FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “เศรษฐกิจ”

Showing 1 - 10 of 705

THAILAND

Police nab suspect in staged car crash insurance scam

News, Online Reporters, Published on 25/08/2025

» Police have arrested a 26-year-old man accused of deliberately driving vehicles into waterways in order to fraudulently claim insurance payouts totalling around one million baht. 

IMAGE

Sustainable and miraculous

Published on 30/07/2025

» กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 20 สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่ง ผ้าไหมไทย ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์หม่อนไหม สร้างเศรษฐกิจไทยยั่งยืน” การจัดงานครั้งนี้เพื่อ สืบสานภูมิปัญญาไหมไทย สร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน ไปพร้อมกัน ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมพร้อม เลือกซื้อ ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผ้าไหมลายอัตลักษณ์จากทั่วประเทศ วันที่ 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ฮอลล์ 6–7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยประชาชนเข้าชมฟรีตลอดงานPublished caption :  Students exhibit weaving techniques at the 20th ‘Royal Peacock Pattern, Continuing the Legend of Thai Silk’ event, organised by the Queen Sirikit Department of Sericulture and Ministry of Agriculture and Cooperatives which ends today at Impact Muang Thong Thani.

IMAGE

รำลึก 125 ปี ชาตกาล ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้ก่อตั้ง “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง”

Published on 11/05/2025

» รำลึก 125 ปี ชาตกาล ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้ก่อตั้ง “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” และเป็น “ผู้ประศาสน์การ” คนแรกและคนเดียวของมหาวิทยาลัย ทั้งยังเป็นผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย รวมถึงเป็นรัฐบุรุษของประเทศไทยและบุคคลสำคัญของโลกด้านการเมือง กฎหมาย การศึกษา จนได้รับยกย่องจาก UNESCO ให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” ที่มีผลงานมากมายทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม และการศึกษา---------------------------------------Published caption:: Flowers for Pridi...Floral bouquets are placed at the statute of Pridi Banomyong on the 125th anniversary of his birth at  Thammasat University Tha  Phra Chan’s campus, an institution he founded after he co-led the 1932 Siamese Revolution. APICHART JINAKUL

IMAGE

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงาน

Published on 06/05/2025

» ผู้พิการหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตทักษะคอมพิวเตอร์ที่ได้ร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน โดยมีสองรัฐมนตรียืนให้กำลังใจดูภาพวาดตนเองในจอคอมพ์ ในงานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงานวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน และกล่าวแสดงความยินดีในพิธีบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน  และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 กระทรวงแรงงานนายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มุ่งมั่นประสานพลังกับทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตามนโยบายรัฐบาล  ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและจัดสวัสดิการของรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ที่มุ่งเพิ่มโอกาสและเสริมสร้างคุณค่าคนพิการ และ พันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้คนพิการก้าวข้ามความพิการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พึ่งตนเองได้ และร่วมรับผิดชอบสังคม ซึ่งมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกลไกลสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณกว่า 21 ล้านบาท ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 4,328 คน อย่างเป็นระบบและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระ ทำให้คนพิการและครอบครัว มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเสมอภาคในสังคมแห่งโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้สนับสนุนการผลักดันความร่วมมือตามโครงการดังกล่าว ผ่านการสำรวจความต้องการฝึกอบรมฝีมือแรงงานและความต้องการทำงานของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนการประสานและร่วมพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เหมาะสมกับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันลงนามใน MOU ฉบับนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพลังของคนพิการในการเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการจ้างงานคนพิการ เพราะความสามารถ (Ability) ไม่ใช่จ้างงานเพราะความพิการ (Disability) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ---------------------------------------Published caption::A helping hand ... A disabled woman demonstrates her  computer skills as Varawut Silpa-archa, left, Minister of  Social Development and Human Security and Phiphat  Ratchakitprakarn, centre, Minister of Labour, watch a  demonstration at the ministry following the signing of an MoU on improving job skills for people with disabilities. VARUTH HIRUNYATHEB

IMAGE

ปชน. จัดเสาวนา “ณัฐพงษ์” เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ดำเนินการคู่ขนาน เจรจากำแพงภาษีสหรัฐฯ หวั่นไทยเริ่มเจรจาช้า ทำเสียเปรียบหลายด้าน

Published on 30/04/2025

» เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำกทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Re-positioning Thailand: วางตำแหน่งใหม่เศรษฐกิจไทยในสงครามการค้าว่า หน้าที่ของ สส.ทุกคน ไม่ว่าจะมาจาก ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ คือ การส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไปยังทีมไทยแลนด์ หรือคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยในการเดินทางไปเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่การเตรียมมาตรการรับมือปรับตัวกับนโยบายของรัฐบาล หรือให้เอกชนปรับตัวกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสงครามการค้าโลก นายณัฐพงษ์ เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาจบ คือ 1.เจรจา ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เช่น หากเราจะต้องยอมนำเข้าสินค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ สินค้าต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคในประเทศเรา หรือไม่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าประเทศอื่นของไทย ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าต่อไทยมากยิ่งขึ้น 2.กระชับความสัมพันธ์ในเวทีต่างๆ ซึ่งหลักใหญ่ใจความคือเรื่องการค้าเป็นธรรม เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกัน ประเทศที่ขาดดุลอาจได้รับการสนับสนุนบางอย่างจากประเทศเกินดุลหรือไม่ เช่น การพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นคู่หูพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งยังต้องดูในเรื่องกรอบห่วงโซ่อุปทาน กรอบสังคมวัฒนธรรม กรอบภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย 3.รับมือ ในส่วนทางตรง หากเกิดมีสินค้าล้นทะลักเข้าไทยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องมาตรฐานสินค้า 4.เยียวยา ซึ่งคงต้องมีการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนแน่นอน จะต้องมีการออกแบบมาตรการเยียวยาอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วที่สุด เช่น หากไทยจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าการผลิตในประเทศ คนที่จะได้เปรียบในสมการนี้ คือคนที่ผลิตหรือแปรรูปอาหารสัตว์ เราจะมีมาตรการในการเยียวยา เพื่อแบ่งสันปันส่วนในห่วงโซ่อุปทานใหม่นั้นอย่างไร ทำให้คนที่ได้ประโยชน์มากขึ้นเข้าไปเยียวยาให้กับผู้ที่เสียประโยชน์ และ 5.ลงทุน เราจะคิดเฉพาะแค่ไทยเก่งอะไรหรือต้องลงทุนอะไรอย่างเดียวไม่พอ แต่ยุทธศาสตร์ในการลงทุน จะต้องตอบโจทย์เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก และสังคมวัฒนธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https:www.khaosod.co.th/politics/news_9739430Published caption :Driving the economyNatthaphong Ruengpanyawut, leader of the People’s Party, explains how to steer the economy through global and domestic challenges, during a discussion organised by the party yesterday.

IMAGE

Hot commodity

Published on 17/04/2025

» คนงานขนส่งไข่ไก่จากฟาร์มชลบุรีกำลังนำไข่ลงจากรถกะบะตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งที่ตลาดปากน้ำ อากาศร้อน ดันราคา ‘ไข่ไก่’ ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท ด้วยเครือข่ายสหกรณ์ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ได้แจ้งราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร น้ำหนัก 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป อยู่ที่ฟองละ 3.40 บาท โดยเป็นการปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง หรือแผงละ 6 บาท จากก่อนหน้าราคาอยู่ที่ 3.20 บาทต่อฟอง มีผลวันที่ 17 เมษายน 2568 สมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ไข่ไก่ปรับราคาขายขึ้น เกิดจากในช่วงนี้สภาพอากาศร้อนทำให้แม่ไก่ออกไข่ได้น้อย ประกอบกับมีการปลดไก่ยืนกรง ทำให้ไข่ไก่ไม่ล้นตลาด ราคาจะเป็นไปตามกลไกตลาด ทั้งนี้ ฟาร์มมีแผนจะปรับราคาขึ้น 40 สตางค์ หลังวันที่ 17 เมษายน ขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง คาดว่าคงจะปรับขึ้นอีกครั้ง แต่คงบอกไม่ได้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ขณะที่เศรษฐกิจและกำลังซื้อก็ยังไม่ค่อยดี Published caption : A worker unloads eggs at Paknam market in Samut Prakan. Egg distributors have increased the price of eggs by 20 satang apiece, or six baht per tray of 30, saying the summer heat is causing chickens to lay fewer eggs.

