FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “13ปีบิวเทรี่ยม”

Showing 1 - 10 of 1,571

BUSINESS

คู่มือสำหรับการเลือกติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปปีพ.ศ.2569: สิ่งที่เจ้าของบ้านควรรู้

Published on 29/12/2025

» ท่ามกลางราคาค่าไฟฟ้าที่ผันผวนและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น โซลาร์รูฟท็อปได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับครัวเรือนไทย โดยภายในปีพ.ศ. 2569 ตลาดคาดว่าจะมีความพร้อมมากขึ้น มีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น รวมถึงมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากยิ่งขึ้น

IMAGE

ชาวพิมาย โคราช ถวายเครื่องสักการะ เปลี่ยนเครื่องทรง รูปเหมือนพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 พร้อมอุทิศส่วนกุศลให้ทหารเสียชีวิตที่ชายแดน

Published on 04/08/2025

» พิธี ถวายเครื่องสักการบูชา และเปลี่ยนเครื่องทรง รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 ที่ประดิษฐานอยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา และพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จากประวัติอ้างอิงของกรมศิลปากร ระบุว่า พระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรกัมพูชา  ปกครองอาณาจักรกัมพูชาในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 18 และทรงเป็นสถาปนิกที่สร้างสรรค์ผลงานมากมาย ทั้งโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ รวมไปถึง ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างเมืองพิมายด้วย ปรากฏเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการและการก่อสร้างของพระองค์  นอกจากนี้ ยังได้รับการยกย่องว่า เป็นกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่ และนักปกครองที่มีคุณธรรม ซึ่งในโอกาสจัดงานถวายเครื่องสักการบูชา และเปลี่ยนเครื่องทรง รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 ในครั้งนี้ ได้ประกอบพิธีทำบุญอุทิศกุศลให้กับดวงวิญญาณเหล่าทหารกล้าที่อุทิศชีวิตปกป้องผืนแผ่นดินไทย ตั้งแต่เมื่อครั้งอดีต จนมาถึงเหตุปะทะที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชาในห้วงที่ผ่านมา  ให้ไปสู่สุคติภพ เพื่อให้บ้านเมืองสงบร่มเย็นเป็นสุข และให้เกิดความสามัคคีเป็นพลังอันบริสุทธิ์แผ่ไปทั่วผืนแผ่นดินไทย Photo By NAKHON RATCHASIMA---------------------------------------Published caption::Through the ages ... Locals hold a costume-changing ceremony at the Phimai National Museum in Nakhon Ratchasima for the statue  of Jayavarman VII, king of the Khmer Empire from  1181–1218. King Jayavarman  is credited with building  the Phimai Temple in what is  now Nakhon Ratchasima province.  PRASIT TANGPRASERT

IMAGE

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงาน

Published on 06/05/2025

» ผู้พิการหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตทักษะคอมพิวเตอร์ที่ได้ร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน โดยมีสองรัฐมนตรียืนให้กำลังใจดูภาพวาดตนเองในจอคอมพ์ ในงานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงานวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน และกล่าวแสดงความยินดีในพิธีบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน  และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 กระทรวงแรงงานนายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มุ่งมั่นประสานพลังกับทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตามนโยบายรัฐบาล  ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและจัดสวัสดิการของรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ที่มุ่งเพิ่มโอกาสและเสริมสร้างคุณค่าคนพิการ และ พันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้คนพิการก้าวข้ามความพิการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พึ่งตนเองได้ และร่วมรับผิดชอบสังคม ซึ่งมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกลไกลสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณกว่า 21 ล้านบาท ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 4,328 คน อย่างเป็นระบบและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระ ทำให้คนพิการและครอบครัว มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเสมอภาคในสังคมแห่งโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้สนับสนุนการผลักดันความร่วมมือตามโครงการดังกล่าว ผ่านการสำรวจความต้องการฝึกอบรมฝีมือแรงงานและความต้องการทำงานของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนการประสานและร่วมพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เหมาะสมกับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันลงนามใน MOU ฉบับนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพลังของคนพิการในการเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการจ้างงานคนพิการ เพราะความสามารถ (Ability) ไม่ใช่จ้างงานเพราะความพิการ (Disability) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ---------------------------------------Published caption::A helping hand ... A disabled woman demonstrates her  computer skills as Varawut Silpa-archa, left, Minister of  Social Development and Human Security and Phiphat  Ratchakitprakarn, centre, Minister of Labour, watch a  demonstration at the ministry following the signing of an MoU on improving job skills for people with disabilities. VARUTH HIRUNYATHEB

