FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “แอปพลิเคชัน”

Showing 1 - 10 of 18

BUSINESS

คู่มือสำหรับการเลือกติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปปีพ.ศ.2569: สิ่งที่เจ้าของบ้านควรรู้

Published on 29/12/2025

» ท่ามกลางราคาค่าไฟฟ้าที่ผันผวนและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น โซลาร์รูฟท็อปได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับครัวเรือนไทย โดยภายในปีพ.ศ. 2569 ตลาดคาดว่าจะมีความพร้อมมากขึ้น มีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น รวมถึงมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากยิ่งขึ้น

THAILAND

New Thai app allows drivers to leave licence at home

Post Reporters, Published on 15/09/2024

» Thailand's Department of Land Transport (DLT) has introduced a QR Licence mobile app to provide convenience to motorists who will no longer need to carry a driver’s licence.

IMAGE

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ ธนาคารกรุงไทย เปิดโครงการ "บัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA" ณ บริเวณโถงกลาง ประตู 1 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA

Published on 29/03/2023

» ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ได้ร่วมพิธีเปิดตัวบริการบัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์บัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA เป็นบัตรโดยสารที่สามารถใช้เดินทางร่วมรถไฟชานเมืองสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน) และรถเมล์ ขสมก.ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศไม่จำกัดเที่ยว โดยจำนวนครั้งการเดินทางด้วยรถไฟชานเมืองสายสีแดง สูงสุดจำนวน 50 เที่ยว และรถเมล์ ขสมก. ไม่จำกัดเที่ยว ทั้งนี้ใช้บัตรเหมาจ่ายได้ภายในระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่ผู้โดยสารใช้บัตรครั้งแรกที่รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถเมล์ ขสมก. อย่างใดอย่างหนึ่ง และเมื่อใช้งานรถไฟฟ้าสายสีแดงครบ 50 เที่ยวแล้ว จะไม่สามารถใช้ได้อีก แต่สามารถใช้ขึ้นรถเมล์ ขสมก. ได้จนกว่าจะครบ 30 วัน  บัตรเหมาจ่ายนี้ผู้โดยสารสามารถชำระค่าโดยสารโดยการใช้บัตรแตะชำระค่าโดยสารที่จุดชำระของรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ตามที่ทางรฟท. กำหนดและเครื่อง EDC บนรถเมล์ ขสมก.  สำหรับราคาค่าออกบัตรเหมาจ่ายมีค่าออกบัตร 100 บาท และราคาบัตรเหมาจ่าย 2,000 บาททั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถซื้อบัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA ครั้งแรกได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟชานเมืองสายสีแดง และเขตการเดินรถตามที่ ขสมก. กำหนด สามารถเติมเงินเข้าบัตรได้หลายช่องทาง เช่น ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT การเติมเงินผ่านการสแกน QR Code หลังบัตร รวมทั้งการเติมเงินผ่านช่องทางอื่นทาง MOBILE BANKING ของทุกธนาคาร และชำระเงินสดผ่านเครื่อง EDC ณ จุดจำหน่ายบัตรบัตรเหมาจ่ายนี้จะช่วยให้เกิดการเดินทางที่เชื่อมต่อกันระหว่างรถไฟชานเมืองสายสีแดง และรถเมล์ ขสมก. ซึ่งผู้โดยสารจะได้รับการบริการที่มีความสะดวก รวดเร็ว และได้รับโปรโมชันที่ประหยัด ถูกกว่าการชื้อบัตรแยกประเภท ทำให้บัตรเหมาใบเดียวช่วยให้การเดินทางสะดวก คุ้ม รวดเร็ว จ่ายค่าโดยสารคล่องตัวผ่านบริการชำระเงินด้วยบัตรเหมาแบบไร้สัมผัส ซึ่งในระยะต่อไปหากจัดทำบัตรเหมาเที่ยวที่ใช้เดินทางร่วมทั้ง รถเมล์ ขสมก. และรถไฟฟ้าทั้งสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง รวมทั้ง รถไฟชานเมือง (สายสีแดง) เมื่อคิดในอัตราเหมารายวันแล้วจะทำให้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เกิดความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง ส่งเสริมให้เกิดการใช้ระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นต่อไปPublished caption :Pichet Kunadhamraks, director-general of the Department of Rail Transport, right, rides a Bangkok bus before attending the launch of the Transit Pass Red Line BKK X BMTA.

