Showing 1 - 10 of 1,001
Published on 29/12/2025
» ท่ามกลางราคาค่าไฟฟ้าที่ผันผวนและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น โซลาร์รูฟท็อปได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับครัวเรือนไทย โดยภายในปีพ.ศ. 2569 ตลาดคาดว่าจะมีความพร้อมมากขึ้น มีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น รวมถึงมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากยิ่งขึ้น
Published on 31/07/2025
» ถ่ายภาพที่โรงเรียนอนุบาลนนทบุรี ในประเด็นผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี เรียกร้องยืดระยะเวลาการคืนอาคาร ชี้กระทบนักเรียน หลังจังหวัดนนทบุรีขอเวนคืนพื้นที่โรงเรียนที่ติดกับศาลากลางหลังเก่าในปี 2569 เพื่อทำโบราณสถาณและแลนด์มาร์กจังหวัดนนทบุรี สำหรับโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2501 เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันมีห้องเรียนทั้งหมด 52 ห้อง มีนักเรียน 1,749 คน จุดที่มีปัญหา คือ ห้องเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 รวม 10 ห้องเรียน ที่ติดกับอาคารศาลากลางหลังเก่าในขณะที่จังหวัด มีนโยบายปรับแต่งพื้นที่เป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดนนทบุรี ก่อนหน้านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมรับฟังปัญหา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILLPublished caption : Parents are seen picking up their children at Anuban Nonthaburi School yesterday amid concerns over the province’s plan to expropriate the school’s land next year to develop a historical landmark near the old City Hall. Families are now appealing for a deadline extension, citing the impact on students.
Published on 21/07/2025
» พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย (ศบ.ทก.) ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่เคยใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 โดยระบุว่าจุดที่พบมีการพรางด้วยวัชพืชและสภาพโลหะยังใหม่ เผยชัดว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดของกัมพูชา 2 ประการ คือการวางระเบิดใหม่ และการครอบครองอาวุธต้องห้ามชนิดใหม่การประชุม ศบ.ทก. ชุดใหญ่ในวันนี้ ได้วางแนวทางตอบโต้ต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งนับจากเกิดเหตุจนถึงวันนี้ถือว่าดำเนินการได้รวดเร็วมากสำหรับแนวทางฟ้องร้อง กำลังเตรียมสำนวนเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งมีกำหนดประชุมช่วงปลายปีนี้ โดยจะยื่นในนามรัฐบาลไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และประสานความร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติ โดยยังไม่พิจารณานำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสหประชาชาติ (UN)กรณีที่กัมพูชาระบุว่าจะใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) แก้ปัญหาร่วมกันนั้น พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า ฝ่ายไทยยินดี แต่ต้องชี้แจงให้ชัดเจนกรณีที่มีกลุ่มมวลชนกดดันบริเวณปราสาทตาเมือนธม ซึ่งไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยโดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ดำเนินการดูแลพื้นที่และควบคุมสถานการณ์เรียบร้อยแล้วทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพล ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชนให้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะทุกฝ่ายต้องร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยปัจจุบันไทยมีหลักฐานเพียงพอ และยังคงดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องPublished caption : Nattaphon: Vacuum not a problem
Published on 15/05/2025
» เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุปผาราม และผู้แทนบริษัทอินตาเลี่ยนไทย ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมพูดคุยกับคณะผู้บริหารเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน(ตอนเช้า)บริเวณโรงเรียนศึกษานารี ถนนประชาธิปก เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ในวันเปิดภาคเรียนที่ 1/2568 วันแรก บริเวณดังกล่าวมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย ที่ส่งผลต่อการจราจร
Published on 06/05/2025
