่วนประกอบสารเคมีว่ามีอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ต่อไปด้านนายสมชาย ปรีชาทวีกิจ รักษาราชการแทนเลขาธิการฯ อย. ยืนยันว่าที่ผ่านมา อย.ไม่ได้ปล่อยปะละเลย มีการประสานงานกับตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่ตรวจพบมาโดยตลอด ส่วนเรื่องการขอจดแจ้งเครื่องสำอาง หากไม่พบว่าสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ อย.ก็จะรับจดแจ้งและติดตามสุ่มตรวจสอบในภายหลัง แต่ยอมรับว่า ช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ตั้งโรงงานไม่ตรงกับที่ทีการจดทะเบียนขณะนี้ ทาง อย.เตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว

IMAGE

โรงงาน Pos Cosmetics (Thailand) อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

Published on 24/04/2018

» ตำรวจ พร้อม อย.บุกค้นอีก 1 ใน 5 โรงงานผลิตสินค้าให้ "บริษัท เมจิกสกิน" ย่านกระทุ่มแน ตามคำรับสารภาพหญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหา เบื้องต้นพบเข้าข่ายประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยกำลังตำรวจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. นำหมายศาลเข้าตรวจค้น โรงงาน พี โอ เอส คอสเมติก ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ตามคำให้การของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือ หญิงย้วย 1 ในผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท เมจิกสกิน ว่าเป็น 1 ใน 5 โรงงานที่รับผลิตสินค้าส่งมอบให้กับบริษัทซึ่งในการตรวจค้น พบว่าโรงงานแห่งนี้มีพนักงานทำงาน 4 คน ทำหน้าที่บรรจุสารเคมีลงผลิตภัณฑ์เพื่อรอการส่งต่อ ส่วนสภาพภายในโรงงานพบว่าสินค้าที่มีการบรรจุภัณฑ์ ถูกบรรจุใส่กล่องและติดป้ายว่าเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานรอการทำลาย รวมถึงเครื่องจักร ผลิตที่ติดป้ายว่าชำรุด และมีผ้าพลาสติกคลุมปิดไว้ ขณะที่ผู้ที่รับว่าเป็นเจ้าของโรงงานแห่งนี้ คือนายอภิวัฒน์ พงษ์พัฒนานุกูล ซึ่งรับหุ้นส่วนใหญ่ต่อมาจากหญิงย้วยและจากการตรวจสอบใบอนุญาตต่างๆ พบว่า โรงงานแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตในการจัดตั้งโรงงาน ใช้อุปกรณ์การผลิตไม่ตรงตามโฆษณา เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ส่วนผลการตรวจสอบของทาง อย. พบว่า เข้าข่ายฐานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบกิจการผลิตเครื่องสำอางโดยไม่มีการจดแจ้ง ซึ่งโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ส่วนของกลางที่ยึดได้จะนำกลับไปตรวจสอบหาส่วนประกอบสารเคมีว่ามีอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ต่อไปด้านนายสมชาย ปรีชาทวีกิจ รักษาราชการแทนเลขาธิการฯ อย. ยืนยันว่าที่ผ่านมา อย.ไม่ได้ปล่อยปะละเลย มีการประสานงานกับตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่ตรวจพบมาโดยตลอด ส่วนเรื่องการขอจดแจ้งเครื่องสำอาง หากไม่พบว่าสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ อย.ก็จะรับจดแจ้งและติดตามสุ่มตรวจสอบในภายหลัง แต่ยอมรับว่า ช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ตั้งโรงงานไม่ตรงกับที่ทีการจดทะเบียนขณะนี้ ทาง อย.เตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว

IMAGE

โรงงาน Pos Cosmetics (Thailand) อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

