Showing 1 - 10 of 20
Published on 17/10/2024
» บรรยากาศการจำหน่ายสลาก 3 หลัก หรือสลาก N3 ซึ่งเปิดขายวันแรกที่ร้านค้าร่วมโครงการสลาก 80 บาท ทั่วประเทศ โดยไปที่ร้านโคราช ล็อตโต้ บริเวณถนนจอมพล หลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ทางร้านได้นำจอสมาร์ททีวีขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับแอพเป๋าตังค์ มาตั้งไว้หน้าร้าน เพื่ออธิบายขั้นตอนการใช้แอพเป๋าตังค์ในการซื้อสลาก N3 และยังให้ลูกค้าสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเลือกซื้อผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ได้เลย ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่เป็นผู้สูงอายุ เนื่องจากใช้สมาร์ทโฟนไม่คล่อง และตัวหนังสือเล็กด้วย ทำให้ช่วงเช้านี้มีลูกค้าให้ความสนใจมาซื้อสลาก N3 ที่ร้านนี้แล้วกว่า 30 รายPhoto By PRASIT TANGPRASERT Published caption : A screen capture of the N3 ticket purchasing process on the app available at the GLO-registered shops.---------------------------------------Published caption::The government launched the pilot phase of the N3 lottery last month, aiming to tackle lottery overpricing and curb underground lotteries. PRASIT TANGPRASERT
Business, Somruedi Banchongduang, Published on 15/12/2022
» Krungthai Bank (KTB), a developer of the Pao Tang digital payment application, aims to offer digital loans on the mobile app next year.
Published on 20/07/2022
» ภาพการใช้รถในชีวิตประจำวันของประชาชนในช่วงเช้า บนนถนนงามวงค์วาน(302) โดยปัจจุบันผู้ใช้รถต้องปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัดให้มากขึ้นสอดคล้องมาตรการ สร้างจิตสำนึกในการขับขี่ปลอดภัย ด้วยการใช้มาตรการทางปกครอง 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ จะใช้บังคับในวันที่ 9 ม.ค. 66 และ 2.การสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่กรณีกระทำผิดกฎจราจร มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.65 เป็นต้นมาพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) ได้ออกมาตรการเพื่อสร้างจิตสำนึกในการขับขี่ปลอดภัย ด้วยการใช้มาตรการทางปกครอง 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ และ 2.การสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่กรณีกระทำผิดกฎจราจร แล้วส่งผลให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรง เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุ พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) กล่าวถึงระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ จะใช้บังคับในวันที่ 9 ม.ค. 66 โดยระบบนี้กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่มีคะแนนคนละ 12 คะแนน หากทำผิดกฎจราจรจะถูกตัดคะแนนตามจำนวนที่กำหนด โดยข้อหาความผิดมีตั้งแต่ 1 จนถึง 4 คะแนน ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 1 คะแนน เช่น ขับรถเร็ว ฝ่าฝืนเครื่องหมายทางม้าลาย ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 2 คะแนน เช่น ฝ่าไฟแดง ย้อนศร ขับรถในระหว่างที่ใบอนุญาตถูกสั่งยึด หรือถูกสั่งพักใช้ ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 3 คะแนน เช่น แข่งรถในทาง ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 4 คะแนน เช่น ขับรถในขณะเมาสุรา หากคะแนนถูกตัดจนเหลือศูนย์คะแนน จะถูกสั่ง พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ เป็นระยะเวลา 90 วัน สำหรับคะแนนที่ถูกตัด จะมีการคืนคะแนนเมื่อครบกำหนด 1 ปี สำหรับการทำผิดครั้งนั้นๆ หรือกรณีที่มีคะแนนเหลือน้อย อาจขอเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและวินัยจราจร จาก กรมการขนส่งทางบก เพื่อรับคืนคะแนนตามที่หลักสูตรกำหนดก็ได้ ทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบคะแนนได้จาก เว็บไซต์ PTM E-ticket (https:ptm.police.go.th/eTicket) และ แอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยก่อนเริ่มใช้มาตรการตัด คะแนน ตร. และ กรมการขนส่งทางบก จะแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง ต่อไปส่วนการสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่กรณีกระทำผิดกฎจราจร มีการกำหนดหลักเกณฑ์ ได้แก่ มีเหตุ/ก่อให้เกิด/น่าจะก่อให้เกิด อันตรายร้ายแรงสาธารณะ มีลักษณะเป็นภัยแก่ประชาชนอย่างร้ายแรง มีพฤติการณ์หลบหนีเมื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล/ทรัพย์สิน ซึ่ง ผบช.