FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “แต่งงาน”

Showing 1 - 10 of 31

THAILAND

Govt gears up for new law

News, Poramet Tangsathaporn, Published on 03/12/2024

» The state and civil sectors are gearing up to implement the Marriage Equality Bill, which is set to become law next month.

THAILAND

Mass same-sex weddings in Jan 2025

News, Poramet Tangsathaporn, Published on 26/09/2024

» More than 1,000 same-sex couples will marry on Jan 22 next year, the day the Marriage Equality Bill will officially be written into law, following 120 days after its publication in the Royal Gazette.

IMAGE

Valentine's Day

Published on 13/02/2024

» ประชาชนเดินทางมาซื้อดอกกุหลาบ ในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ปีนี้ มีทั้งแบบจัดช่อสำเร็จรูปต่างๆ และแบบแบ่งจำหน่าย ที่ย่านปากคลองตลาดวันวาเลนไทน์เกิดขึ้นเพื่อระลึกถึงนักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้รับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 เพราะในยุคนั้นมีกฎหมายห้ามไม่ให้มีการแต่งงานของพวกคริสเตียน แต่เซนต์วาเลนไทน์ยังแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษ โดยในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอดซึ่งเป็นลูกสาวของผู้คุม ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ แต่เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์ เซนต์วาเลนไทน์จึงถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจและยึดถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันแห่งความรัก นั่นเองPHOTO BY SOMCHAI POOMLARD ---------------------------------------Published caption::Roses at the ready...People flock to Pak Khlong Talat flower market  yesterday to buy roses for Valentine’s Day.  SOMCHAI POOMLARD

IMAGE

12.00 น. เครือข่ายองค์กรด้านเด็ก เยาวชนและสังคม ร่วมกับ กลุ่มเยาวชน ดีจังYoungTeam จากทั่วประเทศ รียกร้องให้ปล่อยตัวตัน สุรนาถ คืนสู่อิสรภาพ เพื่อต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรมต่อไป ณ ศาลอาญา รัชดาภิเษก

Published on 28/10/2020

» 12.00 น. เครือข่ายองค์กรด้านเด็ก เยาวชนและสังคม ร่วมกับ กลุ่มเยาวชน ดีจังYoungTeam จากทั่วประเทศ รียกร้องให้ปล่อยตัวตัน สุรนาถ คืนสู่อิสรภาพ เพื่อต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรมต่อไป ณ ศาลอาญา รัชดาภิเษก28 ต.ค. 2563 - ที่ศาลอาญา นางน้ำทิพย์ และนายอำนาจ แป้นประเสริฐ แม่และพี่ชายนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ หรือตัน ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง หนึ่งในผู้ต้องหาคดีอาญา มาตรา 110 ประทุษร้ายต่อเสรีภาพพระราชินี หรือองค์รัชทายาท กรณีผู้ชุมนุมกับขบวนเสด็จฯ บนถนนพิษณุโลก เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 พร้อมกลุ่มเพื่อนตันประมาณ 30 คน เดินทางมาศาลเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายสุรนาถ โดยทางกลุ่มได้พากันชูป้ายกระดาษเขียนข้อความ อาทิ #saveสุรนาถ #กอดตัน #หยุดคุกคามประชาชน #ปล่อยเพื่อนเรา ก่อนจัดกิจกรรมผูกข้อมือรับขวัญนางน้ำทิพย์น.ส.รัตนาภรณ์ เจือแก้ว ตัวแทนกลุ่มดีจัง Young Team กล่าวว่า นายสุรนาถถูกดำเนินคดีและฝากขังผลัดแรกครบ 7 วันแล้ว วันนี้ทนายจึงจะมาทำเรื่องขอประกันตัวอีกครั้ง พวกเราเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของนายสุรนาถ จึงมารวมตัวแสดงพลังให้ศาลเห็นใจ เพราะเจ้าตัวเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น อยากให้ประกันตัวออกมาสู้คดีข้างนอก ที่ผ่านมาเจ้าตัวเป็นนักกิจกรรมชุมชนที่หว่านเมล็ดพันธุ์ตามรอยพ่อเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในชุมชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งยังสนับสนุนโครงการทางสังคมมาตลอด อีกทั้งเจ้าตัวไม่มีพฤติกรรมจะหลบหนี เพราะหลังทราบข่าวว่าถูกหมายจับก็ยังประสานไปยัง สน.ดุสิต ทันที ด้านนายอำนาจ พี่ชายของนายสุรนาถ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่น้องชายจะถูกจับ เจ้าตัวก็เพิ่งแต่งงานไม่นาน จึงเป็นเสาหลักของครอบครัว เพราะพ่อก็เพิ่งเสียชีวิต เหลือเพียงแม่คนเดียว อีกทั้งตั้งแต่วันที่น้องชายถูกจับจนวันนี้ก็ยังไม่พบหน้าหรือทราบข่าวคราวใดเลย ทราบเพียงว่าในวันชุมนุม น้องชายได้ไปร่วมชุมนุมกับประชาชนตามปกติเท่านั้น ไม่มีเจตนาขวางขบวนเสด็จฯ เพราะไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีขบวนเสด็จฯ ผ่านมา ทุกคนก็รักสถาบันเหมือนกันหมด เรายืนยันได้ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้น้องได้ออกมาสู้คดีข้างนอก ขณะเดียวกันตนก็ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมจึงย้ายน้องชายไปเรือนจำบางขวาง ขณะที่คนอื่นยังอยู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็จะให้ทนายทำเรื่องขอคำชี้แจงจากเรือนจำPublished caption :Freedom fightersMembers of a youth network called YoungTeam raise placards calling for bail to be granted to Suranat Paenprasert, the network coordinator, charged in connection with attempting to harm Her Majesty the Queen’s liberty during the obstruction of a royal motorcade on Phitsanulok Road in Bangkok on Oct 14.

