Showing 1 - 10 of 10,000
Published on 08/01/2019
» เวลาประมาณ 05.50 น.วันที่ 8 มค. 62 เกิดเหตุคนร้าย ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ติดตั้งในรถยนต์ และนำมาจอดไว้บริเวณที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนสายชนบท บ้านนิคม หมู่ที่ 3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา โดยจุดชนวนระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย คือ ร.ต.ท.สมนึก แก้วหมุน ถูกนำส่งโรงพยาบาลเทพา และ ร.ต.อ.(ญ) สินีนาถ คงพุทธ ถูกสะเก็ด หน้าอกซ้ายนำส่งรพ.ตำรวจยะลาแล้วพอ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่าคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ในรถยนต์ Isuzu Spacecab สีบรอนซ์มาจอดไว้ บนถนนชนบทนิคมเทพา แล้วจุดชนวนระเบิด แรงระเบิดทำให้หน่วยเฉพาะกิจสงขลาซึ่งอยู่ใกล้ กับที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายเล็กน้อยหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดดำเนินการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และจากการตรวจสอบรถยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุ ในเบื้องต้นพบว่าเจ้าของผู้ครอบครองคือ นายอมตะ สโมทานทวี อดีตข้าราชการครู อยู่ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่พัก ทราบว่า นายอมตะ ได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4ส่วนหน้า ได้ดำเนินงานตามนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมและควบคุมพื้นที่ ตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ มีการเฝ้าระวังการก่อเหตุของคนร้ายภาพข่าวก่อนหน้านี้และเมื่อวันที่ 5 มค.62 ที่ผ่านมาพบความเคลื่อนไหว ของกลุ่มคนร้ายมีการประชุมเพื่อเตรียมการก่อเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าไปพิสูจน์ทราบในพื้นที่เป้าหมาย ที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ของ จ.สงขลา ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มของนายบุคอรีย์ และนายเสรี แวมามุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผู้บัญชาการทหารบกได้ทราบเรื่องแล้ว พร้อมได้สั่งการมายัง แม่ทัพภาคที่ 4 ให้เร่งรัดในการคลี่คลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการดูผู้เสียชีวิตว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ในครั้งนี้หรือไม่ อย่างไรเนื่องจาก นายอมตะ เจ้าของรถถูกแขวนคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบและมาตรการจากนี้ไปแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ ทำงานเชิงรุก เพิ่มการจรยุทธ์ เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นพื้นที่สนับสนุนการก่อเหตุ โดยเฉพาะพื้นที่เขตรอยต่อ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา อ.หนองจิก จ.ปัตตานีขณะนี้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ได้ปูพรมเข้าไปในพื้นที่ สวนมาตรการเฝ้าระวังได้มีการแจ้งเตือนประชาชนมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ขอให้ได้มัดระวังแต่เหตุการณ์ ทั้งนี้เหตุการณ์ในครั้งนี้คนร้ายใช้เส้นทางในภูมิประเทศ เพื่อหลบกล้องวงจรปิด ไม่ผ่านบริเวณด่านตรวจของทางเจ้าหน้าที่ และเป็นการวางระเบิดแบบเร่งด่วน ขณะนี้กำลังเร่งรัดหา วัตถุพยานเพื่อที่จะนำไปสู่การพิสูจน์ทราบกลุ่มคนร้าย“คนร้ายพยายามที่จะพลิกแพลง รูปแบบ การวางระเบิดคาร์บอมบ์ ลักษณะนี้เป็นการป้องกันที่ยาก เพราะว่าใช้วิธีคือขับรถมาจอด และหลบหนีไป โดยเลือกใช้เวลาเช้าตรู่ เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนสัญจรไปมาน้อย ทำให้มีความสะดวกในการก่อเหตุ”.