น. ภ.1-9 และ ก. เป็นผู้มีอำนาจออก คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ครั้งละไม่เกิน 90 วัน โดยการสั่งพักใช้ตามข้อนี้แยกต่างหากจากระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ระเบียบฉบับนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.65 เป็นต้นมา หากมีการขับรถในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 156 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นอกจากระเบียบทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว พล.ต.ต.เอกราช กล่าวว่า ยังมีระเบียบที่กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานของ ตร. และระเบียบเรื่อง การประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ระหว่าง ตร. และกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้การใช้มาตรการตัดคะแนนเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยให้ประชาชนขับขี่และใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย จึงขอให้ร่วมกันปฏิบัติ ตามกฎจราจร เพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัย สร้างวินัยจราจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน อย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืน ส่วนดุลยพินิจของตำรวจในการยึดใบอนุญาตขับขี่ หรือระงับการใช้รถ ทางพล.ต.ต.เอกราช กล่าวว่า การยึดใบอนุญาตขับขี่ หรือระงับการใช้รถ จะมีประเด็นในเรื่องเจ้าพนักงานจราจร ถ้าพบเห็นผู้ขับขี่ผู้ใดได้มีพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นทางร่ายกาย ทั้งการอ่อนเพลีย ง่วงนอน ลมบ้าหมู ฯลฯ หากพบเห็นแล้ว เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจที่จะยึดใบอนุญาตขับขี่เพื่อไม่ให้เขาขับรถต่อไป หากร่างกายสมบูรณ์แล้วเมื่อพิจารณาดูแล้วสามารถขับรถต่อไปได้ก็จะคืนใบอนุญาตขับขี่ให้ ส่วนทางด้านจิตใจ เช่น อาจมีเรื่องเครียดทะเลาะกับแฟน มีการขับรถปาดไปปาดมา ซึ่งเจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าอาจเกิดอันตรายต่อผู้อื่นก็สามารถขอยึดใบขับขี่ เพื่อไม่ให้ขับรถ หากจุดนั้นเขาไม่มีใบขับขี่ก็มีอำนาจระงับการใช้รถได้ เพื่อไม่ให้เขาขับรถไปเป็นอันตรายต่อผู้อื่น แต่หากเหตุการณ์หรือพฤติกรรมต่างๆ จบไปแล้วทางเจ้าพนักงานจราจรสามารถใช้ดุลยพินิจว่าสามารถขับรถต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งจะมีกระบวนการต่อมาจากนั้น เช่น หากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ก็จะส่งไปโรงพยาบาล รวมถึงแจ้งญาติหรือมีกระบวนการอื่นใดที่สามารถปฏิบัติต่อผู้ขับขี่ได้อย่างเหมาะสมและไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อบุคคลผู้อื่น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ตร. ได้แก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565 เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ซึ่งมีหลักการสำคัญ เช่น การเพิ่มโทษของผู้ที่กระทำผิดซ้ำข้อหาเมาแล้วขับภายใน 2 ปีนับแต่วันกระทำผิดครั้งแรก ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับตั้งแต่ 50,000 - 100,000 บาท กำหนดอำนาจในการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดและสารเสพติดในร่างกายของผู้ขับขี่ที่หมดสติซึ่งไม่อาจให้ความยินยอมได้ เพิ่มอัตราโทษปรับขั้นสูงในกฎหมายจราจร จากเดิมโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท แก้ไขเพิ่มเป็นปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท การกำหนดให้ใช้ที่นั่งนิรภัยหรือมีวิธีป้องกันอันตรายสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปีขณะโดยสารรถยนต์ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำประกาศรูปแบบที่นั่งนิรภัย รวมถึงเปิดช่องทางผ่อนคลายสำหรับประชาชนที่ไม่สามารถจัดหาที่นั่งนิรภัยเด็กไว้ โดยให้ปฏิบัติตามวิธีการป้องกันอันตราย ซึ่งจะกำหนดรูปแบบที่ประชาชนสามารถปฏิบัติได้ง่าย ไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับใหม่นี้จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 5 ก.ย.65Photo By PATTARAPONG CHATPATTARASILL
Business, Suchit Leesa-nguansuk, Published on 14/04/2021
» Budget and entry-level smartphones are seeing high demand from Thai users wanting to upgrade their phones to smart devices that support the Pao Tang mobile app to receive financial assistance from the government, according to mobile vendors.