IMAGE

ศพพลทหารแบงค์ถึงอุดรจัดงานสมเกียรติ

Published on 11/02/2020

» เมื่อเวลา 14.00 น.  วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ศพของ พลทหาร เมธา เลิศศิริ หรือ พลทหารแบงค์ ผู้สละชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุการณ์ที่จังหวัด นครราชสีมา ถูกส่งมาถึง วัดโพธิสมภรณ์ (พระอารามหลวง) อ.เมือง โดยมีนายอุดม ปะโกทะสังข์ อายุ 70 ปี ตาของพลทหารแบงค์ฯ เดินทางมาไปรับ มาพร้อมกับคณะนายทหารจาก จ.นครราชสีมาโดยมีพลตรีวินัย เจริญศิลป์ ผบ.มทบ.24 จัดกองเกียรติยศของมณฑลทหารบก 24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม ให้การตอนรับ เคลื่อนศพลงจากรถอย่างสมเกียรติมายังศาลาพุทธรักษา 1 วัดโพธิสมภรณ์ (พระอารามหลวง) ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีนางกรรณิการ์ ค๊อปแลนด์ อายุ  40 ปี แม่กอดรูปของพลทหารแบงค์ ร้องไห้อยู่ตลอดเวลาเดินนำหน้า และมีนางประพรรณ ปะโกทะสังข์ อายุ 66 ปี ยาย ต้องมีเจ้าหน้าที่ประคองเดินหลังร่างของพลทหารเมธา หรือพลทหารแบงค์ ถูกนำเตรียมประกอบพิธี นายชัชวาล ปทานนท์ นายอำเภอบ้านผือ นำเครือญาติพลทหารแบงค์ และชาวบ้านจากบ้านลาดหอคำ ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ทยอยเข้ารดน้ำศพตามประเพณี ส่วนนางกรรณิการ์ ค๊อปแลนด์ , นายอุดม นางประพรรณ ปะโกทะสังข์ แม่และตายาย ได้เข้ารดน้ำศพเป็นชุดสุดท้าย ท่ามกลางความโศกเศร้า ร้องไห้ต่อเนื่องจนต้องมีคนประคองนางกรรณิการ์ฯ บอกว่า ตอนแรกจะเผาศพลูกที่บ้าน เมื่อรับแจ้งมาว่าสถานที่คับแคบ และรับคำแนะนำจึงมาจัดวัดในเมือง โดยรู้ข่าวลูกบ่ายสามเวลาที่อังกฤษ วันถัดไปก็จองตั๋วกลับบ้านเลย มาถึงเมื่อคืนประมาณ 5 ทุ่ม ตอนนี้ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้น เพราะเพิ่งได้เจอลูกเมื่อ 8 พฤศจิกายนปีที่แล้ว เป็นวันเกิดของเค้า ไม่คิดว่าจะเป็นวันที่เจอลูกครั้งสุดท้าย ส่วนการช่วยเหลือของกองทัพ รู้สึกพอใจอย่างยิ่งเป็นเกียรติสำหรับลูก และครอบครัวของเรา เพราะลูกก็อยากเป็นทหารอยู่แล้ว ที่เข้าไปก็เพราะสมัครเอากลัวไม่ได้เป็น จะจบอยู่แล้วน้องตั้งใจว่าจะสมัครทหารพรานต่อ เสียใจมากจะได้มาหากันอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้มา สุดท้ายก็ไม่ได้เจอกันพลทหารเมธา เลิศศิริ หรือ แบงค์ อายุ 22 ปี เป็นบุตรของนาย   (ถึงแก่กรรม)  และนางกรรณิการ์ ค๊อปแลนด์ อายุ 40 ปี เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2540 พ่อแม่ได้หย่าร้างแยกทางกัน และเสียชีวิตเมื่อหลายปีแล้ว ส่วนแม่แต่งงานใหม่กับชาวอังกฤษ ย้ายไปอยู่กับสามีที่อังกฤษ สร้างครอบครัวอยู่ที่นั่น นายอุดม และนางประพรรณ ปะโกทะสังข์ ตาและยายเลี้ยงพลทหารแบงค์ อยู่ที่บ้านลาดหอคำ ม. ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานีพลทหารแบงค์จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ออกมาทำงานรับจ้างกรีดยาง อายุ 18 ปี แต่งงานกับหญิงสาวบ้านเดียวกัน มีบุตรชาย 1 คน คือ ด.ช.วรวุฒิ เลิศศิริ หรือน้องดีโน่ อายุ 4 ขวบ แต่ได้แยกทางกันตั้งแต่ลูกอายุ 1 ขวบ พลทหารแบงก์จึงเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว และดูแลตายายที่ชรามากแล้ว มีความใฝ่ฝันอย่าเป็นทหาร เมื่อถึงวัยเกณฑ์ทหารจึงสมัครเข้ารับใช้ชาติ สังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุน 22 กองบัญชาการช่วยรบ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งจะปลอดประจำการในเดือนเมษายน 63 โดยมีแผนสมัครเป็นทหารพราน ไปปฏิบัติราชการ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ …ในการนี้ในเวลา 16.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ศาลาพุทธรักษา 1 วัดโพธิสมภรณ์ (พระอารามหลวง) ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการพระราชพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พลทหารเมธา เลิศศิริ วีรบุรุษผู้สละชีวิต ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมเชิญพวงมาลาหลวง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วางที่หน้าหีบศพ พลทหารเมธา เลิศศิริ ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับงานไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย ยังความปลาบปลื้ม และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แก่ครอบครัว146 ซ.มหามิตร ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 (081-9649667)  ยุทธพงษ์ กำหนดแน่++++++++++++++++Published caption::Seized by sorrow... Army private Metha Lertsiri’s family  members hold a framed picture of him at his funeral yesterday in Muang district of Nakhon Ratchasima. The soldier was among those killed in the Terminal 21 shopping centre rampage in the province at the weekend.   YUTTAPONG KUMNODNAE

