FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “โครงการ”

Showing 1 - 10 of 1,510

IMAGE

ชาวพิมาย โคราช ถวายเครื่องสักการะ เปลี่ยนเครื่องทรง รูปเหมือนพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 พร้อมอุทิศส่วนกุศลให้ทหารเสียชีวิตที่ชายแดน

Published on 04/08/2025

» พิธี ถวายเครื่องสักการบูชา และเปลี่ยนเครื่องทรง รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 ที่ประดิษฐานอยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา และพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จากประวัติอ้างอิงของกรมศิลปากร ระบุว่า พระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรกัมพูชา  ปกครองอาณาจักรกัมพูชาในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 18 และทรงเป็นสถาปนิกที่สร้างสรรค์ผลงานมากมาย ทั้งโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ รวมไปถึง ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างเมืองพิมายด้วย ปรากฏเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการและการก่อสร้างของพระองค์  นอกจากนี้ ยังได้รับการยกย่องว่า เป็นกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่ และนักปกครองที่มีคุณธรรม ซึ่งในโอกาสจัดงานถวายเครื่องสักการบูชา และเปลี่ยนเครื่องทรง รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 ในครั้งนี้ ได้ประกอบพิธีทำบุญอุทิศกุศลให้กับดวงวิญญาณเหล่าทหารกล้าที่อุทิศชีวิตปกป้องผืนแผ่นดินไทย ตั้งแต่เมื่อครั้งอดีต จนมาถึงเหตุปะทะที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชาในห้วงที่ผ่านมา  ให้ไปสู่สุคติภพ เพื่อให้บ้านเมืองสงบร่มเย็นเป็นสุข และให้เกิดความสามัคคีเป็นพลังอันบริสุทธิ์แผ่ไปทั่วผืนแผ่นดินไทย Photo By NAKHON RATCHASIMA---------------------------------------Published caption::Through the ages ... Locals hold a costume-changing ceremony at the Phimai National Museum in Nakhon Ratchasima for the statue  of Jayavarman VII, king of the Khmer Empire from  1181–1218. King Jayavarman  is credited with building  the Phimai Temple in what is  now Nakhon Ratchasima province.  PRASIT TANGPRASERT

IMAGE

“ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี” เปิดเวทีเสนา “บทบาทในการดำเนินคดีทุจริต ภายใต้แนวนโยบายของรัฐบาล” เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน

Published on 07/05/2025

» ผู้แสดงเป็นบัญชีม้าที่นิทรรศการให้ความรู้ กำลังสวัสดีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในงานเปิดโครงการเสวนาเชิงวิชาการ “บทบาทในการดำเนินคดีทุจริตภายใต้แนวนโยบายของรัฐบาลในมิติของปัจจุบันและอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน” ภายใต้แนวคิด “พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต”วันนี้ (วันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2568) เวลา 09.00 น. ณ ห้องจูปิเตอร์ 4 – 6 อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสวนาเชิงวิชาการ “บทบาทในการดำเนินคดีทุจริตภายใต้แนวนโยบายของรัฐบาลในมิติของปัจจุบันและอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน” ภายใต้แนวคิด “พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต” โดยมีนายอำนาจ พวงชมภู ประธานกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่าง ๆ ภาคประชาชนและภาคเอกชน จำนวน 170 คน เข้าร่วมฯPublished caption :Two people portraying mule accounts greet Deputy Prime Minister Phumtham Wechayachai, right, at an exhibition on addressing corruption, at the Impact Exhibition and Convention Centre yesterday.

