Showing 1 - 10 of 179
Published on 17/04/2025
» คนงานขนส่งไข่ไก่จากฟาร์มชลบุรีกำลังนำไข่ลงจากรถกะบะตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งที่ตลาดปากน้ำ อากาศร้อน ดันราคา ‘ไข่ไก่’ ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท ด้วยเครือข่ายสหกรณ์ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ได้แจ้งราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร น้ำหนัก 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป อยู่ที่ฟองละ 3.40 บาท โดยเป็นการปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง หรือแผงละ 6 บาท จากก่อนหน้าราคาอยู่ที่ 3.20 บาทต่อฟอง มีผลวันที่ 17 เมษายน 2568 สมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ไข่ไก่ปรับราคาขายขึ้น เกิดจากในช่วงนี้สภาพอากาศร้อนทำให้แม่ไก่ออกไข่ได้น้อย ประกอบกับมีการปลดไก่ยืนกรง ทำให้ไข่ไก่ไม่ล้นตลาด ราคาจะเป็นไปตามกลไกตลาด ทั้งนี้ ฟาร์มมีแผนจะปรับราคาขึ้น 40 สตางค์ หลังวันที่ 17 เมษายน ขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง คาดว่าคงจะปรับขึ้นอีกครั้ง แต่คงบอกไม่ได้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ขณะที่เศรษฐกิจและกำลังซื้อก็ยังไม่ค่อยดี Published caption : A worker unloads eggs at Paknam market in Samut Prakan. Egg distributors have increased the price of eggs by 20 satang apiece, or six baht per tray of 30, saying the summer heat is causing chickens to lay fewer eggs.
Published on 24/03/2025
» กลุ่มเกษตรกรชาวนาในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง นำโดย ผศ.ณัฐธชลัยย์ มยูรศักดิ์ (ที่ปรึกษานายกสมาคมศูนย์ชาวชุมชนประเทศไทย/นายกสมาคมรวมพลังสร้างสรรค์พัฒนาชาติไทย) และนายฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย เดินทางมาชุมนุมติดตามเรื่อง ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาอย่างเร่งด่วน ดังนี้ 1. ขอให้รัฐบาลดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ทำนาโดยกำหนดราคาประกันข้าว ที่ 11,000 บาท/ตัน ความชื้นร้อยละ 15 และกำหนดปริมาณรับประกันราคาไม่เกิน 50 ตัน/ราย 2. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาเกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่รับน้ำโดยจัดสรรเงินชดเชย จำนวน 300 บาท/ไร่/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือนในแต่ละปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเป็นพื้นที่รับน้ำ 3. ขอเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการห้ามเผาตอซังข้าวในพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากชาวนาที่อยู่ในพื้นที่ไม่มีทางเลือกอื่นใดในการกำจัดฟางข้าวนอกจากการเผาทำลาย หรือขอให้ตั้งงบประมาณเพื่อรับซื้อตอซังข้าวเพื่อช่วยลดภาระชาวนาPhoto By Apichart Jinakul---------------------------------------Published caption::Fight for fair prices...Rice farmers from 13 provinces in the lower North and Central Plains rally outside Government House to demand a paddy price guarantee of 11,000 baht per tonne and just compensation for farmers who agreed to turn their fields into temporary water catchments. Apichart Jinakul
Published on 04/03/2025
» ชาวนา จ.นนทบุรี เร่งเก็บเกี่ยวข้าว ท่ามกลางวิกฤตราคาตกต่ำ ขณะเดียวกัน เกษตรกรหลายพื้นที่รวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลปรับราคาข้าวเปลือก หวังบรรเทาความเดือดร้อน---------------------------------------Published caption::Fast-track rice ... Farmers harvest rice using a combine harvester in Nonthaburi. Many farmers have complained of a sharp drop in rice prices and called on the government to step in and help them. Pattarapong Chatpattarasill
Published on 25/02/2025
» เกษตรกรกำลังผู้ปลูกข้าในพื้นที่นนทบุรีกำลังคัดเลือกรวงข้าวที่ดีที่สุดที่ละรวงในแปลงนา เพื่อนำไปเป็นข้าวปลูกสำหรับขายและทำนาในฤดูกาลถัดไป เผื่อหวังให้ผลผลิตออกมาดีราคาก็จะดีด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ปัญหาข้าวนาปรังจากกรณีที่ชาวนาหลายพื้นที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาช่วยเหลือหลังข้าวราคาตกต่ำ และมาชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือชาวนาหลัง ราคาข้าวตกลงอย่างหนัก โดยชาวนาในหลายพื้นที่ภาคกลางที่เริ่มเกี่ยวข้าวนาปรังแล้ว ราคาเหลือเพียงตันละ 6,000-7,000 บ. ทำให้ต้องประสบปัญหาขาดทุน และไม่เพียงพอต่อการใช้หนีที่กูยืมมา หวังให้รัฐบาลช่วยแก้ไขเร่งด่วน Photo By PATTARAPONG CHATPATTARASILLPublished caption :Growing pains Farmers pick out healthy rice seeds with which to grow next season’s crops in Nonthaburi. Many farmers have complained of a sharp drop in rice prices to just 6,000-7,000 baht per tonne.
