Showing 1 - 10 of 118
Published on 30/04/2025
» เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำกทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Re-positioning Thailand: วางตำแหน่งใหม่เศรษฐกิจไทยในสงครามการค้าว่า หน้าที่ของ สส.ทุกคน ไม่ว่าจะมาจาก ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ คือ การส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไปยังทีมไทยแลนด์ หรือคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยในการเดินทางไปเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่การเตรียมมาตรการรับมือปรับตัวกับนโยบายของรัฐบาล หรือให้เอกชนปรับตัวกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสงครามการค้าโลก นายณัฐพงษ์ เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาจบ คือ 1.เจรจา ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เช่น หากเราจะต้องยอมนำเข้าสินค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ สินค้าต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคในประเทศเรา หรือไม่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าประเทศอื่นของไทย ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าต่อไทยมากยิ่งขึ้น 2.กระชับความสัมพันธ์ในเวทีต่างๆ ซึ่งหลักใหญ่ใจความคือเรื่องการค้าเป็นธรรม เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกัน ประเทศที่ขาดดุลอาจได้รับการสนับสนุนบางอย่างจากประเทศเกินดุลหรือไม่ เช่น การพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นคู่หูพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งยังต้องดูในเรื่องกรอบห่วงโซ่อุปทาน กรอบสังคมวัฒนธรรม กรอบภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย 3.รับมือ ในส่วนทางตรง หากเกิดมีสินค้าล้นทะลักเข้าไทยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องมาตรฐานสินค้า 4.เยียวยา ซึ่งคงต้องมีการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนแน่นอน จะต้องมีการออกแบบมาตรการเยียวยาอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วที่สุด เช่น หากไทยจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าการผลิตในประเทศ คนที่จะได้เปรียบในสมการนี้ คือคนที่ผลิตหรือแปรรูปอาหารสัตว์ เราจะมีมาตรการในการเยียวยา เพื่อแบ่งสันปันส่วนในห่วงโซ่อุปทานใหม่นั้นอย่างไร ทำให้คนที่ได้ประโยชน์มากขึ้นเข้าไปเยียวยาให้กับผู้ที่เสียประโยชน์ และ 5.ลงทุน เราจะคิดเฉพาะแค่ไทยเก่งอะไรหรือต้องลงทุนอะไรอย่างเดียวไม่พอ แต่ยุทธศาสตร์ในการลงทุน จะต้องตอบโจทย์เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก และสังคมวัฒนธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https:www.khaosod.co.th/politics/news_9739430Published caption :Driving the economyNatthaphong Ruengpanyawut, leader of the People’s Party, explains how to steer the economy through global and domestic challenges, during a discussion organised by the party yesterday.
Published on 02/02/2025
» ถ่ายภาพถนนกำแพงเพชร 6 ช่วงดอนเมืองเป็นจุดที่ประชาชนร้องเรียนมาก ในประเด็นที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีความเดือนร้อนของประชาชนพื้นที่ดอนเมืองที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ถนนกำแพงเพชร6 พื้นไม่เรียบและไฟมืด เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ตั้งแต่บางซื่อจนถึงดอนเมืองขณะนี้อยู่ในกระบวนการเจรจาการตรวจรับอยู่เพราะว่าสภาพของถนน ก่อนที่จะมีการรับมอบอาจจะต้องให้ รฟท.ดำเนินการปรับปรุงให้เรียบร้อย ทั้งนี้บริเวณดอนเมืองในเส้นทางโรคัลโรดดังกล่าว เป็นจุดที่ประชาชนร้องเรียนมาก คือเรื่องความมืดและพื้นถนนที่เป็นลูกคลื่น หาก กทม. ดำเนินการรับมาก็จะต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซม จึงอาจต้องดูเรื่องความเหมาะสมอีกครั้ง เพราะหากจะรับมอบมาก็อยากให้คนที่ส่งมอบพื้นที่ปรับปรุงให้ดีก่อน แต่ถ้าหากรอให้ทาง รฟท.