IMAGE

A long way from home

Published on 12/04/2025

» ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะแรงงานจากต่างจังหวัดที่มาทำงานในกรุงเทพมหานคร ต่างทยอยเดินทางกลับบ้านเพื่อร่วมฉลองเทศกาลกับครอบครัวอย่างอบอุ่น หนึ่งในภาพที่เห็นได้เป็นประจำในช่วงเทศกาลเช่นนี้ คือกลุ่มแรงงานที่อาศัยรถกระบะของญาติหรือเพื่อนบ้านเป็นพาหนะในการเดินทางกลับบ้าน โดยมากมักนั่งท้ายรถกระบะ ซึ่งแม้จะไม่สะดวกสบายเท่ารถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ แต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดี บนถนนพหลโยธิน ช่วงนวนคร จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวพบเห็นขบวนรถกระบะจำนวนไม่น้อย ที่บรรทุกผู้โดยสารพร้อมสัมภาระจำนวนมาก มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของแรงงานส่วนใหญ่ โดยการนั่งท้ายกระบะกลับบ้านเป็นวิธีที่รวดเร็วและคุ้มค่าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบ้าง แต่ก็ถือเป็นทางเลือกที่จำเป็น เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้นอกจากจะเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของคนไทยกับครอบครัว และการพยายามประหยัดเพื่อใช้ชีวิตให้อยู่รอดท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงสูงต่อเนื่อง บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างคึกคักโดยเฉพาะแรงงานจากต่างจังหวัดที่มาทำงานในกรุงเทพมหานคร ต่างทยอยเดินทางกลับบ้านเพื่อร่วมฉลองเทศกาลกับครอบครัวอย่างอบอุ่นหนึ่งในภาพที่เห็นได้เป็นประจำในช่วงเทศกาลเช่นนี้ คือกลุ่มแรงงานที่อาศัยรถกระบะของญาติหรือเพื่อนบ้านเป็นพาหนะในการเดินทางกลับบ้าน โดยมากมักนั่งท้ายรถกระบะ ซึ่งแม้จะไม่สะดวกสบายเท่ารถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ แต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดีบนถนนพหลโยธิน ช่วงนวนคร จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวพบเห็นขบวนรถกระบะจำนวนไม่น้อย ที่บรรทุกผู้โดยสารพร้อมสัมภาระจำนวนมาก มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของแรงงานส่วนใหญ่ โดยการนั่งท้ายกระบะกลับบ้านเป็นวิธีที่รวดเร็วและคุ้มค่าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบ้าง แต่ก็ถือเป็นทางเลือกที่จำเป็นเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้นอกจากจะเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของคนไทยกับครอบครัว และการพยายามประหยัดเพื่อใช้ชีวิตให้อยู่รอดท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงสูงต่อเนื่องPublished caption :  A bus carries passengers making Songkran holiday trips from Bangkok to Mae Sai district in Chiang Rai province, 800km north of the capital.

IMAGE

Beauty of Songkran

Published on 03/04/2025

» เซ็นทรัล เปิดตัวนางสงกรานต์ระดับจักรวาล คุณวิกตอเรีย เคียร์ เธลวิก MISS UNIVERSE 2024 และ 4 Continental Queens ได้แก่ เซลซี มานาลอ MU Asia ฑาเทียน่า คาลเมลล์ MU Americas ชิดิมมา อาเดตชินา MU Africa & Oceania และมาทิลดา เวียร์ตาวูโอริ MU Europe & Middle East ที่จะมาร่วมส่งต่อ The Best of Thainess ให้กับคนทั่วโลก ในงานแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “THAILAND’S SONGKRAN FESTIVAL 2025 สงกรานต์มหาบันเทิง” ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ  ผลักดันสงกรานต์ไทยขึ้นแท่น Festival ระดับโลก พร้อมร่วมส่งเสริมศักยภาพและภาพลักษณ์กรุงเทพมหานคร เมืองที่ดีที่สุดในการมาท่องเที่ยว ภายใต้การคุมเข้มมาตรการการดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด และกระตุ้นบรรยากาศท่องเที่ยวให้คึกคัก พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ณ ห้อง At Work ชั้น 3 centralwOrld OfficesPhoto By SOMCHAI POOMLARDPublished caption : Central Pattana presents Miss Universe 2024, Victoria Kier Thelvik, centre, and the four ‘Continental Queens’ as global cultural ambassadors to help promote the Songkran Festival. 

IMAGE

บอร์ดอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เสนอ “พระปรางค์ วัดอรุณฯ” สู่บัญชีชั่วคราว เตรียมดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