IMAGE

ไหว้พระราหูตามความเชื่อ ที่วัดขุนจันทร์ หรือวัดวรามาตยภัณฑสารารา ย่านตลาดพลู กรุงเทพฯ

Published on 05/05/2025

» ประชาชนกราบไหว้พระราหูตามความเชื่อ ที่วัดขุนจันทร์ หรือวัดวรามาตยภัณฑสารารา ย่านตลาดพลู กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ซึ่งจะเป็นวันที่พระราหูย้ายราศีครั้งใหญ่ โดยพระราหูเป็นดาวดวงแรกในกลุ่มดาวตรีเทพที่จะย้ายราศีในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากนี้จะตามด้วยดาวพฤหัสและดาวเสาร์ ถือเป็นปรากฏการณ์ทางโหราศาสตร์ที่หายาก ดาวตรีเทพ (ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และพระราหู) จะย้ายราศีพร้อมกันภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 40 ปี โดยจุดธูป 8-12 ดอก สีดำ ตามจำนวนของไหว้และเป็นเลขกำลังของพระราหู (8 และ 12) ของไหว้ส่วนใหญ่จะมี 8 อย่าง เช่นของคาว ซุปไก่ ไข่เยี่ยวม้า หรือของคาวที่มีสีดำเป็นหลัก ของหวาน เฉาก๊วย ช็อกโกแลต ข้าวเหนียวดำ หรือของหวานที่มีสีดำเป็นหลัก เครื่องดื่ม กาแฟดำ โคล่า หรือเครื่องดื่มที่มีสีดำเป็นหลัก---------------------------------------Published caption::Fed by the faithful ... Pigeons feed on offerings left on  an altar featuring a statue of Rahu at Wat Khun Chan in  Bangkok yesterday. Chanat Katanyu

IMAGE

ประชาชนกราบสักการะ พระศิวะ พระพิฆเนศ ที่วิหารเสด็จพ่อพระศิวะ คู้บอน 27 แยก 10 เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เนื่องในวันอักษยตรีติยา (Akshaya Tritiya) วันแห่งโชคลาภไหลมาเทมา ของชาวอินเดีย พุธที่ 30 เมษายน 2568 อักษยตรีติยา หรือ "อัคฮา ทีจ" เป็นหนึ่งในวันที่มงคลที่สุดตามคติของ ชาวฮินดูและเชน ตรงกับ วันขึ้น 3 ค่ำ เดือนไวศาขะ เชื่อกันว่าเป็น วันแห่ง ความโชคดี โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรืองแบบไม่มีที่สิ้นสุด คำว่า “อักษยะ” แปลว่า “ไม่มีวันหมดสิ้น” คนจึงนิยมเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ในวันนี้ เช่น เริ่มธุรกิจใหม่ ลงทุน ซื้อบ้าน หรือทองคำ เพราะเชื่อว่าจะนำความรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตและครอบครัวเทพที่นิยมบูชาในวันนี้ ได้แก่ พระวิษณุ พระพิฆเนศ และพระแม่ลักษมี