ดำเนินการ ก็อาจใช้เวลานานภาพถนนกำแพงเพชร 6 ช่วงดอนเมืองเป็นจุดที่ประชาชนร้องเรียนมาก ในประเด็นที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีความเดือนร้อนของประชาชนพื้นที่ดอนเมืองที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ถนนกำแพงเพชร6 พื้นไม่เรียบและไฟมืด เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ตั้งแต่บางซื่อจนถึงดอนเมืองขณะนี้อยู่ในกระบวนการเจรจาการตรวจรับอยู่เพราะว่าสภาพของถนน ก่อนที่จะมีการรับมอบอาจจะต้องให้ รฟท.ดำเนินการปรับปรุงให้เรียบร้อย ทั้งนี้บริเวณดอนเมืองในเส้นทางโรคัลโรดดังกล่าว เป็นจุดที่ประชาชนร้องเรียนมาก คือเรื่องความมืดและพื้นถนนที่เป็นลูกคลื่น หาก กทม. ดำเนินการรับมาก็จะต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซม จึงอาจต้องดูเรื่องความเหมาะสมอีกครั้ง เพราะหากจะรับมอบมาก็อยากให้คนที่ส่งมอบพื้นที่ปรับปรุงให้ดีก่อน แต่ถ้าหากรอให้ทาง รฟท.ดำเนินการ ก็อาจใช้เวลานานPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::Shoddy construction ... This photograph taken yesterday shows a section of Kamphaeng Phet 6 Road in Don Muang district, which has come under criticism from motorists who say the uneven road surface and insufficient lighting have caused many accidents. PATTARAPONG CHATPATTARASILL
Published on 09/12/2024
» เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ภายหลัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดรวมตัวมวลชนเพื่อลงชื่อแนบท้ายคำร้อง และยื่นหนังสือถึงนส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิกเอ็มโอยู 2544 โดยในช่วงเช้า มีมวลชนทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง มี นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา อดีตทนาย กปปส. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต จากนั้น เวลา 09.38 น. นายสนธิ ได้เดินทางมาถึงศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ฯ มีการนำสไลด์แผนที่ แสดงภาพ ส.ค.ส. พ.ศ.2547 ซึ่งเป็นภาพแผนที่ตามพระบรมราชโองการ ประกาศเส้นทวีปของประเทศไทยด้านอ่าวไทย พ.ศ. 2516 มาแสดง นายสนธิ นายปานเทพ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้นายกฯ หยุดการปฏิบัติหน้าที่การดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิ์เส้นไหล่ทวีปราชอาณาจักรไทยกับกัมพูชา (MOU 2544) และแถลงการณ์ร่วมระหว่าง นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย กับ นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา (JC2544) เพราะมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญฝ่าฝืนต่อพระบรมราชโองการในการประกาศทะเลอาณาเขตและเขตทะเลต่อเนื่อง ตลอดจนประกาศเส้นเขตไหล่ทวีป ตามอนุสัญญากรุงเจนีวาว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1985 และกฎหมายอื่นๆ ซึ่งยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาและยังไม่มีพระบรมราชโองการประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น จึงต้องถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติมาตราหนึ่งและมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ปฏิบัติตามข้อเสนอภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ โดยข้อเรียกร้อง ได้แก่ ข้อ 1. ขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีรักษาไว้ซึ่งเอกราชและอธิปไตยของไทย และแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติในทะเลด้านอ่าวไทย เขตต่อเนื่องรอบเกาะกูด รวมทั้งเขตไหล่ทวีป ซึ่งเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ข้อ 2. ขอให้นายกรัฐมนตรีเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณามีมติให้ส่งMOU 2544 และJC 2544 ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติมาตราหนึ่งและมาตรา 224 ของรัฐธรรมนูญไทยหรือไม่ ข้อ 3. และหากศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าMOU 2544 และJC 2544 ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้ยกเลิกการเจรจา ตามMOU 2544 และ JC 2544 เพื่อปฏิเสธเส้นเขตไหล่ทวีปของกัมพูชาทันที ข้อ 4. แต่หากศาลวินิจฉัยแล้วว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ขอให้ครม. จัดให้มีการเจรจากับกัมพูชา เพื่อยกเลิกMOU 2544 และJC 2544 ทันที โดยให้เจรจากันใหม่ภายใต้การกำหนดขอบเขตเฉพาะพื้นที่พัฒนาร่วมบนพื้นฐานโดยใช้หลักการของ เส้นมัธยะ ข้อ 5. ระงับการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมทางเทคนิค หรือ JTC ไว้ก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยและมีการดำเนินการให้ถูกต้อง และข้อ 6. ให้จัดเวทีสาธารณะแก่ประชาชนเรื่องMOU 254 และJC 2544 โดยให้ความรู้ความเข้าใจที่เป็นกลาง เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ ขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณากลับภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ครม.ได้พิจารณา นายสนธิ กล่าวว่า มีคำถามว่าเอ็มโอยู 2544 เกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบคือเกิดขึ้นเพราะนายทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นนายกรัญมนตรีในตอนนั้นจับมือกับนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อร่างเอ็มโอยู 2544 ลากเส้นของตัวเองเข้ามากินในพื้นที่ของคนไทย และคนร่างเอ็มโอยู 2544 คือนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรมว.ต่างประเทศ ถามว่าทำไมถึงกล้าพอที่จะร่าง เหตุผลเพราะนายสุรเกียรติ์ต้องการให้นายทักษิณส่งเสริมให้ตัวเองเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการสหประชาชาติในตอนนั้น นายสนธิ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่เคยมีพื้นที่ทับซ้อน แต่เรามีนายกฯทับซ้อน ตนกล้าพูดว่าเอ็มโอยู 2544 เป็นเอ็มโอยูขายชาติ ตนให้เวลารัฐบาลชุดนี้ 15 วัน หลังจากนั้นจะมาติดตามผล ซึ่งขั้นตอนต่อไปตนจะร้องเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎร และจะส่งเอกสารให้สส. สว.ทุกคนยืนยันสิทธิ์ของประเทศไทย หากสส. สว. คนไหนลงมติเห็นชอบเอ็มโอยู 2544 จะถือว่าอยู่ในขบวนการร่วมกันขายชาติเช่นกัน หากอนาคตความจริงปรากฏ จะทำให้ สส. สว.ที่ยกมือก็จะติดคุกติดตารางในฐานะขายชาติ นอกจากนี้ ตนจะยื่นหนังสือร้องเรียนที่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศ ข้าราชการโดยเฉพาะกรมสนธิสัญญาได้รับทราบว่าถ้าท่านไม่ปกป้องอาณาเขตไทยร่างสัญญาใหม่แล้วตกลงทำตาม ท่านก็คือข้าราชการขายชาติเช่นกัน “นี่คือประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ทำอะไรครั้งนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวัง การต่อสู้ครั้งนี้จะต้องชนะลูกเดียว พวกแกนนำเก่าๆพากันพูดว่าไม่มีมวลชนแล้ว วันนี้ผมไม่ได้ปลุกระดมพ่อแม่พี่น้อง แต่ว่ามากันด้วยใจ ถ้าถึงเวลาที่จะต้องลงถนนกันก็จะมามากกว่านี้เป็นพันเท่า ถ้าอะไรที่เป็นของเราแล้วมาเอาไปก็ต้องเจอกัน บางคนพูดถึงเรื่องเก่าว่าประเทศไม่เดินหน้าเพราะการประท้วง และผมเป็นสารตั้งต้นความวุ่นวาย ผมถามกลับว่าที่ประท้วงในปี 2548 เราประท้วงใคร และเรื่องอะไร ใช้เวลา 18 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ให้นายทักษิณสารภาพผิด และบรรจุลงในราชกิจจานุเบกษาว่าได้คดโกงประเทศชาติอย่างไร ความจริงและประวัติศาสตร์รอมาตั้ง 18 ปี“ นายสนธิ กล่าวว่า ขอถามถึงนายกฯ และพรรคเพื่อไทย ตนและพวกทำผิดตรงไหนที่ไม่ยอมส่งดินแดนของเรา ให้กับกัมพูชาเพียงเพราะนายกฯทับซ้อนบางคนมีข้อตกลงกัน จะแบ่งผลประโยชน์กันห้าสิบห้าสิบ---------------------------------------Published caption:: Former yellow-shirt protest leader Sondhi Limthongkul speaks to reporters at the complaint centre at Government House in Bangkok on Monday. He pushed the government scrap the 2001 memorandum of understanding with Cambodia or face protests. Chanat Katanyu
Post Reporters, Published on 01/12/2024
» Authorities are negotiating for the release of four Thai crew members arrested with a fishing boat towed to Myanmar and protesting against a gun attack on 15 fishing boats early Saturday morning.
