Showing 1 - 10 of 2,209
Published on 21/07/2025
» พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย (ศบ.ทก.) ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่เคยใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 โดยระบุว่าจุดที่พบมีการพรางด้วยวัชพืชและสภาพโลหะยังใหม่ เผยชัดว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดของกัมพูชา 2 ประการ คือการวางระเบิดใหม่ และการครอบครองอาวุธต้องห้ามชนิดใหม่การประชุม ศบ.ทก. ชุดใหญ่ในวันนี้ ได้วางแนวทางตอบโต้ต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งนับจากเกิดเหตุจนถึงวันนี้ถือว่าดำเนินการได้รวดเร็วมากสำหรับแนวทางฟ้องร้อง กำลังเตรียมสำนวนเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งมีกำหนดประชุมช่วงปลายปีนี้ โดยจะยื่นในนามรัฐบาลไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และประสานความร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติ โดยยังไม่พิจารณานำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสหประชาชาติ (UN)กรณีที่กัมพูชาระบุว่าจะใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) แก้ปัญหาร่วมกันนั้น พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า ฝ่ายไทยยินดี แต่ต้องชี้แจงให้ชัดเจนกรณีที่มีกลุ่มมวลชนกดดันบริเวณปราสาทตาเมือนธม ซึ่งไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยโดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ดำเนินการดูแลพื้นที่และควบคุมสถานการณ์เรียบร้อยแล้วทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพล ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชนให้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะทุกฝ่ายต้องร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยปัจจุบันไทยมีหลักฐานเพียงพอ และยังคงดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องPublished caption : Nattaphon: Vacuum not a problem
Published on 07/05/2025
» ผู้แสดงเป็นบัญชีม้าที่นิทรรศการให้ความรู้ กำลังสวัสดีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในงานเปิดโครงการเสวนาเชิงวิชาการ “บทบาทในการดำเนินคดีทุจริตภายใต้แนวนโยบายของรัฐบาลในมิติของปัจจุบันและอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน” ภายใต้แนวคิด “พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต”วันนี้ (วันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2568) เวลา 09.00 น. ณ ห้องจูปิเตอร์ 4 – 6 อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสวนาเชิงวิชาการ “บทบาทในการดำเนินคดีทุจริตภายใต้แนวนโยบายของรัฐบาลในมิติของปัจจุบันและอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน” ภายใต้แนวคิด “พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต” โดยมีนายอำนาจ พวงชมภู ประธานกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่าง ๆ ภาคประชาชนและภาคเอกชน จำนวน 170 คน เข้าร่วมฯPublished caption :Two people portraying mule accounts greet Deputy Prime Minister Phumtham Wechayachai, right, at an exhibition on addressing corruption, at the Impact Exhibition and Convention Centre yesterday.
Published on 06/05/2025
» ผู้พิการหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตทักษะคอมพิวเตอร์ที่ได้ร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน โดยมีสองรัฐมนตรียืนให้กำลังใจดูภาพวาดตนเองในจอคอมพ์ ในงานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงานวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน และกล่าวแสดงความยินดีในพิธีบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 กระทรวงแรงงานนายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มุ่งมั่นประสานพลังกับทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตามนโยบายรัฐบาล ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและจัดสวัสดิการของรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ที่มุ่งเพิ่มโอกาสและเสริมสร้างคุณค่าคนพิการ และ พันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้คนพิการก้าวข้ามความพิการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พึ่งตนเองได้ และร่วมรับผิดชอบสังคม ซึ่งมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกลไกลสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณกว่า 21 ล้านบาท ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 4,328 คน อย่างเป็นระบบและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระ ทำให้คนพิการและครอบครัว มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเสมอภาคในสังคมแห่งโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้สนับสนุนการผลักดันความร่วมมือตามโครงการดังกล่าว ผ่านการสำรวจความต้องการฝึกอบรมฝีมือแรงงานและความต้องการทำงานของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนการประสานและร่วมพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เหมาะสมกับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันลงนามใน MOU ฉบับนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพลังของคนพิการในการเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการจ้างงานคนพิการ เพราะความสามารถ (Ability) ไม่ใช่จ้างงานเพราะความพิการ (Disability) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ---------------------------------------Published caption::A helping hand ... A disabled woman demonstrates her computer skills as Varawut Silpa-archa, left, Minister of Social Development and Human Security and Phiphat Ratchakitprakarn, centre, Minister of Labour, watch a demonstration at the ministry following the signing of an MoU on improving job skills for people with disabilities. VARUTH HIRUNYATHEB
