Showing 1 - 10 of 917
Published on 27/05/2025
» Shares of Berli Jucker (BJC) and Asset World Corp (AWC) dipped on Tuesday, after billionaire Charoen Sirivadhanabhakdi offloaded control of the two Bangkok-listed companies to his offspring, triggering investor concerns about a change in major shareholders.
Published on 05/05/2025
» ประชาชนมารับต้นไม้ไปปลูก ที่งาน “ปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ วิสาขบูชา ๒๕๖๘” ตอน “ชุมชนรมณีย์ สู่สังคมรมณีย์” ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) และสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) สามารถนำไปปลูก หรือนำมาเวียนเทียนด้วยต้นไม้ในวันวิสาขบูชาก็ได้ เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมนำร่องวิสาขบูชา ปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่นวันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันมาฆบูชา เป็นต้น นอกจากเป็นวันที่เรารำลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์แล้ว ยังเป็นวันที่เราควรรำลึกถึงความสำคัญของต้นไม้ด้วย ดังนั้นควบคู่ไปกับการทำบุญด้วยการบำเพ็ญทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาแล้ว เราควรช่วยกันปลูกต้นไม้ทั้งในวัดและสถานที่สาธารณะ รักษาและบำรุงสถานที่ต่าง ๆ---------------------------------------Published caption::Greener offerings ... People receive saplings at the ‘Planting Trees, Planting Dhamma for Visakha Bucha 2025’ event at Buddhadasa Indapanno Archives in Chatuchak district yesterday. The event encourages people to use the saplings as offerings instead of burning candles to celebrate Visakha Bucha Day on May 11. VARUTH HIRUNYATHEB
Published on 02/05/2025
» พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ศอ.ปชด.) เยี่ยมชมการปฏิบัติงานในส่วนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ท่าอากาศยานและคลังสินค้า ณ สนามบินสุวรรณภูมิPublished caption : Gen Songwit Noonpakdee, who serves as chief of the defence forces and director of the Thai Border Security Enforcement Center, inspects anti-drug operations in a cargo area at Suvarnabhumi airport.
Published on 30/04/2025
» ประชาชนกราบสักการะ พระศิวะ พระพิฆเนศ ที่วิหารเสด็จพ่อพระศิวะ คู้บอน 27 แยก 10 เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เนื่องในวันอักษยตรีติยา (Akshaya Tritiya) วันแห่งโชคลาภไหลมาเทมา ของชาวอินเดีย พุธที่ 30 เมษายน 2568 อักษยตรีติยา หรือ "อัคฮา ทีจ" เป็นหนึ่งในวันที่มงคลที่สุดตามคติของ ชาวฮินดูและเชน ตรงกับ วันขึ้น 3 ค่ำ เดือนไวศาขะ เชื่อกันว่าเป็น วันแห่ง ความโชคดี โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรืองแบบไม่มีที่สิ้นสุด คำว่า “อักษยะ” แปลว่า “ไม่มีวันหมดสิ้น” คนจึงนิยมเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ในวันนี้ เช่น เริ่มธุรกิจใหม่ ลงทุน ซื้อบ้าน หรือทองคำ เพราะเชื่อว่าจะนำความรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตและครอบครัวเทพที่นิยมบูชาในวันนี้ ได้แก่ พระวิษณุ พระพิฆเนศ และพระแม่ลักษมีPublished caption :Hindu devotionsWorshippers pray to Hindu deities Lord Shiva and Lord Ganesha at the Phra Shiva Shrine in Bang Khen district on Akshaya Tritiya Day. Also known as Akha Teej, the festival is believed to bring eternal luck and wealth.
Published on 24/04/2025
» กรมส่งเสริมการเกษตรจัดพิธีบวงสรวงคันไถในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน ณ อาคารเก็บรักษาคันไถ กรมส่งเสริมการเกษตร ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทั้งนี้ ในช่วงเดือนเมษายน กรมส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการซ่อมแซม ปรับปรุงคันไถให้มีสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน พร้อมทั้งจัดเตรียมคันไถเข้าร่วมในวันซ้อมย่อย วันซ้อมใหญ่ และวันงานพระราชพิธี เป็นประจำทุกปีPublished caption : Officials from the Department of Agricultural Extension take part in a ritual to bless the plough that will be used in this year’s Royal Ploughing Ceremony, which will take place on May 9.
