FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “หมิ่น”

Showing 1 - 10 of 28

THAILAND

Bail upheld for Thai MP appealing lese-majeste conviction

Published on 11/12/2024

» Rukchanok Srinork, a People’s Party MP who is appealing convictions for lese-majeste and computer crime, on Wednesday survived an attempt to have her bail revoked.

THAILAND

Lawyer given another 2 years for lese-majeste

Published on 03/12/2024

» The Criminal Court on Tuesday convicted human rights lawyer Arnon Nampa of lese-majeste and computer crime offences and sentenced him to two years in prison. The ruling brings to 16 years and 2 months the total time he has to serve, according to Thai Lawyers for Human Rights (TLHR).

THAILAND

Lese-majeste prisoner wins early release

Published on 27/11/2024

» A Phitsanulok woman jailed for lese-majeste was released from prison on Wednesday, a month before her 18-month sentence was to end, after a court approved her request to withdraw her appeal, according to Thai Lawyers for Human Rights (TLHR).

THAILAND

Opposition to tread warily in amnesty debate

Published on 15/10/2024

» The main opposition People’s Party (PP) will ensure it does not overstep any boundaries by proposing an amnesty for lese-majeste offenders, list-MP Natthawut Buaprathum said on Tuesday.

THAILAND

House to finally debate amnesty for lese majeste cases

News, Post Reporters, Published on 15/10/2024

» A controversial report on whether offences under the lese majeste law should be eligible for amnesty is finally set for a debate in parliament this week after two previous delays, according to the House panel in charge of the study.

THAILAND

Thailand's House to debate amnesty bill

Post Reporters, Published on 22/09/2024

» Parliamentarians will debate on Thursday to determine whether an amnesty bill should cover offenders of Section 112 of the Criminal Code, also known as the lese majeste law.