Published on 30/04/2025

» ประชาชนกราบสักการะ พระศิวะ พระพิฆเนศ ที่วิหารเสด็จพ่อพระศิวะ คู้บอน 27 แยก 10 เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เนื่องในวันอักษยตรีติยา (Akshaya Tritiya) วันแห่งโชคลาภไหลมาเทมา ของชาวอินเดีย พุธที่ 30 เมษายน 2568 อักษยตรีติยา หรือ "อัคฮา ทีจ" เป็นหนึ่งในวันที่มงคลที่สุดตามคติของ ชาวฮินดูและเชน ตรงกับ วันขึ้น 3 ค่ำ เดือนไวศาขะ เชื่อกันว่าเป็น วันแห่ง ความโชคดี โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรืองแบบไม่มีที่สิ้นสุด คำว่า “อักษยะ” แปลว่า “ไม่มีวันหมดสิ้น” คนจึงนิยมเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ในวันนี้ เช่น เริ่มธุรกิจใหม่ ลงทุน ซื้อบ้าน หรือทองคำ เพราะเชื่อว่าจะนำความรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตและครอบครัวเทพที่นิยมบูชาในวันนี้ ได้แก่ พระวิษณุ พระพิฆเนศ และพระแม่ลักษมีPublished caption :Hindu devotionsWorshippers pray to Hindu deities Lord Shiva and Lord Ganesha at the Phra Shiva Shrine in Bang Khen district on Akshaya Tritiya Day. Also known as Akha Teej, the festival is believed to bring eternal luck and wealth.

IMAGE

ปชน. จัดเสาวนา “ณัฐพงษ์” เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ดำเนินการคู่ขนาน เจรจากำแพงภาษีสหรัฐฯ หวั่นไทยเริ่มเจรจาช้า ทำเสียเปรียบหลายด้าน

Published on 30/04/2025

» เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำกทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Re-positioning Thailand: วางตำแหน่งใหม่เศรษฐกิจไทยในสงครามการค้าว่า หน้าที่ของ สส.ทุกคน ไม่ว่าจะมาจาก ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ คือ การส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไปยังทีมไทยแลนด์ หรือคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยในการเดินทางไปเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่การเตรียมมาตรการรับมือปรับตัวกับนโยบายของรัฐบาล หรือให้เอกชนปรับตัวกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสงครามการค้าโลก นายณัฐพงษ์ เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาจบ คือ 1.เจรจา ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เช่น หากเราจะต้องยอมนำเข้าสินค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ สินค้าต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคในประเทศเรา หรือไม่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าประเทศอื่นของไทย ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าต่อไทยมากยิ่งขึ้น 2.กระชับความสัมพันธ์ในเวทีต่างๆ ซึ่งหลักใหญ่ใจความคือเรื่องการค้าเป็นธรรม เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกัน ประเทศที่ขาดดุลอาจได้รับการสนับสนุนบางอย่างจากประเทศเกินดุลหรือไม่ เช่น การพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นคู่หูพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งยังต้องดูในเรื่องกรอบห่วงโซ่อุปทาน กรอบสังคมวัฒนธรรม กรอบภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย 3.รับมือ ในส่วนทางตรง หากเกิดมีสินค้าล้นทะลักเข้าไทยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องมาตรฐานสินค้า 4.เยียวยา ซึ่งคงต้องมีการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนแน่นอน จะต้องมีการออกแบบมาตรการเยียวยาอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วที่สุด เช่น หากไทยจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าการผลิตในประเทศ คนที่จะได้เปรียบในสมการนี้ คือคนที่ผลิตหรือแปรรูปอาหารสัตว์ เราจะมีมาตรการในการเยียวยา เพื่อแบ่งสันปันส่วนในห่วงโซ่อุปทานใหม่นั้นอย่างไร ทำให้คนที่ได้ประโยชน์มากขึ้นเข้าไปเยียวยาให้กับผู้ที่เสียประโยชน์ และ 5.ลงทุน เราจะคิดเฉพาะแค่ไทยเก่งอะไรหรือต้องลงทุนอะไรอย่างเดียวไม่พอ แต่ยุทธศาสตร์ในการลงทุน จะต้องตอบโจทย์เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก และสังคมวัฒนธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https:www.khaosod.co.th/politics/news_9739430Published caption :Driving the economyNatthaphong Ruengpanyawut, leader of the People’s Party, explains how to steer the economy through global and domestic challenges, during a discussion organised by the party yesterday.