Published on 05/05/2025
» ที่ วัดชินวรารามวรวิหาร อำเภอเมืองปทุมธานี ปทุมธานี หลวงพ่อชำนาญ หรือ พระราชสิรวัชรรังษี เจ้าอาวาส โดยในเวลา 6 โมงเช้าของทุกวัน จะเริ่มออกบิณฑบาตทางเรือ และมีน้องหมาคอยติดตามลงเรือไปด้วย ตัวไหนวิ่งถึงก่อนก็จะได้ขึ้นเรือก่อน รวมแล้วกว่า 16 ตัว ก็จะแน่นเต็มเรือพอดี ส่วนตัวที่ขึ้นไม่ทันก็ต้องยืนรอบนฝั่ง มีตกน้ำตกเรือบ้าง ซึ่งหมาทุกตัว ชอบเล่นน้ำมาก ตอนอยู่บนเรือก็เกาะขอบเรือชะเง้อมองวิว ดูมีความสุขมากๆ ระหว่างทางเรือก็จะแวะบ้านบิณฑบาตชาวบ้านที่มาใส่บาตรเป็นประจำทุกวัน ทั้งหมด 13 หลัง ส่วนใหญ่เป็นโยมมีอายุ 70-80 ปี ตัวน้องหมาก็จำชาวบ้านได้ บางคนก็ให้หมาก่อน ให้พระทีหลัง หลังจากบิณฑบาตเสร็จ กลับมาถึงท่าน้ำก็จะได้เวลา 6.30 น. พอดี พวกน้องหมาก็วิ่งเล่นสักพักนึง พอกินอิ่มแล้วก็ไปนอนพักกัน นอกจากนี้ ที่วัดยังมีเตาเผาสัตว์ไว้ระบบแบบเดียวกับคนเลย เผาแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายกับสัตว์ทุกชนิด จากนั้นก็เอากระดูกไปลอยน้ำ อาตมามองว่าสิ่งมีชีวิตทุกตัวควรอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยต้องมีเมตตาค้ำชู้โลก Photo By PATTARAPONG CHATPATTARASILL ---------------------------------------Published caption::Devotees offer morning alms to Luang Phor Chamnan, abbot of Wat Chinwararam Woraviharn, in Pathum Thani. The senior monk collects alms routinely on a boat with most, if not all, of his 16 pet pooches accompanying him on board. The temple also built a funeral pyre for animals. PATTARAPONG CHATPATTARASILL
Published on 30/04/2025
» เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำกทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Re-positioning Thailand: วางตำแหน่งใหม่เศรษฐกิจไทยในสงครามการค้าว่า หน้าที่ของ สส.ทุกคน ไม่ว่าจะมาจาก ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ คือ การส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไปยังทีมไทยแลนด์ หรือคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยในการเดินทางไปเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่การเตรียมมาตรการรับมือปรับตัวกับนโยบายของรัฐบาล หรือให้เอกชนปรับตัวกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสงครามการค้าโลก นายณัฐพงษ์ เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาจบ คือ 1.เจรจา ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เช่น หากเราจะต้องยอมนำเข้าสินค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ สินค้าต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคในประเทศเรา หรือไม่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าประเทศอื่นของไทย ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าต่อไทยมากยิ่งขึ้น 2.กระชับความสัมพันธ์ในเวทีต่างๆ ซึ่งหลักใหญ่ใจความคือเรื่องการค้าเป็นธรรม เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกัน ประเทศที่ขาดดุลอาจได้รับการสนับสนุนบางอย่างจากประเทศเกินดุลหรือไม่ เช่น การพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นคู่หูพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งยังต้องดูในเรื่องกรอบห่วงโซ่อุปทาน กรอบสังคมวัฒนธรรม กรอบภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย 3.รับมือ ในส่วนทางตรง หากเกิดมีสินค้าล้นทะลักเข้าไทยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องมาตรฐานสินค้า 4.เยียวยา ซึ่งคงต้องมีการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนแน่นอน จะต้องมีการออกแบบมาตรการเยียวยาอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วที่สุด เช่น หากไทยจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าการผลิตในประเทศ คนที่จะได้เปรียบในสมการนี้ คือคนที่ผลิตหรือแปรรูปอาหารสัตว์ เราจะมีมาตรการในการเยียวยา เพื่อแบ่งสันปันส่วนในห่วงโซ่อุปทานใหม่นั้นอย่างไร ทำให้คนที่ได้ประโยชน์มากขึ้นเข้าไปเยียวยาให้กับผู้ที่เสียประโยชน์ และ 5.ลงทุน เราจะคิดเฉพาะแค่ไทยเก่งอะไรหรือต้องลงทุนอะไรอย่างเดียวไม่พอ แต่ยุทธศาสตร์ในการลงทุน จะต้องตอบโจทย์เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก และสังคมวัฒนธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https:www.khaosod.co.th/politics/news_9739430Published caption :Driving the economyNatthaphong Ruengpanyawut, leader of the People’s Party, explains how to steer the economy through global and domestic challenges, during a discussion organised by the party yesterday.