Published on 08/01/2019
» เวลาประมาณ 05.50 น.วันที่ 8 มค. 62 เกิดเหตุคนร้าย ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ติดตั้งในรถยนต์ และนำมาจอดไว้บริเวณที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนสายชนบท บ้านนิคม หมู่ที่ 3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา โดยจุดชนวนระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย คือ ร.ต.ท.สมนึก แก้วหมุน ถูกนำส่งโรงพยาบาลเทพา และ ร.ต.อ.(ญ) สินีนาถ คงพุทธ ถูกสะเก็ด หน้าอกซ้ายนำส่งรพ.ตำรวจยะลาแล้วพอ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่าคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ในรถยนต์ Isuzu Spacecab สีบรอนซ์มาจอดไว้ บนถนนชนบทนิคมเทพา แล้วจุดชนวนระเบิด แรงระเบิดทำให้หน่วยเฉพาะกิจสงขลาซึ่งอยู่ใกล้ กับที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายเล็กน้อยหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดดำเนินการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และจากการตรวจสอบรถยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุ ในเบื้องต้นพบว่าเจ้าของผู้ครอบครองคือ นายอมตะ สโมทานทวี อดีตข้าราชการครู อยู่ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่พัก ทราบว่า นายอมตะ ได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4ส่วนหน้า ได้ดำเนินงานตามนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมและควบคุมพื้นที่ ตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ มีการเฝ้าระวังการก่อเหตุของคนร้ายภาพข่าวก่อนหน้านี้และเมื่อวันที่ 5 มค.62 ที่ผ่านมาพบความเคลื่อนไหว ของกลุ่มคนร้ายมีการประชุมเพื่อเตรียมการก่อเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าไปพิสูจน์ทราบในพื้นที่เป้าหมาย ที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ของ จ.สงขลา ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มของนายบุคอรีย์ และนายเสรี แวมามุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผู้บัญชาการทหารบกได้ทราบเรื่องแล้ว พร้อมได้สั่งการมายัง แม่ทัพภาคที่ 4 ให้เร่งรัดในการคลี่คลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการดูผู้เสียชีวิตว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ในครั้งนี้หรือไม่ อย่างไรเนื่องจาก นายอมตะ เจ้าของรถถูกแขวนคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบและมาตรการจากนี้ไปแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ ทำงานเชิงรุก เพิ่มการจรยุทธ์ เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นพื้นที่สนับสนุนการก่อเหตุ โดยเฉพาะพื้นที่เขตรอยต่อ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา อ.หนองจิก จ.ปัตตานีขณะนี้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ได้ปูพรมเข้าไปในพื้นที่ สวนมาตรการเฝ้าระวังได้มีการแจ้งเตือนประชาชนมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ขอให้ได้มัดระวังแต่เหตุการณ์ ทั้งนี้เหตุการณ์ในครั้งนี้คนร้ายใช้เส้นทางในภูมิประเทศ เพื่อหลบกล้องวงจรปิด ไม่ผ่านบริเวณด่านตรวจของทางเจ้าหน้าที่ และเป็นการวางระเบิดแบบเร่งด่วน ขณะนี้กำลังเร่งรัดหา วัตถุพยานเพื่อที่จะนำไปสู่การพิสูจน์ทราบกลุ่มคนร้าย“คนร้ายพยายามที่จะพลิกแพลง รูปแบบ การวางระเบิดคาร์บอมบ์ ลักษณะนี้เป็นการป้องกันที่ยาก เพราะว่าใช้วิธีคือขับรถมาจอด และหลบหนีไป โดยเลือกใช้เวลาเช้าตรู่ เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนสัญจรไปมาน้อย ทำให้มีความสะดวกในการก่อเหตุ”.