IMAGE

“แฉเพื่อชาติ” ครั้งสำคัญในชีวิต

Published on 15/08/2023

» ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ “แฉเพื่อชาติ” ครั้งสำคัญในชีวิต ที่เดอะล็อบบี้ โรงแรมเดวิส สุขุมวิท 24 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ส.ค.ที่เดอะล็อบบี้ โรงแรมเดวิส สุขุมวิท 24 กรุงเทพฯ นายชูวิทย์ เริ่มต้นด้วยการพานายวรัญชัย โชคชนะ นักกิจกรรมทางการเมือง และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เดินเข้ามาภายในห้องแถลงข่าวพร้อมใช้ปี๊บคลุมหัวระบุข้อความ “นายก ดิจิตอล” ก่อนเริ่มต้นกล่าวว่า วันนี้จะขอพูดถึงที่ดินแปลงทองหล่อ ว่าแสนสิริได้มานั้น มีที่มาอย่างไรบ้าง และการที่ตนพูดวันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองไม่มีเตะหมูเข้าปากหมา ตนเป็นประชาชนที่จะต้องวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะการวิพากษ์วิจารณ์มีการรับรองในรัฐธรรมนูญ อีกทั้งตนยังมีเอกสารคำฟ้องศาลสำหรับฟ้องร้องต่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายเศรษฐา ในข้อหาหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ คิดค่าเสียหายแค่ 90,000 บาท ไม่ใช่ 500 ล้านบาท คำนวณแล้วตกวันละหมื่นบาท และตนเป็นเพียงบุคคลสาธารณะ แต่ว่าที่นายกรัฐมนตรี ประชาชนย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงตนก็ยังไม่เคยวิพากษ์เรื่องส่วนตัวของนายเศรษฐา และไม่เคยแตะต้องพรรคเพื่อไทยด้วยนายชูวิทย์ กล่าวถึงกระบวนการ ปั่น บวมเงิน ตัดตอน ว่า เริ่มต้นที่จำนวนที่ดิน 9 โฉนด ภายหลังเป็นคอนโดหรู Khun by YOO ส่วนอีก 1 โฉนด เหลือเป็นที่ดินเปล่าภายในซอยทองหล่อ 12 อย่างไรก็ตาม ที่ดินแปลงทองหล่อนี้ เดิมเป็นของ นพ.นเรนทร์ (สงวนนามสกุล) แพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.51 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ซื้อ บริษัทลูกทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท จากนั้นวันที่ 5 เม.ย.55 ดำเนินการจดจำนอง LH BANK จำนวน 465 ล้านบาท (หนี้) ถัดมาวันที่ 11 ก.พ.58 บริษัทลูก  ขายหุ้นบริษัท 100 ล้านบาท โดยมีขั้นตอนการตัดตอนให้เป็นบริษัทนอมินี ที่มี น.ส.พินิช  ถือหุ้น 99.99% นายสมศักดิ์  ถือหุ้น 0.0001% และนายพีระพงษ์ ถือหุ้น 0.0001%  จากนั้นได้ไป ได้ไปขอกู้เงินกับ บริษัท อาณาวรรธน์ จำกัด จำนวน 1,000 ล้านบาท (บริษัทลูกของแสนสิริและนายเศรษฐามีชื่อเป็นกรรมการบริษัทลำดับที่สอง) เพื่อนำเงินไปปลอดจำนอง 465 ล้านบาทดังกล่าว ทำให้ น.ส.พินิช ได้กำไรจากเงินกู้ หลังปลอดจำนองที่ดิน และซื้อหุ้นจากเจ้าของเดิมในจำนวน 435 ล้านบาทดังนั้น เงินทอนส่วนนี้หายไปไหนเข้ากระเป๋าของใคร นอกจากนี้ ในวันที่ 24 พ.ค.60 บริษัทลูก ได้มีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นจาก น.ส.พินิช และนายสมศักดิ์ เป็นนายยงยุทธ  ซึ่งก็มีอาชีพเป็น รปภ.  ของบริษัทแห่งหนึ่ง ข้อมูลการเสียภาษีล่าสุดมีการยื่นเมื่อปี 2560 หลังจากนั้นไม่พบข้อมูลการยื่นภาษีอีก และภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดสกลนคร ก่อนที่บริษัทลูก จะถูกทิ้งร้างในปี 2558 เพราะไม่มีการส่งงบของบริษัท โดยในพฤติการณ์เช่นนี้ ตนถอดดีเอ็นเอนายเศรษฐาได้คนเดียว เพราะไม่ได้ทำที่นี่เป็นที่แรกนายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า เหตุใด บ.แสนสิริ จึงให้ น.ส.