IMAGE

Thailand-Quake-Building-Collapse

Published on 06/05/2025

» กทม. นำสื่อมวลชนติดตามภารกิจการรื้อถอน และค้นหาผู้ติดค้างภายในอาคาร สตง. ในภาพเป็นชั้นใต้ดินอาคาร สตง.(แห่งใหม่) ที่ถล่มระหว่างก่อสร้าง จะเห็นเสาที่ระเบิดออกแต่ยังรับน้ำหนักได้บางส่วน ซึ่งชั้นอื่นๆที่ถล่มลงมานั้นจะระเบิดฉีกขาดออกจากกัน โดยมีข้อมูลจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร คาดจบงานใน 3 วัน หลังเคลียร์ซากเปิดพื้นที่อาคาร สตง. ครบทั้งหมด ไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม(6 พ.ค. 68) นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสุริยชัย ระวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. นำคณะสื่อมวลชนฯ ลงพื้นที่บริเวณโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เขตจตุจักร ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลการปฏิบัติงานตลอด 40 วันที่ผ่านมา หลังประเมินแล้วว่าในจุดที่นำคณะสื่อมวลชนเข้าไปนั้น มีความปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้วโดย นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ระบุว่า ลักษณะของอาคารที่ถล่มเป็นอาคารสูง 30 ชั้น มีพื้นที่รวม 40×40 เมตร หรือประมาณ 50,000 ตารางเมตร มีลิฟท์ 10 ตัว และหลังจากเกิดเหตุการณ์ถล่มแล้ว โครงสร้างอาคารมีการลาดเอียงไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับอาคารจอดรถคาดการณ์ว่าระหว่างที่อาคารถล่มนั้น อาจมีคนวิ่งเข้ามาในส่วนของอาคารจอดรถด้วย จึงยังคงมีการค้นหาในบริเวณนี้ต่อจนกว่าจะเคลียร์พื้นที่ได้แล้วเสร็จ 100% ซึ่งจากการจำลองการหนีของคนส่วนใหญ่ของทุกชั้นจะวิ่งมาหาบันไดหนีไฟซึ่งเป็นจุดเดียวของอาคารที่เชื่อมระหว่างอาคาร 30 ชั้นกับอาคารจอดรถยนต์ จึงอาจมีผู้ติดค้างติดอยู่บริเวณเศษซากอาคารที่ถล่มลงมาในบริเวณจุดเชื่อมได้ ซึ่งสมมุติฐานดังกล่าวยังสอดคล้องกับ ข้อเท็จจริงที่พื้นที่ที่พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน C ตรงจุดที่คาดว่าเป็นช่วงบันไดหนีไฟคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วันจะค้นหาบริเวณชั้นใต้ดแล้วเสร็จ และภายใน 4-5 วัน จึงจะแล้วเสร็จภารกิจ โดยในเบื้องต้นจะพยายามให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เบื้องต้น ต้องยอมรับว่า กทม. ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานในการกู้ซากอาคาร แต่ยืนยันว่าจะทำงานด้วยความพยายามและระมัดระวัง เพื่อค้นหาและนำผู้ติดค้างออกมาให้ได้ครบถ้วนที่สุด โดย กทม. ขอขอบคุณการสนับสนุนเครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากทุกหน่วยงานภาคี ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่เข้ามาช่วยดำเนินการตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ซึ่งทุกคนมาด้วยใจและช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มที่ภารกิจในครั้งนี้มีเครื่องจักรร่วมสนับสนุนการดำเนินการทั้งหมดกว่า 80 เครื่อง แม้การดำเนินงานในแต่ละวันค่อนข้างมีอุปสรรค มีการวางแผนงานการประชุม 9 โมงเช้าและ 6 โมงเย็นทุกวัน และหน้างานมีการมีปัญหา ที่ต้องวางแผนแก้ปัญหาในแต่ละวันที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนที่เข้ามาก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ในการค้นหาผู้สูญหาย และตลอดเวลาที่ผ่านมาเครื่องจักรต่างๆ มีการทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะเร่งกู้ร่างของผู้ที่ติดอยู่ในซากตึก ซึ่งการทำงานของเครื่องจักรทุกคันในวันนี้จะเน้นไปที่การทำงานบริเวณชั้นใต้ดินทั้งหมดPhoto By Pattarapong ChatpattarasillPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::Bent out of shape ... Cracked pillars are seen in the basement of the collapsed State Audit Office building.  City Hall said it would take a few days to complete the search for remains in the basement and another 4-5 days to complete the entire mission. PATTARAPONG CHATPATTARASILL