News, Poramet Tangsathaporn, Published on 19/11/2024
» The war between Ukraine and Russia officially enters its 1,000th day on Tuesday, but despite the ongoing conflict, Kyiv remains committed to strengthening ties with countries in Southeast Asia to create new partnerships for mutual growth and secure additional assistance to end the war and get justice for its citizens.
News, Chairith Yonpiam, Published on 19/11/2024
» The planned appointment of the Joint Technical Committee (JTC) to negotiate with Cambodia on the development of disputed maritime areas in the Gulf of Thailand might not be tabled for the cabinet's consideration Tuesday.
Business, Phusadee Arunmas, Published on 28/10/2024
» Free trade agreements (FTAs) have turned Thailand into the largest exporter of agricultural products in Southeast Asia and the eighth-largest shipper globally, according to the Trade Negotiations Department.
Published on 24/09/2024
» วัสดุดามกระดูกสันหลัง (Spinal Fixation) ของไทยสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อลดการนำเข้า และเพิ่มการเข้าถึงการรักษา เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการผ่าตัดรักษาโรคทางกระดูกสันหลังในผู้ป่วยที่มีภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม(Degenerative Disc Disease) หรือโรคกระดูกพรุน(Osteoporosis) กระดูกสันหลังคด(Scoliosis)นวัตกรรมวัสดุศัลยกรรมกระดูก ดามกระดูกสันหลัง (Spinal Fixation) และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จัดแสดงในงาน “มหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม 2567 (TRIUP FAIR 2024)” ภายในงานพบกับ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมจับคู่เจรจาธุรกิจ (ธีมการแพทย์สุขภาพ/เกษตรอาหารมูลค่าสูง/Netzero&PM2.5/เทคโนโลยี่ที่เหมาะสม) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 กันยายน 2567 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน (10.00 - 20.00 น.)Photo By SOMCHAI POOMLARDPublished caption :Spinal solutions A skeletal display shows locally-made material used in a spinal fixation technique at the ‘Thailand Research and Innovation Utilisation Promotion Fair 2024-TRIUP FAIR 2024,’ held until today at the Royal Paragon Hall, fifth floor, Siam Paragon.
Published on 11/09/2024
» ที่กระทรวงพาณิชย์ เมื่อเวลา 08.15 น.นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ถือฤกษ์ดีเข้ากระทรวงวันแรก และได้ไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ 6 จุด ประกอบด้วยศาลพระภูมิ ศาลเจ้าแม่ทุ่งน้อย อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ พระประทานพร พระรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และหลวงพ่อโอภาสี โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงฯ และผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับจากนั้นนายพิชัย กล่าวว่า ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ได้แต่งตั้งให้ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งตนและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ทั้ง 2 คนรักกัน และพร้อมทำงานร่วมกัน ทั้งนี้จะทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นหลายอย่างต้องร่วมกันช่วยแก้ไข เพราะเศรษฐกิจไทยแย่มาโดยตลอด โดยกระทรวงพาณิชย์จะเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการเจรจาการค้ามาหลายปีแล้ว โดยตนมีแผนงานที่จะดำเนินการ แต่จะรอการแถลงนโยบายของรัฐบาลก่อน“ภารกิจเร่งด่วนที่จะทำตอนนี้ขออุบไว้ก่อน รอให้มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลก่อน ตอนนี้เพียงบอกได้แค่คอนเซ็บ เป้าหมายที่จะทำซึ่งเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วแต่ได้พูดคุยเบื้องต้น กลับนายวุฒิไกร ลีวีระพันธ์ ปลัดกระทรวงไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการช่วยเหลือประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้สินค้าราคาถูก โดยวันที่ 16 ก.ย.นี้ จะมีการมอบนโยบายให้กับข้าราชการการ และจะมีการหารือแบ่งงานให้ 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการฯซึ่ง คงไม่มีปัญหาอะไร “นายพิชัย กล่าวPhoto By VARUTH HIRUNYATHEBPublished caption :Mr Pichai says urgent measures are needed to address the rising cost of goods in Thailand, as well as the influx of Chinese imports.
