FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “อยุธยา”

Showing 1 - 10 of 127

IMAGE

บอร์ดอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เสนอ “พระปรางค์ วัดอรุณฯ” สู่บัญชีชั่วคราว เตรียมดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

Published on 19/03/2025

» นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมครั้งที่ 1/2568 ที่ประชุมได้พิจารณาในวาระต่างๆ ดังนี้ การนำเสนอพระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อขอบรรจุเข้าสู่บัญชีชั่วคราว (Tentative List) ในชื่อ "พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin)" ซึ่งเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมในพุทธศาสนาประเภทพระปรางค์ที่มีความโดดเด่นที่สุด เป็นอัตลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย คุณสมบัติที่เลือกนำเสนอตรงตามเกณฑ์มรดกโลกข้อที่ 1 และข้อที่ 2 คือ เป็นผลงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมชิ้นเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระปรางค์ในศิลปะอยุธยา และพัฒนามาเป็นลักษณะเฉพาะของพระปรางค์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในสมัยรัตนโกสินทร์“ขั้นตอนการนำเสนอแหล่งมรดกเพื่อขอบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราว หลังจากนี้ต้องเสนอให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบก่อนนำเสนอเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกเพื่อให้รับรองบรรจุรายชื่อในบัญชีเบื้องต้น ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ช่วงเดือนมิถุนายน 2568 นี้” รมว.วธ. กล่าวนางสาวสุดาวรรณ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดกรอบเวลาการนำส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) ของแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว เนื่องจากการส่งเอกสารฯ (Nomination Dossier) รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นปีสุดท้าย ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นระบบใหม่ที่ต้องมีการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) ประกอบกับข้อกำหนดที่ให้รัฐภาคีสามารถนำเสนอแหล่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เพียงปีละ 1 แหล่ง และจำกัดจำนวนแหล่งที่บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อพิจารณาการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกปีละไม่เกิน 33 แหล่ง คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม จึงพิจารณากำหนดกรอบเวลาในการนำส่งเอกสารฯ ของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่จะเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในประเทศอย่างเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว 4 แหล่ง ได้แก่ 1. กลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด 2. อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา 3. พระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้อง และ 4. สงขลา และชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลารมว.วธ. กล่าวว่า นอกจากนี้ ฝ่ายเลขาฯ ได้รายงานต่อที่ประชุมให้รับทราบ 2 เรื่อง ดังนี้ 1. การส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ความคืบหน้าปัจจุบันศูนย์มรดกโลกได้ส่งสำเนาเอกสารฯ ดังกล่าวไปยัง สภาการโบราณสถานสากล (ICOMOS) องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งเป็นขั้นตอนกระบวนการตรวจประเมินแหล่งที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยศูนย์มรดกโลกแจ้งให้ประเทศไทยเตรียมความพร้อมสำหรับลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจประเมินศักยภาพและการบริหารจัดการแหล่งและอาจมีการขอข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 25692. ภารกิจการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแนะนำกรณีการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยา เมื่อเดือนมกราคม 2568 โดยได้ประชุมรับฟังข้อมูลร่วมกับทุกภาคส่วน ซึ่งข้อแนะนำเบื้องต้นของผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ปรับปรุงรูปแบบโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ปรับลดขนาดและความสูงสถานีรถไฟความเร็วสูงและสันรางลง พร้อมทั้งเลื่อนตำแหน่งที่ตั้งอาคารสถานีรถไฟความเร็วสูงให้มีระยะห่างจากสถานีรถไฟอยุธยาที่เป็นโบราณสถานมากขึ้น นอกจากนี้ผลักดันแผนปฏิบัติการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่ถูกจัดเป็นแผนระดับ 3 ให้เป็นที่รับรู้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน ซึ่งกรมศิลปากร จะประสานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำเสนอต่อ ครม. และกรมศิลปากรยังได้ประชุมหารือกับกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อปรับปรุงผังเมืองรวมพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ด้านทิศตะวันออกของเกาะเมืองหรืออโยธยา ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยาให้เป็นพื้นที่การอนุรักษ์โบราณสถานและปกป้องรักษาคุณค่าโดดเด่นระดับสากล (OUV) แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาPhoto By APICHART JINAKULPublished caption :Wat a sightThe iconic principal prang of Wat Arun stands tall as it is nominated for entry on the Tentative List of World Heritage sites this June. The bid requires prior approval from the national heritage committee and the cabinet.