IMAGE

ถนนงามวงค์วาน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 302

Published on 20/07/2022

» ภาพการใช้รถในชีวิตประจำวันของประชาชนในช่วงเช้า บนนถนนงามวงค์วาน(302) โดยปัจจุบันผู้ใช้รถต้องปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัดให้มากขึ้นสอดคล้องมาตรการ สร้างจิตสำนึกในการขับขี่ปลอดภัย ด้วยการใช้มาตรการทางปกครอง 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ จะใช้บังคับในวันที่ 9 ม.ค. 66 และ 2.การสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่กรณีกระทำผิดกฎจราจร มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.65 เป็นต้นมาพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) ได้ออกมาตรการเพื่อสร้างจิตสำนึกในการขับขี่ปลอดภัย ด้วยการใช้มาตรการทางปกครอง 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ และ 2.การสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่กรณีกระทำผิดกฎจราจร แล้วส่งผลให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรง เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุ พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) กล่าวถึงระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ จะใช้บังคับในวันที่ 9 ม.ค. 66 โดยระบบนี้กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่มีคะแนนคนละ 12 คะแนน หากทำผิดกฎจราจรจะถูกตัดคะแนนตามจำนวนที่กำหนด โดยข้อหาความผิดมีตั้งแต่ 1 จนถึง 4 คะแนน ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 1 คะแนน เช่น ขับรถเร็ว ฝ่าฝืนเครื่องหมายทางม้าลาย ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 2 คะแนน เช่น ฝ่าไฟแดง ย้อนศร ขับรถในระหว่างที่ใบอนุญาตถูกสั่งยึด หรือถูกสั่งพักใช้ ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 3 คะแนน เช่น แข่งรถในทาง ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 4 คะแนน เช่น ขับรถในขณะเมาสุรา หากคะแนนถูกตัดจนเหลือศูนย์คะแนน จะถูกสั่ง พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ เป็นระยะเวลา 90 วัน สำหรับคะแนนที่ถูกตัด จะมีการคืนคะแนนเมื่อครบกำหนด 1 ปี สำหรับการทำผิดครั้งนั้นๆ หรือกรณีที่มีคะแนนเหลือน้อย อาจขอเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและวินัยจราจร จาก กรมการขนส่งทางบก เพื่อรับคืนคะแนนตามที่หลักสูตรกำหนดก็ได้ ทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบคะแนนได้จาก เว็บไซต์ PTM E-ticket (https:ptm.police.go.th/eTicket) และ แอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยก่อนเริ่มใช้มาตรการตัด คะแนน ตร. และ กรมการขนส่งทางบก จะแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง ต่อไปส่วนการสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่กรณีกระทำผิดกฎจราจร มีการกำหนดหลักเกณฑ์ ได้แก่ มีเหตุ/ก่อให้เกิด/น่าจะก่อให้เกิด อันตรายร้ายแรงสาธารณะ มีลักษณะเป็นภัยแก่ประชาชนอย่างร้ายแรง มีพฤติการณ์หลบหนีเมื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล/ทรัพย์สิน ซึ่ง ผบช.น. ภ.1-9 และ ก. เป็นผู้มีอำนาจออก คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ครั้งละไม่เกิน 90 วัน โดยการสั่งพักใช้ตามข้อนี้แยกต่างหากจากระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ระเบียบฉบับนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.65 เป็นต้นมา หากมีการขับรถในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 156 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นอกจากระเบียบทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว พล.