Published on 22/04/2025
» ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ สมราช ธรรมธรวัฒน์ พาเยี่ยมชมศูนย์รังสีร่วมรักษาศิริราช โรงพยาบาลศิริราช ตึก 72 ปี 2 ชั้น 2 แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เนื่องในงาน SiCOE Forum 2025 “SiCOE Forum 2025 x SDGs” ระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 เมษายน 2568 ณ โรงพยาบาลศิริราชศูนย์รังสีร่วมรักษาศิริราชให้บริการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคด้วยวิธีการทางรังสีร่วมรักษา โดยแบ่งได้เป็น 2 ระบบ ดังนี้ คือ1. ระบบประสาทและไขสันหลัง (Interventional Neuroradiology)2. ระบบลำตัว (Body Interventional Radiology)โดยให้บริการทั้งผู้ป่วยนัดหมายและผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยผู้ป่วยฉุกเฉินให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขเวลาและข้อบ่งชี้ของแต่ละโรคอีกทั้งยังเป็น ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางรังสีร่วมรักษา และบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นสถานที่ศึกษาดูงานของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จากสถาบันต่างๆ มีการจัดประชุมทางวิชาการ และผลิตผลงานทางวิชาการและงานวิจัยอย่างต่อเนื่องเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดโรงพยาบาลศิริราชครบ 137 ปี ในวันที่ 26 เมษายน 2568 หน่วยบูรณาการศูนย์ความเป็นเลิศ โรงพยาบาลศิริราช ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในงาน SiCOE Forum 2025 “SiCOE Forum 2025 x SDGs” ระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 เมษายน 2568 ณ โรงพยาบาลศิริราชPublished caption :Siriraj Hospital is holding the Sicoe Forum 2025 until tomorrow, marking the 137th anniversary of His Majesty King Chulalongkorn’s granting of the hospital’s foundation. Assoc Prof Dr Somrach Thamtorawat inspects the Siriraj Center of Interventional Radiology.
Published on 09/04/2025
» (ในภาพ) นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินตรวจดูบริเวณโซนเยี่ยมญาติระหว่างมีผู้ต้องขังกับญาติสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปวันพุธที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ กระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักการปฏิบัติของสากลเพื่อยกระดับของการปฏิบัติต่อบุคคลที่ตามกฎหมายแล้วถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับหลักสากล อันจะส่งผลต่อการฟื้นฟูหลักนิติธรรมของประเทศ สำหรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเรือนจำต้นแบบในการแยกการปฏิบัติของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งนอกจากจะมีการแยกพื้นที่กันอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะมีการนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมมาใช้ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ต้องขังในเรื่องของการให้ความรู้ทางกฎหมายเพื่อต่อสู้คดี การส่งเสริมความแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดสวัสดิการต่าง ๆ โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) ในเรือนจำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเดียวกัน โดยให้มี ๑ เรือนจำ ทำหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ส่วนเรือนจำอื่นในจังหวัดให้ทำหน้าที่ควบคุมนักโทษขังเด็ดขาด ประกอบด้วย ๘ กลุ่มจังหวัด ดังนี้กลุ่มจังหวัดลำปาง กลุ่มจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มจังหวัดสงขลา กลุ่มจังหวัดปทุมธานี และกลุ่มจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ควบคุมผู้ต้องขังคดีทั่วไป และคดียาเสพติดให้โทษ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นสอบสวน - ไต่สวน พิจารณา และควบคุมผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีกำหนดโทษเหลือไม่เกิน ๕ ปี ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ในอัตราส่วน 1.6 ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง 1 คน เพื่อทำงานสุขาภิบาลต่างๆ หรือภารกิจอื่นในเรือนจำ ในส่วนของการปฏิบัตินั้นได้มีการจัดทำแนวทางการปฏิบัติขึ้นใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ประกอบด้วย การปรับปรุงชุดของผู้ต้องขังสำหรับการไปศาล การให้ความรู้ทางกฎหมาย รวมถึงการพบปะกับบุคคลภายนอก โดยเฉพาะทนายความ การเยี่ยมญาติใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นต้น โดยในครั้งนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพร็ชนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาใน Exclusive Talk เรื่อง จัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) อีกทั้งยังมี Mini Talk เรื่อง อิสรภาพที่หายไป ก่อนการตัดสินสิทธิและโอกาสในการพิสูจน์ตนเองของชีวิตหลังกำแพง พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คุณอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช (เบนซ์ เรซซิ่ง) คุณพัฒนพล มินทะขิน (ดีเจแมน) คุณนพนันท์ ทองเคลือ (เอิร์น วัดใหญ่) เพื่อร่วมกันแบ่งปันความรู้ในประเด็นดังกล่าวทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังคงตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปPublished caption :Prisoner welfareSahakarn Petcharin, Director-General of the Department of Corrections, inspects the visiting area at Bangkok Remand Prison where a pilot project to enhance the rights of prisoners who are under trial is underway.
