Showing 1 - 10 of 62
Published on 30/04/2025
» เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำกทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Re-positioning Thailand: วางตำแหน่งใหม่เศรษฐกิจไทยในสงครามการค้าว่า หน้าที่ของ สส.ทุกคน ไม่ว่าจะมาจาก ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ คือ การส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไปยังทีมไทยแลนด์ หรือคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยในการเดินทางไปเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่การเตรียมมาตรการรับมือปรับตัวกับนโยบายของรัฐบาล หรือให้เอกชนปรับตัวกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสงครามการค้าโลก นายณัฐพงษ์ เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาจบ คือ 1.เจรจา ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เช่น หากเราจะต้องยอมนำเข้าสินค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ สินค้าต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคในประเทศเรา หรือไม่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าประเทศอื่นของไทย ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าต่อไทยมากยิ่งขึ้น 2.กระชับความสัมพันธ์ในเวทีต่างๆ ซึ่งหลักใหญ่ใจความคือเรื่องการค้าเป็นธรรม เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกัน ประเทศที่ขาดดุลอาจได้รับการสนับสนุนบางอย่างจากประเทศเกินดุลหรือไม่ เช่น การพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นคู่หูพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งยังต้องดูในเรื่องกรอบห่วงโซ่อุปทาน กรอบสังคมวัฒนธรรม กรอบภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย 3.รับมือ ในส่วนทางตรง หากเกิดมีสินค้าล้นทะลักเข้าไทยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องมาตรฐานสินค้า 4.เยียวยา ซึ่งคงต้องมีการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนแน่นอน จะต้องมีการออกแบบมาตรการเยียวยาอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วที่สุด เช่น หากไทยจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าการผลิตในประเทศ คนที่จะได้เปรียบในสมการนี้ คือคนที่ผลิตหรือแปรรูปอาหารสัตว์ เราจะมีมาตรการในการเยียวยา เพื่อแบ่งสันปันส่วนในห่วงโซ่อุปทานใหม่นั้นอย่างไร ทำให้คนที่ได้ประโยชน์มากขึ้นเข้าไปเยียวยาให้กับผู้ที่เสียประโยชน์ และ 5.ลงทุน เราจะคิดเฉพาะแค่ไทยเก่งอะไรหรือต้องลงทุนอะไรอย่างเดียวไม่พอ แต่ยุทธศาสตร์ในการลงทุน จะต้องตอบโจทย์เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก และสังคมวัฒนธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https:www.khaosod.co.th/politics/news_9739430Published caption :Driving the economyNatthaphong Ruengpanyawut, leader of the People’s Party, explains how to steer the economy through global and domestic challenges, during a discussion organised by the party yesterday.
Published on 27/02/2025
» 'ไนน์' ประติมากรรมรีไซเคิลสุดน่ารัก สร้างจากพลาสติก PET รีไซเคิลกว่า 2,000 ขวด บริเวณทางเข้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 เอาใจสายรักษ์โลก โดยความร่วมมือกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สร้างสรรค์ประติมากรรมจากวัสดุรีไซเคิล ด้วยการนำขวดน้ำพลาสติกที่ใช้แล้ว ขยะที่พบเห็นได้ทั่วไป มาดัดแปลง แปรรูป สะท้อนแนวคิด CLUB of NEIGHBOR คลับสำหรับเพื่อนที่รู้ใจ ซึ่งตรงบุคลิกกับ “ไนน์” สุนัขสายพันธุ์เฟรนช์บูลด็อก ที่มีความขี้เล่น สดใส ร่าเริง และเป็นมิตร สื่อถึงการต้อนรับที่อบอุ่น ประติมากรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความร่วมมือเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่ได้พบเห็น เกิดความตระหนักถึงคุณค่าของการรักษ์โลกและการสร้างสิ่งที่ดีให้กับสังคม ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่สิ้นสุด---------------------------------------Published caption::Awareness through art ... ‘Nine’, a French bulldog sculpture made from over 2,000 recycled PET bottles, welcomes visitors at The Nine Centre in Bangkok. The artwork is part of a collaboration with Srinakharinwirot University’s Fine Arts faculty to promote awareness of conservation and sustainability through contemporary art. Varuth Hirunyatheb
Onnucha Hutasingh, Published on 07/10/2024
» The Department of Fisheries is turning to a novel way to eradicate blackchin tilapia from Thailand's waterways -- by turning them into "nam pla ra", or fermented fish sauce.