ต.ต.เอกราช กล่าวว่า ยังมีระเบียบที่กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานของ ตร. และระเบียบเรื่อง การประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ระหว่าง ตร. และกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้การใช้มาตรการตัดคะแนนเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยให้ประชาชนขับขี่และใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย จึงขอให้ร่วมกันปฏิบัติ ตามกฎจราจร เพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัย สร้างวินัยจราจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน อย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืน ส่วนดุลยพินิจของตำรวจในการยึดใบอนุญาตขับขี่ หรือระงับการใช้รถ ทางพล.ต.ต.เอกราช กล่าวว่า การยึดใบอนุญาตขับขี่ หรือระงับการใช้รถ จะมีประเด็นในเรื่องเจ้าพนักงานจราจร ถ้าพบเห็นผู้ขับขี่ผู้ใดได้มีพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นทางร่ายกาย ทั้งการอ่อนเพลีย ง่วงนอน ลมบ้าหมู ฯลฯ หากพบเห็นแล้ว เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจที่จะยึดใบอนุญาตขับขี่เพื่อไม่ให้เขาขับรถต่อไป หากร่างกายสมบูรณ์แล้วเมื่อพิจารณาดูแล้วสามารถขับรถต่อไปได้ก็จะคืนใบอนุญาตขับขี่ให้ ส่วนทางด้านจิตใจ เช่น อาจมีเรื่องเครียดทะเลาะกับแฟน มีการขับรถปาดไปปาดมา ซึ่งเจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าอาจเกิดอันตรายต่อผู้อื่นก็สามารถขอยึดใบขับขี่ เพื่อไม่ให้ขับรถ หากจุดนั้นเขาไม่มีใบขับขี่ก็มีอำนาจระงับการใช้รถได้ เพื่อไม่ให้เขาขับรถไปเป็นอันตรายต่อผู้อื่น แต่หากเหตุการณ์หรือพฤติกรรมต่างๆ จบไปแล้วทางเจ้าพนักงานจราจรสามารถใช้ดุลยพินิจว่าสามารถขับรถต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งจะมีกระบวนการต่อมาจากนั้น เช่น หากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ก็จะส่งไปโรงพยาบาล รวมถึงแจ้งญาติหรือมีกระบวนการอื่นใดที่สามารถปฏิบัติต่อผู้ขับขี่ได้อย่างเหมาะสมและไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อบุคคลผู้อื่น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ตร. ได้แก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565 เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ซึ่งมีหลักการสำคัญ เช่น การเพิ่มโทษของผู้ที่กระทำผิดซ้ำข้อหาเมาแล้วขับภายใน 2 ปีนับแต่วันกระทำผิดครั้งแรก ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับตั้งแต่ 50,000 - 100,000 บาท กำหนดอำนาจในการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดและสารเสพติดในร่างกายของผู้ขับขี่ที่หมดสติซึ่งไม่อาจให้ความยินยอมได้ เพิ่มอัตราโทษปรับขั้นสูงในกฎหมายจราจร จากเดิมโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท แก้ไขเพิ่มเป็นปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท การกำหนดให้ใช้ที่นั่งนิรภัยหรือมีวิธีป้องกันอันตรายสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปีขณะโดยสารรถยนต์ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำประกาศรูปแบบที่นั่งนิรภัย รวมถึงเปิดช่องทางผ่อนคลายสำหรับประชาชนที่ไม่สามารถจัดหาที่นั่งนิรภัยเด็กไว้ โดยให้ปฏิบัติตามวิธีการป้องกันอันตราย ซึ่งจะกำหนดรูปแบบที่ประชาชนสามารถปฏิบัติได้ง่าย ไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับใหม่นี้จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 5 ก.ย.65Photo By PATTARAPONG CHATPATTARASILL   