» กทม. นำสื่อมวลชนติดตามภารกิจการรื้อถอน และค้นหาผู้ติดค้างภายในอาคาร สตง. ในภาพเป็นชั้นใต้ดินอาคาร สตง.(แห่งใหม่) ที่ถล่มระหว่างก่อสร้าง จะเห็นเสาที่ระเบิดออกแต่ยังรับน้ำหนักได้บางส่วน ซึ่งชั้นอื่นๆที่ถล่มลงมานั้นจะระเบิดฉีกขาดออกจากกัน โดยมีข้อมูลจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร คาดจบงานใน 3 วัน หลังเคลียร์ซากเปิดพื้นที่อาคาร สตง. ครบทั้งหมด ไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม(6 พ.ค. 68) นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสุริยชัย ระวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. นำคณะสื่อมวลชนฯ ลงพื้นที่บริเวณโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เขตจตุจักร ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลการปฏิบัติงานตลอด 40 วันที่ผ่านมา หลังประเมินแล้วว่าในจุดที่นำคณะสื่อมวลชนเข้าไปนั้น มีความปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้วโดย นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ระบุว่า ลักษณะของอาคารที่ถล่มเป็นอาคารสูง 30 ชั้น มีพื้นที่รวม 40×40 เมตร หรือประมาณ 50,000 ตารางเมตร มีลิฟท์ 10 ตัว และหลังจากเกิดเหตุการณ์ถล่มแล้ว โครงสร้างอาคารมีการลาดเอียงไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับอาคารจอดรถคาดการณ์ว่าระหว่างที่อาคารถล่มนั้น อาจมีคนวิ่งเข้ามาในส่วนของอาคารจอดรถด้วย จึงยังคงมีการค้นหาในบริเวณนี้ต่อจนกว่าจะเคลียร์พื้นที่ได้แล้วเสร็จ 100% ซึ่งจากการจำลองการหนีของคนส่วนใหญ่ของทุกชั้นจะวิ่งมาหาบันไดหนีไฟซึ่งเป็นจุดเดียวของอาคารที่เชื่อมระหว่างอาคาร 30 ชั้นกับอาคารจอดรถยนต์ จึงอาจมีผู้ติดค้างติดอยู่บริเวณเศษซากอาคารที่ถล่มลงมาในบริเวณจุดเชื่อมได้ ซึ่งสมมุติฐานดังกล่าวยังสอดคล้องกับ ข้อเท็จจริงที่พื้นที่ที่พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน C ตรงจุดที่คาดว่าเป็นช่วงบันไดหนีไฟคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วันจะค้นหาบริเวณชั้นใต้ดแล้วเสร็จ และภายใน 4-5 วัน จึงจะแล้วเสร็จภารกิจ โดยในเบื้องต้นจะพยายามให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เบื้องต้น ต้องยอมรับว่า กทม. ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานในการกู้ซากอาคาร แต่ยืนยันว่าจะทำงานด้วยความพยายามและระมัดระวัง เพื่อค้นหาและนำผู้ติดค้างออกมาให้ได้ครบถ้วนที่สุด โดย กทม. ขอขอบคุณการสนับสนุนเครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากทุกหน่วยงานภาคี ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่เข้ามาช่วยดำเนินการตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ซึ่งทุกคนมาด้วยใจและช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มที่ภารกิจในครั้งนี้มีเครื่องจักรร่วมสนับสนุนการดำเนินการทั้งหมดกว่า 80 เครื่อง แม้การดำเนินงานในแต่ละวันค่อนข้างมีอุปสรรค มีการวางแผนงานการประชุม 9 โมงเช้าและ 6 โมงเย็นทุกวัน และหน้างานมีการมีปัญหา ที่ต้องวางแผนแก้ปัญหาในแต่ละวันที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนที่เข้ามาก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ในการค้นหาผู้สูญหาย และตลอดเวลาที่ผ่านมาเครื่องจักรต่างๆ มีการทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะเร่งกู้ร่างของผู้ที่ติดอยู่ในซากตึก ซึ่งการทำงานของเครื่องจักรทุกคันในวันนี้จะเน้นไปที่การทำงานบริเวณชั้นใต้ดินทั้งหมดPhoto By Pattarapong ChatpattarasillPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::Bent out of shape ... Cracked pillars are seen in the basement of the collapsed State Audit Office building. City Hall said it would take a few days to complete the search for remains in the basement and another 4-5 days to complete the entire mission. PATTARAPONG CHATPATTARASILL
Published on 02/05/2025
» พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ศอ.ปชด.) เยี่ยมชมการปฏิบัติงานในส่วนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ท่าอากาศยานและคลังสินค้า ณ สนามบินสุวรรณภูมิPublished caption : Gen Songwit Noonpakdee, who serves as chief of the defence forces and director of the Thai Border Security Enforcement Center, inspects anti-drug operations in a cargo area at Suvarnabhumi airport.