Published on 19/03/2025

» นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมครั้งที่ 1/2568 ที่ประชุมได้พิจารณาในวาระต่างๆ ดังนี้ การนำเสนอพระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อขอบรรจุเข้าสู่บัญชีชั่วคราว (Tentative List) ในชื่อ "พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin)" ซึ่งเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมในพุทธศาสนาประเภทพระปรางค์ที่มีความโดดเด่นที่สุด เป็นอัตลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย คุณสมบัติที่เลือกนำเสนอตรงตามเกณฑ์มรดกโลกข้อที่ 1 และข้อที่ 2 คือ เป็นผลงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมชิ้นเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระปรางค์ในศิลปะอยุธยา และพัฒนามาเป็นลักษณะเฉพาะของพระปรางค์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในสมัยรัตนโกสินทร์“ขั้นตอนการนำเสนอแหล่งมรดกเพื่อขอบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราว หลังจากนี้ต้องเสนอให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบก่อนนำเสนอเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกเพื่อให้รับรองบรรจุรายชื่อในบัญชีเบื้องต้น ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ช่วงเดือนมิถุนายน 2568 นี้” รมว.วธ. กล่าวนางสาวสุดาวรรณ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดกรอบเวลาการนำส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) ของแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว เนื่องจากการส่งเอกสารฯ (Nomination Dossier) รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นปีสุดท้าย ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นระบบใหม่ที่ต้องมีการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) ประกอบกับข้อกำหนดที่ให้รัฐภาคีสามารถนำเสนอแหล่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เพียงปีละ 1 แหล่ง และจำกัดจำนวนแหล่งที่บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อพิจารณาการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกปีละไม่เกิน 33 แหล่ง คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม จึงพิจารณากำหนดกรอบเวลาในการนำส่งเอกสารฯ ของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่จะเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในประเทศอย่างเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว 4 แหล่ง ได้แก่ 1. กลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด 2. อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา 3. พระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้อง และ 4. สงขลา และชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลารมว.วธ. กล่าวว่า นอกจากนี้ ฝ่ายเลขาฯ ได้รายงานต่อที่ประชุมให้รับทราบ 2 เรื่อง ดังนี้ 1. การส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ความคืบหน้าปัจจุบันศูนย์มรดกโลกได้ส่งสำเนาเอกสารฯ ดังกล่าวไปยัง สภาการโบราณสถานสากล (ICOMOS) องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งเป็นขั้นตอนกระบวนการตรวจประเมินแหล่งที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยศูนย์มรดกโลกแจ้งให้ประเทศไทยเตรียมความพร้อมสำหรับลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจประเมินศักยภาพและการบริหารจัดการแหล่งและอาจมีการขอข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 25692. ภารกิจการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแนะนำกรณีการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยา เมื่อเดือนมกราคม 2568 โดยได้ประชุมรับฟังข้อมูลร่วมกับทุกภาคส่วน ซึ่งข้อแนะนำเบื้องต้นของผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ปรับปรุงรูปแบบโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ปรับลดขนาดและความสูงสถานีรถไฟความเร็วสูงและสันรางลง พร้อมทั้งเลื่อนตำแหน่งที่ตั้งอาคารสถานีรถไฟความเร็วสูงให้มีระยะห่างจากสถานีรถไฟอยุธยาที่เป็นโบราณสถานมากขึ้น นอกจากนี้ผลักดันแผนปฏิบัติการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่ถูกจัดเป็นแผนระดับ 3 ให้เป็นที่รับรู้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน ซึ่งกรมศิลปากร จะประสานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำเสนอต่อ ครม. และกรมศิลปากรยังได้ประชุมหารือกับกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อปรับปรุงผังเมืองรวมพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ด้านทิศตะวันออกของเกาะเมืองหรืออโยธยา ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยาให้เป็นพื้นที่การอนุรักษ์โบราณสถานและปกป้องรักษาคุณค่าโดดเด่นระดับสากล (OUV) แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาPhoto By APICHART JINAKULPublished caption :Wat a sightThe iconic principal prang of Wat Arun stands tall as it is nominated for entry on the Tentative List of World Heritage sites this June. The bid requires prior approval from the national heritage committee and the cabinet.

IMAGE

พิชัย ชุนฯ แถลงเคาะ แจกเงิน 1หมื่นกลุ่ม 16-20 ปี

Published on 10/03/2025

» นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2568 โดยกล่าวว่าที่ประชุมเห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เฟส 3 ผ่านการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท (Digital Wallet) สำหรับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 16 - 20 ปี รวมทั้งหมด 2.7 ล้านคน คาดว่า จะจ่ายเงินได้ภายในปลายไตรมาส 2 ของปีนี้ “รัฐบาลเห็นว่าคนกลุ่มนี้มีความเหมาะสม เพราะเป็นวัยเรียน สามารถนำไปใช้จ่ายในสิ่งของที่จำเป็นการการเรียนได้ ส่วนกลุ่มที่เกิน 20 - 60 ปี จะดูความเหมาะสมของช่วงเวลาอีกครั้ง (เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568)---------------------------------------Published caption::Pichai: Open to debt restructuring