Published on 24/04/2018

» ตำรวจ พร้อม อย.บุกค้นอีก 1 ใน 5 โรงงานผลิตสินค้าให้ "บริษัท เมจิกสกิน" ย่านกระทุ่มแน ตามคำรับสารภาพหญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหา เบื้องต้นพบเข้าข่ายประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยกำลังตำรวจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. นำหมายศาลเข้าตรวจค้น โรงงาน พี โอ เอส คอสเมติก ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ตามคำให้การของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือ หญิงย้วย 1 ในผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท เมจิกสกิน ว่าเป็น 1 ใน 5 โรงงานที่รับผลิตสินค้าส่งมอบให้กับบริษัทซึ่งในการตรวจค้น พบว่าโรงงานแห่งนี้มีพนักงานทำงาน 4 คน ทำหน้าที่บรรจุสารเคมีลงผลิตภัณฑ์เพื่อรอการส่งต่อ ส่วนสภาพภายในโรงงานพบว่าสินค้าที่มีการบรรจุภัณฑ์ ถูกบรรจุใส่กล่องและติดป้ายว่าเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานรอการทำลาย รวมถึงเครื่องจักร ผลิตที่ติดป้ายว่าชำรุด และมีผ้าพลาสติกคลุมปิดไว้ ขณะที่ผู้ที่รับว่าเป็นเจ้าของโรงงานแห่งนี้ คือนายอภิวัฒน์ พงษ์พัฒนานุกูล ซึ่งรับหุ้นส่วนใหญ่ต่อมาจากหญิงย้วยและจากการตรวจสอบใบอนุญาตต่างๆ พบว่า โรงงานแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตในการจัดตั้งโรงงาน ใช้อุปกรณ์การผลิตไม่ตรงตามโฆษณา เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ส่วนผลการตรวจสอบของทาง อย. พบว่า เข้าข่ายฐานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบกิจการผลิตเครื่องสำอางโดยไม่มีการจดแจ้ง ซึ่งโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ส่วนของกลางที่ยึดได้จะนำกลับไปตรวจสอบหาส่วนประกอบสารเคมีว่ามีอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ต่อไปด้านนายสมชาย ปรีชาทวีกิจ รักษาราชการแทนเลขาธิการฯ อย. ยืนยันว่าที่ผ่านมา อย.ไม่ได้ปล่อยปะละเลย มีการประสานงานกับตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่ตรวจพบมาโดยตลอด ส่วนเรื่องการขอจดแจ้งเครื่องสำอาง หากไม่พบว่าสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ อย.ก็จะรับจดแจ้งและติดตามสุ่มตรวจสอบในภายหลัง แต่ยอมรับว่า ช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ตั้งโรงงานไม่ตรงกับที่ทีการจดทะเบียนขณะนี้ ทาง อย.เตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว

IMAGE

โรงงาน Pos Cosmetics (Thailand) อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

Published on 24/04/2018

» ตำรวจ พร้อม อย.บุกค้นอีก 1 ใน 5 โรงงานผลิตสินค้าให้ "บริษัท เมจิกสกิน" ย่านกระทุ่มแน ตามคำรับสารภาพหญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหา เบื้องต้นพบเข้าข่ายประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยกำลังตำรวจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. นำหมายศาลเข้าตรวจค้น โรงงาน พี โอ เอส คอสเมติก ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ตามคำให้การของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือ หญิงย้วย 1 ในผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท เมจิกสกิน ว่าเป็น 1 ใน 5 โรงงานที่รับผลิตสินค้าส่งมอบให้กับบริษัทซึ่งในการตรวจค้น พบว่าโรงงานแห่งนี้มีพนักงานทำงาน 4 คน ทำหน้าที่บรรจุสารเคมีลงผลิตภัณฑ์เพื่อรอการส่งต่อ ส่วนสภาพภายในโรงงานพบว่าสินค้าที่มีการบรรจุภัณฑ์ ถูกบรรจุใส่กล่องและติดป้ายว่าเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานรอการทำลาย รวมถึงเครื่องจักร ผลิตที่ติดป้ายว่าชำรุด และมีผ้าพลาสติกคลุมปิดไว้ ขณะที่ผู้ที่รับว่าเป็นเจ้าของโรงงานแห่งนี้ คือนายอภิวัฒน์ พงษ์พัฒนานุกูล ซึ่งรับหุ้นส่วนใหญ่ต่อมาจากหญิงย้วยและจากการตรวจสอบใบอนุญาตต่างๆ พบว่า โรงงานแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตในการจัดตั้งโรงงาน ใช้อุปกรณ์การผลิตไม่ตรงตามโฆษณา เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ส่วนผลการตรวจสอบของทาง อย. พบว่า เข้าข่ายฐานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบกิจการผลิตเครื่องสำอางโดยไม่มีการจดแจ้ง ซึ่งโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ส่วนของกลางที่ยึดได้จะนำกลับไปตรวจสอบหาส่วนประกอบสารเคมีว่ามีอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ต่อไปด้านนายสมชาย ปรีชาทวีกิจ รักษาราชการแทนเลขาธิการฯ อย. ยืนยันว่าที่ผ่านมา อย.ไม่ได้ปล่อยปะละเลย มีการประสานงานกับตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่ตรวจพบมาโดยตลอด ส่วนเรื่องการขอจดแจ้งเครื่องสำอาง หากไม่พบว่าสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ อย.ก็จะรับจดแจ้งและติดตามสุ่มตรวจสอบในภายหลัง แต่ยอมรับว่า ช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ตั้งโรงงานไม่ตรงกับที่ทีการจดทะเบียนขณะนี้ ทาง อย.เตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้วPublished caption:: Buckets containing other unknown substances are found at POS Cosmetics (Thailand) in Krathum Baen district, Samut Sakhon. The firm was among five firms supplying Magic Skin Co.