Published on 23/06/2024
» พ่อค้าแม่ค้ารับของจากหน้าต่างรถไฟเพื่อนำไปขายบริเวณตลาดติดกับสถานีรถไฟมักกะสัน โดยตลาดจะจะเริ่มตั้งแต่กันตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อสัตว์ ผักต่างๆ อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป รถไฟที่มาจากสายตะวันออกจะพาพ่อค้าแม่ค้านำวัตถุดิบต่างๆที่เป็นของสดราคามิตรภาพขนลงจากรถไฟ นำมาวางจำหน่ายในราคาถูก สถานีรถไฟมักกะสัน จะอยู่ติดกับโรงงานรถไฟมักกะสัน ช่วงเวลาจับจ่ายที่สมบูรณ์ที่สุด เริ่มต้นจากช่วง 8 โมงเช้า – 10 โมงเช้า หลังจากนั้นตลาดจะเริ่มวาย ที่นี่ขายของทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตลาดหลังสถานีรถไฟมักกะสันตั้งแผงตั้งแต่เช้ามืด การจับจ่ายสินค้าเริ่มกันตั้งแต่ตลาดเปิด แผงส่วนใหญ่ถูกวางไว้ด้วยผักสด เนื้อสัตว์ ปลา อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป แต่ก็ยังมีบางแผงที่ยังว่างเปล่าเพื่อรอเพื่อนแม่ค้าที่เดินทางมากับรถไฟซึ่งจะมาถึงตอน 7 โมงเช้า 45 นาที ถือเป็นตลาดสินค้าที่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงได้ง่าย และตรงจุดนี้ก็มีชุมชนชาวบ้านอาศัยอยู่จึงสะดวกก็การจับจ่ายในราคาที่ไม่แพงPhoto By Nutthawat Wichieanbut---------------------------------------Published caption::Express delivery ... Vendors from the fresh market at Makkasan Railway Station in Bangkok receive produce bought from farmers from the eastern province of Prachin Buri, who come each morning by train. Nutthawat Wichieanbut
Published on 06/03/2024
» ภาพที่ได้จากการฉายแสง X-ray Fluorescence (XRF) ผลปรากฏพบว่ามีโลหะผสม ลักษณะมีสีดำตามที่เห็นในภาพที่ห้องประชุมกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. แถลงข่าวแจ้งเตือนภัยผู้ประกอบการร้านทองและประชาชน โดยร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับชาติ ในกรณีพบการปลอมแปลงโลหะทองคำรูปแบบใหม่ ใช้วิธีเอาโลหะอื่นเจือปนกับโลหะทองคำ ทำให้มีลักษณะเหมือนทองคำแท้ แต่มีน้ำหนักและมูลค่าต่ำกว่าทองคำแท้ ซึ่งไม่สามารถใช้เทคนิคพื้นฐานในการตรวจวิเคราะห์เจอได้ ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ เเขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯเพื่อเตือนภัยผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชน ในกรณีการพบการปลอมแปลงโลหะทองคำรูปแบบใหม่ ซึ่งใช้วิธีนำโลหะอื่นมาเจือปนกับโลหะทองคำ ทำให้ทองคำมีลักษณะเหมือนทองคำแท้ แต่มีน้ำหนักและมูลค่าต่ำกว่าทองคำแท้ ผู้ต้องหา ได้นำทองคำแท่ง ประมาณ 2 กิโลกรัม มาขายให้ บริษัท ห้างทอง แห่งหนึ่งในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อนทำการซื้อขายนั้น ทางบริษัทฯ ได้ทำการตรวจสอบแล้วเบื้องต้นกับร้านตรวจสอบทองคำ ซึ่งสามารถตรวจหาทองคำ เป็นเปอร์เซ็นต์มาตรฐานได้ โดยเมื่อร้านที่ทำการตรวจสอบ ได้ตรวจสอบแล้ว จึงได้ตอบกลับมาว่า ทองคำจำนวนทั้งหมด ผ่านการตรวจ ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ได้ตามมาตรฐานที่ 96.5% จึงรับซื้อไว้ในราคาประมาณ 4 ล้านบาท ต่อมาผู้ต้องหา ได้นำทองคำแท่ง จำนวนประมาณ 2 กิโลกรัม มาขายอีกครั้ง ซึ่งก็ได้ทำการตรวจสอบทองคำแท่งตามมาตรฐาน จากทางร้านตรวจสอบทอง ก็ยืนยันว่าเป็นทองคำตามมาตรฐานเช่นเดิม โดยรับซื้อไว้เป็นเงินสดจำนวนประมาณ 4 ล้านบาท ต่อมาทางร้านที่ตรวจสอบทองคำได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า ทองที่รับซื้อไว้ครั้งแรก ได้นำไปหลอม เพื่อแปรรูปทอง ไม่สามารถนำมาขึ้นเป็นงานได้ เนื่องจากเปราะแตกหัก ซึ่งไม่ใช่ทองมาตรฐาน มีอัตราส่วนทองบริสุทธิ์เจือปนต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงรู้ว่าถูกหลอกลวง ผลการตรวจพิสูจน์ของกลุ่มงานตรวจทางเคมี ฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง พบว่า โลหะที่ใช้ผสมกับโลหะทองคำ เป็นธาตุโลหะรีเนียม (Rhenium) และทังสเตน (Tungsten) ซึ่งไม่สามารถใช้เทคนิคพื้นฐาน เช่น หยดกรด เผาไหม้ หรือใช้เครื่องมือ X-ray ขนาดเล็กในการตรวจวิเคราะห์ เจอได้ ทำให้จำเป็นต้องใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ในการตรวจพิสูจน์Photo By PATTARAPONG CHATPATTARASILL
Published on 06/03/2024
» ที่ห้องประชุมกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. แถลงข่าวแจ้งเตือนภัยผู้ประกอบการร้านทองและประชาชน โดยร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับชาติ ในกรณีพบการปลอมแปลงโลหะทองคำรูปแบบใหม่ ใช้วิธีเอาโลหะอื่นเจือปนกับโลหะทองคำ ทำให้มีลักษณะเหมือนทองคำแท้ แต่มีน้ำหนักและมูลค่าต่ำกว่าทองคำแท้ ซึ่งไม่สามารถใช้เทคนิคพื้นฐานในการตรวจวิเคราะห์เจอได้ ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ เเขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯเพื่อเตือนภัยผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชน ในกรณีการพบการปลอมแปลงโลหะทองคำรูปแบบใหม่ ซึ่งใช้วิธีนำโลหะอื่นมาเจือปนกับโลหะทองคำ ทำให้ทองคำมีลักษณะเหมือนทองคำแท้ แต่มีน้ำหนักและมูลค่าต่ำกว่าทองคำแท้ ผู้ต้องหา ได้นำทองคำแท่ง ประมาณ 2 กิโลกรัม มาขายให้ บริษัท ห้างทอง แห่งหนึ่งในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อนทำการซื้อขายนั้น ทางบริษัทฯ ได้ทำการตรวจสอบแล้วเบื้องต้นกับร้านตรวจสอบทองคำ ซึ่งสามารถตรวจหาทองคำ เป็นเปอร์เซ็นต์มาตรฐานได้ โดยเมื่อร้านที่ทำการตรวจสอบ ได้ตรวจสอบแล้ว จึงได้ตอบกลับมาว่า ทองคำจำนวนทั้งหมด ผ่านการตรวจ ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ได้ตามมาตรฐานที่ 96.5% จึงรับซื้อไว้ในราคาประมาณ 4 ล้านบาท ต่อมาผู้ต้องหา ได้นำทองคำแท่ง จำนวนประมาณ 2 กิโลกรัม มาขายอีกครั้ง ซึ่งก็ได้ทำการตรวจสอบทองคำแท่งตามมาตรฐาน จากทางร้านตรวจสอบทอง ก็ยืนยันว่าเป็นทองคำตามมาตรฐานเช่นเดิม โดยรับซื้อไว้เป็นเงินสดจำนวนประมาณ 4 ล้านบาท ต่อมาทางร้านที่ตรวจสอบทองคำได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า ทองที่รับซื้อไว้ครั้งแรก ได้นำไปหลอม เพื่อแปรรูปทอง ไม่สามารถนำมาขึ้นเป็นงานได้ เนื่องจากเปราะแตกหัก ซึ่งไม่ใช่ทองมาตรฐาน มีอัตราส่วนทองบริสุทธิ์เจือปนต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงรู้ว่าถูกหลอกลวง ผลการตรวจพิสูจน์ของกลุ่มงานตรวจทางเคมี ฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง พบว่า โลหะที่ใช้ผสมกับโลหะทองคำ เป็นธาตุโลหะรีเนียม (Rhenium) และทังสเตน (Tungsten) ซึ่งไม่สามารถใช้เทคนิคพื้นฐาน เช่น หยดกรด เผาไหม้ หรือใช้เครื่องมือ X-ray ขนาดเล็กในการตรวจวิเคราะห์ เจอได้ ทำให้จำเป็นต้องใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ในการตรวจพิสูจน์Photo By PATTARAPONG CHATPATTARASILL
Published on 14/11/2023
» เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร และคณะผู้วิจัย ได้ร่วมแถลงความสำเร็จการคิดค้น “สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (bioherbicide)” จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยแบคทีเรีย ปลอดสารพิษ ลดการตกค้าง มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักสากล SDGs พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งทีมนักวิจัยได้ทำงานร่วมกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรมาตั้งแต่ปี 2561 เพื่อพัฒนาการนำวัสดุเหลือทิ้งทางเกษตรและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน กากมะพร้าว กากบีบน้ำมันมะพร้าว กากบีบน้ำมันรำข้าว เป็นต้น มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานให้กับแบคทีเรียผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนตาม SDGs รวมทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero greenhouse gas emissions) โดยการลดปริมาณของเสียอันตรายและวัสดุเหลือทิ้งที่ถูกส่งไปเผากำจัดหรือฝังกลบ พร้อมกับส่งเสริมการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพมาใช้แทนที่สารเคมีที่อันตราย คือ “สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (bioherbicide)” ที่มีความปลอดภัยทั้งต่อทั้งผู้ใช้งานและผู้บริโภค และย่อยสลายได้ในสิ่งแวดล้อม ส่วนผสมหลักที่ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชชีวภาพจะได้จากกระบวนการหมักวัสดุเหลือทิ้งทางเกษตรและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางเกษตรร่วมกับแบคทีเรีย ซึ่งมีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ทางคณะผู้วิจัย สามารถพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืชได้เทียบเท่าสารกำจัดวัชพืชเคมีในตลาด ผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชชีวภาพจะอยู่ในรูปสารละลายของไมโครอิมัลชันที่มีสารสำคัญต่าง ๆ จะถูกห่อหุ้มให้คงอยู่ในสารละลายได้ในระดับนาโน ผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาได้ จะช่วยลดมุมสัมผัสเมื่อหยดบนใบวัชพืชจึงแผ่บนใบวัชพืชได้ทั่วถึง ลดการกระดอนออกจากใบพืชหลังพ่นได้ ทำให้เกาะติดกับใบวัชพืชได้ดี และซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อใบวัชพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สามารถออกฤทธิ์ในการกำจัดและลดการเจริญเติบโตของวัชพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำงานภายใต้สภาวะที่วิกฤติของพีเอช อุณหภูมิ และความเค็มสูงได้ เนื่องจากแบคทีเรียมีความหลากหลายสายพันธุ์มากทำให้ได้สารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่มีคุณสมบัติเด่นที่หลากหลาย การเพาะเลี้ยงแบคทีเรียเพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพยังใช้เวลาในการผลิตน้อยกว่าจุลินทรีย์ชนิดอื่นเพราะแบคทีเรียมีอัตราการเจริญสูง และแบคทีเรียสามารถเจริญในอาหารที่หลากหลายสามารถใช้ของเสียจากการเกษตรกรรมเองและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางเกษตรที่มีต้นทุนต่ำมาเป็นแหล่งสารตั้งต้นของการหมักเพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพจากแบคทีเรียได้ สารลดแรงตึงผิวในสารจับใบที่ขายในท้องตลาดส่วนใหญ่อาจสังเคราะห์จากปิโตรเลียมหรือสกัดด้วยวิธีทางเคมีจากพืช มีความเสี่ยงจากความเป็นพิษและการตกค้างได้ รวมทั้งถือว่าไม่เป็นทำการทำเกษตรอินทรีย์อย่างสมบูรณ์Photo By CHINNAWAT SINGHA---------------------------------------Published caption::Herbicidal remedy... A lab technician holds a newly developed bioherbicide produced from farm by-products at Naresuan University in Phitsanulok. The innovation promises to be an environmentally friendly and safe herbicide for farmers. CHINNAWAT SINGHA
Published on 29/11/2022
