FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “เงินสด”

Showing 1 - 10 of 108

THAILAND

Chinese man tries to buy goods with banknote marked 'copy'

Wassayos Ngamkham, Published on 28/10/2024

» Police arrested a Chinese man and seized 95 fake 1,000-baht banknotes after a vendor reported he used a bill stamped "COPY" to buy a pair of eyeglasses at Chatuchak weekend market.

BUSINESS

FPO says 14.1m received handout

Business, Wichit Chantanusornsiri, Published on 23/10/2024

» Some 14.1 million people classified as vulnerable have received the government's 10,000-baht cash handout, according to the chief of the Fiscal Policy Office (FPO).

IMAGE

ตำรวจกองปราบฯทลายขบวนการจัดหาบัญชีม้าตัดเส้นทางฟอกเงินธุรกิจสีเทายึดเงินสด 31 ล้าน อายัดอีก 25 ล้าน จัดการบัญชีม้าเกือบ 700 บัญชี

Published on 15/10/2024

» เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ กองปราบปรามพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการของปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. ได้เปิดปฏิบัติการ “ขยี้ดวงใจทศกัณฐ์” นำกำลังจับกุม ขบวนการเว็บพนันออนไลน์ Crown168 , กลุ่มจัดหาบัญชีม้าและกลุ่มฟอกเงินให้ธุรกิจสีเทา รวม 64 ราย พร้อมของกลางบัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) จำนวน 685 บัญชี, บัตรกดเงินสดกว่า100 ใบ, โทรศัพท์มือถือ, ซิมการ์ดโทรศัพท์, แท็บเลตจัดหาบัญชีม้า ,อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ,ธนบัตรไทยและธนบัตรดอลล่าร์สหรัฐ มูลค่ากว่า 31 ล้านบาท รวมของกลางทั้งหมดกว่า 1,000 รายการ พร้อมทั้งอายัดเงินในบัญชีอีก 25 ล้านบาท รวมผลการปฏิบัติสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสิ้น 72 หมาย จับกุมแล้ว 64 ราย หลบหนี 8 รายPhoto By WASSAYOS NGAMKHAM---------------------------------------Published caption::Flashing the cash... Central Investigation Bureau police announce the seizure of a large amount of assets and cash, including 31 million baht in US and Thai  currency, held by money launderers and 684 mule  account owners linked to a gambling website. WASSAYOS NGAMKHAM

BUSINESS

Cash transfers reach 14m Thais

Business, Wichit Chantanusornsiri, Published on 02/10/2024

» The Finance Ministry has deemed the first round of the cash handout scheme as successful at stimulating the economy, as more than 14 million people received transfers.

IMAGE

ศิริกัญญา อภิปราย รัฐบาลปรับลดงบประมาณจาก 5 ธนาคาร รวมเป็นเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท หวังใช้ทำ ดิจิทัลวอลเล็ต หากยังไม่ชัดเจน สภาฯ ไม่ควรอนุมัติ แนะให้รอก่อนแล้วค่อยออกเป็น พ.ร.บ.โอนงบฯ เพื่อแจกให้ครบ 45 ล้านคน ในการการประชุมสภาฯ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี พ.ศ.2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ปรับลด 7,824,398,500 บาท โดยเป็นการพิจารณาเรียงรายมาตรา ระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2567