IMAGE

โรงงาน Pos Cosmetics (Thailand) อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

Published on 24/04/2018

» ตำรวจ พร้อม อย.บุกค้นอีก 1 ใน 5 โรงงานผลิตสินค้าให้ "บริษัท เมจิกสกิน" ย่านกระทุ่มแน ตามคำรับสารภาพหญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหา เบื้องต้นพบเข้าข่ายประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยกำลังตำรวจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. นำหมายศาลเข้าตรวจค้น โรงงาน พี โอ เอส คอสเมติก ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ตามคำให้การของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือ หญิงย้วย 1 ในผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท เมจิกสกิน ว่าเป็น 1 ใน 5 โรงงานที่รับผลิตสินค้าส่งมอบให้กับบริษัทซึ่งในการตรวจค้น พบว่าโรงงานแห่งนี้มีพนักงานทำงาน 4 คน ทำหน้าที่บรรจุสารเคมีลงผลิตภัณฑ์เพื่อรอการส่งต่อ ส่วนสภาพภายในโรงงานพบว่าสินค้าที่มีการบรรจุภัณฑ์ ถูกบรรจุใส่กล่องและติดป้ายว่าเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานรอการทำลาย รวมถึงเครื่องจักร ผลิตที่ติดป้ายว่าชำรุด และมีผ้าพลาสติกคลุมปิดไว้ ขณะที่ผู้ที่รับว่าเป็นเจ้าของโรงงานแห่งนี้ คือนายอภิวัฒน์ พงษ์พัฒนานุกูล ซึ่งรับหุ้นส่วนใหญ่ต่อมาจากหญิงย้วยและจากการตรวจสอบใบอนุญาตต่างๆ พบว่า โรงงานแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตในการจัดตั้งโรงงาน ใช้อุปกรณ์การผลิตไม่ตรงตามโฆษณา เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ส่วนผลการตรวจสอบของทาง อย. พบว่า เข้าข่ายฐานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบกิจการผลิตเครื่องสำอางโดยไม่มีการจดแจ้ง ซึ่งโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ส่วนของกลางที่ยึดได้จะนำกลับไปตรวจสอบหาส่วนประกอบสารเคมีว่ามีอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ต่อไปด้านนายสมชาย ปรีชาทวีกิจ รักษาราชการแทนเลขาธิการฯ อย. ยืนยันว่าที่ผ่านมา อย.ไม่ได้ปล่อยปะละเลย มีการประสานงานกับตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่ตรวจพบมาโดยตลอด ส่วนเรื่องการขอจดแจ้งเครื่องสำอาง หากไม่พบว่าสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ อย.ก็จะรับจดแจ้งและติดตามสุ่มตรวจสอบในภายหลัง แต่ยอมรับว่า ช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ตั้งโรงงานไม่ตรงกับที่ทีการจดทะเบียนขณะนี้ ทาง อย.เตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว Buckets containing other unknown substances are found at POS Cosmetics (Thailand) in Krathum Baen district, Samut Sakhon. The firm was among five firms supplying Magic Skin Co.