» ผู้ประกอบการกำลังแสดงใบอนุญาติให้จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ในใบดังกล่าวจะมีข้อปฏิบัติและข้อห้ามแสดงอยู่ด้วย เพื่อให้ผู้บริการลูกค้าได้อย่างถูกต้องซึ่งวันนี้กรมการแพทย์แผนไทยฯ ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และเจ้าหน้าที่เทศกิจของกรุงเทพมหานคร จะลงตรวจสอบพื้นที่ถนนข้าวสาร เพื่อดูการเปิดร้านจำหน่ายช่อดอกกัญชาว่าถูกต้องหรือไม่ และทำความเข้าใจด้านกฎหมายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันPhoto By Nutthawat WicheanbutProvider/Credit Line---------------------------------------Published caption::
Published on 18/03/2021
» ประชาชนยืนชมช่อดอกกัญชาที่อยู่กับต้นในบริเวณส่วนจัดแสดงนิทรรศการในงาน“ครบเครื่องเรื่องกัญชา และเสน่ห์ยาสมุนไพร” จัดโดยกระทรวงสาธารณสุข จับมือเครือข่ายภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยทั้งรัฐและเอกชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 มีนาคม 2564 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การค้า Paradise Park เขตประเวศ กทม. จึงขอเชิญชวนประชาชน นักธุรกิจ ที่สนใจ เข้าร่วมงาน เพื่อเป็นโอกาสการขยายธุรกิจ เกิดความคิดสร้างสรรค์นำกัญชาและสมุนไพรไทยไปพัฒนาต่อยอด เกิดการสร้างรายได้ สร้างอาชีพต่อไป กระทรวงสาธารณสุข จับมือเครือข่ายภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยทั้งรัฐและเอกชน จัดงาน “ครบเครื่องเรื่องกัญชา และเสน่ห์ยาสมุนไพร” หนุนพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง อาหารจากสมุนไพรไทยและกัญชา พร้อมยกขึ้นห้าง ตอบรับความต้องการของตลาด ขยายโอกาสอาชีพแก่ผู้ประกอบการ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชาติ วันที่ 17 มีนาคม 2564 ที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ ประธานเครือข่ายพลังภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย นายสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เปิดงาน “ครบเครื่องเรื่องกัญชา และเสน่ห์ยาสมุนไพร” เพื่อนำผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง อาหารจากสมุนไพรไทยและกัญชา มาจัดแสดงและสาธิตวิธีการผลิต การนำไปใช้สร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัย ขยายโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชาติ นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและทางแพทย์ทางเลือก ร่วมกับเครือข่ายพลังภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ได้ส่งเสริมการนำพืชเศรษฐกิจ มาบูรณาการใช้กับภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะพืชกัญชาที่นำมาใช้ทางการแพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและการแพทย์แผนไทย เพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน โดยได้มีการศึกษาวิจัย พัฒนาต่อยอดกัญชาและสมุนไพรไทย เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ แปรรูปเป็นอาหาร เครื่องสำอาง ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีผู้สนใจนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจนับแสนล้านบาท “การจัดงานครั้งนี้ จะเป็นโอกาสอันดีที่จะให้ประชาชนและผู้ประกอบเข้ามาเรียนรู้ การนำสมุนไพรและพืชกัญชา มาผลิตและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างถูกกฎหมาย สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ สร้างนวัตกรรม เกิดการจ้างงาน