Showing 1 - 10 of 1,102
Published on 29/12/2025
» ท่ามกลางราคาค่าไฟฟ้าที่ผันผวนและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น โซลาร์รูฟท็อปได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับครัวเรือนไทย โดยภายในปีพ.ศ. 2569 ตลาดคาดว่าจะมีความพร้อมมากขึ้น มีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น รวมถึงมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากยิ่งขึ้น
Komsan Jandamit, Published on 08/10/2025
» Nakhon Phanom has lit up the Mekong River with a spectacular debut of the Illuminated Boat Festival drawing over 100,000 visitors and marking a new chapter in the province’s cultural and economic development.
News, Online Reporters, Published on 14/07/2025
» A forest ranger was shot in the thigh by a gun trap while patrolling a remote area of Phu Wiang National Park in Khon Kaen province on Sunday.
News, Online Reporters, Published on 09/07/2025
» KANCHANABURI - Rangers in Khao Laem National Park have arrested a 66-year-old poaching suspect inside a makeshift hut, where they also found a musket, ammunition and various hunting tools.
News, Published on 07/07/2025
» A herd of wild elephants from Thap Lan National Park raided a cassava plantation in Prachin Buri’s Na Di district in the early hours of Monday, damaging over one rai of crops and sparking fear among local residents.
News, Online Reporters, Published on 05/07/2025
» A rare sighting of a black panther in Kaeng Krachan National Park has captivated nature lovers after the park chief shared a video of the elusive animal calmly walking across a road leading to Panoen Thung mountain.
Published on 06/05/2025
» กทม. นำสื่อมวลชนติดตามภารกิจการรื้อถอน และค้นหาผู้ติดค้างภายในอาคาร สตง. ในภาพเป็นชั้นใต้ดินอาคาร สตง.(แห่งใหม่) ที่ถล่มระหว่างก่อสร้าง จะเห็นเสาที่ระเบิดออกแต่ยังรับน้ำหนักได้บางส่วน ซึ่งชั้นอื่นๆที่ถล่มลงมานั้นจะระเบิดฉีกขาดออกจากกัน โดยมีข้อมูลจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร คาดจบงานใน 3 วัน หลังเคลียร์ซากเปิดพื้นที่อาคาร สตง. ครบทั้งหมด ไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม(6 พ.ค. 68) นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสุริยชัย ระวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. นำคณะสื่อมวลชนฯ ลงพื้นที่บริเวณโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เขตจตุจักร ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลการปฏิบัติงานตลอด 40 วันที่ผ่านมา หลังประเมินแล้วว่าในจุดที่นำคณะสื่อมวลชนเข้าไปนั้น มีความปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้วโดย นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ระบุว่า ลักษณะของอาคารที่ถล่มเป็นอาคารสูง 30 ชั้น มีพื้นที่รวม 40×40 เมตร หรือประมาณ 50,000 ตารางเมตร มีลิฟท์ 10 ตัว และหลังจากเกิดเหตุการณ์ถล่มแล้ว โครงสร้างอาคารมีการลาดเอียงไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับอาคารจอดรถคาดการณ์ว่าระหว่างที่อาคารถล่มนั้น อาจมีคนวิ่งเข้ามาในส่วนของอาคารจอดรถด้วย จึงยังคงมีการค้นหาในบริเวณนี้ต่อจนกว่าจะเคลียร์พื้นที่ได้แล้วเสร็จ 100% ซึ่งจากการจำลองการหนีของคนส่วนใหญ่ของทุกชั้นจะวิ่งมาหาบันไดหนีไฟซึ่งเป็นจุดเดียวของอาคารที่เชื่อมระหว่างอาคาร 30 ชั้นกับอาคารจอดรถยนต์ จึงอาจมีผู้ติดค้างติดอยู่บริเวณเศษซากอาคารที่ถล่มลงมาในบริเวณจุดเชื่อมได้ ซึ่งสมมุติฐานดังกล่าวยังสอดคล้องกับ ข้อเท็จจริงที่พื้นที่ที่พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน C ตรงจุดที่คาดว่าเป็นช่วงบันไดหนีไฟคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วันจะค้นหาบริเวณชั้นใต้ดแล้วเสร็จ และภายใน 4-5 วัน จึงจะแล้วเสร็จภารกิจ โดยในเบื้องต้นจะพยายามให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เบื้องต้น ต้องยอมรับว่า กทม. ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานในการกู้ซากอาคาร แต่ยืนยันว่าจะทำงานด้วยความพยายามและระมัดระวัง เพื่อค้นหาและนำผู้ติดค้างออกมาให้ได้ครบถ้วนที่สุด โดย กทม. ขอขอบคุณการสนับสนุนเครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากทุกหน่วยงานภาคี ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่เข้ามาช่วยดำเนินการตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ซึ่งทุกคนมาด้วยใจและช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มที่ภารกิจในครั้งนี้มีเครื่องจักรร่วมสนับสนุนการดำเนินการทั้งหมดกว่า 80 เครื่อง แม้การดำเนินงานในแต่ละวันค่อนข้างมีอุปสรรค มีการวางแผนงานการประชุม 9 โมงเช้าและ 6 โมงเย็นทุกวัน และหน้างานมีการมีปัญหา ที่ต้องวางแผนแก้ปัญหาในแต่ละวันที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนที่เข้ามาก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ในการค้นหาผู้สูญหาย และตลอดเวลาที่ผ่านมาเครื่องจักรต่างๆ มีการทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะเร่งกู้ร่างของผู้ที่ติดอยู่ในซากตึก ซึ่งการทำงานของเครื่องจักรทุกคันในวันนี้จะเน้นไปที่การทำงานบริเวณชั้นใต้ดินทั้งหมดPhoto By Pattarapong ChatpattarasillPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::Bent out of shape ... Cracked pillars are seen in the basement of the collapsed State Audit Office building. City Hall said it would take a few days to complete the search for remains in the basement and another 4-5 days to complete the entire mission. PATTARAPONG CHATPATTARASILL
Published on 14/04/2025
» ประเพณีสงกรานต์ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบ้านสะเนพ่อง กลางป่าทุ่งใหญ่ฯบรรยากาศประเพณีสงกรานต์ ที่วัดสะเนพ่อง หมู่ 1 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีประชาชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงร่วมงานเป็นจำนวนมากสำหรับประเพณีสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงนั้น ถือเอาวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5เป็นวันมหาสงกรานต์ โดยเช้าวันนี้ชาวบ้านทุกเพศทุกวัย ต่างจูงลูกจูงหลานเดินทางมายังวัดสะเนพ่อง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสงกรานต์ในทุกๆ ปี พิธีการเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า ด้วยการรับศีล ฟังธรรมจากพระภิกษุสงฆ์ต่อจากนั้นผู้ที่มาร่วมงานจะร่วมกันตักบาตรข้าวสุกใต้ต้นโพธิ์ ก่อนจะนำเข้าในบาตรไปถวายพระภิกษุ กรวดน้ำอุทิศบุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ ต่อจากนั้นจึงเข้าสู่พิธีการไหว้เทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่า เจ้าเขา ที่ปกปักรักษาหมู่บ้านตามคติความเชื่อที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษชาวกะเหรี่ยงต่อด้วยพิธีล้างต้นโพธิ์ ขอขมาต้นโพธิ์ โดยทุกคนจะนำสะอาดที่บรรจุอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ พร้อมน้ำขมิ้นส้มป่อย มาทำการล้างรากและลำต้นของต้นโพธิ์ ก่อนไม้ไผ่ที่เตรียมเอาไว้มาทำพิธีค้ำต้นโพธิ์ นำดอกไม้ ธูป เทียน มาสักการบูชาต้นโพธิ์ ทั้งนี้ที่มาของพิธีรดน้ำและขอขมาต้นโพธิ์นั้นสืบทอดกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ชาวกะเหรี่ยงรับศาสนาพุทธมาจากชาวมอญ ในสมัยนั้นการจะสร้างวัด สร้างพระ หรือสถูปเจดีย์ เพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์นั้นทำได้ยาก เนื่องจากชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ตามป่าเขา จึงเห็นควรยึดเอาต้นโพธิ์ ที่ขึ้นอยู่ในป่าเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เนื่องจากต้นโพธิ์ เป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน ของพระพุทธเจ้านั่นเองหลังจากพิธีรดน้ำต้นโพธิ์แล้วผู้ร่วมงานทั้งหมดร่วมกันไหว้เจดีย์ทรายที่ได้ร่วมกันนำทรายจากริมน้ำโรคี่ ที่อยู่ด้านหลังวัด มาก่อเป็นเจดีย์ทรายในช่วงเช้า ทั้งนี้มีคติความเชื่อว่าการจะนำทรายมาสร้างเจดีย์จะต้องตักทราย (ใช้มือหรือช้อนตัก) ให้มีจำนวนมากกว่าอายุผู้ตัก 1 ช้อน (เช่นถ้าผู้ตักทรายมีอายุ 30 ปี ต้องตักทรายจำนวน 31 กำหรือช้อน) ทั้งนี้เชื่อกันว่าจะเป็นการต่ออายุให้กับตัวเองเมื่อเสร็จสิ้นพิธีไหว้เจดีทรายแล้วก็จะต่อด้วยพิธีทำความสะอาด และขอขมาสะพาน ซึ่งเป็นสะพานข้ามรำห้วยโรคี่ที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นมาจากไม้ไผ่ก่อนถึงวันสงกรานต์ ด้วยการนำขมิ้นส้มป่อยมาปะพรมพร้อมดอกไม้และเทียน ทั้งนี้ชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่าการสร้างสะพานเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ จะส่งผลให้สามารถข้ามผ่านอุปสรรค ปัญหาต่างๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตไปได้ ทำการ ทำงานก็จะไร้อุปสรรคก่อนจะจบพิธีในช่วงเช้าด้วยปล่อยปลา ที่ได้จากการไปช่วยเหลือจากแหล่งน้ำที่ใกล้จะแห้งขอดเพื่อนำลงปล่อยในแม่น้ำโรคี่ เพื่อเป็นการให้ชีวิตใหม่และการอนุรักษ์พันปลานั่นเอง โดยชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่าการได้ปล่อยปลาในวันมหาสงกราต์นั้นมีอานิสงส์ให้แม้ชะตาชีวิตตกอยู่ในขั้นต้องตายก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนั้นชาวบ้านในพื้นที่ให้ความสำคัญ และจะต้องปฏิบัติทุกครั้งเมื่อถึงวันมหาสงกรานต์พอตกช่วงบ่ายก็จะมาถึงอีกพิธีสำคัญที่ทุกคนรอคอย คือพิธีสรงน้ำพระพุทธรัตนสังขละบุรี ศรีสุวรรณ (พระแก้วขาว) โดยจะเริ่มด้วยพ่อเมือง(นายอำเภอ)จะเป็นผู้พิธีอัญเชิญพระแก้วขาวออกจากศาลาวัดสะเนพ่อง (ซึ่งมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น) มายังศาลาพิธีที่ถูกสร้างและประดับประดาด้วยตุง ธง และดอกไม้ ให้มีความสวยงาม ก่อนที่พระภิกษุสงฆ์จะเจริญพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลของพิธีและผู้ที่มาร่วมพิธี ต่อจากนั้นจึงให้พระภิกษุ และแม่ชีทำพิธีสรงน้ำ ซึ่งน้ำที่ใช้เป็นน้ำหอมแป้งขมิ้น และลูกส้มป่อยที่ผ่านกระบวนการเผาทำให้มีกลิ่นหอม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านในพื้นที่สำหรับพระแก้วขาว ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอยู่คู่บ้านคู่เมืองสังขละบุรีมาตั้งแต่ยุคพระศรีสุวรรณคีรี เป็นเจ้าเมืองสังขละบุรี โดยมีความเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่พระศรีสุวรรณคีรี(เจ้าเมืองสังขละบุรี)ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 3 และนำมาประดิษฐานวันที่วัดสะเนพ่องแห่งนี้ตั้งแต่ครานั้น โดยบ้านสะเนพ่อง ในอดีตนั้นเป็นที่ตั้งของเมืองสังขละบุรี ก่อนจะมีการย้ายเมืองมายังสถานตั้งปัจจุบันในเวลาต่อมากิจกรรมประเพณีสงกรานต์ขั้นตอนสุดท้ายคือ ทุกคนร่วมกันสรงน้ำพระผ่านกระบอกไม้ไผ่ที่นำมาผ่าซีกแล้วเรียงต่อๆ กันเป็นทอดยาว และพิธีที่สำคัญ และถือว่าเป็นเอกลักษณ์คือ การให้ประชาชนมานั่งคุกเข่าเรียงรายกันกลายเป็นสะพานมนุษย์เพื่อให้พระสงฆ์เดินบนหลังเริ่มตั้งแต่บันไดศาลาวัด มายังซุ้มอาบน้ำบริเวณปลายกระบอกไม้ไผ่ที่ชาวบ้านสรงน้ำลงมา สำหรับการทำสะพานมนุษย์เพื่อให้พระสงฆ์เดินเหยียบบนหลังนั้นชาวบ้านต่างเชื่อกันว่า เป็นสิริมงคลต่อชีวิตอีกทั้งจะทำให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะอาการปวดเมื่อย โดยกิจกรรม และพิธีในงานประเพณีสงกรานต์ที่จัดขึ้นทุกปี ชาวบ้านจะเน้นพิธีกรรมที่ทำสืบต่อกันมาแต่สมัยบรรพบุรุษที่ยังคงเป็นวิถีที่งดงามเรียบง่าย และจะยังคงอยู่คู่บ้านคู่เมืองสังขละบุรี สืบไป---------------------------------------Published caption::Thais of Karen descent celebrate Songkran at Wat Saneh Pong in Kanchanaburi’s Sangkhla Buri district. Piyarach Chongcharoen
Published on 11/04/2025
» LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2 นำทีมโดยครอบครัว “ตูน Bodyslam และ ก้อย-รัชวิน” พร้อม “น้องทะเล น้องเวลา” ร่วมผจญภัยในดินแดนของสัตว์แปลกหาชมยากกว่า 300 ชนิด ในป่าจำลองพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม.ใจกลางห้างฯ ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ---------------------------------------Published caption::Rare sight...A visitor poses with capybaras at Lifestore Jungle Walk 2025, an event which showcases a variety of exotic animals, at The Mall Lifestore Bangkapi in Bangkok. Varuth Hirunyatheb
Published on 03/04/2025
» The Halabala GALA Premiere marked the official screening of Halabala, the latest film from BrandThink Cinema, directed by Eakasit Thairaat. This prestigious event was led by the film’s stars, including “Ter” Chantavit Dhanasevi, “Nychaa” Nuttanicha Dungwattanawanich, Arnon Saisangchan (Poo Blackhead), and Yasaka Chaisorn. It brought together an esteemed gathering of actors, celebrities, KOLs, and film enthusiasts, while media and special guests were invited to experience the madness of the forest for the first time at Siam Paragon on March 31, 2025.