Published on 17/09/2019
» ที่กระทรวงการคลัง ได้มีการแถลงข่าวความพร้อมของมาตราการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ชิมช้อปใช้ โดยมีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่จะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่23 กันยายนนี้ ผ่านทาง www.ชิมช้อปใช้.com และยังมีการสาธิตการลงทะเบียนละการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน ทั้งเป๋าตุงและถุงเงิน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดงาน1นายลวรณ แสงสนิท ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง 2นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง 3 นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 4ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 5 นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTBPublished captionA woman checks details of the ‘Taste, Shop, Spend’ scheme, which tour operators say is falling short of its stated goal. APICHIT JINAKUL
Published on 17/09/2019
» ที่กระทรวงการคลัง ได้มีการแถลงข่าวความพร้อมของมาตราการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ชิมช้อปใช้ โดยมีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่จะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่23 กันยายนนี้ ผ่านทาง www.ชิมช้อปใช้.com และยังมีการสาธิตการลงทะเบียนละการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน ทั้ง เป๋าตุง และ ถุงเงิน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดงาน1นายลวรณ แสงสนิท ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง 2นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง 3 นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 4ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 5 นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB+++++++++Mr Uttama promotes the cash giveaway and rebate at the Finance Ministry.
Published on 17/09/2019
» ที่กระทรวงการคลัง ได้มีการแถลงข่าวความพร้อมของมาตราการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ชิมช้อปใช้ โดยมีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่จะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่23 กันยายนนี้ ผ่านทาง www.ชิมช้อปใช้.com และยังมีการสาธิตการลงทะเบียนละการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน ทั้งเป๋าตุงและถุงเงิน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดงาน1นายลวรณ แสงสนิท ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง 2นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง 3 นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 4ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 5 นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB++++++++++++++Published caption::Mr Uttama, centre, promotes the cash giveaway and rebate at the Finance Ministry. Apichit Jinakul
Published on 29/07/2019
» แม่ช็อค กระดูกสันหลังลูกสาวคดงอ เชื่อสาเหตุมาจากสะพายกระเป๋านักเรียนหนัก ฝากเตือนผู้ปกครองใส่ใจบุตรหลานเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 29 ก.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากว่าพบนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนชื่อดังของ จ.ขอนแก่น ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยอาการมีไข้สูง แต่เมื่อทีมแพทย์ทำการตรวจรักษาพบว่ากระดูกสันหลังคดงอ หลังรับแจ้งจึงเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพบกับนางนางสุภาพ ดีบุญมี ณ ชุมแพ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/2 ม.6 ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ปัจจุบันพักอยู่ที่บ้านพักในตัวเมืองชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยนางสุภาพ ได้แสดงภาพผลการเอกซเรย์ จากทีมแพทย์โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของ จ.ขอนแก่น (รพ.