Published on 24/08/2023
» เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา กลุ่มสมาชิกส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จำนวน 20 คน นำโดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลภาคใต้ และนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีโหวตเห็นชอบให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งขัดกับมติพรรคที่ให้งดออกเสียงนายเดชอิศม์ กล่าวว่าในวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมาได้ประชุมสส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิจารณาว่าจะโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่22 ส.ค. ในที่ประชุมมีความเห็นแบ่งออกเป็น3 เรื่องคือ 1. ไม่เห็นชอบ ซึ่งพวกเราซักถามว่าสาเหตุคืออะไร ส่วนใหญ่คนที่ไม่เห็นชอบจะบอกว่าเนื่องจากความขัดแย้งในอดีต ความโกรธในอดีต จึงมีสส.ใหม่โต้แย้งว่าอยากให้แยกหน้าที่สส.ปัจจุบันกับความแค้นความโกรธออกจากกัน หากเราแยกออกจากกันไม่ได้ก็จะเกิดอคติตลอดไป และมีผู้ใหญ่บางคนได้วอค์กเอ้าท์เดินออกจากองค์ประชุมนายเดชอิศม์ กล่าวต่อว่า 2.มีความเห็นว่าเห็นชอบ เนื่องจากประเทศมาถึงทางตัน ความเดือดร้อนของประชาชนมีทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหายาเสพติดที่ขยายวงกว้าง และเราเกิดสูญญากาศทางการเมืองไม่ได้ ความเสียหายก็จะเกิดกับประชาชนอย่างแน่นอน และ 3.ในที่ประชุมส่วนมากบอกว่าควรงดออกเสียง เพราะสมัยโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็งดออกเสียง เนื่องจากเรากังวลเรื่องการแก้ไขเรื่องม.112 “หลังจากนั้นนายจุรินทร์ ได้ลุกขึ้นพูดในที่ประชุมว่าอย่าโหวตกันเลย เพราะจริงๆแล้วเป็นเอกสิทธิ์ของสส. นั่นคือคำพูดของท่าน และในการประชุมวันนั้นไม่มีการโหวต พวกเราจึงไม่รู้ว่าจะเป็นมติหรือไม่เป็นมติกันแน่ แล้วปิดประชุมไป แต่พอมาวันที่ 22 ส.ค. วันเลือกนายกฯ พวกเรามานั่งฟังการอภิปรายอยู่อีกห้องหนึ่ง ฟังเรื่องความเหมาะสมไม่เหมาะสมของนายเศรษฐา ซึ่งฟังในภาพรวมแล้วเกือบ 100 เปอร์เซนต์รับได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวของนายเศรษฐา ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเป็นนายกฯเรานั่งคุยกันกับส.ส.ประชาธิปัตย์ ประมาณ 20 คน พอมีการโหวตเรานั่งดู 3 คนแรกที่โหวตคือ นายจุรินทร์งดออกเสียง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน โหวตไม่เห็นชอบ นายชวน หลีกภัย ก็โหวตไม่เห็นชอบ นี่คือสามเสาหลักของประชาธิปัตย์ในเวลานี้ ลงคะแนนก็ไม่เหมือนกันแล้ว พวกเราจึงนั่งคุยกันว่านี่เป็นมติของพรรคหรือไม่ เพราะคำว่ามติพรรคจะขอยกเว้นไม่ได้ มติไปทางใดต้องไปทางนั้น พวกเราจึงมีความเห็นว่าอย่างนี้ก็ไม่ใช่มติพรรค เราจึงมาแยกพิจารณา” นายเดชอิศม์ กล่าวนายเดชอิศม์ กล่าวอีกว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยเขารวบรวมเสียงได้เกิน 250 เสียง และเป็นรัฐบาลที่มองแล้วว่าเป็นรัฐบาลสมานฉันท์ กปปส. เคยขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือกลุ่มเพื่อนนายเนวิน ชิดชอบ เคยเป็นงูเห่าออกจากพรรคภูมิใจไทยมาโหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ เขายังมาสมานฉันท์กันได้ แล้วเราเป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่ทั้งหมด ไม่เคยใส่เสื้อเหลือง ไม่เคยใส่เสื้อแดง ไม่เคยมีความขัดแย้ง เราไม่ควรจะมารับมรดกความขัดแย้งต่อจากรุ่นเก่าๆ เราถามกันทุกคน ซึ่งทุกคนมีความเห็นว่าขอให้ชาติเดินไปข้างหน้าได้ เราควรสนับสนุนให้เขาเป็นนายกฯ แต่ตัวพวกเรายังเป็นฝ่ายค้าน นั่นคือเหตุผลที่เราโหวตให้นายเศรษฐาเมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้ชัดเจนแล้วหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน นายเดชอิศม์ กล่าวว่า วันนี้เราเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว ทั้งตัวสส. และศักดิ์ศรีความเป็นประชาธิปัตย์ เราไม่กระเสือกกระสน กระเหี้ยนกระหือรืออยากไปเป็นรัฐบาล เพราะหลักการร่วมรัฐบาลของประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิม คือ 1.เขาต้องเทียบเชิญเรามาก่อน 2.ต้องประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการกับสส. และลงมติว่าอย่างไรทุกคนต้องปฏิบัติตาม ซึ่งทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงถามต่อว่าการที่ลงมติเห็นชอบนายเศรษฐา เป็นการสร้างความเสียหายให้กับพรรค และยังมีเรื่องการไปพบกับพรรคการเมืองอื่นด้วย ซึ่งพรรคอาจจะมีการตั้งกรรมการสอบ ถึงขั้นขับออกจากพรรค นายเดชอิศม์ กล่าวว่า โทษในการไปพบกับใคร พวกตนเป็นสส.รุ่นใหม่เราพบทุกพรรค เรามีเพื่อนทุกพรรค เพราะเราแยกระหว่างหน้าที่กับความรักความผูกพัน หน้าที่กับความโกรธแค้นชิงชังในอดีต เราแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด เพราะหากเราเอาหน้าที่ของสส.ไปผูกพันกับความรักเราก็ลำเอียง หากเอาหน้าที่ของสส.ไปยึดโยงกับความเครียดแค้นเกลียดชังเราก็เกิดอคติ ฉะนั้นพวกเราสนิทกับทุกพรรค ถ้าการไปพบทุกพรรคมีความผิด ตนก็น่าจะโดนประหารชีวิตไปตั้งนานแล้ว เพราะเป็นความผิดมาก เนื่องจากมีความสนิทกับหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค แต่พอเข้าในสภาก็อีกหน้าที่หนึ่ง ส่วนตัวก็อีกหน้าที่หนึ่ง ความเป็นคนไทยและเป็นสส.ที่มาจากการเลือกตั้งก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่งต่อข้อถามว่าจะมีการพบปะพูดคุยเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพภายในพรรคหรือไม่ นายเดชอิศม์กล่าวว่า พรรคเริ่มไม่มีเอกภาพตั้งแต่องค์ประชุมวิสามัญพรรคล่ม จนถึงวันนี้เรายังไม่รู้เลยว่าจะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้เมื่อไหร่ ต้องไปถามกลุ่มคนบางกลุ่มที่ทำให้องค์ประชุมล่มว่าเขาต้องการอะไรเมื่อถามว่าต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ขับออก