Published on 08/04/2025
» ความคืบหน้าภารกิจการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง 8 เมษายน 2568 ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้เพิ่มขึ้นจาก 17 ราย เป็น 21 ราย ซึ่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายที่พบมาจากบริเวณโซน C ของอาคาร การรื้อถอนมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะในโซน A ที่สามารถถมดินให้สูงขึ้นจนรถแบ็กโฮสามารถขึ้นไปปฏิบัติงานได้แล้ว และเป้าหมายต่อไปคือการนำรถแบ็กโฮไปยังโซน D ตามที่มีการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานออกเป็น 4 ส่วน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังนำรถแบ็กโฮไปยังจุด D โดยใช้เทคนิคบีบอัดปูนและตัดเหล็กเส้น เพื่อลดระดับความสูงของจุดยอดสุดลง 5 เมตร เนื่องจากมีการพบผู้สูญหายในบริเวณโซน C และ D เป็นส่วนใหญ่ และเชื่อว่าเป็นจุดที่คนงานจำนวนมากปฏิบัติงานอยู่ระหว่างชั้นที่ 20-30 นอกจากนี้ การเจาะโพรงในโซน C ที่ดำเนินการมาตั้งแต่วันแรก โดยยืนยันว่าจะยังคงแผนนี้ต่อไปจนกว่าความสูงของจุดยอดสุดจะลดลง ซึ่งจากการประเมินร่วมกับคนงานที่รอดชีวิตและวิศวกร เชื่อว่าหากเปิดโพรงนี้ได้สำเร็จ จะพบร่างผู้สูญหายเพิ่มเติมPhoto By Nutthawat Wichieanbut---------------------------------------Published caption::Soil for a makeshift platform is loaded onto the site by cranes as rescuers move their search for bodies, belongings, and survivors to higher levels of debris at the site of the collapsed building in Chatuchak, Bangkok. More bodies are expected to be found as the cranes smash open chambers created by the quake. Nutthawat Wichieanbut
Published on 06/04/2025
» วิถีชีวิต คุณยาย ศิรินันท์ สมหวัง วัย 82 ปี ไม่ย้อท้อสู้ชีวิต เดินขายแซนด์วิชบนรถไฟทุกวัน แม้อายุมากแล้ว ยังขยันทำกิน ที่ชุมทางบางซื่อ ขายมานานถึง 22 ปีภาพวิถีชีวิต คุณยาย ศิรินันท์ สมหวัง วัย 82 ปี ไม่ย้อท้อสู้ชีวิต เดินขายแซนด์วิชบนรถไฟทุกวัน แม้อายุมากแล้ว ยังขยันทำกิน ที่ชุมทางบางซื่อ ที่ขายมานานถึง 22 ปี คุณยายจบคหกรรม เคยทำงานโรงแรม และกรมประมง พอเกษียณก็มาขายแซนด์วิช ทุกวันตื่นตีสาม ทำแซนด์วิชหลายไส้ ทั้งแยม หมูหยอง สังขยา โดยเฉพาะสังขยาที่จะทำมากหน่อย เผื่อคนมีเงินไม่พอ ซื้อของแพง จะได้มีกินอิ่มท้อง ปกติจะขายตั้งแต่เช้าถึงช่วงบ่ายตามขบวนรถไฟต่างๆ แม้อายุมากแล้ว แต่ป้าจำลูกค้าได้ทุกคน เรื่องราวของคุณยายทำให้ใครต่อใครอีกหลายคนที่พบเห็นพูดคุยสามารถรับรู้ถึงความขยัน ความมีเมตตา ไม่ย่อท้อ มองโลกในแง่ดีซึ่งเต็มไปด้วยความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ คุณยายเริ่มขาย 07.00 - 15.00 น. เริ่มจากรถเข้าหัวลำโพง ภาชี ลพบุรี ขาออกก็พิษณุโลก ตะพานหิน นครสวรรค์ แล้วย้อนไปย้อนมาขึ้นลงระหว่าง บางซื่อ-สามเสน-บางซื่อ" เมื่อขายเสร็จคุณยายก็นั่งสาย 52 กลับบ้านแจ้งวัฒนะ Photo By VARUTH HIRUNYATHEB---------------------------------------Published caption::Scraping by...Sirinan Somwang, 82, sells sandwiches on a train leaving Bang Sue station. The former hotel staff member and fisheries official has been selling sandwiches since she retired 22 years ago. VARUTH HIRUNYATHEB
Published on 03/04/2025
» พิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในพิธีต้อนรับ นายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit) วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาลPublished caption : Prime Minister Paetongtarn Shinawatra accompanies Narendra Modi in reviewing a guard of honour at Government House yesterday during the Indian premier’s official visit to Thailand.