IMAGE

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงาน

Published on 06/05/2025

» ผู้พิการหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตทักษะคอมพิวเตอร์ที่ได้ร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน โดยมีสองรัฐมนตรียืนให้กำลังใจดูภาพวาดตนเองในจอคอมพ์ ในงานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงานวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน และกล่าวแสดงความยินดีในพิธีบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน  และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 กระทรวงแรงงานนายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มุ่งมั่นประสานพลังกับทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตามนโยบายรัฐบาล  ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและจัดสวัสดิการของรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ที่มุ่งเพิ่มโอกาสและเสริมสร้างคุณค่าคนพิการ และ พันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้คนพิการก้าวข้ามความพิการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พึ่งตนเองได้ และร่วมรับผิดชอบสังคม ซึ่งมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกลไกลสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณกว่า 21 ล้านบาท ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 4,328 คน อย่างเป็นระบบและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระ ทำให้คนพิการและครอบครัว มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเสมอภาคในสังคมแห่งโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้สนับสนุนการผลักดันความร่วมมือตามโครงการดังกล่าว ผ่านการสำรวจความต้องการฝึกอบรมฝีมือแรงงานและความต้องการทำงานของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนการประสานและร่วมพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เหมาะสมกับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันลงนามใน MOU ฉบับนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพลังของคนพิการในการเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการจ้างงานคนพิการ เพราะความสามารถ (Ability) ไม่ใช่จ้างงานเพราะความพิการ (Disability) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ---------------------------------------Published caption::A helping hand ... A disabled woman demonstrates her  computer skills as Varawut Silpa-archa, left, Minister of  Social Development and Human Security and Phiphat  Ratchakitprakarn, centre, Minister of Labour, watch a  demonstration at the ministry following the signing of an MoU on improving job skills for people with disabilities. VARUTH HIRUNYATHEB

IMAGE

"ศูนย์ให้ยืมอุปกรณ์การแพทย์" วัดบางจาก ปากเกร็ด นนทบุรี

Published on 04/05/2025

» บรรยากาศญาติผู้ป่วยเดินทางมาขอยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน จาก "ศูนย์ให้ยืมอุปกรณ์การแพทย์" วัดบางจาก อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ผ่าน“โครงการบรรเทาทุกข์ ปันใจ ปันสุข”ศูนย์ที่ให้บริการยืมอุปกรณ์การแพทย์ฟรีที่มีอุปกรณ์หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม เครื่องช่วยหายใจ เครื่องผลิตออกซิเจน รถเข็นวีลแชร์ และอื่นๆอีกมากมาย "ศูนย์ให้ยืมอุปกรณ์การแพทย์"เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนวัยเกษียณ ภายใต้ชื่อกลุ่มว่า “ทีมป้าแดงอาสามาช่วย” ที่มีทั้งอดีตพยาบาล เจ้าของกิจการ แพทย์ พยาบาล และจิตอาสา จุดประสงค์ของการตั้งศูนย์แห่งนี้เพื่อบรรเทาทุกข์ของหลายครอบครัวที่มีผู้เจ็บป่วยติดบ้าน ติดเตียงและต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการดูแล โดยเพราะอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่มีราคาสูง ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถจัดหามาใช้ได้ โครงการนี้เกิดขึ้นมาจากแนวความคิดของ “ป้าแดง” อมราพร องอาจอิทธิชัย ชาวจังหวัดเชียงราย วัย 63 ปี อดีตพยาบาลโรงพยาบาลชลประทาน ปากเกร็ด และได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดบางจาก ในการจัดสร้างอาคารสถานที่เอาไว้บริการแก่ผู้มาขอยืม และนอกจากการให้ยืมในพื้นที่ ป้าแดงและทีมงานยังจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆไปยังโรงพยาบาลที่ขาดแคลน และผู้ป่วยที่ขาดแคลนทั่วประเทศด้วยPhoto By CHANAT KATANYU---------------------------------------Published caption::Help at hand...A staff member at Wat Bang Chak in  Nonthaburi’s Pak Kret district logs medical equipment  which is available for hire by patients who require  treatment at home. CHANAT KATANYU