เพื่อไปอยู่พรรคการเมืองใหม่หรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ความจริงแล้วการขับออกจากพรรคต้องมีสส. ร่วมกับกรรมการบริหารพรรค และเป็นมติ 3 ใน 4 แต่ดูไปดูมาสส. และกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่อยู่ตรงนี้หมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะขับใครกันแน่ ไม่ทราบเหมือนกันเพราะเสียงส่วนใหญ่อยู่นี่เกือบทั้งหมด ดังนั้นจะขับกันอย่างไรถามต่อว่าเสียงส่วนใหญ่จะขับเสียงส่วนน้อยออกหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ไม่คิดจะขับใครออกจากพรรค เราพร้อมจะพูดคุยและเจรจา แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมาเจรจากับเราเลย ไม่ว่าจะเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หรือทิศทางใดๆเมื่อถามว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วจะร่วมงานกันอย่างไร นายเดชอิศม์ กล่าวว่า เรายินดีพูดคุยอยู่บนเหตุและผล และความเป็นไปได้ อย่างที่ตนยืนยันว่าพวกเราไม่อยากพกมรดกความแค้นในอดีตแล้วมาให้เรารับต่อ หากนโยบายใหม่ที่ดีๆแล้วให้พวกเรารับต่อ เรายินดี และความจริงแล้วเราก็พบปะกันตลอดแต่เขาไม่พูดคุยกับเรา"เราพร้อมที่จะออกจากความเป็นสส.ของพรรค พรุ่งนี้ มะรืนนี้ยังได้เลย หากเรามีความรู้สึกว่าเราทรยศประชาชน ฉะนั้นไม่ว่าคนใต้หรือคนทั้งประเทศ เราไม่เคยคิดทรยศ เราซื่อสัตย์ ทำงานให้กับประชาชน เรามาจากการเลือกตั้ง สิ่งที่เราแคร์ที่สุดคือชาติ ประชาชน "นายเดชอิศม์ กล่าวนายเดชอิศม์ กล่าว พรรคต้องเริ่มต้นจากการประชุมวิสามัญ เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้ได้ จึงอยากฝากไปถึงฝ่ายที่ทำให้องค์ประชุมล่มว่าจะทำอย่างไรให้องค์ประชุมครบ ส่วนจะแข่งขันก็เป็นปกติของพรรคประชาธิปัตย์ พวกเรายินดีที่จะร่วมด้วย ถึงแม้พวกตนแพ้ไม่ได้เป็นกรรมการบริพรรคเราก็ยินดีให้ความร่วมมือ สมัยปี 62 ตนไม่ได้เลือกนายจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรค แต่เมื่อมติที่ประชุมใหญ่เลือกนายจุรินทร์และคณะมาเป็นกรรมการบริหารพรรค พวกตนก็ทำหน้าที่ลูกพรรคที่ดี หลายครั้งที่มีขบวนการจะล้มนายจุรินทร์ แต่พวกตนไม่ยอม ปกป้องมาตลอด แสดงให้เห็นว่าพวกตนยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายถามย้ำว่าพูดได้หรือไม่ว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์แตกแล้ว นายเดชอิศม์ กล่าวว่ายังไม่ถึงกับแตกหัก อาจจะมีความเห็นยังไม่ตรงกัน ยังมีเวลาและคิดว่าต้องลดทิฐิต้องมารับฟังกัน เพราะทุกคนมาจากประชาชน กว่าจะฝ่าฝันมาได้เป็นเรื่องยากมากPhoto By AKARACH SATTABURUTHPublished caption : A group of Democrat Party MPs led by Det-it Khaothong defend their decision to support Srettha Thavisin as the country’s next prime minister, blaming the party’s ambiguous position. They denied aspiring to be in government and declared their readiness to sit on the opposition benches.