THAILAND

Unesco experts to visit rail project in Ayutthaya soon

News, Post Reporters, Published on 04/12/2024

» Experts from Unesco's World Heritage Committee are scheduled to visit the Ayutthaya section of the high-speed rail track construction project next month, a source said.

THAILAND

Govt opens school bus safety management centre

News, Post Reporters, Published on 20/11/2024

» Ayutthaya: The Education Ministry is promoting a school bus safety management centre in Ayutthaya as a model for other schools nationwide to improve transport safety for students.

IMAGE

โครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน ๔ วัด ๑ วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ

Published on 06/11/2024

» การแสดงชักนาคดึกดำบรรพ์ (ตำนานกวนน้ำอมฤต) ณ พระที่นั่ง อิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในงานแถลงข่าวกิจกรรมโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน ๔ วัด ๑ วัง เมื่อครั้งต้นกรงฯ (วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไขยวัฒนาราม และพระราชวังจันทรเกษม) เทศกาลท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 17 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป พบกับการแสดงมากมายตลอด 9 คืน ภายในโบราณสถานสำคัญของอยุธยาPhoto By Pattarapong ChatpattarasillPublished caption :Dancing deitiesA classical dance performance is staged at a press conference announcing the launch of a tourist programme taking visitors to four landmark temples and one palace at night from Nov 9-17. The event took place yesterday at the Issaravinitchai Royal Hall inside the Bangkok National Museum.

IMAGE

Wat Sak Noi (Abandoned Temple) - Buddhist temple in Bang Kruai Town Municipality, Thailand