Published on 08/01/2019
» เวลาประมาณ 05.50 น.วันที่ 8 มค. 62 เกิดเหตุคนร้าย ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ติดตั้งในรถยนต์ และนำมาจอดไว้บริเวณที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนสายชนบท บ้านนิคม หมู่ที่ 3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา โดยจุดชนวนระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย คือ ร.ต.ท.สมนึก แก้วหมุน ถูกนำส่งโรงพยาบาลเทพา และ ร.ต.อ.(ญ) สินีนาถ คงพุทธ ถูกสะเก็ด หน้าอกซ้ายนำส่งรพ.ตำรวจยะลาแล้วพอ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่าคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ในรถยนต์ Isuzu Spacecab สีบรอนซ์มาจอดไว้ บนถนนชนบทนิคมเทพา แล้วจุดชนวนระเบิด แรงระเบิดทำให้หน่วยเฉพาะกิจสงขลาซึ่งอยู่ใกล้ กับที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายเล็กน้อยหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดดำเนินการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และจากการตรวจสอบรถยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุ ในเบื้องต้นพบว่าเจ้าของผู้ครอบครองคือ นายอมตะ สโมทานทวี อดีตข้าราชการครู อยู่ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่พัก ทราบว่า นายอมตะ ได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4ส่วนหน้า ได้ดำเนินงานตามนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมและควบคุมพื้นที่ ตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ มีการเฝ้าระวังการก่อเหตุของคนร้ายภาพข่าวก่อนหน้านี้และเมื่อวันที่ 5 มค.62 ที่ผ่านมาพบความเคลื่อนไหว ของกลุ่มคนร้ายมีการประชุมเพื่อเตรียมการก่อเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าไปพิสูจน์ทราบในพื้นที่เป้าหมาย ที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ของ จ.สงขลา ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มของนายบุคอรีย์ และนายเสรี แวมามุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผู้บัญชาการทหารบกได้ทราบเรื่องแล้ว พร้อมได้สั่งการมายัง แม่ทัพภาคที่ 4 ให้เร่งรัดในการคลี่คลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการดูผู้เสียชีวิตว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ในครั้งนี้หรือไม่ อย่างไรเนื่องจาก นายอมตะ เจ้าของรถถูกแขวนคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบและมาตรการจากนี้ไปแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ ทำงานเชิงรุก เพิ่มการจรยุทธ์ เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นพื้นที่สนับสนุนการก่อเหตุ โดยเฉพาะพื้นที่เขตรอยต่อ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา อ.หนองจิก จ.ปัตตานีขณะนี้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ได้ปูพรมเข้าไปในพื้นที่ สวนมาตรการเฝ้าระวังได้มีการแจ้งเตือนประชาชนมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ขอให้ได้มัดระวังแต่เหตุการณ์ ทั้งนี้เหตุการณ์ในครั้งนี้คนร้ายใช้เส้นทางในภูมิประเทศ เพื่อหลบกล้องวงจรปิด ไม่ผ่านบริเวณด่านตรวจของทางเจ้าหน้าที่ และเป็นการวางระเบิดแบบเร่งด่วน ขณะนี้กำลังเร่งรัดหา วัตถุพยานเพื่อที่จะนำไปสู่การพิสูจน์ทราบกลุ่มคนร้าย“คนร้ายพยายามที่จะพลิกแพลง รูปแบบ การวางระเบิดคาร์บอมบ์ ลักษณะนี้เป็นการป้องกันที่ยาก เพราะว่าใช้วิธีคือขับรถมาจอด และหลบหนีไป โดยเลือกใช้เวลาเช้าตรู่ เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนสัญจรไปมาน้อย ทำให้มีความสะดวกในการก่อเหตุ”.