IMAGE

Crop inspection

Published on 09/06/2022

» ประชาชนเข้าเยี่ยมชมต้นกัญชาของนายสุธรรมศรีเพชร ที่ปลูกไว้เพื่อรอผลผลิตไว้ใช้ในครัวเรือนโดยในวันที่ 9 มิถุนายน รัฐบาลมีคำสั่งปลดล็อกกัญชา ภายในหมู่บ้าน ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ***ชาวบ้านบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ปลูกต้นกัญชาไว้ตามรั้วบ้านส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำเพื่อหวังการค้าแต่อย่างใด ส่วนมากจะปลูกไว้ปรุงอาหาร เช่น ใส่ต้มไก่ ต้มปลา จะเพิ่มรสชาติของความอร่อยได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องพึ่งผงชูรสอีกต่อไป นอกจากนี้ก็จะนำไปเป็นยารักษาโรค เช่น ความดัน เบาหวาน เครียด นอนไม่หลับ อัลไซเมอร์ โรคเก๊า เป็นต้นวันแรกปลดล็อกกัญชากัญชง ออกจากการเป็นยาเสพติดประเภท 5 ยกเว้นสารสกัด ที่มีสาร THC เกินร้อยละ 0.2 ประชาชนสามารถผลิต นำเข้า ส่งออก มีไว้ในครอบครอง จำหน่าย และมีไว้เพื่อเสพได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันทางกระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ได้เปิดให้มีการจดแจ้งปลูกกัญชากัญชงผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ “ปลูกกัญ” ของ อย. วันนี้เป็นวันแรกPublished caption : A woman inspects cannabis plants grown at a house in Samut Prakan’s Bang Phli district. Over 150,000 people signed up with the FDA to grow the plant after it was removed from the narcotics list, making the production, trade, distribution, consumption and possession of cannabis and hemp legal.FOR AFPbkp100622n1aCAPTION : A woman inspects cannabis plants grown at a house in Samut Prakan’s Bang Phli district. Over 150,000 people signed up with the FDA to grow the plant after it was removed from the narcotics list, making the production, trade, distribution, consumption and possession of cannabis and hemp legal.KEYWORD : cannabis plantation-Samut Prakan ;cannabis plant ;marijuana plant ;cannabis plantation ; cannabis legalisation

IMAGE

สนามบินสุวรรณภูมิ

Published on 23/02/2022

» บรรยากาศที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในขณะที่ที่ประชุมศบค.เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เสนอปรับรูปแบบการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 5 จากการตรวจด้วยวิธี RT-PCR มาเป็นวิธีการตรวจด้วยการใช้ชุดตรวจ ATK เพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยนักท่องเที่ยวต้องโหลดแอปพลิเคชัน หมอชนะ และส่งผลการตรวจด้วยPublished caption :People queue up at Suvarnabhumi airport as the government yesterday decided to replace the second RT-PCR test with an antigen test for fully-vaccinated international travellers and lower minimum health insurance to US$20,000.

IMAGE

สนามบินสุวรรณภูมิ เปิดประเทศวันแรก

Published on 01/11/2021

» กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มแรกๆ ที่เดินทางเข้ามาถึงประเทศไทยตามนโยบายการเปิดประเทศ โดยเที่ยวบินแรกของเช้าวันนี้ คือ เที่ยวบิน TG 931 จากประเทศฝรั่งเศส สนามบิน ชาร์ล เดอ โกล กรุงปารีส ในเวลา 06.00 น. ซึ่งตลอดวันนี้จะมีเที่ยวบินเข้ามาจากต่างชาติทั้งหมด 61 เที่ยวบิน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประมาณ 2,300 คน และนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กลับจากต่างประเทศอีกประมาณ 800 คน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว จะต้องผ่านจุดวัดอุณหภูมิ ทำการแสดงเอกสารให้สาธารณสุขตรวจสอบ COE หรือ QR CODE ในด่าน Thailand Pass ที่จะประกอบด้วยเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบโดส กรรมธรรม์ประกันคุ้มครองอย่างน้อย 50,000 เหรียญสหรัฐฯ ผลการตรวจหาเชื้อ RT-PCR ที่อยู่ภายใน 72 ชั่วโมง เอกสารการจองที่พัก AQ หรือที่พักตามมาตรฐาน SHA+ จากนั้นจึงไปทำการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระ และผ่านศุลกากร ไปยังจุดนัดพบเพื่อขึ้นรถและเดินทางไปโรงแรม โดยนักท่องเที่ยวจะต้องทำการติดตั้งแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” และตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR และพำนักอยู่ในโรงแรม หากผลออกมาไม่ติดเชื้อ จึงจะสามารถเดินทางออกจากโรงแรมได้ แต่หากตรวจพบว่าติดเชื้อ จะให้เข้าสู่ระบบการรักษาทันที+++++++++++++++++++Published caption::The first group of foreign visitors arrives at Suvarnabhumi airport where they went through health and documentary checks yesterday, officially marking Thailand’s reopening to vaccinated tourists. The first to arrive yesterday morning at the airport was an All Nippon Airways flight from Tokyo. Wichan Charoenkiatpakul