Published on 03/11/2024

» วัดสักน้อย(วัดร้าง) บางกรวย นนทบุรี สถานที่ลึกลับเหมาะสำหรับสายมูที่ต้องการกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ ณ “วัดสักน้อย (ร้าง)” ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากร และประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา มีพระพุทธรูปประธานในวิหารหลังเก่า ที่สร้างจากอิฐถือปูน ตัววิหารส่วนท้ายมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหนาแน่น รากไม้บางส่วนได้ชอนไชเข้าไปในผนังอาคาร ส่วนฐานอาคารผุกร่อนและมีดินปกคลุมบางส่วนปูนฉาบและปูนก่อเริ่มหลุดร่อนจากความชื้น มีคราบราและตะไคร่เกาะจับอยู่เกือบทั่วทั้งโบราณสถานดูมีสเน่ห์และมนต์ขลัง เปิด 08.00 น. ปิด 17.00 น. วัดสักน้อย (ร้าง) ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 188 ตอนพิเศษ 127ง วันที่ 21 ธันวาคม 2544 เรื่อง การกำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ โบราณสถานวัดสักน้อย (ร้าง)-----------------------------------วัดสักน้อยในปัจจุบันเป็นวัดร้าง อยู่ในอาณาเขตบ้านพักอาศัยของชาวบ้านที่เช่าที่ดินจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมานานหลายสิบปี (กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) บ้านเลขที่ 20 ม.9 บ้านสักน้อย ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พื้นที่โดยรอบโบราณสถานเป็นสวนและบ้านเรือนของเจ้าของสวน ตั้งอยู่ริมคลองวัดสักน้อย ที่เป็นสาขาของคลองอ้อมนนท์ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม ตั้งอยู่ห่างคลองอ้อมนนท์มาทางทิศตะวันตกประมาณ 300 เมตร ห่างจากคลองวัดสักหรือคลองวัดสักใหญ่มาทางทิศใต้ (คลองวัดสักเป็นลำน้ำสาขาของคลองอ้อมนนท์) ประมาณ 300 เมตร ห่างจากจุดบรรจบระหว่างคลองบางกอกน้อย คลองบางกรวย และคลองอ้อมนนท์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 700 เมตร อยู่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยามาทางทิศตะวันตกประมาณ 3.4 กิโลเมตร ห่างจากวัดชลอไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 800 เมตร ห่างจากวัดเพลง (ร้าง) มาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 500 เมตร และห่างจากวัดโพธิ์บางโอซึ่งเป็นวัดสมัยอยุธยาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 200 เมตรไม่ปรากฎหลักฐานเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวัดสักน้อยที่แน่ชัด ข้อมูลจากกรมศิลปากรระบุว่าอาจมีอายุอยู่ในสมัยอยุธยา พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงวงษาธิราชสนิท ได้ทรงนิพนธ์ถึงวัดสักน้อยไว้ในนิราศพระประธม เมื่อ พ.ศ.2377 สันนิษฐานว่าวัดสักน้อยคงจะมีความสัมพันธ์กับวัดสักใหญ่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และอาจมีอายุอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกัน โบราณสถานสำคัญได้แก่ ซากวิหารวัดสักน้อย (ร้าง) ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 188 ตอนพิเศษ 127ง วันที่ 21 ธันวาคม 2544 เรื่อง การกำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ โบราณสถานวัดสักน้อย (ร้าง)สิ่งก่อสร้างสำคัญได้แก่ วิหาร สภาพโดยทั่วไปยังไม่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์และเสริมความมั่นคง สภาพภายนอกค่อนข้างทรุดโทรม มีต้นไม้และวัชพืชขึ้นปกคลุมหนาแน่น บางส่วนมีรากไม้ชอนไชไปในผนัง ซึ่งส่งผลเสียต่อตัวอาคารเป็นอย่างมาก ลักษณะเป็นซากอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่ออิฐถือปูน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก (เฉียงไปทางเหนือเล็กน้อย) สภาพทรุดโทรม ไม่ปรากฏให้เห็นรูปแบบศิลปกรรม หลังคาผุพังทั้งหมด วิหารส่วนท้ายมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหนาแน่น รากไม้บางส่วนได้ชอนไชเข้าไปในผนังอาคาร ส่วนฐานอาคารผุกร่อนและมีดินปกคลุมบางส่วนปูนฉาบและปูนก่อเริ่มหลุดร่อนจากความชื้น มีคราบราและตะไคร่เกาะจับอยู่เกือบทั่วทั้งโบราณสถานภายในอาคารมีการดัดแปลงต่อเติมโดยคนในปัจจุบัน คือสร้างหลังคาจากโครงเหล็กและสังกะสีคลุมทั้งภายในตัววิหาร ติดหลอดไฟและพัดลมเพดาน พื้นวิหารทำเป็นพื้นปูนและปูเสื้อน้ำมันเต็มทั้งพื้นที่ โดยพื้นวิหารครึ่งด้านท้ายที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยกสูงกว่าพื้นด้านหน้า ปัจจุบันมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ 5 องค์ พระสาวก 2 องค์ โดยองค์ประธานมีขนาดใหญ่ (อาจเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นภายหลัง) นอกจากนี้ ยังมีเสาไม้เก่า ซึ่งเป็นเสาของวิหารทั้งวางนอนและปักตั้งอยู่ภายในวิหาร โดยเสาที่ปักตั้งมีผ้าแพรหลากสีผูกอยู่เกือบเต็มทั้งเสาPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::Spiritual hotspot...A visitor inspects the inner sanctum of the crumbling Wat Sak Noi in Nonthaburi’s Bang Kruai district. The abandoned temple, which is popular with those believe in the power of spirits, is listed as a heritage site by the Department of Fine Arts. Pattarapong Chatpattarasill

THAILAND

More rain for Bangkok, flooding for Ang Thong, Ayutthaya

Online Reporters, Published on 09/09/2024

» More rain is forecast for the Bangkok area throughout this week, with flooding imminent in Ang Thong and Ayutthaya provinces. 