Published on 14/04/2025
» ประเพณีสงกรานต์ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบ้านสะเนพ่อง กลางป่าทุ่งใหญ่ฯบรรยากาศประเพณีสงกรานต์ ที่วัดสะเนพ่อง หมู่ 1 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีประชาชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงร่วมงานเป็นจำนวนมากสำหรับประเพณีสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงนั้น ถือเอาวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5เป็นวันมหาสงกรานต์ โดยเช้าวันนี้ชาวบ้านทุกเพศทุกวัย ต่างจูงลูกจูงหลานเดินทางมายังวัดสะเนพ่อง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสงกรานต์ในทุกๆ ปี พิธีการเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า ด้วยการรับศีล ฟังธรรมจากพระภิกษุสงฆ์ต่อจากนั้นผู้ที่มาร่วมงานจะร่วมกันตักบาตรข้าวสุกใต้ต้นโพธิ์ ก่อนจะนำเข้าในบาตรไปถวายพระภิกษุ กรวดน้ำอุทิศบุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ ต่อจากนั้นจึงเข้าสู่พิธีการไหว้เทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่า เจ้าเขา ที่ปกปักรักษาหมู่บ้านตามคติความเชื่อที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษชาวกะเหรี่ยงต่อด้วยพิธีล้างต้นโพธิ์ ขอขมาต้นโพธิ์ โดยทุกคนจะนำสะอาดที่บรรจุอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ พร้อมน้ำขมิ้นส้มป่อย มาทำการล้างรากและลำต้นของต้นโพธิ์ ก่อนไม้ไผ่ที่เตรียมเอาไว้มาทำพิธีค้ำต้นโพธิ์ นำดอกไม้ ธูป เทียน มาสักการบูชาต้นโพธิ์ ทั้งนี้ที่มาของพิธีรดน้ำและขอขมาต้นโพธิ์นั้นสืบทอดกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ชาวกะเหรี่ยงรับศาสนาพุทธมาจากชาวมอญ ในสมัยนั้นการจะสร้างวัด สร้างพระ หรือสถูปเจดีย์ เพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์นั้นทำได้ยาก เนื่องจากชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ตามป่าเขา จึงเห็นควรยึดเอาต้นโพธิ์ ที่ขึ้นอยู่ในป่าเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เนื่องจากต้นโพธิ์ เป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน ของพระพุทธเจ้านั่นเองหลังจากพิธีรดน้ำต้นโพธิ์แล้วผู้ร่วมงานทั้งหมดร่วมกันไหว้เจดีย์ทรายที่ได้ร่วมกันนำทรายจากริมน้ำโรคี่ ที่อยู่ด้านหลังวัด มาก่อเป็นเจดีย์ทรายในช่วงเช้า ทั้งนี้มีคติความเชื่อว่าการจะนำทรายมาสร้างเจดีย์จะต้องตักทราย (ใช้มือหรือช้อนตัก) ให้มีจำนวนมากกว่าอายุผู้ตัก 1 ช้อน (เช่นถ้าผู้ตักทรายมีอายุ 30 ปี ต้องตักทรายจำนวน 31 กำหรือช้อน) ทั้งนี้เชื่อกันว่าจะเป็นการต่ออายุให้กับตัวเองเมื่อเสร็จสิ้นพิธีไหว้เจดีทรายแล้วก็จะต่อด้วยพิธีทำความสะอาด และขอขมาสะพาน ซึ่งเป็นสะพานข้ามรำห้วยโรคี่ที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นมาจากไม้ไผ่ก่อนถึงวันสงกรานต์ ด้วยการนำขมิ้นส้มป่อยมาปะพรมพร้อมดอกไม้และเทียน ทั้งนี้ชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่าการสร้างสะพานเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ จะส่งผลให้สามารถข้ามผ่านอุปสรรค ปัญหาต่างๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตไปได้ ทำการ ทำงานก็จะไร้อุปสรรคก่อนจะจบพิธีในช่วงเช้าด้วยปล่อยปลา ที่ได้จากการไปช่วยเหลือจากแหล่งน้ำที่ใกล้จะแห้งขอดเพื่อนำลงปล่อยในแม่น้ำโรคี่ เพื่อเป็นการให้ชีวิตใหม่และการอนุรักษ์พันปลานั่นเอง โดยชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่าการได้ปล่อยปลาในวันมหาสงกราต์นั้นมีอานิสงส์ให้แม้ชะตาชีวิตตกอยู่ในขั้นต้องตายก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนั้นชาวบ้านในพื้นที่ให้ความสำคัญ และจะต้องปฏิบัติทุกครั้งเมื่อถึงวันมหาสงกรานต์พอตกช่วงบ่ายก็จะมาถึงอีกพิธีสำคัญที่ทุกคนรอคอย คือพิธีสรงน้ำพระพุทธรัตนสังขละบุรี ศรีสุวรรณ (พระแก้วขาว) โดยจะเริ่มด้วยพ่อเมือง(นายอำเภอ)จะเป็นผู้พิธีอัญเชิญพระแก้วขาวออกจากศาลาวัดสะเนพ่อง (ซึ่งมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น) มายังศาลาพิธีที่ถูกสร้างและประดับประดาด้วยตุง ธง และดอกไม้ ให้มีความสวยงาม ก่อนที่พระภิกษุสงฆ์จะเจริญพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลของพิธีและผู้ที่มาร่วมพิธี ต่อจากนั้นจึงให้พระภิกษุ และแม่ชีทำพิธีสรงน้ำ ซึ่งน้ำที่ใช้เป็นน้ำหอมแป้งขมิ้น และลูกส้มป่อยที่ผ่านกระบวนการเผาทำให้มีกลิ่นหอม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านในพื้นที่สำหรับพระแก้วขาว ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอยู่คู่บ้านคู่เมืองสังขละบุรีมาตั้งแต่ยุคพระศรีสุวรรณคีรี เป็นเจ้าเมืองสังขละบุรี โดยมีความเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่พระศรีสุวรรณคีรี(เจ้าเมืองสังขละบุรี)ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 3 และนำมาประดิษฐานวันที่วัดสะเนพ่องแห่งนี้ตั้งแต่ครานั้น โดยบ้านสะเนพ่อง ในอดีตนั้นเป็นที่ตั้งของเมืองสังขละบุรี ก่อนจะมีการย้ายเมืองมายังสถานตั้งปัจจุบันในเวลาต่อมากิจกรรมประเพณีสงกรานต์ขั้นตอนสุดท้ายคือ ทุกคนร่วมกันสรงน้ำพระผ่านกระบอกไม้ไผ่ที่นำมาผ่าซีกแล้วเรียงต่อๆ กันเป็นทอดยาว และพิธีที่สำคัญ และถือว่าเป็นเอกลักษณ์คือ การให้ประชาชนมานั่งคุกเข่าเรียงรายกันกลายเป็นสะพานมนุษย์เพื่อให้พระสงฆ์เดินบนหลังเริ่มตั้งแต่บันไดศาลาวัด มายังซุ้มอาบน้ำบริเวณปลายกระบอกไม้ไผ่ที่ชาวบ้านสรงน้ำลงมา สำหรับการทำสะพานมนุษย์เพื่อให้พระสงฆ์เดินเหยียบบนหลังนั้นชาวบ้านต่างเชื่อกันว่า เป็นสิริมงคลต่อชีวิตอีกทั้งจะทำให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะอาการปวดเมื่อย โดยกิจกรรม และพิธีในงานประเพณีสงกรานต์ที่จัดขึ้นทุกปี ชาวบ้านจะเน้นพิธีกรรมที่ทำสืบต่อกันมาแต่สมัยบรรพบุรุษที่ยังคงเป็นวิถีที่งดงามเรียบง่าย และจะยังคงอยู่คู่บ้านคู่เมืองสังขละบุรี สืบไป---------------------------------------Published caption::Thais of Karen descent celebrate Songkran at Wat Saneh Pong in Kanchanaburi’s Sangkhla Buri district. Piyarach Chongcharoen
Published on 14/04/2025