Published on 03/09/2024

» เวลา 11.45 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 6 งบกลาง โดยน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็น อภิปรายว่า ตนขอปรับลดงบประมาณลง 1.52 แสนล้านบาท โดยในมาตรานี้มีงบประมาณเพิ่มเติม 1.8 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงรายการจากการใช้หนี้ธนาคารรัฐ 3.5 หมื่นล้านบาท แต่ตนขอตัดเฉพาะในส่วนของการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ อีก 3.5 หมื่นล้านบาท ขอให้นำกลับไปชำระหนี้ของธนาคารของรัฐตามเดิมด้วยเหตุผลว่า เราทราบดีว่างบประมาณในส่วนการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจที่งอกขึ้นมา ถูกนำไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตอนนี้มีความชัดเจนมากขึ้นหลังเปลี่ยนรัฐบาลว่าในเฟสแรก จะเปลี่ยนจากดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสด ไปแล้ว 14.5 ล้านคน ซึ่งใช้งบประมาณในปี 2567 กว่า 1.45 แสนล้านบาทโดยมาจาก 2 ส่วนคือ พ.ร.บ.เพิ่มเติมงบประมาณปี 2567 จำนวน 1.22 แสนล้านบาท และอีกก้อนคือใช้งบกลางอีกประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท เราควรจะเลิกเรียกว่าดิจิทัลวอลเล็ตได้แล้ว เพราะไม่มีดิจิทัลและวอลเล็ตแล้วน.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังต้องหาเงินมาอีก 3.05 แสนล้านบาท ซึ่งวันนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่เข้าใจว่าวันนี้ยังไม่มีรัฐบาล ยังไม่มีการถวายสัตย์ฯ ยังไม่มีการแถลงนโยบาย ดังนั้น เราจึงไม่มีทางรู้ว่าเงินก้อนที่เหลือจะแจกผ่านดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ หรือจะแจกเป็นเงินสด จะแจกเท่าไหร่ เมื่อไหร่ดังนั้น จึงไม่รู้ว่าเราจะมาพิจารณางบประมาณเพื่ออนุมัติก้อนนี้ไปเพื่ออะไร แต่หากจะทำให้ได้ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เคยพูดไว้ เราต้องการเงินเพิ่มอีก 3.05 แสนล้านบาท วันนี้ที่เราพิจารณากันอยู่มีงบประมาณที่เราพิจารณาไว้ตั้งแต่วาระ 1 จำนวน 1.52 แสนล้านบาท อยู่ในกระเป๋า อีกก้อนมาจากการเบี้ยวหนี้ ชักดาบธนาคารรัฐ 3.5 หมื่นล้านบาท“เรียกว่าหน้ามืดแล้ว มีเงินตรงไหนเหลือก็ขอไปล้วง ไปควักออกมาให้หมด แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ครบ 3.05 แสนล้านบาทอยู่ดี ยังขาดอีก 1.17 แสนล้านบาท เท่ากับคน 12 ล้านคน ที่ตอนนี้ยังหน้าซิ่วหน้าขวานว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาจ่ายให้ประชาชนจนครบ ซึ่งหากยังไม่ครบแล้วท่านจะไปตัดงบธนาคารแห่งรัฐมาก่อนทำไม หลายโครงการเป็นโครงการที่มีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เช่น โครงการจำนำสินค้าเกษตรปี 2552 โครงการประกันรายได้ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีรวมถึงตัดงบของธนาคารออมสิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ใช้ในโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ตัดนิดตัดหน่อยก็จะเอา เพื่อรวมเงินให้ได้ แต่ก็รวมได้แค่ 3.5 หมื่นล้านบาท และเป็นงบที่มาอย่างประหลาด เพราะในชั้นอนุ กมธ.ฯ ก็ไม่มีอนุฯ ไหนตัด เพื่อรวมเงินนำไปใช้ในโครงการเติมเงิน ทั้งนี้ ที่ปรับลดนั้นลอยมาหลังจากที่อนุกมธ.พิจารณาเสร็จสิ้น ในคราวที่ครม. มีมติให้โอนเงินเพื่อใช้กับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต” น.ส.ศิริกัญญา กล่าวน.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า สภาฯ ไม่จำเป็นต้องเห็นชอบเงินจำนวน 1.2 แสนล้านบาทเพื่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ตใช่หรือไม่ และเงินที่จะใช้ก็ยังมีไม่เพียงพอ ฉะนั้น ตนจึงมีข้อเสนอว่าควรรอให้มีการแถลงนโยบายให้จบก่อน แล้วค่อยมาออกเป็นพ.ร.บ.โอนงบประมาณ ก็ยังทัน เพราะยังมีเวลาให้ประชาชนรอมาได้ปีกว่า ให้รออีกหน่อย เพื่อให้รัฐบาลไปออกร่างพ.ร.บ.โอนประมาณ โดยตัดงบกระทรวงของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อใช้ดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อแจกให้ครบ 45 ล้านคน---------------------------------------Published caption::Sirikanya Tansakun, a list MP of the opposition  People’s Party, discusses her concern in parliament  about the finances to be secured for the ruling Pheu Thai Party’s flagship digital wallet scheme.  Photos: Nutthawat Wichieanbut

IMAGE

GOLD

Published on 06/03/2024

» ภาพที่ได้จากการฉายแสง X-ray Fluorescence (XRF) ผลปรากฏพบว่ามีโลหะผสม ลักษณะมีสีดำตามที่เห็นในภาพที่ห้องประชุมกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. แถลงข่าวแจ้งเตือนภัยผู้ประกอบการร้านทองและประชาชน โดยร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับชาติ ในกรณีพบการปลอมแปลงโลหะทองคำรูปแบบใหม่ ใช้วิธีเอาโลหะอื่นเจือปนกับโลหะทองคำ ทำให้มีลักษณะเหมือนทองคำแท้ แต่มีน้ำหนักและมูลค่าต่ำกว่าทองคำแท้ ซึ่งไม่สามารถใช้เทคนิคพื้นฐานในการตรวจวิเคราะห์เจอได้ ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ เเขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯเพื่อเตือนภัยผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชน ในกรณีการพบการปลอมแปลงโลหะทองคำรูปแบบใหม่ ซึ่งใช้วิธีนำโลหะอื่นมาเจือปนกับโลหะทองคำ ทำให้ทองคำมีลักษณะเหมือนทองคำแท้ แต่มีน้ำหนักและมูลค่าต่ำกว่าทองคำแท้ ผู้ต้องหา ได้นำทองคำแท่ง ประมาณ 2 กิโลกรัม มาขายให้ บริษัท ห้างทอง แห่งหนึ่งในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อนทำการซื้อขายนั้น ทางบริษัทฯ ได้ทำการตรวจสอบแล้วเบื้องต้นกับร้านตรวจสอบทองคำ ซึ่งสามารถตรวจหาทองคำ เป็นเปอร์เซ็นต์มาตรฐานได้ โดยเมื่อร้านที่ทำการตรวจสอบ ได้ตรวจสอบแล้ว จึงได้ตอบกลับมาว่า ทองคำจำนวนทั้งหมด ผ่านการตรวจ ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ได้ตามมาตรฐานที่ 96.5% จึงรับซื้อไว้ในราคาประมาณ 4 ล้านบาท ต่อมาผู้ต้องหา ได้นำทองคำแท่ง จำนวนประมาณ 2 กิโลกรัม มาขายอีกครั้ง ซึ่งก็ได้ทำการตรวจสอบทองคำแท่งตามมาตรฐาน จากทางร้านตรวจสอบทอง ก็ยืนยันว่าเป็นทองคำตามมาตรฐานเช่นเดิม โดยรับซื้อไว้เป็นเงินสดจำนวนประมาณ 4 ล้านบาท ต่อมาทางร้านที่ตรวจสอบทองคำได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า ทองที่รับซื้อไว้ครั้งแรก ได้นำไปหลอม เพื่อแปรรูปทอง ไม่สามารถนำมาขึ้นเป็นงานได้ เนื่องจากเปราะแตกหัก ซึ่งไม่ใช่ทองมาตรฐาน มีอัตราส่วนทองบริสุทธิ์เจือปนต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงรู้ว่าถูกหลอกลวง ผลการตรวจพิสูจน์ของกลุ่มงานตรวจทางเคมี ฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง พบว่า โลหะที่ใช้ผสมกับโลหะทองคำ เป็นธาตุโลหะรีเนียม (Rhenium) และทังสเตน (Tungsten) ซึ่งไม่สามารถใช้เทคนิคพื้นฐาน เช่น หยดกรด เผาไหม้ หรือใช้เครื่องมือ X-ray ขนาดเล็กในการตรวจวิเคราะห์ เจอได้ ทำให้จำเป็นต้องใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ในการตรวจพิสูจน์Photo By PATTARAPONG CHATPATTARASILL