IMAGE

ส.ท.โต้ง อาสากู้ภัยที่เสียชีวิตหลังกลับจากช่วยน้ำท่วม

Published on 15/09/2019

» บุรีรัมย์แม่ ส.ท.โต้ง อาสากู้ภัยที่เสียชีวิตหลังกลับจากช่วยน้ำท่วม เผยทำใจไม่ได้แต่ภูมิใจที่ลูกชายจากไปกับสิ่งที่รักแม่ “ส.ท.โต้ง” อาสากู้ภัยประจำจุดอ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์  ที่เสียชีวิตจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด  หลังกลับจากนำทีมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อุบลฯ   เผยทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกชายไปอย่างกะทันหัน  แต่ก็ภูมิใจที่ลูกชายจากไปกับสิ่งที่รักและได้ช่วยเหลือผู้อื่น   ภรรยา รับปากจะสานต่อเจตนารมณ์สิ่งที่สามีรักต่อไป   โซเชียลแห่ร่วมไว้อาลัย(15 ก.ย.62)   บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 43/3  ชุมชนห้วยทะมอ  ต.บ้านกรวด  อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์  ซึ่งทางครอบครัวได้นำศพของนายดำรงศักดิ์   เจียดประโคน    อาสาสมัครกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมประจำจุด อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์ เจ้าของนามเรียกขาน จรรยา 802  และยังเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านกรวด หรือ ส.ท.โต้ง   ที่เสียชีวิต ด้วยอาการปอดติดเชื้อและติดเชื้อในกระแสเลือด  หลังกลับจากนำทีมอาสากู้ภัยฯ นำสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี  มาตั้งบำเพ็ญกุศล  ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัวและญาติ  โดยเฉพาะนายชอบ   เจียดประโคน  อายุ 58 ปี ผู้เป็นพ่อ , นางศุทธิรัตน์   เจียดประโคน  อายุ 59 ปี มารดา  และ น.ส.รัตนวดี   ถิ่นนคร  อายุ 30 ปี ภรรยาที่ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างกะทันหัน   แต่ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกภูมิใจที่นายดำรงศักดิ์  หรืออาสาโต้ง   จากไปเพราะได้ทำในสิ่งที่รัก และได้ช่วยเหลือคนอื่น  ขณะญาติพี่น้อง  ชาวบ้าน  และเพื่อนอาสากู้ภัยที่ทราบข่าวการจากไปของอาสาโต้ง   ต่างก็เดินทางมาเคารพศพและแสดงความอาลัยอย่างต่อเนื่อง    ขณะที่ทางครอบครัวก็ได้นำรูปถ่าย  อุปกรณ์ต่างๆ ที่อาสาโต้ง ใช้ในการทำหน้าที่ที่เขารัก มาตกแต่งในงานศพด้วยนางศุทธิรัตน์    แม่อาสาโต้ง  บอกว่า   ลูกชายเป็นคนจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก  กระทั่งได้เข้าไปเป็นอาสาสมัครกู้ภัยฯ  ก็ทุ่มเททำหน้าที่ช่วยเหลือผู้คนมาโดยตลอดไม่ว่าจะค่ำมืดดึกดื่นแค่ไหนก็ออกไปช่วยตลอด   ถึงขนาดลงทุนใช้เงินส่วนตัวซื้อรถตู้ เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานกู้ภัยด้วยตัวเอง    ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นลูกชายบ่นว่าเหนื่อยเลยสักครั้ง   ตนเองเคยบอกลูกชายว่าให้ดูแลตัวเองบ้าง เวลาขับรถก็อย่ารีบร้อนมาก   แต่ลูกชายก็ตอบกลับมาว่า ถ้าไปถึงช้าอาจจะช่วยชีวิตเขาไม่ทันก็ได้   โดยเฉพาะเคสอุบัติเหตุที่ผู้บาดเจ็บเสียเลือดมา   และหากลูกชายรู้ว่าได้ช่วยเหลือเขาแล้วเขารอดชีวิตเขาก็จะดีใจมาก    กระทั่งล่าสุดที่รู้ว่าลูกพาทีมกู้ภัยฯ  ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จ.อุบลฯ  ก็จะบอกให้ลูกดูแลตัวเองตลอดเพราะเห็นน้ำท่วมสูงมาก    กระทั่งลูกมาเสียชีวิตเพราะได้ทำในสิ่งที่รักและได้ช่วยเหลือคนอื่น  ในฐานะแม่ก็รู้สึกภูมิใจในตัวลูก   แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกชายไปอย่างกะทันหันแบบนี้  ด้าน น.ส.รัตนวดี    ถิ่นนคร    ภรรยา   บอกว่า   สามีเป็นอาสากู้ภัยฯ มากว่า 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนจะแต่งงานกัน   พอแต่งงานกันตนก็ได้มาเป็นอาสากู้ภัยและไปด้วยกันตลอด  กระทั่งมีลูกสาวคือ น้องฟ้าใส   วัย 6 ขวบ   ก็พาลูกสาวไปด้วย   ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น    ล่าสุดที่พี่โต้ง นำทีมอาสากู้ภัยประจำจุดบ้านกรวด  ไปช่วยเหลือน้ำท่วมและนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปมอบให้กับผู้ประสบภัยที่จ.อุบลราชธานี  ตนกับลูกสาวก็เดินทางไปด้วย   โดยออกเดินทางจาก จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.  กลับมาวันที่ 10 ก.ย. ก็เริ่มมีอาการป่วยปวดหัว  ตัวร้อน   ตอนแรกพาไปหาหมอที่คลินิกอาการไม่ดีขึ้น  ไข้ยังสูง  วันที่ 11 ก.ย.จึงตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลบุรีรัมย์  หมอบอกอาการไม่ค่อยดีต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ   และได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 05.20 น. วันที่ 14 ก.ย.  โดยแพทย์ระบุว่าเกิดจากภาวะปอดติดเชื้อ  และติดเชื้อในกระแสเลือด ทุกคนในครอบครัวเสียใจมากไม่คิดว่าพี่โต้ง จะจากไปเร็วขนาดนี้   ก็อยากจะบอกให้พี่โต้งหลับให้สบาย ตนจะดูแลพ่อ แม่ และลูกเป็นอย่างดี  และจะสานต่อเจตนารมณ์ด้านงานกู้ภัยสิ่งที่พี่รักเป็นอย่างดีขณะที่ชาวโซเชียล  ก็ได้เข้ามาแสดงอาลัย  และชื่นชมอาสากู้ภัยโต้ง  จำนวนมากบางคนยกให้เป็นวีรบุรุษ ที่ได้เสียสละชีวิตช่วยเหลือผู้คน   โดยทางครอบครัวมีกำหนดประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ในวันที่ 17ก.ย. 2562  ที่จะถึงนี้ เวลาประมาณ 15.00 น.   ที่วัดบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์                                                                             สุรชัย    พิรักษา / บุรีรัมย์ +++++++++++++++Published caption::Damrongsak: Died fighting an infection