IMAGE

นักท่องเที่ยวตามรอยซุปเปอร์สตาร์ดาราดังชาวจีน ฟ่าน ปิงปิง ถ่ายรูปที่วัดทองนพคุณ กับหน้าต่างพระอุโบสถ รูปทรงพัดยศ หนึ่งเดียวในโลก

Published on 21/04/2024

» นักท่องเที่ยวตามรอยซุปเปอร์สตาร์ดาราดังชาวจีน ฟ่าน ปิงปิง ถ่ายรูปที่วัดทองนพคุณ กับหน้าต่างพระอุโบสถ รูปทรงพัดยศ หนึ่งเดียวในโลก “วัดทองนพคุณ”เขตคลองสาน กรุงเทพฯ คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย บูรณะขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระอุโบสถมีรูปทรงแปลกตา ซุ้มหน้าต่างด้านข้างทำเป็นรูปมงกุฎและตาลปัตรพัดยศอย่างงดงาม ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝีมือพระครูกสินสังวร(มี) ศิษย์ของขรัวอินโข่ง---------------------------------------Published caption::Admirable architecture...A visitor admires the unique architecture of the buildings inside Wat Thong Noppakhun in Klong San district of Bangkok. The Ayutthaya period temple has  recently been in the news with a visit by Chinese  superstar Fan Bingbing. Chanat Katanyu

IMAGE

Songkran

Published on 09/04/2024

» เมื่อเวลา 09.40 น. ณ บริเวณ วงเวียนใกล้ วังช้างอยุธยาแลเพนียด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วังช้างอยุธยาแลเพนียด จัดประเพณีสงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง โดยนำช้างกว่า 10 เชือก เพ้นท์สี ลายดอกโสน ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลวดลายดอกสวยงาม พร้อมด้วยควาญช้าง ได้ออกมาโชว์ความสามารถและเล่นน้ำทักทายเหล่านักท่องเที่ยวและประชาชนที่ผ่านไปมา ทั้งนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่สวมใส่เสื้อลายดอกอย่างสวยงามการ เขียนข้อความทั้งภาษาไทยว่า สงกรานต์ปี 2567 ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวก็ร่วมเล่นสาดน้ำสงกรานต์ สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว โดยช้างเล่นน้ำกับนักท่องเที่ยวใช้งวงพ่นน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อเชิญชวนมาเล่นน้ำกับช้างได้ตลอดเทศกาลสงกรานต์Photo By Jetjaras Na Ranong---------------------------------------Published caption::Wet beginnings...An elephant sprays water at a woman to mark the early beginning of the Songkran celebration near the Ayutthaya Elephant Palace & Royal Kraal, one of the most popular festival venues in the kingdom’s former capital. Jetjaras Na Ranong

IMAGE

Thai Elephant Day

Published on 13/03/2024

» พระนครศรีอยุธยา-วังช้างอยุธยาแลเพนียด นิมนต์พระสงฆ์ ประกอบพิธี ไหว้ศาลปะกำ บังสุกุลให้ช้างที่ล้มตาย และปะพรมน้ำพุทธมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับช้าง พร้อมจัดเลี้ยงโต๊ะอาหารช้างกว่า 70 เชือก เนื่องในวันช้างไทย ตลอด 20 ปี ที่ผ่านมา มูลนิธิพระคชบาล วังช้างอยุธยา แลเพนียด ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รณรงค์จัดกิจกรรมให้กับช้าง ด้วยการจัดโต๊ะจีนอาหารช้างมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันผู้เลี้ยงช้าง ได้ตั้งกลุ่มคชสารคู่แผ่นดิน เพื่อร่วมกับรัฐบาลในการแก้ปัญหาของราษฎรผู้เลี้ยงช้าง พร้อมกับจัดทำแผนแม่บทช้างแห่งชาติ 20 ปีเสนอต่อรัฐบาลซึ่งวันที่ 13 มีนาคมเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยเป็นวันช้างไทย ดังนั้น ทุกวันที่ 13 มีนาคมของทุกปีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงจัดงานวันช้างไทย อยากให้คนไทยรักช้างอย่างจริงใจ ซึ่งทางผมได้ต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้ทำศึกสงครามกับพระมหากษัตริย์ มาตั้งแต่โบราณ มีศักดิ์ศรี จึงได้ผลักดันให้รัฐบาล และทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชาวช้าง ได้ให้ความสำคัญวันช้าง เชิญชวนชาวไทย ได้แทนคุณช้าง ให้ช้างได้กินอาหารที่หลากหลายชนิดเต็มอิ่มด้วยPhoto By Jetjaras Na RanongPublished caption :Elephants join a feast of fruit and vegetable to celebrate the Thai National Elephant Day at the Elephant Palace & Royal Kraal in Ayutthaya yesterday. The event is also accompanied by religious rites paying homage to the dead elephants which had performed at the kraal.