พินิช กู้เงินซื้อที่ดินทองหล่อถึง 1,000 ล้านบาท ทั้งๆที่มีอาชีพแม่บ้านเท่านั้น ข้อมูลการเสียภาษีก็ไม่พบทั้งข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนั้น 435 ล้านบาทหายไปไหนส่วนนายสมศักดิ์  ก็มีอาชีพ รปภ. ภูมิลำเนาบ้านอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ส่วนการยื่นเสียภาษีล่าสุดพบเมื่อปี 2560 หลังจากนั้นไม่พบกันยื่นข้อมูลการเสียภาษีอีก ดังนั้น นายเศรษฐาจะพูดอีกหรือไม่ว่าตัวเองเซ็นอย่างเดียว ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ทั้งๆที่จริงคนเหล่านี้ล้วนเป็นนอมินีให้ ตนจึงตั้งคำถามว่าทำไมไม่ซื้อตรงเลย แต่กลับให้ ไปจัดตั้งนอมินีแล้วให้คนเหล่านี้ไปกู้เงิน ทำการซื้อที่ดินแปลงทองหล่อ นี่คือสิ่งโสมมที่ให้บริษัทลูก หรือ การเอาเงินของผู้ถือหุ้นแสนสิริมาใช้ หนี้มันแค่ 565 ล้านบาท แต่ให้กู้ 1,000 ล้านบาทเงินทอน 435 ล้านหาย ดังนั้น ถ้านายทักษิณมีพฤติกรรมซุกหุ้น นายเศรษฐาก็คือโกงหุ้นนั่นเองนายชูวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กฎของนายเศรษฐาคือให้ทุกคนกู้ได้หมด ทั้งแม่บ้าน ทั้ง รปภ. เพราะมีตัวอย่างแล้ว หากใครเดินไปทองหล่อไม่ต้องมีเครดิตอะไร เเล้วถ้าต้องการไปซื้อที่ดินแปลงใด ก็ให้ไปหาแสนสิริเพื่อขอกู้ จากนั้นเอาเงินไปจ่าย เงินที่เหลือเอาเก็บใส่กระเป๋าไป อย่างไรก็ตาม หากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้รับชุดข้อมูลจากตนในวันนี้แล้วขอให้พิจารณาเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีได้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีที่ดินแปลงใดที่แสนสิริซื้อตรง มีแต่ตั้งมอมินีไปดักซื้อกลางทาง อีกทั้งตนขอให้โอกาสนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้โทรบอกนายที่อยู่แดนไกลว่า นายเศรษฐา วันที่ 18 ส.ค.นี้คงไม่ไหวแล้ว ถ้ายังไหว ชูวิทย์คงพูดต่ออีก เพราะนายเศรษฐาโดนแฉว่าให้ รปภ. กับแม่บ้านกู้เงิน 1,000 ล้านบาท และอุ๊งอิ๊งก็คงไม่ไหว นายชัยเกษมก็ไม่ไหว และที่ตนพูดในกรณีนี้ ก็พูดโดยมีหลักฐานทั้งหมด พร้อมอยู่สู้ทุกชั้นศาล ไม่ว่าจะศาลฎีกาก็ตาม ตนจะฉีดยาฆ่ามะเร็งเพื่อขอสู้ต่อไปนอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านายชูวิทย์ยังได้มีการโชว์แก้วที่ภายในบรรจุน้ำสีเหลือง พร้อมระบุว่า พวกคุณกินมิ้นต์ช็อก ประชาช็อก ส่วนตนก็กินมิ้นต์ฉี่แทน นายชูวิทย์ ยังกล่าวต่อว่า ตนได้ตามไปที่สหรัฐอเมริกาพบว่ามีบุคคลสำคัญที่อยู่ข้างกายนายเศรษฐา โดยชื่อที่ชาวต่างชาติเรียก คือ Mr.T หรือขงเบ้ง หรือ นายทศพงศ์ คนนี้ซื้อโรงแรมห้าดาวได้ เป็นบุคคลข้างกายและเป็นนายทุนให้นายเศรษฐา พร้อมมองว่ารัฐบาลนายเศรษฐาจะเป็นรัฐบาลนอมินี รัฐบาลดิจิตอล ซ่อนเร้น อำพราง ปิดบัง เพราะการที่ไม่กล้าใช้บริษัทตัวเองซื้อตรง ใช้นอมินีไปซื้อ จะปฏิเสธอีกหรือไม่ว่าไม่รู้ทั้งเรื่องแปลงที่ดินทองหล่อ สุขุมวิท สารสินการกระทำของนายเศรษฐาสร้างเคลือบแคลงน่าสงสัย ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งต่อการเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ขอเตือนให้ถอยตั้งแต่วันนี้ แม้มาด้วยรถไฟขบวนความเร็วสูง แต่ตนมองว่าพรรคเพื่อไทยยังมีคนที่มีความรู้ความสามารถอีกมาก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหลังจากตนแฉนายเศรษฐาและแสนสิริ ปรากฏมีผู้ใหญ่โทรศัพท์มาตลอดให้ตนงดพูดเรื่องนี้ แลกกับการที่เรื่องของตนจะไม่ถูกพูด ตนบอกเลยว่าพูดไปได้เลย ตนไม่ใช่คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่กลัว แต่นายกรัฐมนตรีจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้งนี้ นายชูวิทย์ ยังระบุทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ ตนจะไปยื่นเอกสารต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบธรรมภิบาลของ บ.แสนสิริ และจะนำข้อมูลไปยื่นให้สมาชิกวุฒิสภาช่วยตรวจสอบคุณสมบัตินายเศรษฐา โดยตนจะเดินทางไปที่รัฐสภา ยื่นหนังสือผ่านประธานรัฐสภา เพราะเชื่อว่าข้อมูลชุดนี้จะถูกขยายผลแน่นอนFormer massage parlour tycoon-turned-whistle-blower Chuvit Kamolvisit reveals his latest allegation against Pheu Thai’s PM candidate Srettha  Thavisin at the Davis Hotel, which he owns, in Bangkok yesterday. Somchai Poomlard