IMAGE

คุมโจ๋ทำแผนแทงแม่ค้าสาหัส อ้างต้องการหาเงินไปแต่งงาน

Published on 25/02/2019

» สุพรรณบุรี-ตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ คุมตัว นายเมธี เกษมณี อายุ 26 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพก่อเหตุชิงทรัพย์ใช้เหล็กแหลมแทง นางสมหมาย ล้อมวงษ์ อายุ 55 ปี แม่ค้าร้านชำได้รับบาดเจ็บเย็บ 108 เข็ม ภายในบ้านพักพื้นที่ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา จับกุมได้ที่ค่ายลูกเสือแห่งหนึ่งใน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี สอบสวน นายเมธี รับสารภาพว่า ทำไปเพราะต้องการหาเงินไป แต่งสาวที่ชอบพอกัน และเห็นว่าป้าสมหมายมีเงินเลยคิดมาขโมย

IMAGE

จดทะเบียนหวานฉ่ำวันวาเลนไทน์ บางรักครองแชมป์ 663 คู่

Published on 14/02/2019

»  กิจกรรมงาน ลิขิตรัก ณ บางรัก Sing of love กิจกรรมแห่ขันหมากแบบจำลองและพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์แก่คู่บ่าวสาวมาไว้ในงานเพื่อสืบสานประเพณีการแต่งงานแบบไทยคงไว้และเขตเปิดให้ประชาชนยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ ณ ฝ่ายทะเบียน พร้อมกิจกรรมจับฉลากมอบทะเบียนสมรสทองคำ โดยคู่ที่ 1ที่ได้รับทะเบียนทองคำ ได้แก่นางสุพรรณษา ปรีดา 27 ปี กับ สตท.อนุพงษ์ นิลสุวรรณ 27 ปี บัตรคิวหมาย 41 นายขจิต ชัชวานิชย์ รองปลัด กทม.เป็นผู้จับฉลากและมอบทะเบียนทองคำ ณ อาคารบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ถนนเจริญกรุง บางรัก กทมจดทะเบียนหวานฉ่ำวันวาเลนไทน์บางรักครองแชมป์ 663 คู่นายขจิต ชัชวานิชย์ รองปลัด กทม. เป็นประธานเปิดงาน “ลิขิตรัก ณ บางรัก Sign of Love” ซึ่งสำนักงานเขตบางรัก ร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น เพื่อให้บริการจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ ณ โถงชั้น 1 อาคารบริษัท กสท โทรคมนาคม เขตบางรัก ภายในงานมีพิธีแห่ขบวนขันหมากจำลอง และพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ โดยคู่รักที่มาจดทะเบียนจะได้ร่วมสนุกลุ้นรับทะเบียนสมรสทองคำ พร้อมของรางวัลอีกมากมาย สำหรับคู่รักที่ได้รับทะเบียนสมรสทองคำฉบับแรก ได้แก่ ส.ต.ท.ชิษณุพงศ์ นิลสุวรรณ และ น.ส.สุพรรณษา ปรีดา ทั้งนี้ มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสทั้ง 50 เขต จำนวน 2,914 คู่ โดยเขตที่มีคู่รักไปจดทะเบียนสมรสมากที่สุดยังคงเป็นเขตบางรัก 663 คู่