ขอนแก่น ราม ) ที่เป็นภาพ เอกซเรย์ปอดของ ด.ญ.ปารย์ทองแท้ ดีบุญมี ณ ชุมแพ หรือ น้องโทนี่ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนชุมแพศึกษา อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยภาพเอกซเรย์ดังกล่าวพบว่ากระดูกสันหลังของน้องโทนี่คดงอนางสุภาพ บอกว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้พาน้องโทนี่เข้ามาทำธุระในเมืองขอนแก่น โดยที่บุตรสาวมีอาการไอ ตัวร้อน จึงพาส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในเมืองขอนแก่น โดยแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายและเอกซเรย์ปอด เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการป่วย ซึ่งสรุปว่าผลเอกซเรย์ปอดออกมาปกติ และลูกสาวก็ป่วยด้วยอาการไข้ธรรมดาทั่วไปและหลอดลมอักเสบ แพทย์จึงทำการรักษาตามอาการป่วย ซึ่งขณะนี้ลูกหายไข้แล้วและแพทย์ก็อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้านได้“ถ้าลูกไม่ป่วยและไม่มาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ก็จะไม่พบความผิดปกติของลูก เพราะผลการเอกซเรย์พบว่ากระดูกสันหลังของน้องโทนี่นั้นคดงอ แต่แพทย์ที่รักษาลูกครั้งนี้เป็นแพทย์ที่รักษาโรคทั่วไป ไม่ใช้แพทย์เฉพาะทางหรือโรคกระดูก ซึ่งแพทย์ได้นัดให้มาพบเพื่อตรวจติดตามอาการป่วยอีกครั้งในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ เพื่อส่งต่อให้หมอเฉพาะทางทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงจะทราบแผนการรักษาเกี่ยวกับกระดูกที่คดงอต่อไป”นางสุภาพ กล่าวต่ออีกว่า จากการพูดคุยกับแพทย์ในเบื้องต้นทำให้ทราบว่า อาการกระดูกคดงอนั้น น่าจะเกิดจากการแบกสิ่งของซึ่งก็คือกระเป๋านักเรียนที่หนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทั้งนี้โดยส่วนตัวคิดว่าการที่กระดูกสันหลังของน้องโทนี่คดงอ เกิดจากการที่ลูกสะพายกระเป๋านักเรียนเช่นกัน เพราะตั้งแต่บุตรสาวเข้าเรียนในระดับชั้น ม.1 ถึง ม.3 น้องโทนี่บ่นปวดหลัง ปวดไหล่ และชอบให้แม่นวดหลังให้บ่อยๆ เพราะการเรียนในระดับมัธยมนั้น นักเรียนต้องสะพายกระเป๋าเดินเรียนตามห้องต่างๆ จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลังที่คดงอ อย่างไรก็ตามขณะนี้เมื่อน้องโทนี่ออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ต้องไปเรียนหนังสือตามปกติ ซึ่งครอบครัวก็จะนำแผ่นเอกซเรย์ เดินทางเข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อขอให้ลูกสาวเปลี่ยนจากกระเป๋าสะพายหลังมาเป็นกระเป๋าแบบลากแทน เพราะคิดว่าถ้าปล่อยให้ลูกใช้กระเป๋าแบบเดิม ลูกอาจจะมีอาการรุนแรงกว่านี้จะเสียบุคลิกภาพ หรืออาจจะอาการหนักถึงขั้นทับเส้นประสาทก็เป็นไปได้ และเรื่องนี้ขอฝากเป็นอุธาหรณ์ไปยังผู้ปกครองทุกคนในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้กับบุตร หลาน ด้วย++++++++++++++++Published caption::School bags carried by students have sparked concerns after a 14-year-old girl in Khon Kaen was found to have a spinal deformity, thought to be the result of carrying a heavy school bag. An X-ray shows the girl’s problem, but doctors say the cause is still inconclusive.
Published on 16/10/2018
» ตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเกลี้ยกล่อม น.ส.เอ๋ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยมีชื่อใน กทม. พยายามกระโดดหอพักสูง 8 ชั้น ริมถนนเชียงราก-บางขัน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง หลังจากทะเลาะกับแฟนรุนแรงถึงขั้นบอกเลิก เพราะห้ามไม่ให้แฟนซื้อกระเป๋าสตางค์ราคาแพงใบละ 15,000 บาท พอแฟนหนุ่มไม่คุยด้วยจึงทำให้แฟนสาวออกมายืนอยู่นอกระเบียง เพื่อเตรียมกระโดดตึก แต่ในที่สุดตำรวจและญาติได้ขึ้นไปเกลี้ยกล่อม จนยอมเข้ามาในห้อง
Published on 26/09/2018
» กรณิสา มงคลพรอุดม หรือกิ๊บ เจ้าของแบรนด์ Unmelt ปลอกแก้วเก็บความเย็นดีไซน์เก๋ และต่อยอดธุรกิจแตกไลน์สินค้าออกมาเป็นกระเป๋าสัตว์ป่าน่ารัก ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน มีคอนเซ็ปต์ชัดเจนว่า Wild Keeper by Unmelt หาซื้อได้ที่ JJ พลาซ่า โครงการ A ซ.8 FB/IG: UNMELT และ www.unmelt.store