พร้อมที่จะขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยใช้ธุรกิจด้านการแพทย์แผนไทยเป็นแรงขับเคลื่อน” นายอนุทินกล่าว ด้านแพทย์หญิงอัมพร กล่าวว่า การจัดงาน “ครบเครื่องเรื่องกัญชา และเสน่ห์ยาสมุนไพร” ในครั้งนี้ มีกิจกรรม ประกอบด้วย เวทีเสวนาวิชาการกัญชาและสมุนไพร บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ แบบผสมผสาน นิทรรศการวิชาการผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์แผนไทย และการสาธิตทำผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชา อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม, ชาชงรูปแบบต่างๆ, น้ำมันนวด เป็นต้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 มีนาคม 2564 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การค้า Paradise Park เขตประเวศ กทม. จึงขอเชิญชวนประชาชน นักธุรกิจ ที่สนใจ เข้าร่วมงาน เพื่อเป็นโอกาสการขยายธุรกิจ เกิดความคิดสร้างสรรค์นำกัญชาและสมุนไพรไทยไปพัฒนาต่อยอด เกิดการสร้างรายได้ สร้างอาชีพต่อไปPublished caption : A visitor looks at marijuana plants displayed at a fair promoting marijuana and other plants which yield medicinal properties. The event is being held until Sunday at the Paradise Park shopping centre in Bangkok.
Published on 15/01/2021
» ณ ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง พร้อมด้วยตัวแทนผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ร่วมกันแถลงข่าว “การเปิดตลาดประมงปลอดภัย GAP” เพื่อเกษตรกรไทย ปลอดภัยถึงผู้บริโภค ในยุค COVID-19 ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมมือของทุกฝ่ายในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 โดยเปิดพื้นที่ให้จำหน่ายผลผลิต กุ้งก้ามกราม กุ้งขาว และปลากะพงขาว เป็นต้น เพื่อเป็นการกระจายสินค้าสัตว์น้ำให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไปสู้ผู้บริโภคอย่างปลอดภัยภายใต้ “ตลาดประมงปลอดภัย GAP” เพื่อเพิ่มช่องทางให้เป็นศูนย์กลางค้าส่งสินค้าสัตว์น้ำแห่งใหม่ สู่มือผู้บริโภคต่อไป โดยภายในงานได้นำประกระพงขนาดใหญ่น้ำหนักเกือบ 6 กิโลกรัม มาจัดแสดงในราคา กิโลกรัมละ 140 บาท และนำกุ้งขาวมาขายในกิโลกรัมละ200 บาท พร้อมทั้งได้นำกุ้งก้ามกามมาจัดจำหน่ายในราคาถูก 340 บาท โดยเบื้องต้นมีเกษตรกรเข้ามาร่วมจำหน่ายสินค้าประมงปลอดภัยในครั้งนี้ กว่า 200 ราย จาก 5 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา ที่สำคัญ ทางตลาดไทยังยินดีเปิดให้บริการเกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายฟรี เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม – 20 เมษายน 2564 อีกด้วย -----------------------------------------------------(ข้อมูลละเอียดเพิ่มเติม)วันที่ 15 มกราคม 2564 เวลา 10.30 น. ณ ตลาดไท อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายโชคชัย คลศรีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยแอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) พร้อมด้วยนายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย (ผู้แทนเกษตรกรกุ้งก้ามกราม) นายชาลี จิตรประสงค์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง ฉะเชิงเทรา (ผู้แทนเกษตรกรกุ้งขาวแวนาไม) และนายสุทธิ มะหะเลา นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย (ผู้แทนเกษตรกรปลากะพงขาว) ร่วมกันแถลงข่าว “การเปิดตลาดประมงปลอดภัย GAP” เพื่อเกษตรกรไทย ปลอดภัยถึงผู้บริโภค ในยุค COVID-19 ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมมือของทุกฝ่ายในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 โดยเปิดพื้นที่ให้จำหน่ายผลผลิต อาทิ กุ้งก้ามกราม กุ้งขาวแวนาไม และปลากะพงขาว เป็นต้น และเป็นอีกช่องทางการกระจายสินค้าสัตว์น้ำให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในอนาคตคาดหวังที่จะผลักดันให้ “ตลาดประมงปลอดภัย GAP” เป็นศูนย์กลางค้าส่งสินค้าสัตว์น้ำแห่งใหม่ เพื่อกระจายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศต่อไปจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รอบใหม่ ในประเทศไทย ที่มีแหล่งแพร่กระจายของเชื้อโรคจากตลาดกลางกุ้งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและได้ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่น สร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชนถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยในการบริโภคสัตว์น้ำ ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำและธุรกิจต่อเนื่องในภาคการประมนายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ดังกล่าว โดยที่ผ่านมาได้เร่งระบายสินค้าสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกุ้งทะเล และกุ้งก้ามกรามออกสู่ตลาดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็วที่สุด เช่น การเปิดพื้นที่ในกรมประมงให้เกษตรกรมาขายกุ้งและในส่วนของภูมิภาคได้ให้สำนักงานประมงจังหวัดทั่วประเทศ เปิดให้เกษตรกรมาขายกุ้งโดยตรงแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือห้องเย็นโรงงานแปรรูปในการรับซื้อกุ้งและประสานความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วนในการช่วยประชาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจในการบริโภคกุ้งและสินค้าสัตว์น้ำและช่วยเป็นแหล่งจำหน่ายกุ้งอีกด้วย อาทิ กรมอนามัย Modern Trade สื่อมวลชน กองทัพบก ฯลฯ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายสำคัญที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เน้นย้ำให้เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ตามนโยบายตลาดนำการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาระบบการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรมการเปิดตลาดประมงปลอดภัย GAP ณ ตลาดไท เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มตลาดค้าส่งสินค้าสัตว์น้ำ เพื่อเป็นสถานที่กระจายสินค้าสัตว์น้ำ ด้วยทำเลที่ตั้งของตลาดไทนั้น มีความเหมาะสม เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่ครบวงจร มีฐานลูกค้าที่สามารถกระจายสินค้าสัตว์น้ำไปสู่ภาคอีสานและภาคเหนือ รวมทั้ง Modern Trade ใหญ่ๆ ซึ่งประโยชน์ในระยะสั้นของการเปิดตลาดนี้ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำในภาวะวิกฤต COVID-19 ซึ่งจะเปิดให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายได้ ส่วนในระยะยาว คือ การพัฒนาให้เกษตรกรเข้าสู่วัฏจักรการตลาดด้วยตนเอง ให้เกษตรกรได้เรียนรู้แนวคิดด้านการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบใหม่ที่มีการวางแผนการผลิตสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งจะสามารถช่วยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ผลผลิตล้นตลาด ต้นทุนการผลิตสูง เข้าสู่กลไกการตลาดนำการผลิต เพื่อให้เกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพของเกษตรกรได้โดยเบื้องต้นมีเกษตรกรเข้ามาร่วมจำหน่ายสินค้าประมงปลอดภัยในครั้งนี้ กว่า 200 ราย จาก 5 