Published on 19/02/2025
» วันที่ 19 ก.พ.68 เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล (ที่ศูนย์บริการประชาชน) กลุ่มเกษตรกรชาวนาผู้ได้รับความเดือดร้อนจังหวัดพื้นที่ภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท และจังหวัดปทุมธานี ยอดประมาณ 200 คน นำโดย นายฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มารวิชัย อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และนายสอาด สุขสแดน กำนัน ต.ไม้ตรา อ,บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยาวัตถุประสงค์ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาอย่างเร่งด่วน โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้1. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ทำนา โดยกำหนดราคาประกันข้าวที่ 11,000 บาทต่อตัน และกำหนดปริมาณรับประกันราคาไม่เกิน 50 ตันต่อราย หรือดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในราคารับจำนำข้าว 11,0000 บาทต่อตันสำหรับเกษตรกรรายละ 50 ตัน2. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาเกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่รับน้ำ โดยจัดสรรเงินชดเชย จำนวน 300 บาทต่อไร่ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือนในแต่ละปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเป็นพื้นที่รับน้ำ3. ขอเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการห้ามเผาตอซังข้าวในพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากชาวนาที่อยู่ในพื้นที่ไม่มีทางเลือกอื่นใดในการกำจัดฟางข้าวนอกจากการเผาทำลาย หรือขอให้ตั้งงบรับซื้อตอซังข้าว เพื่อช่วยลดภาระชาวนาPhoto By CHANAT KATANYUPublished caption :Farmers sit outside Government House during a rally to demand the government shore up falling rice prices. They are mostly from Central Plains provinces, including Sukhothai, Phitsanulok, and Suphan Buri.
Published on 19/02/2025
» วันที่ 19 ก.พ.68 เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล (ที่ศูนย์บริการประชาชน) กลุ่มเกษตรกรชาวนาผู้ได้รับความเดือดร้อนจังหวัดพื้นที่ภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท และจังหวัดปทุมธานี ยอดประมาณ 200 คน นำโดย นายฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มารวิชัย อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และนายสอาด สุขสแดน กำนัน ต.ไม้ตรา อ,บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยาวัตถุประสงค์ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาอย่างเร่งด่วน โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้1. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ทำนา โดยกำหนดราคาประกันข้าวที่ 11,000 บาทต่อตัน และกำหนดปริมาณรับประกันราคาไม่เกิน 50 ตันต่อราย หรือดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในราคารับจำนำข้าว 11,0000 บาทต่อตันสำหรับเกษตรกรรายละ 50 ตัน2. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาเกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่รับน้ำ โดยจัดสรรเงินชดเชย จำนวน 300 บาทต่อไร่ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือนในแต่ละปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเป็นพื้นที่รับน้ำ3. ขอเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการห้ามเผาตอซังข้าวในพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากชาวนาที่อยู่ในพื้นที่ไม่มีทางเลือกอื่นใดในการกำจัดฟางข้าวนอกจากการเผาทำลาย หรือขอให้ตั้งงบรับซื้อตอซังข้าว เพื่อช่วยลดภาระชาวนาPhoto By CHANAT KATANYUPublished caption :A group of farmers from the central region affected by the paddy price slump recently submitted a letter to the prime minister requesting the government urgently address the difficulties faced by rice farmers.