IMAGE

โรงงาน Pos Cosmetics (Thailand) อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

Published on 24/04/2018

» ตำรวจ พร้อม อย.บุกค้นอีก 1 ใน 5 โรงงานผลิตสินค้าให้ "บริษัท เมจิกสกิน" ย่านกระทุ่มแน ตามคำรับสารภาพหญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหา เบื้องต้นพบเข้าข่ายประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยกำลังตำรวจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. นำหมายศาลเข้าตรวจค้น โรงงาน พี โอ เอส คอสเมติก ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ตามคำให้การของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือ หญิงย้วย 1 ในผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท เมจิกสกิน ว่าเป็น 1 ใน 5 โรงงานที่รับผลิตสินค้าส่งมอบให้กับบริษัทซึ่งในการตรวจค้น พบว่าโรงงานแห่งนี้มีพนักงานทำงาน 4 คน ทำหน้าที่บรรจุสารเคมีลงผลิตภัณฑ์เพื่อรอการส่งต่อ ส่วนสภาพภายในโรงงานพบว่าสินค้าที่มีการบรรจุภัณฑ์ ถูกบรรจุใส่กล่องและติดป้ายว่าเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานรอการทำลาย รวมถึงเครื่องจักร ผลิตที่ติดป้ายว่าชำรุด และมีผ้าพลาสติกคลุมปิดไว้ ขณะที่ผู้ที่รับว่าเป็นเจ้าของโรงงานแห่งนี้ คือนายอภิวัฒน์ พงษ์พัฒนานุกูล ซึ่งรับหุ้นส่วนใหญ่ต่อมาจากหญิงย้วยและจากการตรวจสอบใบอนุญาตต่างๆ พบว่า โรงงานแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตในการจัดตั้งโรงงาน ใช้อุปกรณ์การผลิตไม่ตรงตามโฆษณา เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ส่วนผลการตรวจสอบของทาง อย. พบว่า เข้าข่ายฐานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบกิจการผลิตเครื่องสำอางโดยไม่มีการจดแจ้ง ซึ่งโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ส่วนของกลางที่ยึดได้จะนำกลับไปตรวจสอบหาส่วนประกอบสารเคมีว่ามีอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ต่อไปด้านนายสมชาย ปรีชาทวีกิจ รักษาราชการแทนเลขาธิการฯ อย. ยืนยันว่าที่ผ่านมา อย.ไม่ได้ปล่อยปะละเลย มีการประสานงานกับตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่ตรวจพบมาโดยตลอด ส่วนเรื่องการขอจดแจ้งเครื่องสำอาง หากไม่พบว่าสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ อย.ก็จะรับจดแจ้งและติดตามสุ่มตรวจสอบในภายหลัง แต่ยอมรับว่า ช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ตั้งโรงงานไม่ตรงกับที่ทีการจดทะเบียนขณะนี้ ทาง อย.เตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้วPublished caption:: An official presents an unidentified liquid material used in producing fake skincare and weight loss products. P hotos by Pornprom Satrabhaya