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกราม กุ้งขาวแวนาไม และปลากะพงขาว ซึ่งเป็นฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมประมงทั้งสิ้น เพื่อให้เกิดตลาดที่มีคุณภาพของสินค้าที่ผู้บริโภคเชื่อถือได้ โดยในช่วงแรกจะเป็นการจำหน่ายผลผลิตในลักษณะขายส่ง เริ่มต้นที่วันละ 5 ตัน และสามารถเพิ่มปริมาณได้อีกหากเป็นที่นิยมของผู้ซื้อทั้งนี้ ในอนาคตจะร่วมกันพัฒนาให้เป็นตลาดสัตว์น้ำยุคใหม่ ตลาดกลางสินค้าสัตว์น้ำที่ได้มาตรฐาน ถูกสุขอนามัย สินค้าคุณภาพปลอดภัย เกษตรกรจำหน่ายเอง ซึ่งเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้สามารถเข้าสู่กลไกการค้าได้โดยตรง ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง ผู้บริโภคได้สินค้าดีมีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม ภายใต้ระบบการบริหารจัดการตลาดให้เป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ด้วย ซึ่งกรมประมง เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นนิมิตหมายที่ดีในการสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง อธิบดีกรมประมง กล่าวนายโชคชัย คลศรีชัย กรรมการผู้จัดการบริษัทไทยแอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) กล่าวว่า ทางตลาดไทได้เปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งของตลาดให้เป็นโซนจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำปลอดภัย โดยจัดสรรพื้นที่กว่า 7,750 ตารางเมตร สำหรับรองรับเกษตรกรและผู้ซื้อ มีการปรับโครงสร้าง และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นไปตามมาตรฐานของกรมประมง พร้อมมีระบบการจัดจำหน่ายเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่เข้มงวด มีระบบ QR Code ที่ใช้ตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาของสินค้าได้ รวมไปถึงมาตรการ D-M-H-T ที่เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สแกนไทยชนะ ก่อนเข้าตลาด เพื่อสุขอนามัยที่ดี ที่สำคัญ ทางตลาดไทยังยินดีเปิดให้บริการเกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายฟรี เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม – 20 เมษายน 2564 อีกด้วย Published caption : Fresh prawns are shown at the Fisheries Department’s safe fishery fair to help aquaculture farmers affected by Covid-19. Yesterday’s event saw Good Aquaculture Practice-certified aquatic animals sold at low prices by dozens of farmers at Talad Thai Market in Pathum Thani. From Jan 20-April 20, farmers from more provinces will be allowed to sell their certified products rent-free at the event. Apichit Jinakul-----------------------------------------------Caption and Keyword for AFPbkp160121n3aCaption : Fresh prawns are shown at the Fisheries Department’s safe fishery fair to help aquaculture farmers affected by Covid-19. Good Aquaculture Practice-certified aquatic animals sold at low prices by dozens of farmers at Talad Thai Market in Pathum Thani on 15 January 2021. From 20 Januray to 20 April 2021, farmers from more provinces will be allowed to sell their certified products rent-free at the event. Bangkok Post photo by Apichit JinakulKeyword : Talat Thai Market ; fishery market ; food safety ; Covid-19-impact on fishery market ; Covid-19-impact on aquaculture ; shrimp sale ; shrimp ; Fishery Fair ; safe fishery fair