IMAGE

ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี หมายเลขดำอ.3032/62 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิรภพ กรณ์อรุษ เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นเบื้องสูง ตามมาตรา112 ประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14

Published on 18/01/2021

» ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี หมายเลขดำอ.3032/62 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนาย สิรภพ กรณ์อรุษ เป็นจำเลยในความผิดฐาน ดูหมิ่นเบื้องสูง  ตามมาตรา112 ประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14      จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 7 พ.ย.52 - 30 มิ.ย.57 จำเลยซึ่งใช้นามแฝง รุ่งศิลา ได้เขียนบทความ คำกลอน และภาพการ์ตูนล้อเลียนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ต่างๆ หลายครั้งหลายหนซึ่งล้วนเป็นเท็จลงในเว็ป ประชาไทย โดยมีเจตนาเพื่อให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพ สักการะ อันเป็นการ ล่วงละเมิด สถาบันเบื้องสูง เหตุเกิดแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน  โดยคดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี    โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานเเล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พรบ.คอมมาตรา 15(3) เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักสุดฐาน หมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ ฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด รวมทุกกระทงแล้วให้จำคุก6ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้1ใน4 เหลือคงจำคุก4 ปี 6เดือน ข้อหาอื่นให้ยก หลังศาลตัดสินเจ้าตัวยื่นอุทธรณ์ต่อที่ศาลอาญารัชดา+++++++++++++++++++Published caption::Siraphop Korn-arut leaves the Criminal Court after  being sentenced to jail. He was freed as he had already been remanded in custody for longer than the  prison term. Varuth Hirunyatheb

IMAGE

ทนายอนันต์ชัย เตรียมรวบรวมรายชื่อ ปชช. ร้องเรียนและถอดถอน ปม “ปารีณา” หมิ่นออทิสติก

Published on 13/01/2021

» 10.00 น. นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และ7 องค์การคนพิการระดับชาติ ร่วมกันแถลงข่าวเสนอข้อเรียกร้อง กรณีที่นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กต่อว่านักแสดงคนหนึ่ง โดยได้ใช้คำว่า “ออทิสติก” ในการเปรียบเปรย จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เพราะเหมือนเป็นการซ้ำเติมผู้พิการ ทนายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า กรณีที่นางสาวปารีณาแจ้งความดำเนินคดีกับตนเอง โดยอ้างมีการพูดกล่าวหา เปรียบเทียบกับลูกของตนที่เป็นออทิสติก ตนเองมองว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นปกติไม่ใช่การหมิ่นประมาทแต่อย่างใด จึงไม่มีกฎหมายข้อไหนที่จะเอาผิดได้ รวมถึงขณะนี้ตนเองได้เตรียมล่ารายชื่อ คนพิการทั่วประเทศรวมถึงประชาชนที่เห็นว่าคำพูดของ นางสาวปารีณา เป็นการดูถูกเหยียดหยามคนพิการ เพื่อยื่นเรื่องให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อไม่ให้เข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ในคดีที่นางสาวปารีณา แจ้งความตนเอง อีกทั้งรายชื่อเหล่านี้จะเป็นพยานในคดีด้วย พร้อมระบุว่าหากตำรวจ สน.โพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่รับทำคดีก่อนจะมีหมายเรียกหรือแจ้งข้อกล่าวหาตนเองจะต้องเรียกสอบพยานทั้งหมดทุกคนก่อน ทนายอนันตชัย เผยว่า อีก 2 วันหลังจากนี้ตนเองจะมีการเปิดล่ารายชื่อในเพจเฟซบุ๊กตนเอง ส่วนบุคคลที่อยู่ต่างจังหวัดจะมีการเปิดตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อในหลายพื้นที่ ด้านสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยและองค์การสมาชิก ในฐานะที่มีหน้าที่พิทักษ์สิทธิคนพิการ เรียกร้องให้ นางสาวปารีณา กล่าวคำขอโทษต่อบุคคลที่เป็นออทิสติกและครอบครัว รวมถึงให้ยุติการดำเนินคดีทางกฏหมายทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องทันที ซึ่งหากยังไม่ออกมาดำเนินตามคำร้องขอ ทางสมาคมและฝ่ายกฎหมายก็จะมีการแจ้งความดำเนินคดีกลับเช่นเดียวกัน (เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564)Published caption :Speaking out A woman speaks at a press briefing hosted by the Disabilities Thailand Association which plans to seek the removal of Pareena Kraikupt as Ratchaburi MP for her recent remarks which the association said were derogatory to disabled people.