IMAGE

จดทะเบียนหวานฉ่ำวันวาเลนไทน์ บางรักครองแชมป์ 663 คู่

Published on 14/02/2019

»  กิจกรรมงาน ลิขิตรัก ณ บางรัก Sing of love กิจกรรมแห่ขันหมากแบบจำลองและพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์แก่คู่บ่าวสาวมาไว้ในงานเพื่อสืบสานประเพณีการแต่งงานแบบไทยคงไว้และเขตเปิดให้ประชาชนยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ ณ ฝ่ายทะเบียน พร้อมกิจกรรมจับฉลากมอบทะเบียนสมรสทองคำ โดยคู่ที่ 1ที่ได้รับทะเบียนทองคำ ได้แก่นางสุพรรณษา ปรีดา 27 ปี กับ สตท.อนุพงษ์ นิลสุวรรณ 27 ปี บัตรคิวหมาย 41 นายขจิต ชัชวานิชย์ รองปลัด กทม.เป็นผู้จับฉลากและมอบทะเบียนทองคำ ณ อาคารบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ถนนเจริญกรุง บางรัก กทมจดทะเบียนหวานฉ่ำวันวาเลนไทน์บางรักครองแชมป์ 663 คู่นายขจิต ชัชวานิชย์ รองปลัด กทม. เป็นประธานเปิดงาน “ลิขิตรัก ณ บางรัก Sign of Love” ซึ่งสำนักงานเขตบางรัก ร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น เพื่อให้บริการจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ ณ โถงชั้น 1 อาคารบริษัท กสท โทรคมนาคม เขตบางรัก ภายในงานมีพิธีแห่ขบวนขันหมากจำลอง และพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ โดยคู่รักที่มาจดทะเบียนจะได้ร่วมสนุกลุ้นรับทะเบียนสมรสทองคำ พร้อมของรางวัลอีกมากมาย สำหรับคู่รักที่ได้รับทะเบียนสมรสทองคำฉบับแรก ได้แก่ ส.ต.ท.ชิษณุพงศ์ นิลสุวรรณ และ น.ส.สุพรรณษา ปรีดา ทั้งนี้ มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสทั้ง 50 เขต จำนวน 2,914 คู่ โดยเขตที่มีคู่รักไปจดทะเบียนสมรสมากที่สุดยังคงเป็นเขตบางรัก 663 คู่

IMAGE

จดทะเบียนหวานฉ่ำวันวาเลนไทน์ บางรักครองแชมป์ 663 คู่

Published on 14/02/2019

»  กิจกรรมงาน ลิขิตรัก ณ บางรัก Sing of love กิจกรรมแห่ขันหมากแบบจำลองและพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์แก่คู่บ่าวสาวมาไว้ในงานเพื่อสืบสานประเพณีการแต่งงานแบบไทยคงไว้และเขตเปิดให้ประชาชนยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ ณ ฝ่ายทะเบียน พร้อมกิจกรรมจับฉลากมอบทะเบียนสมรสทองคำ โดยคู่ที่ 1ที่ได้รับทะเบียนทองคำ ได้แก่นางสุพรรณษา ปรีดา 27 ปี กับ สตท.อนุพงษ์ นิลสุวรรณ 27 ปี บัตรคิวหมาย 41 นายขจิต ชัชวานิชย์ รองปลัด กทม.เป็นผู้จับฉลากและมอบทะเบียนทองคำ ณ อาคารบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ถนนเจริญกรุง บางรัก กทมจดทะเบียนหวานฉ่ำวันวาเลนไทน์บางรักครองแชมป์ 663 คู่นายขจิต ชัชวานิชย์ รองปลัด กทม. เป็นประธานเปิดงาน “ลิขิตรัก ณ บางรัก Sign of Love” ซึ่งสำนักงานเขตบางรัก ร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น เพื่อให้บริการจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ ณ โถงชั้น 1 อาคารบริษัท กสท โทรคมนาคม เขตบางรัก ภายในงานมีพิธีแห่ขบวนขันหมากจำลอง และพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ โดยคู่รักที่มาจดทะเบียนจะได้ร่วมสนุกลุ้นรับทะเบียนสมรสทองคำ พร้อมของรางวัลอีกมากมาย สำหรับคู่รักที่ได้รับทะเบียนสมรสทองคำฉบับแรก ได้แก่ ส.ต.ท.ชิษณุพงศ์ นิลสุวรรณ และ น.ส.สุพรรณษา ปรีดา ทั้งนี้ มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสทั้ง 50 เขต จำนวน 2,914 คู่ โดยเขตที่มีคู่รักไปจดทะเบียนสมรสมากที่สุดยังคงเป็นเขตบางรัก 663 คู่