Published on 30/04/2025
» ทุ่นกักขยะ (BOOM) บริเวณคลองหัวลำโพง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาขยะ ลดปริมาณขยะ และการจัดการขยะจากต้นทางก่อนไหลลงสู่ทะเล ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นการรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงป้องกันผลกระทบจากขยะที่สะสมในทะเล ซึ่งอาจทำให้ส่งผลต่อระบบนิเวศและสัตว์ทะเลต่อไป ซึ่งได้ติดตั้งทุ่นภายหลังที่กรมทะเล ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ และเครือข่าย อสทล. กทม. ศึกษาดูงานโครงการบริหารจัดการขยะทะเลPhoto By SOMCHAI POOMLARDPublished caption : A rubbish trap is deployed along Hua Lamphong canal in Bangkok’s Klong Toey district to prevent waste along the waterway from ending up in the ocean.
Published on 18/04/2025
» การรถไฟแห่งประเทศไทย สร้างหลังคาที่พักผู้โดยสารบริเวณที่หยุดรถอโศก บริเวณที่หยุดรถอโศก ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ใช้บริการ ซึ่งจะได้ใช้งานเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – พญาไท – มักกะสัน -หัวหมาก และช่วงบางซื่อ – หัวลำโพง (Missing link) รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแล้วเสร็จ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นการชั่วคราว สำหรับหลังคาคลุมชานชาลากันแดด-ฝน บริเวณที่หยุดรถอโศกนั้น มีขนาดความกว้าง 2.20 เมตร ยาว 120.00 เมตร ใช้แผ่นหลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการก่อสร้าง เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีความทนทานสูง ทำจากเหล็กแผ่นบางที่ผ่านการเคลือบสารป้องกันสนิม ช่วยป้องกันความร้อน และยังสะท้อนรังสี UV ได้อีกด้วย ทั้งนี้ที่หยุดรถอโศก เป็นที่หยุดรถไฟที่อยู่ใจกลางเมือง มีผู้ใช้บริการรถไฟในเส้นทางสายตะวันออกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปยังระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้ อาทิ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีเพชรบุรี และรถไฟฟ้า Airport Link ที่สถานีมักกะสัน ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่เขตชั้นในกรุงเทพมหานคร และลดการเกิดอุบัติเหตุได้ Published caption : The State Railway of Thailand has installed a temporary shelter on the platform at Asoke Station. This solution will remain in place until various suburban rail system projects are complete.
Published on 14/04/2025
» ประเพณีสงกรานต์ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบ้านสะเนพ่อง กลางป่าทุ่งใหญ่ฯบรรยากาศประเพณีสงกรานต์ ที่วัดสะเนพ่อง หมู่ 1 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีประชาชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงร่วมงานเป็นจำนวนมากสำหรับประเพณีสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงนั้น ถือเอาวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5เป็นวันมหาสงกรานต์ โดยเช้าวันนี้ชาวบ้านทุกเพศทุกวัย ต่างจูงลูกจูงหลานเดินทางมายังวัดสะเนพ่อง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสงกรานต์ในทุกๆ ปี พิธีการเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า ด้วยการรับศีล ฟังธรรมจากพระภิกษุสงฆ์ต่อจากนั้นผู้ที่มาร่วมงานจะร่วมกันตักบาตรข้าวสุกใต้ต้นโพธิ์ ก่อนจะนำเข้าในบาตรไปถวายพระภิกษุ กรวดน้ำอุทิศบุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ ต่อจากนั้นจึงเข้าสู่พิธีการไหว้เทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่า เจ้าเขา ที่ปกปักรักษาหมู่บ้านตามคติความเชื่อที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษชาวกะเหรี่ยงต่อด้วยพิธีล้างต้นโพธิ์ ขอขมาต้นโพธิ์ โดยทุกคนจะนำสะอาดที่บรรจุอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ พร้อมน้ำขมิ้นส้มป่อย มาทำการล้างรากและลำต้นของต้นโพธิ์ ก่อนไม้ไผ่ที่เตรียมเอาไว้มาทำพิธีค้ำต้นโพธิ์ นำดอกไม้ ธูป เทียน มาสักการบูชาต้นโพธิ์ ทั้งนี้ที่มาของพิธีรดน้ำและขอขมาต้นโพธิ์นั้นสืบทอดกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ชาวกะเหรี่ยงรับศาสนาพุทธมาจากชาวมอญ ในสมัยนั้นการจะสร้างวัด สร้างพระ หรือสถูปเจดีย์ เพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์นั้นทำได้ยาก เนื่องจากชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ตามป่าเขา จึงเห็นควรยึดเอาต้นโพธิ์ ที่ขึ้นอยู่ในป่าเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เนื่องจากต้นโพธิ์ เป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน ของพระพุทธเจ้านั่นเองหลังจากพิธีรดน้ำต้นโพธิ์แล้วผู้ร่วมงานทั้งหมดร่วมกันไหว้เจดีย์ทรายที่ได้ร่วมกันนำทรายจากริมน้ำโรคี่ ที่อยู่ด้านหลังวัด มาก่อเป็นเจดีย์ทรายในช่วงเช้า ทั้งนี้มีคติความเชื่อว่าการจะนำทรายมาสร้างเจดีย์จะต้องตักทราย (ใช้มือหรือช้อนตัก) ให้มีจำนวนมากกว่าอายุผู้ตัก 1 ช้อน (เช่นถ้าผู้ตักทรายมีอายุ 30 ปี ต้องตักทรายจำนวน 31 กำหรือช้อน) ทั้งนี้เชื่อกันว่าจะเป็นการต่ออายุให้กับตัวเองเมื่อเสร็จสิ้นพิธีไหว้เจดีทรายแล้วก็จะต่อด้วยพิธีทำความสะอาด และขอขมาสะพาน ซึ่งเป็นสะพานข้ามรำห้วยโรคี่ที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นมาจากไม้ไผ่ก่อนถึงวันสงกรานต์ ด้วยการนำขมิ้นส้มป่อยมาปะพรมพร้อมดอกไม้และเทียน ทั้งนี้ชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่าการสร้างสะพานเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ จะส่งผลให้สามารถข้ามผ่านอุปสรรค ปัญหาต่างๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตไปได้ ทำการ ทำงานก็จะไร้อุปสรรคก่อนจะจบพิธีในช่วงเช้าด้วยปล่อยปลา ที่ได้จากการไปช่วยเหลือจากแหล่งน้ำที่ใกล้จะแห้งขอดเพื่อนำลงปล่อยในแม่น้ำโรคี่ เพื่อเป็นการให้ชีวิตใหม่และการอนุรักษ์พันปลานั่นเอง โดยชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่าการได้ปล่อยปลาในวันมหาสงกราต์นั้นมีอานิสงส์ให้แม้ชะตาชีวิตตกอยู่ในขั้นต้องตายก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนั้นชาวบ้านในพื้นที่ให้ความสำคัญ และจะต้องปฏิบัติทุกครั้งเมื่อถึงวันมหาสงกรานต์พอตกช่วงบ่ายก็จะมาถึงอีกพิธีสำคัญที่ทุกคนรอคอย คือพิธีสรงน้ำพระพุทธรัตนสังขละบุรี ศรีสุวรรณ (พระแก้วขาว) โดยจะเริ่มด้วยพ่อเมือง(นายอำเภอ)จะเป็นผู้พิธีอัญเชิญพระแก้วขาวออกจากศาลาวัดสะเนพ่อง (ซึ่งมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น) มายังศาลาพิธีที่ถูกสร้างและประดับประดาด้วยตุง ธง และดอกไม้ ให้มีความสวยงาม ก่อนที่พระภิกษุสงฆ์จะเจริญพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลของพิธีและผู้ที่มาร่วมพิธี ต่อจากนั้นจึงให้พระภิกษุ และแม่ชีทำพิธีสรงน้ำ ซึ่งน้ำที่ใช้เป็นน้ำหอมแป้งขมิ้น และลูกส้มป่อยที่ผ่านกระบวนการเผาทำให้มีกลิ่นหอม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านในพื้นที่สำหรับพระแก้วขาว ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอยู่คู่บ้านคู่เมืองสังขละบุรีมาตั้งแต่ยุคพระศรีสุวรรณคีรี เป็นเจ้าเมืองสังขละบุรี โดยมีความเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่พระศรีสุวรรณคีรี(เจ้าเมืองสังขละบุรี)ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 3 และนำมาประดิษฐานวันที่วัดสะเนพ่องแห่งนี้ตั้งแต่ครานั้น โดยบ้านสะเนพ่อง ในอดีตนั้นเป็นที่ตั้งของเมืองสังขละบุรี ก่อนจะมีการย้ายเมืองมายังสถานตั้งปัจจุบันในเวลาต่อมากิจกรรมประเพณีสงกรานต์ขั้นตอนสุดท้ายคือ ทุกคนร่วมกันสรงน้ำพระผ่านกระบอกไม้ไผ่ที่นำมาผ่าซีกแล้วเรียงต่อๆ กันเป็นทอดยาว และพิธีที่สำคัญ และถือว่าเป็นเอกลักษณ์คือ การให้ประชาชนมานั่งคุกเข่าเรียงรายกันกลายเป็นสะพานมนุษย์เพื่อให้พระสงฆ์เดินบนหลังเริ่มตั้งแต่บันไดศาลาวัด มายังซุ้มอาบน้ำบริเวณปลายกระบอกไม้ไผ่ที่ชาวบ้านสรงน้ำลงมา สำหรับการทำสะพานมนุษย์เพื่อให้พระสงฆ์เดินเหยียบบนหลังนั้นชาวบ้านต่างเชื่อกันว่า เป็นสิริมงคลต่อชีวิตอีกทั้งจะทำให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะอาการปวดเมื่อย โดยกิจกรรม และพิธีในงานประเพณีสงกรานต์ที่จัดขึ้นทุกปี ชาวบ้านจะเน้นพิธีกรรมที่ทำสืบต่อกันมาแต่สมัยบรรพบุรุษที่ยังคงเป็นวิถีที่งดงามเรียบง่าย และจะยังคงอยู่คู่บ้านคู่เมืองสังขละบุรี สืบไป---------------------------------------Published caption::Thais of Karen descent celebrate Songkran at Wat Saneh Pong in Kanchanaburi’s Sangkhla Buri district. Piyarach Chongcharoen