IMAGE

แถลงข่าวแจ้งเตือนภัยผู้ประกอบการร้านทองและประชาชน

Published on 06/03/2024

» ที่ห้องประชุมกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. แถลงข่าวแจ้งเตือนภัยผู้ประกอบการร้านทองและประชาชน โดยร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับชาติ ในกรณีพบการปลอมแปลงโลหะทองคำรูปแบบใหม่ ใช้วิธีเอาโลหะอื่นเจือปนกับโลหะทองคำ ทำให้มีลักษณะเหมือนทองคำแท้ แต่มีน้ำหนักและมูลค่าต่ำกว่าทองคำแท้ ซึ่งไม่สามารถใช้เทคนิคพื้นฐานในการตรวจวิเคราะห์เจอได้ ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ เเขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯเพื่อเตือนภัยผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชน ในกรณีการพบการปลอมแปลงโลหะทองคำรูปแบบใหม่ ซึ่งใช้วิธีนำโลหะอื่นมาเจือปนกับโลหะทองคำ ทำให้ทองคำมีลักษณะเหมือนทองคำแท้ แต่มีน้ำหนักและมูลค่าต่ำกว่าทองคำแท้ ผู้ต้องหา ได้นำทองคำแท่ง ประมาณ 2 กิโลกรัม  มาขายให้ บริษัท ห้างทอง แห่งหนึ่งในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อนทำการซื้อขายนั้น ทางบริษัทฯ ได้ทำการตรวจสอบแล้วเบื้องต้นกับร้านตรวจสอบทองคำ ซึ่งสามารถตรวจหาทองคำ เป็นเปอร์เซ็นต์มาตรฐานได้ โดยเมื่อร้านที่ทำการตรวจสอบ ได้ตรวจสอบแล้ว จึงได้ตอบกลับมาว่า ทองคำจำนวนทั้งหมด ผ่านการตรวจ ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ได้ตามมาตรฐานที่ 96.5% จึงรับซื้อไว้ในราคาประมาณ 4 ล้านบาท ต่อมาผู้ต้องหา ได้นำทองคำแท่ง จำนวนประมาณ  2 กิโลกรัม มาขายอีกครั้ง ซึ่งก็ได้ทำการตรวจสอบทองคำแท่งตามมาตรฐาน จากทางร้านตรวจสอบทอง ก็ยืนยันว่าเป็นทองคำตามมาตรฐานเช่นเดิม โดยรับซื้อไว้เป็นเงินสดจำนวนประมาณ 4 ล้านบาท ต่อมาทางร้านที่ตรวจสอบทองคำได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า ทองที่รับซื้อไว้ครั้งแรก ได้นำไปหลอม เพื่อแปรรูปทอง ไม่สามารถนำมาขึ้นเป็นงานได้ เนื่องจากเปราะแตกหัก ซึ่งไม่ใช่ทองมาตรฐาน มีอัตราส่วนทองบริสุทธิ์เจือปนต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงรู้ว่าถูกหลอกลวง ผลการตรวจพิสูจน์ของกลุ่มงานตรวจทางเคมี ฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง พบว่า โลหะที่ใช้ผสมกับโลหะทองคำ เป็นธาตุโลหะรีเนียม (Rhenium) และทังสเตน (Tungsten) ซึ่งไม่สามารถใช้เทคนิคพื้นฐาน เช่น หยดกรด เผาไหม้ หรือใช้เครื่องมือ X-ray ขนาดเล็กในการตรวจวิเคราะห์ เจอได้ ทำให้จำเป็นต้องใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ในการตรวจพิสูจน์Photo By PATTARAPONG CHATPATTARASILL

IMAGE

ที่ อาคารสัมนา บช.สอท. เมืองทองธานี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.แถลงผลการเปิดปฏิบัติการ “ล่าลวงหลอก” ขุดรากถอนโคน แก๊ง Call Center จับกุมผู้ร่วมขบวนการ 8 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินและเงินสด ร่วมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

Published on 15/08/2023

»  ที่ อาคารสัมนา บช.สอท. เมืองทองธานี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.แถลงผลการเปิดปฏิบัติการ “ล่าลวงหลอก” ขุดรากถอนโคน แก๊ง Call Center จับกุมผู้ร่วมขบวนการ 8 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินและเงินสด ร่วมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท---------------------------------------Published caption::Bagging proof...Cyber Crime Investigation Bureau  officers examine evidence seized from a call centre  scam gang after a raid which resulted in eight people being arrested in Bangkok. The evidence include mobile phones and cash worth altogether  more than 10 million baht. Varuth Hirunyatheb

IMAGE

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ ธนาคารกรุงไทย เปิดโครงการ "บัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA" ณ บริเวณโถงกลาง ประตู 1 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA

Published on 29/03/2023

» ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ได้ร่วมพิธีเปิดตัวบริการบัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์บัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA เป็นบัตรโดยสารที่สามารถใช้เดินทางร่วมรถไฟชานเมืองสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน) และรถเมล์ ขสมก.ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศไม่จำกัดเที่ยว โดยจำนวนครั้งการเดินทางด้วยรถไฟชานเมืองสายสีแดง สูงสุดจำนวน 50 เที่ยว และรถเมล์ ขสมก. ไม่จำกัดเที่ยว ทั้งนี้ใช้บัตรเหมาจ่ายได้ภายในระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่ผู้โดยสารใช้บัตรครั้งแรกที่รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถเมล์ ขสมก. อย่างใดอย่างหนึ่ง และเมื่อใช้งานรถไฟฟ้าสายสีแดงครบ 50 เที่ยวแล้ว จะไม่สามารถใช้ได้อีก แต่สามารถใช้ขึ้นรถเมล์ ขสมก. ได้จนกว่าจะครบ 30 วัน  บัตรเหมาจ่ายนี้ผู้โดยสารสามารถชำระค่าโดยสารโดยการใช้บัตรแตะชำระค่าโดยสารที่จุดชำระของรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ตามที่ทางรฟท. กำหนดและเครื่อง EDC บนรถเมล์ ขสมก.  สำหรับราคาค่าออกบัตรเหมาจ่ายมีค่าออกบัตร 100 บาท และราคาบัตรเหมาจ่าย 2,000 บาททั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถซื้อบัตรเหมาจ่าย TRANSIT PASS RED LINE BKK X BMTA ครั้งแรกได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟชานเมืองสายสีแดง และเขตการเดินรถตามที่ ขสมก. กำหนด สามารถเติมเงินเข้าบัตรได้หลายช่องทาง เช่น ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT การเติมเงินผ่านการสแกน QR Code หลังบัตร รวมทั้งการเติมเงินผ่านช่องทางอื่นทาง MOBILE BANKING ของทุกธนาคาร และชำระเงินสดผ่านเครื่อง EDC ณ จุดจำหน่ายบัตรบัตรเหมาจ่ายนี้จะช่วยให้เกิดการเดินทางที่เชื่อมต่อกันระหว่างรถไฟชานเมืองสายสีแดง และรถเมล์ ขสมก. ซึ่งผู้โดยสารจะได้รับการบริการที่มีความสะดวก รวดเร็ว และได้รับโปรโมชันที่ประหยัด ถูกกว่าการชื้อบัตรแยกประเภท ทำให้บัตรเหมาใบเดียวช่วยให้การเดินทางสะดวก คุ้ม รวดเร็ว จ่ายค่าโดยสารคล่องตัวผ่านบริการชำระเงินด้วยบัตรเหมาแบบไร้สัมผัส ซึ่งในระยะต่อไปหากจัดทำบัตรเหมาเที่ยวที่ใช้เดินทางร่วมทั้ง รถเมล์ ขสมก. และรถไฟฟ้าทั้งสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง รวมทั้ง รถไฟชานเมือง (สายสีแดง) เมื่อคิดในอัตราเหมารายวันแล้วจะทำให้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เกิดความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง ส่งเสริมให้เกิดการใช้ระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นต่อไปPublished caption :Pichet Kunadhamraks, director-general of the Department of Rail Transport, right, rides a Bangkok bus before attending the launch of the Transit Pass Red Line BKK X BMTA.

IMAGE

นาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร 

Published on 04/01/2023

» เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มกราคม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. เพื่อให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. กรณีที่เป็นคนยื่นข้อมูลหลักฐานให้ ปปป.ตรวจสอบ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เรียกรับเงิน และมีความผิดในฐาน ตรมมานตรา 149 “เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ” และ 157 “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” ซึ่งนายรัชฎา ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยวางเงินสดจำนวน 4 แสนบาท เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา ตนได้นำเอกสารข้อมูล เข้าไปให้ปากคำและรายละเอียดให้กับกรรมการของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะเดินทางมายัง บก.ปปป. ซึ่งวันนี้จะเดินทางเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับรายชื่อบุคคลที่ปรากฎบนซองเงินว่าเป็นใครบ้าง อยู่ส่วนไหนบ้าง และเชื่อมั่นในหลักฐานของ ปปป.และ ป.ป.ช. ที่เข้าไปตรวจค้น และมีการถ่ายคลิปไว้อย่างชัดเจนและเผยแพร่ต่อสังคม และยืนยันการที่ตนออกมาครั้งนี้ไม่เป็นการกลั่นแกล้ง หรือมีข้อขัดแย้งส่วนตัว และไม่คิดว่าจะมีการล้มคดี เพราะสังคมเห็นพฤติกรรมหมดแล้วส่วนข้อมูลที่ตนเองได้รับการเรียกร้องมา ได้รับรู้มาตั้งแต่ตนเองกลับเข้ามารับตำแหน่งว่ามีการรังแกมาโดยตลอดต้องโดนจ่ายรายเดือน การเก็บเปอร์เซนต์ และผลของการเก็บเงินเหล่านั้นส่งผลให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานเดือดร้อน ในการใช้ชีวิตPublished caption :Chaiwat Limlikit-aksorn, former head of Kaeng Krachan National Park in Phetchaburi, arrives at the Anti-Corruption Division to give a statement after he filed a complaint with the division against the chief of the Department of National Parks, Wildlife, and Plant Conservation for allegedly taking bribes.