IMAGE

Pinpoint relief

Published on 02/05/2025

» มหกรรมฝังเข็มฟรี ภายใต้ หลักสูตรแพทย์ฝังเข็มจัดโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน กำหนดจัดงานมหกรรมฝังเข็มฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายใต้โครงการฝึกอบรมหลักสูตรแพทย์ฝังเข็ม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 28, 29 เมษายน 2568 และวันที่ 1, 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมบัวหลวง อาคาร 2 ชั้น 1 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำหรับการอบรมครั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แพทย์ ที่ผ่านการฝึกอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถใช้หลักการแพทย์แผนจีนขั้นพื้นฐานผสมผสานกับแพทย์แผนปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม พัฒนาวิชาการ และส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคให้ประชาชนได้รับการบริการฝังเข็มที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีแพทย์ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 42 คน โดยหลักสูตรการอบรมมีเนื้อหา ประกอบด้วยภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติและการศึกษาดูงาน ซึ่งมหกรรมฝังเข็มฟรีเป็นส่วนหนึ่งในภาคปฏิบัติ เป็นกิจกรรมบริการตรวจรักษาผู้ป่วยด้วยการฝังเข็มให้แก่ประชาชน โดยมีผู้มารับบริการแล้วเป็น จำนวน 113 คนPublished caption :  A doctor gives free acupuncture at a fair in Nonthaburi organised by the Department of Thai Traditional and Alternative Medicine and China’s Tianjin University of Traditional Chinese Medicine.

IMAGE

ปชน. จัดเสาวนา “ณัฐพงษ์” เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ดำเนินการคู่ขนาน เจรจากำแพงภาษีสหรัฐฯ หวั่นไทยเริ่มเจรจาช้า ทำเสียเปรียบหลายด้าน

Published on 30/04/2025

» เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำกทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Re-positioning Thailand: วางตำแหน่งใหม่เศรษฐกิจไทยในสงครามการค้าว่า หน้าที่ของ สส.ทุกคน ไม่ว่าจะมาจาก ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ คือ การส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไปยังทีมไทยแลนด์ หรือคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยในการเดินทางไปเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่การเตรียมมาตรการรับมือปรับตัวกับนโยบายของรัฐบาล หรือให้เอกชนปรับตัวกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสงครามการค้าโลก นายณัฐพงษ์ เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาจบ คือ 1.เจรจา ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เช่น หากเราจะต้องยอมนำเข้าสินค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ สินค้าต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคในประเทศเรา หรือไม่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าประเทศอื่นของไทย ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าต่อไทยมากยิ่งขึ้น 2.กระชับความสัมพันธ์ในเวทีต่างๆ ซึ่งหลักใหญ่ใจความคือเรื่องการค้าเป็นธรรม เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกัน ประเทศที่ขาดดุลอาจได้รับการสนับสนุนบางอย่างจากประเทศเกินดุลหรือไม่ เช่น การพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นคู่หูพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งยังต้องดูในเรื่องกรอบห่วงโซ่อุปทาน กรอบสังคมวัฒนธรรม กรอบภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย 3.รับมือ ในส่วนทางตรง หากเกิดมีสินค้าล้นทะลักเข้าไทยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องมาตรฐานสินค้า 4.เยียวยา ซึ่งคงต้องมีการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนแน่นอน จะต้องมีการออกแบบมาตรการเยียวยาอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วที่สุด เช่น หากไทยจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าการผลิตในประเทศ คนที่จะได้เปรียบในสมการนี้ คือคนที่ผลิตหรือแปรรูปอาหารสัตว์ เราจะมีมาตรการในการเยียวยา เพื่อแบ่งสันปันส่วนในห่วงโซ่อุปทานใหม่นั้นอย่างไร ทำให้คนที่ได้ประโยชน์มากขึ้นเข้าไปเยียวยาให้กับผู้ที่เสียประโยชน์ และ 5.ลงทุน เราจะคิดเฉพาะแค่ไทยเก่งอะไรหรือต้องลงทุนอะไรอย่างเดียวไม่พอ แต่ยุทธศาสตร์ในการลงทุน จะต้องตอบโจทย์เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก และสังคมวัฒนธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https:www.khaosod.co.th/politics/news_9739430Published caption :Driving the economyNatthaphong Ruengpanyawut, leader of the People’s Party, explains how to steer the economy through global and domestic challenges, during a discussion organised by the party yesterday.