IMAGE

งานเปิด โครงการ SML “ส่งตรงโอกาสถึงชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน”

Published on 21/04/2025

» บรรดาสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่มาร่วมงานต่างร่วมถ่ายภาพกับหุ่นสแตนดี้ของอดีตนายกฯทักษิณชินวัตร และอดีตนายกฯยิ่งลักชินวัตรและนายกฯคนปัจุบันจากตระกูลชินวัตร นำมาจัดวางรายละเอียดที่เคยสนับสนุนโครงการ SML ในงานเปิด โครงการ SML “ส่งตรงโอกาสถึงชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน” ภายใต้โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง ณ อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชัน เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี วันที่ 21 เมษายน 2568---------------------------------------Published caption::Long legacy... Visitors pose for photos with cardboard cutouts of PM Paetongtarn Shinawatra and former premiers Yingluck and Thaksin Shinawatra at the launch of a community development project at  Impact Muang Thong Thani in  Nonthaburi yesterday. Chanat Katanyu

IMAGE

Safety first

Published on 19/04/2025

» ประชาชนใช้บันไดเลื่อน บริเวณสถานี BTS สยาม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เตรียมควบคุมมาตรฐานบันไดเลื่อน-ทางเลื่อน ต.ค. 68 รับแผ่นดินไหว ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. ... โดยจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ สมอ. จะเร่งประกาศให้บันไดเลื่อน-ทางเลื่อนอัตโนมัติ เป็นสินค้าควบคุม เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนที่ต้องใช้บริการในสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สถานีรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และอาคารสำนักงาน โดยมาตรฐานฉบับดังงกล่าวเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและระบบไฟฟ้า ที่อ้างอิงมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) ที่มีความปลอดภัยสูง เป็นที่ยอมรับของสากล และทั่วโลกได้นำไปใช้ มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งจะมีระบบตรวจจับแผ่นดินไหวหรือเซ็นเซอร์ซึ่งจะเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบันไดเลื่อนหรือทางเลื่อนอัตโนมัติ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวระบบจะหยุดทำงานทันที มีระบบการยึดติดบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติในแนวดิ่งเพื่อไม่ให้เคลื่อนหลุดออกจากฐานPublished caption :  Commuters use escalators at BTS Siam Station. All public escalators will soon be required to meet earthquake resistant standards, with high-build quality, and stop operating when tremors strike. 

IMAGE

รมว.พม. แถลงผลงานรอบ 6 เดือน เดินหน้า 9 พันธกิจสำคัญ พร้อมขยายผลโครงการเพื่อกลุ่มเปราะบาง 

Published on 09/04/2025

» วันนี้ (วันที่ 9 เมษายน 2568) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) แถลงผลการดำเนินงานของกระทรวง พม. ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่า กระทรวงฯ ได้ขับเคลื่อนภารกิจเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการสำคัญ อาทิ โครงการในพระราชดำริ เช่น การอบรมล่ามภาษามือ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ พร้อมทั้งได้ดำเนินมาตรการบรรเทาค่าครองชีพให้แก่กลุ่มเปราะบาง โดยสามารถโอนเงินช่วยเหลือผู้พิการและผู้สูงอายุได้สำเร็จรวมกว่า 2.8 ล้านคน และมีการจ่ายเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับเงินในรอบแรกอีกกว่า 150,000 คนนายวราวุธเน้นย้ำถึง “9 พันธกิจเรือธง” ที่เป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงฯ ได้แก่ ยกระดับศักยภาพเด็กปฐมวัย เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงของชาติ,ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดูแลผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี,สร้างงาน สร้างรายได้ สำหรับกลุ่มเปราะบาง,พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมองว่าคนพิการคือทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อสังคม,สร้างหุ้นส่วนทางสังคม นำไปสู่สวัสดิการที่ยั่งยืน,ขับเคลื่อนพันธกรณีระหว่างประเทศ ยืนยันว่าไทยไม่มีนโยบายให้สัญชาติกับเด็กอพยพ แต่จะดูแลด้านการศึกษาและสาธารณสุขภายใต้ข้อตกลงนานาชาติ,สื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิของตน,พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสังคม เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนกระทรวง และ พัฒนาระบบ พม. ดิจิทัล เสริมฐานข้อมูลและป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนถัดไป กระทรวง พม. เตรียมขยายศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้าน เพิ่มผลของโครงการบริบาลผู้สูงอายุในชุมชน เร่งขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้โครงการ “นิคมและพมจ. Next” รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่สูง ผ่านโครงการเสริมพลังวัด งานแสดง “Social Development Expo 2025” และการพัฒนาระบบดิจิทัลที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานนอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังจะเน้นสร้างเครือข่ายร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมผ่านโครงการ CSR พร้อมผลักดันโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับทุกช่วงวัย เช่น โครงการบ้านมั่นคง เพื่อลดปัญหาชุมชนแออัด และช่วยบรรเทาภาระการเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยรมว.พม. กล่าวย้ำว่า “อย่าเชื่อข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี” ตนยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี พม. และพร้อมเดินหน้าทำงานเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเห็นความหวังและเกิดความอุ่นใจ พร้อมขอให้ข้าราชการ พม. ทุกคน “ห้ามใส่เกียร์ว่าง” เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนอย่างแท้จริงท้ายที่สุด นายวราวุธให้คะแนนตนเอง 5 เต็ม 10 สำหรับการทำงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่ายังมีภารกิจสำคัญอีกหลายด้านที่ต้องดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางที่เผชิญภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตภายหลังแถลงผลงานเสร็จสิ้น ลงมาทักทายข้าราชการประจำกระทรวงฯพร้อมถ่ายภาพเซลฟี่กับข้าราชการเป็นที่ระลึกPhoto By SOMCHAI POOMLARDPublished caption :Trumpeting triumphsMinister of Social Development and Human Security Varawut Silpa-archa provides an update on the ministry’s work over the past six months, including handing out cash to over 2.8 million disabled and elderly people.