» **ข่าวประจำวันที่ 13 เมษายน 2568****ชาวไทยเชื้อสายมอญร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ ณ เจดีย์เอียง วัดปรมัยยิกาวาส เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี**วันที่ 13 เมษายน 2568 – บรรยากาศที่วัดปรมัยยิกาวาส หรือวัดเจดีย์เอียง บนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เต็มไปด้วยความคึกคักและเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรม เมื่อชาวไทยเชื้อสายมอญจากทั่วสารทิศต่างพร้อมใจเดินทางมาร่วมงานประเพณีสงกรานต์ประจำปี เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและแสดงความเคารพบูชาต่อพระมหาธาตุเจดีย์ภายในงานมีพิธีไหว้เจดีย์เอียงด้วยการจุดธูป ถวายดอกไม้ พร้อมทั้งขบวนแห่ข้าวแช่และข้าวเปียก ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชาวมอญที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อถวายแด่พระสงฆ์ พร้อมกันนี้ยังมีพิธีรดน้ำดำหัวพระสงฆ์และผู้ใหญ่ รวมถึงกิจกรรมรดน้ำพระมหาธาตุเจดีย์เพื่อความเป็นสิริมงคลงานประเพณีดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาทางศาสนา แต่ยังเป็นการรวมพลังชุมชน และแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมมอญที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่องกิจกรรมจะจัดต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าร่วมเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดอีกด้วย.---------------------------------------Published caption::Thais of Mon descent mark Songkran at Wat Poramaiyikawas in Nonthaburi’s Pak Kret district. Pattarapong Chatpattarasill
Published on 10/04/2025
» เวลา 14.00 น. ที่บริเวณอาคารลานจอดรถ สถานที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์เพื่อผู้ประสบภัยและผู้สูญหายเหตุแผ่นดินไหว กรณีตึกถล่ม พื้นที่เขตจตุจักร โดยมี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง, กรรมการมหาเถรสมาคม, วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นผู้นำคณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร จำนวน 103 รูปสวดพระพุทธมนต์ ให้กับผู้ประสบภัยและผู้สูญหายที่ยังติดค้างภายใต้ซากอาคาร โดยมีคณะ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ญาติผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้าอาลัยเมื่อเริ่มพิธี คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร จำนวน 103 รูป สวดพุทธมนต์สวด ปัพพะโตปะมะคาถา (ชราและมรณะเปรียบประดุจภูเขาหินที่กลิ้งบดทับสัตว์ทั้งหลาย), บทสวดอริยธนาคาถา (อริยทรัพย์อันประเสริฐ),บทสวดขัดธรรมนิยามะสูตร และบทสวดธัมมนิยามสุตตุง (พระสูตรแสดงความแน่นอนแห่งสภาวะธรรมทั่วไป) เป็นระยะเวลา 20นาที เพื่อเป็นอุทิศผลบุญให้กับผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายในเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งเพื่อสร้างขวัญ กำลังใจที่ดี และเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับญาติพี่น้องผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนPublished caption : Monks yesterday pray for those killed by the collapse of the under-construction State Audit Office in Chatuchak district after the earthquake on March 28.