Published on 13/01/2025
» วันนี้ (13 ม.ค.68) กลุ่มประชาชนจาก 19 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำ เดินทางมาที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยมีการถือป้ายข้อความ ระบุว่า “นายกช่วยด้วย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่ไม่มีกิน ไม่มีใช้ ถ้าปลาหมอคางดำยังมีอยู่” พร้อมมีการให้ชาวประมงทอดแห จับปลาหมอคางดำ ในคลองที่อยู่บริเวณด้านข้างทำเนียบรัฐบาล และนำมาปลาหมอคางดำที่จับได้แล้วจำนวนมากมาเทกระจาด เพื่อแสดงให้เห็นว่า ปลาหมอคางดำระบาดมาถึงทำเนียบรัฐบาลแล้ว พร้อม ตั้งฉายา รัฐบาลชุดนี้ว่า “รัฐบาลคางดำ” เนื่องจากมีปลาหมอคังดำอยู่บริเวณในคลองรอบทำเนียบรัฐบาล ข้อเรียกร้องมีดังนี้ 1.ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิดในการทำให้เกิดการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน 2.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการให้มีการเยียวยาเกษตรกร และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำเป็นการด่วน โดยขอให้จังหวัดเร่งประกาศเขตภัยพิบัติ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ 3.ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ และคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อขจัดปลาหมอคางดำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดย ตั้งเป้าหมายให้ขจัดปลาหมอคางดำให้เป็นศูนย์ภายในปี 2569 จัดหางบประมาณให้เพียงพอ 4.เมื่อผลการสอบสวนสืบสวนแล้วเสร็จและพบผู้กระทำความผิด ให้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ก่อปัญหาต้องชดใช้ เยียวยาความเสียหาย เพื่อไม่เป็นการเบียดบังงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ ด้านตัวแทนจาก ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โดยสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะนำสิ่งที่มาร้องเรียนยื่นให้กับสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพื่อยื่นต่อให้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อให้พิจารณาและเร่งรัดในข้อเรียกร้องของประชาชน ทั้งนี้ ตัวแทนจากกลุ่มประชาชน ระบุว่า จะให้เวลารัฐบาลภายใน 15 วัน หากยังคงเงียบเฉยประชาชนจากจังหวัดทั้ง 19 จังหวัด จะระดมพลครั้งใหญ่ พร้อมนำปลาหมอคางดำจำนวนหลายตันมาเทบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล---------------------------------------Published caption::Farmers show blackchin tilapia they caught in Khlong Prem Prachakorn near Government House yesterday. They demanded the government identify those responsible for the spread of the invasive fish and support affected farmers. Chanat Katanyu
Published on 13/01/2025
» วันนี้ (13 ม.ค.68) กลุ่มประชาชนจาก 19 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำ เดินทางมาที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยมีการถือป้ายข้อความ ระบุว่า “นายกช่วยด้วย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่ไม่มีกิน ไม่มีใช้ ถ้าปลาหมอคางดำยังมีอยู่” พร้อมมีการให้ชาวประมงทอดแห จับปลาหมอคางดำ ในคลองที่อยู่บริเวณด้านข้างทำเนียบรัฐบาล และนำมาปลาหมอคางดำที่จับได้แล้วจำนวนมากมาเทกระจาด เพื่อแสดงให้เห็นว่า ปลาหมอคางดำระบาดมาถึงทำเนียบรัฐบาลแล้ว พร้อม ตั้งฉายา รัฐบาลชุดนี้ว่า “รัฐบาลคางดำ” เนื่องจากมีปลาหมอคังดำอยู่บริเวณในคลองรอบทำเนียบรัฐบาล ข้อเรียกร้องมีดังนี้ 1.ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิดในการทำให้เกิดการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน 2.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการให้มีการเยียวยาเกษตรกร และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำเป็นการด่วน โดยขอให้จังหวัดเร่งประกาศเขตภัยพิบัติ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ 3.ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ และคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อขจัดปลาหมอคางดำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดย ตั้งเป้าหมายให้ขจัดปลาหมอคางดำให้เป็นศูนย์ภายในปี 2569 จัดหางบประมาณให้เพียงพอ 4.เมื่อผลการสอบสวนสืบสวนแล้วเสร็จและพบผู้กระทำความผิด ให้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ก่อปัญหาต้องชดใช้ เยียวยาความเสียหาย เพื่อไม่เป็นการเบียดบังงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ ด้านตัวแทนจาก ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โดยสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะนำสิ่งที่มาร้องเรียนยื่นให้กับสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพื่อยื่นต่อให้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อให้พิจารณาและเร่งรัดในข้อเรียกร้องของประชาชน ทั้งนี้ ตัวแทนจากกลุ่มประชาชน ระบุว่า จะให้เวลารัฐบาลภายใน 15 วัน หากยังคงเงียบเฉยประชาชนจากจังหวัดทั้ง 19 จังหวัด จะระดมพลครั้งใหญ่ พร้อมนำปลาหมอคางดำจำนวนหลายตันมาเทบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลFarmers show blackchin tilapia they caught in Khlong Prem Prachakorn near Government House yesterday. They demanded the government identify those responsible for the spread of the invasive fish and support affected farmers. Chanat KatanyuPublished caption : A blackchin tilapia is seen caught in a net.
Published on 07/01/2025
» ประชาชนยืนรอรถโดยสารที่บริเวณถนนพหลโยธิน จตุจักร โดยสวมใส่เสื้อคลุมเพราะอากาศกรุงเทพหนาวเย็น 19 องศา ที่จตุจักร ในช่วงเช้า และสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น ด้วยอากาศที่เย็นลงจึงทำให้ฝุ่นในอากาศมีจำนวนมาก ช่วงเวลา 08.15 น. มีค่าฝุ่น Pm.2.5 มีค่าสูงถึง 71.9 AQIทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 7 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุม ครม.เน้นเรื่องสำคัญคือฝุ่น PM2.5 เนื่องจากตอนนี้ภาพจากดาวเทียมเราเริ่มเห็นจุดความร้อนและฝุ่นเริ่มมีเยอะขึ้น จึงเน้นย้ำทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และเน้นย้ำผู้ประกอบการในการรับซื้ออ้อยที่มีกระบวนการจากการเผา ขอให้มีมาตรการชัดเจน โดยปีที่แล้วปริมาณฝุ่นที่เกิดจากการเผามีมากถึง 70% ซึ่งปีนี้ลดลงไปถึงครึ่ง เหลือเพียง 30-35% โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการติดต่อเกษตรกรให้มีความร่วมมือกันในเรื่องลดการเผานายกฯกล่าวว่า ได้สั่งการใน ครม.ว่าจะให้ประชาชนทำอย่างไรได้บ้าง โดยหลักๆ จะเป็นเรื่องการควบคุมกลุ่มควันต่างๆ ขณะที่กระทรวงคมนาคมให้ดูรถใหญ่ที่เข้ามา และมีการปล่อยกลุ่มควันมาก กำชับให้ดี ขณะที่กระทรวงมหาดไทยให้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่“ทราบว่าช่วงนี้ประชาชนจะรับฝุ่นควันเยอะ ซึ่งรัฐบาลทำงานทุกๆ จุดอย่างเต็มที่ ทุกหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องเราได้เร่งดำเนินการเรื่องนี้ มีการเตรียมการก่อนหน้านี้แล้ว ปีนี้อย่างไรก็ลดลงกว่าปีที่แล้วอย่างมากแน่นอน” นายกฯกล่าวPhoto By PORNPROM SATRABHAYA---------------------------------------Published caption::Hazy day... A man waits for a public van at a bus stop on Phahon Yothin Road in Chatuchak district amid high levels of air pollution in Bangkok yesterday morning. PORNPROM SATRABHAYA
Post Reporters, Published on 08/12/2024
» Thailand is looking to enhance farmers' ability to rehabilitate land and replace some crops with alternative, high-value plants to tackle agricultural burning that causes PM2.5 dust pollution in lowland areas.