Published on 08/01/2019
» เวลาประมาณ 05.50 น.วันที่ 8 มค. 62 เกิดเหตุคนร้าย ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ติดตั้งในรถยนต์ และนำมาจอดไว้บริเวณที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนสายชนบท บ้านนิคม หมู่ที่ 3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา โดยจุดชนวนระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย คือ ร.ต.ท.สมนึก แก้วหมุน ถูกนำส่งโรงพยาบาลเทพา และ ร.ต.อ.(ญ) สินีนาถ คงพุทธ ถูกสะเก็ด หน้าอกซ้ายนำส่งรพ.ตำรวจยะลาแล้วพอ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่าคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ในรถยนต์ Isuzu Spacecab สีบรอนซ์มาจอดไว้ บนถนนชนบทนิคมเทพา แล้วจุดชนวนระเบิด แรงระเบิดทำให้หน่วยเฉพาะกิจสงขลาซึ่งอยู่ใกล้ กับที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายเล็กน้อยหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดดำเนินการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และจากการตรวจสอบรถยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุ ในเบื้องต้นพบว่าเจ้าของผู้ครอบครองคือ นายอมตะ สโมทานทวี อดีตข้าราชการครู อยู่ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่พัก ทราบว่า นายอมตะ ได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4ส่วนหน้า ได้ดำเนินงานตามนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมและควบคุมพื้นที่ ตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ มีการเฝ้าระวังการก่อเหตุของคนร้ายภาพข่าวก่อนหน้านี้และเมื่อวันที่ 5 มค.62 ที่ผ่านมาพบความเคลื่อนไหว ของกลุ่มคนร้ายมีการประชุมเพื่อเตรียมการก่อเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าไปพิสูจน์ทราบในพื้นที่เป้าหมาย ที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ของ จ.สงขลา ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มของนายบุคอรีย์ และนายเสรี แวมามุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผู้บัญชาการทหารบกได้ทราบเรื่องแล้ว พร้อมได้สั่งการมายัง แม่ทัพภาคที่ 4 ให้เร่งรัดในการคลี่คลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการดูผู้เสียชีวิตว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ในครั้งนี้หรือไม่ อย่างไรเนื่องจาก นายอมตะ เจ้าของรถถูกแขวนคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบและมาตรการจากนี้ไปแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ ทำงานเชิงรุก เพิ่มการจรยุทธ์ เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นพื้นที่สนับสนุนการก่อเหตุ โดยเฉพาะพื้นที่เขตรอยต่อ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา อ.หนองจิก จ.ปัตตานีขณะนี้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ได้ปูพรมเข้าไปในพื้นที่ สวนมาตรการเฝ้าระวังได้มีการแจ้งเตือนประชาชนมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ขอให้ได้มัดระวังแต่เหตุการณ์ ทั้งนี้เหตุการณ์ในครั้งนี้คนร้ายใช้เส้นทางในภูมิประเทศ เพื่อหลบกล้องวงจรปิด ไม่ผ่านบริเวณด่านตรวจของทางเจ้าหน้าที่ และเป็นการวางระเบิดแบบเร่งด่วน ขณะนี้กำลังเร่งรัดหา วัตถุพยานเพื่อที่จะนำไปสู่การพิสูจน์ทราบกลุ่มคนร้าย“คนร้ายพยายามที่จะพลิกแพลง รูปแบบ การวางระเบิดคาร์บอมบ์ ลักษณะนี้เป็นการป้องกันที่ยาก เพราะว่าใช้วิธีคือขับรถมาจอด และหลบหนีไป โดยเลือกใช้เวลาเช้าตรู่ เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนสัญจรไปมาน้อย ทำให้มีความสะดวกในการก่อเหตุ”.
News, Editorial, Published on 31/05/2025
» With its digital cash wallet scaled back and its casino entertainment policy under fire, the Pheu Thai Party has been in search of a good news story, and so in the past week, it touted the building of a cable car in Loei province's Phu Kradueng National Park.
Oped, Editorial, Published on 12/12/2023
» Phu Kradueng is not just an ordinary mountain in a national park with an eponymous name. Situated in the country's central north, it occupies a special place in Thai society, and for many nature lovers, it's also a challenge that tests their physical and mental toughness by walking uphill to reach its summit.
Published on 25/04/2022
» Domestic car sales in March rose 9.1% from a year earlier to 87,245 units, helped by improved economic activity following an easing of coronavirus curbs and relief measures, the Federation of Thai Industries (FTI) said on Monday.
Piyarach Chongcharoen, Published on 20/02/2020
» Vehicle production in January dropped 12.99% year-on-year to 156,266 units, hit by contractions in local sales and exports, according to the monthly report from the Federation of Thai Industries (FTI).
Business, Lamonphet Apisitniran, Published on 09/10/2020
» Fast Auto Show Thailand organisers expect used car trade will stand at 1.5 million transactions in 2020, a 5% dip from last year, but are still optimistic about a better outlook than for new car sales.
Business, Wichit Chantanusornsiri, Published on 03/02/2018
» The Excise Department has found that a mere 52 owners who bought cars under the first-time car buyer scheme breached the conditions, says the Office of the Auditor-General (OAG).