Published on 09/04/2025
» (ในภาพ) นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินตรวจดูบริเวณโซนเยี่ยมญาติระหว่างมีผู้ต้องขังกับญาติสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปวันพุธที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ กระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักการปฏิบัติของสากลเพื่อยกระดับของการปฏิบัติต่อบุคคลที่ตามกฎหมายแล้วถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับหลักสากล อันจะส่งผลต่อการฟื้นฟูหลักนิติธรรมของประเทศ สำหรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเรือนจำต้นแบบในการแยกการปฏิบัติของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งนอกจากจะมีการแยกพื้นที่กันอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะมีการนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมมาใช้ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ต้องขังในเรื่องของการให้ความรู้ทางกฎหมายเพื่อต่อสู้คดี การส่งเสริมความแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดสวัสดิการต่าง ๆ โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) ในเรือนจำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเดียวกัน โดยให้มี ๑ เรือนจำ ทำหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ส่วนเรือนจำอื่นในจังหวัดให้ทำหน้าที่ควบคุมนักโทษขังเด็ดขาด ประกอบด้วย ๘ กลุ่มจังหวัด ดังนี้กลุ่มจังหวัดลำปาง กลุ่มจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มจังหวัดสงขลา กลุ่มจังหวัดปทุมธานี และกลุ่มจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ควบคุมผู้ต้องขังคดีทั่วไป และคดียาเสพติดให้โทษ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นสอบสวน - ไต่สวน พิจารณา และควบคุมผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีกำหนดโทษเหลือไม่เกิน ๕ ปี ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ในอัตราส่วน 1.6 ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง 1 คน เพื่อทำงานสุขาภิบาลต่างๆ หรือภารกิจอื่นในเรือนจำ ในส่วนของการปฏิบัตินั้นได้มีการจัดทำแนวทางการปฏิบัติขึ้นใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ประกอบด้วย การปรับปรุงชุดของผู้ต้องขังสำหรับการไปศาล การให้ความรู้ทางกฎหมาย รวมถึงการพบปะกับบุคคลภายนอก โดยเฉพาะทนายความ การเยี่ยมญาติใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นต้น โดยในครั้งนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพร็ชนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาใน Exclusive Talk เรื่อง จัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) อีกทั้งยังมี Mini Talk เรื่อง อิสรภาพที่หายไป ก่อนการตัดสินสิทธิและโอกาสในการพิสูจน์ตนเองของชีวิตหลังกำแพง พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คุณอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช (เบนซ์ เรซซิ่ง) คุณพัฒนพล มินทะขิน (ดีเจแมน) คุณนพนันท์ ทองเคลือ (เอิร์น วัดใหญ่) เพื่อร่วมกันแบ่งปันความรู้ในประเด็นดังกล่าวทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังคงตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปPublished caption :Prisoner welfareSahakarn Petcharin, Director-General of the Department of Corrections, inspects the visiting area at Bangkok Remand Prison where a pilot project to enhance the rights of prisoners who are under trial is underway.
Published on 11/03/2025
» กองทัพอากาศเปิดโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating) ภายใต้ความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ณ สวนสุขภาพกองทัพอากาศ (ศูนย์กีฬา-สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี) ถ. พหลโยธิน แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 1 เมกกะวัตต์ ซึ่งจะจ่ายไฟเข้าระบบเดิมภายในกองบัญชาการกองทัพอากาศ ทำให้กองทัพอากาศสามารถประหยัดค่าพลังงานไฟฟ้าได้ ประมาน 1.08 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นมูลค่าตลอดอายุสัญญา 25 ปี ประมาณ 25.7 ล้านบาท โดยติดตั้งในพื้นที่บริเวณทิศเหนือของสระน้ำ ภายในสวนสุขภาพ กองทัพอากาศนอกจากระบบ Solar Floating แล้ว บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังได้มีการติดตั้งกังหันน้ำเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน และเครื่องอัดประจุไฟฟ้าชนิดกระแสสลับ หรือ AC สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ติดตั้งบริเวณลานจอดรถหน้าอาคารสวนเฉลิมพระเกียรติฯ กองทัพอากาศ อีกทั้งยังได้ร่วมกันในการศึกษาโอกาสการขยายผลโครงการในลักษณะเดียวกัน เช่น Solar Floating, Solar Rooftop และผลิตภัณฑ์ด้าน Smart Energy ในพื้นที่อื่น ๆ ของฐานทัพอากาศดอนเมือง สำหรับโครงการนี้ ถือเป็นการร่วมมือร่วมใจกัน ระหว่างกองทัพอากาศ และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมกันสร้างพลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันPhoto By Pattarapong Chatpattarasill---------------------------------------Published caption:: Floating power ... The Royal Thai Air Force launches a floating solar power generator project aimed at reducing energy costs and promoting renewable energy at the Air Force Health Park yesterday. The project is a collaboration with PTT Public Company Ltd. Pattarapong Chatpattarasill