IMAGE

ไฟไหม้โรงงานรีดแผ่นโฟมกันความร้อนวอดกว่าร้อยล้าน

Published on 24/04/2018

» สมุทรปราการ สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์ไฟไหม้โรงงานรีดแผ่นโฟมกันความร้อนวอดกว่าร้อยล้านเมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 24 เมษายน 2561 ร.ต.อ.พงศกร สรัสชนา รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บริษัท มิคเซลจำกัดเลขที่ 45 / 5 หมู่ 10 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังรับจึงพร้อมด้วย นายวรณัฎฐ์ หนูรอด นายอำเภอพระประแดง พ.ต.อ.ประเสริฐ์ บัวขาว ผกก.สภ.สำโรงใต้ รถดับเพลิงเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพรายและเทศบาลใกล้เคียงกว่า 30 คันเดินทางเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตแผ่นฟอร์ยกันความร้อนลักษณะเป็นโกดัง 2 ชั้น ปลูกสร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ได้พบเพลิงกำลังลุกโหมอย่างรุนแรงและมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากภายในโรงงานมีแผ่นโฟมกันความร้อนเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก และถังแก๊สหุงต้มที่ใช้ในการทำความร้อนเพื่อรีดแผ่นโฟมขนาดใหญ่อยู่ภายในจำนวนหลายสิบถังที่เกิดระเบิดขึ้นเป็นระยะ โดยเพลิงได้ลุกลามไปลุกไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่ในลานรับฝากรถด้านข้างได้รับความเสียหายกว่า 20 คัน ประกอบด้วยรถบัส 1 คัน รถแมคโค 1 คัน รถยนต์กระบะ 10 คัน รถเก๋ง 6 คัน รถตู้หกล้อ 1 คันรถจักรยานยนต์ 2 คัน เนื่องจากขณะเกิดเหตุมีลมกรรโชกแรง เปลวไฟยังได้ลุกุลามไปลุกไหม้อู้ซ่อนรถที่อยู่ด้านหลังบริษัทร่วมทั้งบ้านเรือนประชานได้รับความเสียหายไปอีกจำนวน 3 หลัง ขณะเกิดเหตุตัวอาคารโรงงานได้เกิดถล่มลงมา แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบแต่ยังคงต้องฉีดน้ำเลี้ยงที่เกิดเหตุตลอดเวลา เนื่องจากยังมีเปลวไปคุขึ้นมาจากด้านล่างตลอดเวลา จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าตัวอาคารได้รับความเสียหายทั้งหมดร่วมทั้งเครื่องที่ตั้งอยู่ภายในโรงงานและสินค่าที่เก็บอยู่ภายในรวมทั้งรถยนต์ที่ถูกไฟลุกไหม้ไปกว่า 20 คัน คาดว่าค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทจากการสอบถามนายสมพร สาระพิมพ์ อายุ 63 ปี รปภ.ของบริษัทดังกล่าว ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังเดินตรวจอยู่ที่โรงงาน 1 ซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานที่ 2 ที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นที่โรงงาน 2 ตนจึงได้รีบวิ่งจากโรงงานที่ 1 ไปดูโรงงาน 2 ที่เกิดเหตุพบว่าคนงานที่กำลังทำงานอยู่ภายในประมาณ 7 คนได้พากันวิ่งหนีตายออกมาด้านนอก และพบเห็นไฟกำลังลุกไหม้อยู่ช่วงกลางโรงงานด้านในก่อนที่จะลุกโหมขึ้นอย่างรุนแรง และลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุมีกระแสลมแรงมาก ทำให้เปลวไปลุกลามไปลุกไหม้พื้นที่ใกล้เคียงอย่างรวดเร็วด้านนายดบุริน แสงงาม อายุ 23 ปี ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่าขณะตนกำลังนอนอยู่ได้ยินเสียงตะโกนว่าไฟไหม้จึงได้รีบลุกออกมาดูได้พบเห็นคนงานประมาณ 4-5 คน กำลังวิ่งออกจากโรงงานที่ไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงและมีเสียงระเบิดซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นถังแก็สหุงต้มที่ใช้ทำความร้อยรีดแผ่นโฟมทำให้ลูกไฟพุ่งขึ้นบนท้องฟ้าสะเก็ดได้กระจายไปทั่วบริเวณ ก่อนที่คนงานจะวิ่งไปตามเพื่อนคนงานที่โรงงาน 1 มาถอดรถบรรทุกหกล้อตู้ทึบจำนวน 6 คัน ที่จอดอยู่หน้าโรงงานออกมาด้านนอกด้านนายวรณัฎฐ์ หนูรอด นายอำเภอพระประแดง จากการที่ได้รับรายงานเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุมีคนงานทำงานอยู่ประมาณ 7 คน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดวิ่งหนีออกมาได้ นอกจากนี้ไฟยังได้ลุกลามไปลุกไหม้รถยนต์ที่ลานรับจอดที่อยู่ด้านหน้าบริษัทรวมทั้งอู่ซ่อมรถด้านในได้รับความเสียหายไปอีกกว่า 20 คัน ค่าเสียหายเบื้องต้นน่าจะหลายสิบล้านบาทอยู่ ส่วนอุปสักในการเข้าไปดับเพลิงก็มีปัญหาในเรื่องซอยแคมและเป็นทางต้นและคดเคี้ยวทำให้รถดับเพลิงเข้าไปในที่เกิดเหตุได้ลำบาก และอีกส่วนหนึ่งยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดได้เพราะยังมีควันไฟอยู่เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นได้สั่งปิดสถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่อันตรายแล้วและจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุโดยละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปPublished caption::What the blazes... Firefighters tackle a fire which engulfed a two-storey foam insulation factory in Phra Pradaeng district in Samut Prakan early yesterday. Sutthiwit Chayutworakan