IMAGE

บรรยากาศการฉีดวัคซีนที่ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กรมการแพทย์ เผยความพร้อม “#ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ” และขีดความสามารถบุคลากร ที่สามารถรองรับผู้เข้ารับบริการฉีดวัคซีนสูงสุด 10,000 คนต่อวัน โดย 26 พ.ค.-6 มิ.ย. ฉีดให้ผู้ประกอบอาชีพขนส่งสาธารณะ จากนั้นวันที่ 7 มิ.ย. – 31ส.ค.64 เริ่มให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป

Published on 01/06/2021

» กรมการแพทย์ โชว์ศักยภาพ “ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ” ยืนยันวัคซีนเป็นทางออกโควิด 19 กรุงเทพฯ –1 มิถุนายน 2564, กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยความพร้อม “ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ” และขีดความสามารถบุคลากร ที่สามารถรองรับผู้เข้ารับบริการฉีดวัคซีนสูงสุด 10,000 คนต่อวัน พร้อมเน้นย้ำประเด็นสำคัญ การฉีดวัคซีนเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงคมนาคม โดยใช้พื้นที่จำนวน 14,294 ตารางเมตร ณ สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความแออัดจากการเข้าใช้บริการในสถานพยาบาลที่ให้บริการฉีดวัคซีน และเพื่อให้เป็นไปตามแผนแผนการระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น โดยบุคลากรสถาบันโรคผิวหนัง เป็นกำลังสำคัญในการดำเนินงานให้บริการฉีดวัคซีนครั้งนี้ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 เพื่อบริการฉีดวัคซีนแก่ผู้ประกอบอาชีพขนส่งสาธารณะ ซึ่งถือเป็นปราการด่านแรกที่มีความเสี่ยงสูง และจะให้บริการแก่ผู้ใช้บริการกลุ่มดังกล่าวจนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2564 หลังจากนั้น ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน – 31สิงหาคม2564 จึงเริ่มให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป โดยแบ่งกลุ่มผู้รับบริการเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่1. กลุ่มองค์กรที่ประสานมายังสาธารณสุข จำนวน 5000 คนต่อวัน 2.กลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนนัดหมายเข้ารับบริการฉีดวัคซีนผ่านผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ ค่ายมือดีแทค (Dtac) เอไอเอส (AIS)  ทรู (True) และ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติจำกัด (มหาชน) จำนวน 5000 คนต่อวัน“ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจเร่งด่วนของกรมการแพทย์ เนื่องจากการฉีดวัคซีนถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะไม่มีอะไรดีไปกว่าการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่(heard immunity) แก่ประชาชนให้เกิดขึ้นโดยเร็วซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดโอกาสการเสียชีวิต ตลอดจนลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ การเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ครอบคลุมมากที่สุด ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่ไปกับวิธีการป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอเมื่ออยู่ในที่ชุมชน หมั่นล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งของ และพยายามเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ประเมินขอบเขตเวลาการให้บริการสำหรับผู้รับบริการโดยประมาณ 15 นาทีต่อคน หากรวมระยะเวลาเฝ้าสังเกตอาการ จะใช้เวลาต่อคนประมาณ 45-60 นาที ทำให้ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ มีขีดความสามารถในการรองรับผู้ใช้บริการ 900-1000 คนต่อชั่วโมง เฉลี่ย 10,000 คนต่อวัน โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และสายสนับสนุนที่พร้อมให้บริการประชาชนกว่า 600 ท่าน ซึ่งคาดว่าตลอดช่วงระยะเวลาที่กำหนดจะสามารถให้บริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ประมาณหนึ่งล้านคน หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ ทุกท่านที่รับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ สามารถตรวจสอบประวัติรับการฉีดวัคซีนได้ที่  แอปพลิเคชั่น หมอพร้อม และหน่วยเวชระเบียนของสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์  หากมีปัญหาหรือต้องการสอบถาม สามารถติดต่อทางไลน์ @skinthailand ได้ตลอดค่ะ และเมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ก็จะมีการออกใบรับรองการฉีดวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุขให้กับประชาชนต่อไป” แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ กล่าวเสริมปัจจุบัน ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ยังไม่มีนโยบายให้บริการในรูปแบบ Walk-in เพี่อลดความแออัดและไม่แน่นอนในการได้คิวฉีดวัคซีน  ประชาชนต้องลงทะเบียน-นัดหมาย-ได้คิวโดยสามารถลงทะเบียนผ่านผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือต่างๆ ดังนี้ การลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด 19 กับ AIS สามารถทำได้ 3 ช่องทาง ดังนี้           - www.ais.th           - แอปพลิเคชัน my AIS           - QR Code           สามารถลงทะเบียนได้ทุกเครือข่าย โดย 1 หมายเลขโทรศัพท์ ใช้ลงทะเบียนได้ 5 คน (ตามบัตรประชาชน / บัตรผู้ไม่มีสัญชาติไทย) จุดให้บริการฉีดวัคซีนสำหรับลูกค้า AIS จะอยู่บริเวณประตู 2 ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด 19 ผ่าน Dtacทำได้ 3 ช่องทาง           - ดีแทค แอป           - เว็บไซต์ dtac.co.th           - ดีแทค ช็อป ตามเวลาเปิดทำการศูนย์การค้า สำหรับจุดในการให้บริการฉีดวัคซีนสำหรับลูกค้า DTACจะอยู่บริเวณประตู 3โดยลูกค้าดีแทค 1 หมายเลข สามารถให้สิทธิ์สมาชิกในครอบครัวได้ 1 สิทธิ์ (เครือข่ายใดก็ได้) การลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด 19 ผ่าน True ทำได้ 3 ช่องทาง ดังนี้           - 1.ช่องทาง USD กด *707# โทรออก ผ่านเลขหมายทรูมูฟเอช           - 2. ช่องทางเว็บไซต์  vaccine.trueid.net           - 3. ช่องทาง QR Code โดยสามารถสแกนได้จากสื่อใน TrueVisionsและสื่อประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่างๆ ของทรูจุดให้บริการฉีดวัคซีนสำหรับลูกค้า TRUEจะอยู่บริเวณประตู 4ของสถานีกลางบางซื่อโดย 1 หมายเลข สามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการได้ 2 ท่าน และสำหรับการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด 19 ผ่านบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติจำกัด (มหาชน) สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ covid19vaccine.ntplc.co.th จุดให้บริการฉีดวัคซีนสำหรับลูกค้า บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)จะอยู่บริเวณประตู 2 ฝั่งซ้าย โดย 1 เลขหมาย สามารถจองได้ 1 การนัดหมาย โดยนำบัตรประชาชน และภาพยืนยันหน้าจอการลงทะเบียน แสดงในวันเข้ารับการฉีดวัคซีน ตามวันและช่วงเวลาที่ได้นัดหมายสำหรับการเดินทางมายังสถานีกลางบางซื่อ สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน สายสีน้ำเงิน รถขนส่งมวลชนสาธารณะ โดยกระทรวงคมนาคม ได้อำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้แก่ประชาชน จัดรถประจำทาง ขสมก. จำนวน 3 เส้นทาง และหากเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว สถานีกลางบางซื่อมีที่จอดรถให้บริการได้ถึง 1,500 คัน โดยรถประจำทาง ขสมก.ที่จะให้บริการ ได้แก่ท่าน้ำบางโพ-สถานีเตาปูนสายสีม่วง, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว – BTS สถานีหมอชิต หรือ รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสวนจตุจักร - สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เป็นวงรอบ)โดยศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ จะให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. มีจุดเข้ารับบริการหลัก 4 จุด ดังนี้- จุดที่ 1 การเข้ารับบริการ มีพื้นที่รองรับประชาชนรวม 1.4 พันที่นั่ง เป็นกระบวนการเริ่มต้นคัดกรอง วัดไข้ ล้างมือ ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน- จุดที่ 2 ลงทะเบียนเซ็นใบยินยอม รองรับราว 180 จุด เป็นกระบวนการยื่นบัตรประชาชนเพื่อตรวจสอบข้อมูล และยืนยันตัวตน เริ่มคัดกรองและซักประวัติ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมลงนามในใบยินยอมรับวัคซีน- จุดที่ 3 ฉีดวัคซีน มีจุดบริการ 100 จุด ให้บริการโดยเจ้าหน้าที่จากกรมการแพทย์ วิทยาลัยพยาบาลและสถาบันโรคผิวหนัง- จุดที่ 4 พักรอสังเกตอาการ 30 นาที รองรับประชาชนรวม 1500 ที่นั่ง ซึ่งบริเวณนี้จะมีการจัดเตรียมห้องปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อมดูแล หากไม่มีอาการผิดปกติ จะเข้าสู่จุดตรวจเพื่อรับเอกสารการปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน ก่อนเดินทางกลับบ้าน++++++++++++++++++++++++Published caption::Pain relief ... Friends hold hands to give each other support while receiving a Covid-19 jab at Bang Sue Grand Station yesterday.  Vaccinations at the venue will run until Sunday for public transport  personnel and from next Monday until the end of August for the general public. Varuth Hirunyatheb