IMAGE

การรื้อถอนมีความก้าวหน้าอย่างมากโดยเฉพาะบริเวณโซน A ที่สามารถถมดินสูงขึ้นไปอีกระดับ จนสามารถนำรถแบคโฮขึ้นไปได้ และมีเป้าหมายนำรถแบคโฮขึ้นไปยังโซน D ด้วย มีการแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน ในแผนการทำงาน ขณะนี้กำลังนำรถแบคโฮขึ้นไปยังจุด D2 ให้ได้ ซึ่งใช้เทคนิกบีบปูนให้แตก และตัดเหล็กเส้น เพื่อให้บริเวณจุด E ลดระดับลงมา 5 เมตร

Published on 08/04/2025

» ความคืบหน้าภารกิจการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง 8 เมษายน 2568 ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้เพิ่มขึ้นจาก 17 ราย เป็น 21 ราย ซึ่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายที่พบมาจากบริเวณโซน C ของอาคาร การรื้อถอนมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะในโซน A ที่สามารถถมดินให้สูงขึ้นจนรถแบ็กโฮสามารถขึ้นไปปฏิบัติงานได้แล้ว และเป้าหมายต่อไปคือการนำรถแบ็กโฮไปยังโซน D ตามที่มีการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานออกเป็น 4 ส่วน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังนำรถแบ็กโฮไปยังจุด D โดยใช้เทคนิคบีบอัดปูนและตัดเหล็กเส้น เพื่อลดระดับความสูงของจุดยอดสุดลง 5 เมตร เนื่องจากมีการพบผู้สูญหายในบริเวณโซน C และ D เป็นส่วนใหญ่ และเชื่อว่าเป็นจุดที่คนงานจำนวนมากปฏิบัติงานอยู่ระหว่างชั้นที่ 20-30 นอกจากนี้ การเจาะโพรงในโซน C ที่ดำเนินการมาตั้งแต่วันแรก โดยยืนยันว่าจะยังคงแผนนี้ต่อไปจนกว่าความสูงของจุดยอดสุดจะลดลง ซึ่งจากการประเมินร่วมกับคนงานที่รอดชีวิตและวิศวกร เชื่อว่าหากเปิดโพรงนี้ได้สำเร็จ จะพบร่างผู้สูญหายเพิ่มเติมPhoto By Nutthawat Wichieanbut---------------------------------------Published caption::Soil for a makeshift platform is loaded onto the site by  cranes as rescuers move their search for bodies, belongings, and survivors to higher levels of debris at  the site of the collapsed building in Chatuchak, Bangkok.  More bodies are expected to be found as the cranes smash open chambers created by the quake. Nutthawat Wichieanbut