IMAGE

Garbage grabber

Published on 30/04/2025

» ทุ่นกักขยะ (BOOM) บริเวณคลองหัวลำโพง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาขยะ ลดปริมาณขยะ และการจัดการขยะจากต้นทางก่อนไหลลงสู่ทะเล ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นการรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงป้องกันผลกระทบจากขยะที่สะสมในทะเล ซึ่งอาจทำให้ส่งผลต่อระบบนิเวศและสัตว์ทะเลต่อไป ซึ่งได้ติดตั้งทุ่นภายหลังที่กรมทะเล ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ และเครือข่าย อสทล. กทม. ศึกษาดูงานโครงการบริหารจัดการขยะทะเลPhoto By SOMCHAI POOMLARDPublished caption :  A rubbish trap is deployed along Hua Lamphong canal in Bangkok’s Klong Toey district to prevent waste along the waterway from ending up in the ocean. 

IMAGE

งานเปิด โครงการ SML “ส่งตรงโอกาสถึงชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน”

Published on 21/04/2025

» บรรดาสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่มาร่วมงานต่างร่วมถ่ายภาพกับหุ่นสแตนดี้ของอดีตนายกฯทักษิณชินวัตร และอดีตนายกฯยิ่งลักชินวัตรและนายกฯคนปัจุบันจากตระกูลชินวัตร นำมาจัดวางรายละเอียดที่เคยสนับสนุนโครงการ SML ในงานเปิด โครงการ SML “ส่งตรงโอกาสถึงชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน” ภายใต้โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง ณ อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชัน เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี วันที่ 21 เมษายน 2568---------------------------------------Published caption::Long legacy... Visitors pose for photos with cardboard cutouts of PM Paetongtarn Shinawatra and former premiers Yingluck and Thaksin Shinawatra at the launch of a community development project at  Impact Muang Thong Thani in  Nonthaburi yesterday. Chanat Katanyu

IMAGE

Throwing Shade on it

Published on 18/04/2025

» การรถไฟแห่งประเทศไทย สร้างหลังคาที่พักผู้โดยสารบริเวณที่หยุดรถอโศก บริเวณที่หยุดรถอโศก ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ใช้บริการ ซึ่งจะได้ใช้งานเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – พญาไท – มักกะสัน -หัวหมาก และช่วงบางซื่อ – หัวลำโพง (Missing link) รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแล้วเสร็จ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นการชั่วคราว สำหรับหลังคาคลุมชานชาลากันแดด-ฝน บริเวณที่หยุดรถอโศกนั้น มีขนาดความกว้าง 2.20 เมตร ยาว 120.00 เมตร ใช้แผ่นหลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการก่อสร้าง เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีความทนทานสูง ทำจากเหล็กแผ่นบางที่ผ่านการเคลือบสารป้องกันสนิม ช่วยป้องกันความร้อน และยังสะท้อนรังสี UV ได้อีกด้วย ทั้งนี้ที่หยุดรถอโศก เป็นที่หยุดรถไฟที่อยู่ใจกลางเมือง มีผู้ใช้บริการรถไฟในเส้นทางสายตะวันออกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปยังระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้ อาทิ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีเพชรบุรี และรถไฟฟ้า Airport Link ที่สถานีมักกะสัน ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่เขตชั้นในกรุงเทพมหานคร และลดการเกิดอุบัติเหตุได้  Published caption :  The State Railway of Thailand has installed a temporary shelter on the platform at Asoke Station. This solution will remain in place until various suburban rail system projects are complete.