IMAGE

กรมอนามัยลงพื้นที่ดูมาตรการลดฝุ่นในวัด มังกรกมลาวาส เขตป้อมปราบ และลงพื้นที่รอบวัดรณรงค์มาตราการลดฝุ่นควันรับเทศกาลตรุษจีน โดยทางวัดใช้ธูปชนิดสั้น และให้เก็บธูปเร็วกว่าปกติ เพื่อลดควันและฝุ่น ในขณะที่ประชาชนมาไหว้เจ้าและแก้ปีชงกันอย่างเนืองแน่น

Published on 08/02/2021

» วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2564) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนมีความเชื่อว่าการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยการจุดประทัดเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและทำให้กิจการเจริญรุ่งเรืองในวันขึ้นปีใหม่ และการไหว้บรรพบุรุษด้วยอาหารคาวหวาน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลต่อคนในครอบครัวตลอดปี นั้น กรมควบคุมโรค จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการจุดประทัด ซึ่งอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บจากความประมาทและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และให้ระวังอันตรายจากควันธูป อาจทำให้แสบตา ระคายเคืองจมูก หรือหมดสติได้คำแนะนำหากมีการจุดประทัด ดอกไม้ไฟ คือ ไม่จุดใกล้วัตถุไวไฟ/อาคารบ้านเรือน ควรเตรียมภาชนะบรรจุน้ำไว้ใกล้บริเวณที่จุด สำหรับใช้กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กนำประทัดมาจุดเล่นเด็ดขาด อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง และหากเกิดอุบัติเหตุให้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้รีบห้ามเลือดและใช้ผ้าสะอาดปิดบาดแผลหรือพันแผลบริเวณเหนือแผลให้แน่นเพื่อป้องกันเลือดออก และขอให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669ส่วนการจุดธูปเทียนไหว้นั้น ขอให้ระมัดระวังอันตรายจากควันธูป เช่น ระคายเคืองตา ทำให้ตาแห้ง แสบตา น้ำตาไหล ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ แสบจมูก คันจมูก ทำให้ไอหรือจาม ระคายเคืองคอ ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และอาจหมดสติได้ หากสูดดมในปริมาณมาก ซึ่งวิธีป้องกันควันธูป ได้แก่ 1.สวมหน้ากากอนามัย 2.จุดธูปในที่อากาศถ่ายเท 3.ใช้ธูปสั้นเพื่อลดระยะเวลา และ 4.ล้างมือหลังสัมผัสก้านธูป และควรหลีกเลี่ยงการปักธูปลงบนอาหาร เพราะในก้านธูปมีสารเคมี อาจเป็นอันตรายเมื่อเรารับประทานอาหารที่ไหว้เข้าไป นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งทางเลือก คือการใช้ธูปไฟฟ้าแทนการจุดธูปจริง ซึ่งจะสามารถช่วยลดควัน ลดขยะจากเศษธูป ประหยัดค่าใช้จ่าย และยังปลอดภัยต่อสุขภาพอีกด้วยนายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า เทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลที่รวมญาติจากหลายที่มาร่วมตัวกัน