IMAGE

ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

Published on 09/11/2020

» 9 พ.ย.63 - ที่ลานพ่อขุนรามคำแหง ม.รามคำแหง กลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ประกอบด้วยกลุ่มศิษย์ม.รามคำแหง ศิษย์เก่าอาชีวะ และประชาชนจัดชุมนุม ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์  ที่ลานพ่อขุนรามคำแหง  ม.รามคำแหง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มประชาชน และนักศึกษาสมาชิกแนวกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศ.ป.ป.ส.) และสมาชิกแนวร่วมกลุ่มไทยภักดี ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุม มีการตั้งเวทีปราศรัยทางวิชาการเกี่ยวกับคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อประเทศและประชาชนชาวไทยเวลา 16.30 น. คณะแกนนำภาคีเครือข่ายฯ นำโดยนายพานสุวรรณ ณ แก้ว นายทินกร ปลอดภัย นายทศพล มนูญญรัตน์ นายสมเดช คงวิจิตร์  ได้ร่วมกันแถลงข่าวแสดงจุดยืนว่า สืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องของกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อคณะราษฎร ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มีการใช้วาทกรรมให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังมีการแสดงพฤติกรรม อันเป็นการจาบจ้วงล่วงละเมิด จงใจเสียดสี ล้อเลียน ดูหมิ่น ให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติ เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนตามสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่องและทวีความรุนแรงหนักข้อขึ้นทุกทีพวกเราในนามภาคีเครือข่าย จะไม่อดทนนิ่งเฉยและจะไม่ยอมให้กลุ่มบุคคลใดมาเข้าร่วมสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยอีกต่อไป หลังจากวันนี้ เป็นต้นไป พวกเราจะดำเนินกิจกรรมโต้กลับอย่างเข้มข้น หากจำเป็นต้องปิดถนนเผชิญหน้ากับกลุ่มคณะราษฎร พวกเราก็จะทำ รวมทั้งการเคลื่อนไหวรณรงค์ให้ความรู้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่นายทินกร กล่าวว่า ระดับความรุนแรงในกระบวนการตอบโต้ของภาคีเครือข่ายฯ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมแสดงออกของกลุ่มคณะราษฎรหรือกลุ่มแนวร่วมอื่นๆ หากเป็นการชุมนุมทางการเมืองโดยสันติวิธีตามกฎหมายพวกเราก็จะไม่ยุ่ง แต่หากมีการแสดงพฤติกรรม ละเมิดจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเหตุการณ์ล่าสุดในวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา พวกเราก็พร้อมจะลงถนนอยู่หน้าแนวตำรวจทหาร เผชิญหน้ากับกลุ่มบุคคลดังกล่าวทันที ขอยืนยันว่า พวกเรามีหน้าที่ปกป้องสถาบันพระกษัตริย์เท่านั้นไม่ได้มีแนวคิด หรือต้องการให้มีการรัฐประหารหรือชัตดาวน์ประเทศไทยนายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศ.ป.ป.ส.) ชี้แจงกรณีที่มีสื่อบางสำนักนำเสนอข่าวว่าทางกลุ่มรวมตัวยื่นจดหมายถึง พลเอกประยุทธ์ เพื่อ เรียกร้องให้มีการรัฐประหารชัตดาวน์ประเทศ หน้าทำเนียบฯ เพื่อให้เกิดการรัฐประหารนั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งได้ชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้วว่าวานนี้ เพียงไปปักหลักสังเกตการณ์เท่านั้น  จึงจำเป็นต้องออกมาขี้แจงเพื่อไม่ต้องการให้ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องถูกเข้าใจผิด ++++++++++++++++++Published caption::Yellow-clad people from a coalition of networks to protect the monarchy gather at Ramkhamhaeng University in Bangkok to show support for the highest institution.  VARUTH HIRUNYATHEB