Published on 09/04/2025
» วันนี้ (วันที่ 9 เมษายน 2568) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) แถลงผลการดำเนินงานของกระทรวง พม. ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่า กระทรวงฯ ได้ขับเคลื่อนภารกิจเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการสำคัญ อาทิ โครงการในพระราชดำริ เช่น การอบรมล่ามภาษามือ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ พร้อมทั้งได้ดำเนินมาตรการบรรเทาค่าครองชีพให้แก่กลุ่มเปราะบาง โดยสามารถโอนเงินช่วยเหลือผู้พิการและผู้สูงอายุได้สำเร็จรวมกว่า 2.8 ล้านคน และมีการจ่ายเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับเงินในรอบแรกอีกกว่า 150,000 คนนายวราวุธเน้นย้ำถึง “9 พันธกิจเรือธง” ที่เป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงฯ ได้แก่ ยกระดับศักยภาพเด็กปฐมวัย เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงของชาติ,ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดูแลผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี,สร้างงาน สร้างรายได้ สำหรับกลุ่มเปราะบาง,พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมองว่าคนพิการคือทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อสังคม,สร้างหุ้นส่วนทางสังคม นำไปสู่สวัสดิการที่ยั่งยืน,ขับเคลื่อนพันธกรณีระหว่างประเทศ ยืนยันว่าไทยไม่มีนโยบายให้สัญชาติกับเด็กอพยพ แต่จะดูแลด้านการศึกษาและสาธารณสุขภายใต้ข้อตกลงนานาชาติ,สื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิของตน,พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสังคม เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนกระทรวง และ พัฒนาระบบ พม. ดิจิทัล เสริมฐานข้อมูลและป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนถัดไป กระทรวง พม. เตรียมขยายศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้าน เพิ่มผลของโครงการบริบาลผู้สูงอายุในชุมชน เร่งขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้โครงการ “นิคมและพมจ. Next” รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่สูง ผ่านโครงการเสริมพลังวัด งานแสดง “Social Development Expo 2025” และการพัฒนาระบบดิจิทัลที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานนอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังจะเน้นสร้างเครือข่ายร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมผ่านโครงการ CSR พร้อมผลักดันโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับทุกช่วงวัย เช่น โครงการบ้านมั่นคง เพื่อลดปัญหาชุมชนแออัด และช่วยบรรเทาภาระการเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยรมว.พม. กล่าวย้ำว่า “อย่าเชื่อข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี” ตนยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี พม. และพร้อมเดินหน้าทำงานเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเห็นความหวังและเกิดความอุ่นใจ พร้อมขอให้ข้าราชการ พม. ทุกคน “ห้ามใส่เกียร์ว่าง” เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนอย่างแท้จริงท้ายที่สุด นายวราวุธให้คะแนนตนเอง 5 เต็ม 10 สำหรับการทำงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่ายังมีภารกิจสำคัญอีกหลายด้านที่ต้องดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางที่เผชิญภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตภายหลังแถลงผลงานเสร็จสิ้น ลงมาทักทายข้าราชการประจำกระทรวงฯพร้อมถ่ายภาพเซลฟี่กับข้าราชการเป็นที่ระลึกPhoto By SOMCHAI POOMLARDPublished caption :Trumpeting triumphsMinister of Social Development and Human Security Varawut Silpa-archa provides an update on the ministry’s work over the past six months, including handing out cash to over 2.8 million disabled and elderly people.