จึงอยากขอให้ประชาชนป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด แม้ว่าเป็นคนในครอบครัวหรือเครือญาติ หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านขอความร่วมมือประชาชนดูแลตนเองและใช้มาตรการป้องกันโควิด 19 อย่างเคร่งครัด โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย 100% รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด 19 สแกน “ไทยชนะ” ก่อนเข้า-ออกสถานที่สาธารณะทุกครั้ง และขอให้โหลดแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” เพื่อใช้ในการติดตามไทม์ไลน์ ช่วยให้การสอบสวนควบคุมโรคได้รวดเร็วยิ่งขึ้นทั้งนี้ เมื่อกลับถึงบ้านต้องทำความสะอาดร่างกายทันที เพื่อลดโอกาสการนำเชื้อเข้ามาติดต่อสู่คนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เพราะหากกลุ่มนี้ได้รับเชื้อจะมีอาการรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422+++++++++++++++++++Published caption::Breathing a shorter prayer... A devotee places  incense sticks at an altar at Wat Mangkon Kamalawat in Bangkok’s Chinatown. The temple has been asked by the Department of Health to give visitors shorter incense sticks during the Chinese New Year holiday, to help improve air quality on temple premises. Varuth Hirunyatheb

IMAGE

โครงการระบบ ตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk) และ “DLT Vehicle Tax” แอปพลิเคชันชำระ ภาษีรถผ่านมือถือ

Published on 11/08/2020

» วันคล้ายวันสถาปนา กรมการขนส่งทางบก ครบรอบ 79 ปี และแถลงข่าวเปิดโครงการ ระบบ  ตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk) และ “DLT Vehicle Tax” แอปพลิเคชันชำระ  ภาษีรถผ่านมือถือ ณ อาคาร 6 ชั้น 7 กรมการขนส่งทางบก ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร  กทม  โดยในวันนี้ได้มีการเปิดตัว ดิจิทีลใหม่ ร่วมกับแอปพลิเคชันชำระภาษีรถประจำปี  รถยนต์ไมเกิน 7 ปี รถจักรยานยนต์ 5 ปี ในระบบ DLT Vehicle Tax และตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ Kiosk  ชำระภาษีรถด้วยตนเองได้รับเครื่องหมายการเสียภาษีทันที ตามเจตนารมณ์ ขนส่งก้าวไกล นวัตกรรมทันสมัย ประชาชนปลอดภัย สังคมไทยเป็นสุข โดยมีเจ้าหน้าที่ได้แสดงการสาธิต++++++++++++++Published caption::Motoring made pretty easy...Presenters show a mobile application for use in renewing annual vehicle registrations. A kiosk box can also be used to renew them. The app and the kiosk were unveiled at the Department of Land Transport yesterday. Apichit Jinakul