IMAGE

ปาร์ตี้เซ็กส์สวิงกิ้ง กลางโรงแรมดังพัทยา

Published on 22/04/2018

» ชัยยศ ผู้พัฒนพงษ์/พัทยาอำเภอบางละมุง สนธิกำลัง 5 หน่วยงาน บุกทลายปาร์ตี้เซ็กส์สวิงกิ้ง กลางโรงแรมดังพัทยา รวบหนุ่มสาว 25 คน เวลา 23.30 น. คืนที่ผ่านมา ( 21 เม.ย.) นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการร้องเรียนว่าที่ “บ้านทิวลิป” โรงแรมชื่อดัง ย่านเขาพระตำหนักพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการลักลอบจัดปาร์ตี้สวิงกิ้งกันโดยผิดกฎหมาย จึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.14 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนแน่ชัดว่าจะมีการจัดปาร์ตี้ขึ้นจริง จึงได้วางแผนปิดล้อมตรวจค้น ทั้งนี้จากการเข้าบุกเข้าตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวเปิดเป็นโรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยา สูง 4 ชั้น มีห้องพักกว่า 30 ห้อง บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่เศษ โดยชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย โซนสระว่ายน้ำ โซนเคาท์เตอร์บาร์ และที่ต้องตกใจเป็นกว่านั้น คือโซนสุดท้ายถูกจัดเป็นห้องจัดปาร์ตี้สวิงกิ้ง หรือเรียกกันว่าห้อง “เพลย์” โดยพบคู่รักชายหญิงหลายสัญชาติ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน มาเลย์เซีย สิงค์โปร เยอรมัน ไทย กัมพูชา อินเดีย และยูเครน จำนวนกว่า 10 คู่ แยกเป็นชาย 11 คน หญิง 14 คน รวมเป็น 25 คน กำลังเปลือยกายล่อนจ้อนมีสัมพันธ์กันอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมไว้ ก่อนจะกระจายกำลังตรวจค้นตามจุดต่างๆ พบพนักงานโรงแรมรวม 3 คน และพบถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น ยาปลุกเซ็กส์ อุปกรณ์ช่วยกระตุ้นทางเพศ และถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วถูกทิ้งอยู่ถังขยะจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่ตรวจสอบห้องพักด้านบนพบว่าเป็นห้องพักของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกือบทั้งหมด โดยภายในห้องหมายเลข 402 เจ้าหน้าที่พบนายเซิ่งไฉ หยาง อายุ 53 ปี สัญชาติจีน แสดงตัวเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมแห่งนี้ นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่าได้รับการร้องเรียนว่าสถานที่ดังกล่าวมีการลักลอบจัดปาร์ตี้เซ็กส์สำหรับผู้ที่ชอบแนวเซ็กส์หมู่ และแลกเปลี่ยนคู่นอน รวมถึงแนวสวิงกิ้ง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ สำหรับขั้นตอนการเข้าร่วมกิจกรรมนั้น ทางผู้เข้าร่วมจะต้องสมัครสมาชิกผ่านเว็ปไซต์ และมีกติกาว่าผู้เข้าร่วมปาร์ตี้จะต้องเป็นคู่รักชายหญิง โดยมีค่าใช้จ่ายคืนละ 1,500 บาท ต่อ 1 ท่าน ภายหลังรับเรื่องจึงประสานตำรวจหลายหน่วยงานลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวก่อนเข้าจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายเซิ่งไฉ หยาง เจ้าของกิจการโรงแรมว่า ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 รวมทั้งเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ขณะที่ พนักงานโรงแรม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้สนับสนุน เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีPublished caption::Men and women hide their faces in towels after they were found attending a swingers’ party at the Ban Tulip Hotel in South Pattaya, Chon Buri. Chaiyot Phupattanapong