IMAGE

ครูกายแก้ว

Published on 28/08/2023

» แถลงข่าวเรื่องครูกายแก้ว และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงประเด็นเรื่องย้ายไม่ย้าย โดยข้อสรุปคือไม่ย้ายแต่จะสร้างโดมครอบเพิ่มแทน ที่โรงแรมเดอะบาร์ซ่า ถนนรัชดา สืบเนื่องกรณีที่ นายไพโรจน์ ทุ่งทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด เจ้าของโรงแรม เดอะ บาซาร์ แบงค็อก ยื่นคำร้องขอคำสั่งให้ย้ายประติมากรรม ‘ครูกายแก้ว’ ออกจากบริเวณโรงแรม รวมถึงคณะบุคคล อาทิ คณะราษฎรไทยแห่งชาติ ซึ่งยื่นหนังสือผ่านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้ย้ายประติมากรรมดังกล่าวเช่นกันเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม เวลา 14.00 น. ที่ห้องรัชโยธินแกรนด์ ชั้น 20 โรงแรม เดอะ บาซาร์ แบงค็อก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการกรรมการบริหารโรงแรม เดอะ บาซาร์ แบงค็อก และนายสิทธิชัย หอมศิริวรรณ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย จัดแถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว รวมถึงตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นต่างๆ นายชาลีกล่าวว่า ล่าสุด ทางโรงแรมได้รับหนังสือขออภัยจากคณะราษฎรไทยแห่งชาติ โดย นายพลภาขุน เศรษฐญาบดี ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดในข้อมูลต่างๆ บัดนี้เข้าใจและสนับสนุนแล้ว ส่วนครูกายแก้วจะอยู่หรือไป ต้องเรียนว่า โรงแรมเป็นพื้นที่บริหารจัดการที่เช่าโดยการรถไฟฯ เพื่อทำธุรกิจโรงแรม เมื่อ กทม.ยืนยันแล้วว่าไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ กทม.เสนอว่า เพื่อความสบายใจของสังคม ขอผ้าปิดได้หรือไม่ ทางโรงแรมก็ยินดี โดยผู้เช่าจะทำส่วนครอบขึ้นมา มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท และ นายชาญ ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ได้มอบเงิน 20 ล้านบาท ซึ่งมีการอนุมัติแบบโดย กทม.อย่างรวดเร็ว“ยืนยันเลยว่าไม่มีการย้าย แต่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น ทางโรงแรมไม่มีสิทธิย้าย เนื่องจากได้ให้สิทธิเช่าไปแล้ว หลังจากครูกายแก้วมา เกิดแต่เรื่องเชิงบวก มีคนจองเข้าพักมากขึ้น เป็นที่สนใจของสื่อมวลชนทำให้มีชื่อเสียงมากขึ้น เรายกเลิกสัญญาไม่ได้ เพราะจะถูกปรับ ส่วนถ้าเปลี่ยนรูปปั้นเป็นอย่างอื่นก็ทำได้ เพราะสัญญาไม่ได้ระบุว่าต้องตั้งครูกายแก้วเท่านั้น จะเปลี่ยนเป็น 4 หู 5 ตาก็ได้” นายชาลีกล่าว---------------------------------------Published caption::It stays for now... Construction of a pavilion for the controversial  Khru Kai Kaeo statue on the grounds of the Bazaar Hotel Bangkok in Huai Khwang district is  currently underway. As the hotel has sub-leased the land on which the statue sits, it cannot force the statue’s removal. Instead, a pavilion will be built to obscure the statue from public view.  Varuth Hirunyatheb