Showing 1 - 10 of 32
Gary Boyle, Published on 18/12/2024
» Police at Thong Lor have punished themselves by each performing 10 squats in a show of responsibility after a drunk colleague fired a gun during an argument with a bar security guard.
News, Wassayos Ngamkham, Published on 17/12/2024
» Police at Thong Lor have punished themselves by each performing 10 squats in a show of responsibility after a drunk colleague fired a gun during an argument with a bar security guard.
Aekarach Sattaburuth, Published on 27/10/2024
» A committee will propose a “no-cane” bill for the House's approval. If it succeeds, Thailand will become the second country in the Asean region to outlaw corporal punishment.
Gary Boyle, Published on 17/10/2024
» Two immigration officers in Chon Buri face punishment for allowing a South Korean drug suspect to livestream while in police custody.
Online Reporters, Published on 16/10/2024
» Two immigration officers in Chon Buri face punishment for allowing a South Korean drug suspect to livestream while in police custody, Immigration Bureau spokesman Pol Maj Gen Cherngron Rimpadee said on Wednesday.
Online Reporters, Published on 08/09/2024
» The director of Mongkutwattana Hospital in Bangkok has vowed to lock defiant smokers on his premises in “gas chambers” until they inhale 100% of their cigarette smoke.
Published on 11/11/2021
» ดร.สาธิต ร่วม ตำรวจ บก.ปคบ. บุกรวบหมอต่างชาติ ลักลอบเปิดคอร์สจัดกระดูกในไทยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. นำทีมเจ้าหน้าที่ เข้าจับกุมแพทย์ชาวต่างชาติในคลินิก 3 แห่ง พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังได้รับร้องเรียนเปิดคอร์สนวดจัดกระดูกโดยไม่มีใบประกอบโรคศิลปะในประเทศไทย เข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายฐานเป็นแพทย์เถื่อน เบื้องต้นสั่งลงโทษ 3 กระทง ทั้งแพทย์และสถานบริการบ่ายวันนี้ (11 พฤศจิกายน 2564) ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) แถลงผลการบุกจับเครือข่ายแพทย์ชาวต่างชาติ ลักลอบเข้ามาให้บริการนวดจัดกระดูกในคลินิก 3 แห่ง ย่านศรีนครินทร์ ชิดลม และเมืองทองธานีดร.สาธิต ให้สัมภาษณ์ว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. จับแพทย์จัดกระดูกชาวต่างชาติในสถานบริการ 3 แห่ง หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่ามีคลินิกนำแพทย์ต่างชาติมาเปิดคอร์สนวดจัดกระดูก เก็บค่ารักษาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสนบาท ซึ่งผู้รับบริการส่วนหนึ่งกังวลว่ามีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ การนวดจัดกระดูกโดยบุคคลที่มิใช่แพทย์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และเป็นอันตรายถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า แพทย์ที่ให้บริการไคโรแพรกติก (Chiropractic) หรือการนวดจัดกระดูก ทั้ง 3 แห่ง ไม่ได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือใบประกอบโรคศิลปะของไทย และแม้จะมีใบประกอบวิชาชีพจากประเทศต้นทาง แต่การที่แพทย์จากต่างประเทศจะให้บริการนวดจัดกระดูกในประเทศไทยได้นั้น ต้องสอบผ่านและได้รับใบประกอบโรคศิลปะของไทยก่อน มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นแพทย์เถื่อน ดร.สาธิต กล่าวต่อว่า เบื้องต้นพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหากับแพทย์ทั้ง 3 แห่ง ในความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 ฐานประกอบโรคศิลปะศาสตร์ไคโรแพรกติกโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากตรวจสอบข้อเท็จจริงพบมีการกระทำที่ก้าวล่วงวิชาชีพเวชกรรม จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาต (แพทย์เถื่อน) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ดำเนินการสถานพยาบาล พนักงานเจ้าหน้าที่ แจ้งข้อหากระทำผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐานปล่อยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะ ทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับด้าน นพ.ธเรศ กล่าวต่อว่า ก่อนตัดสินใจรับบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพขอให้ประชาชนพิจารณาอย่างถี่ถ้วน อย่าตัดสินใจรับบริการเพียงเพราะผู้ให้บริการเป็นแพทย์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะจากต่างประเทศที่ดูน่าเชื่อถือ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของแพทย์เถื่อนที่มีกระบวนการรักษาหรือเสริมความงามที่ไม่ได้มาตรฐาน และเมื่อเกิดความเสียหายจากการรักษาพยาบาลหรือเสริมความงาม หากแพทย์เหล่านี้หลบหนีกลับประเทศต้นทางจะจับกุมมาดำเนินคดี หรือเรียกค่าเสียหายให้กับประชาชนได้ยาก ทั้งนี้ หากพบแพทย์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะจากต่างประเทศให้บริการรักษาพยาบาล เสริมความงาม หรือให้คำปรึกษาในคลินิก ให้หลีกเลี่ยงการรับบริการ และหากอยู่ในเขตกรุงเทพฯ แจ้งสายด่วน 1426 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ในวันและเวลาราชการ ส่วนภูมิภาค แจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป Published caption : The Public Health Ministry and the Consumer Protection Police Division raided three illegal chiropractic clinics in Srinakharin, Chidlom, and Muang Thong Thani after receiving complaints from customers. The police arrested foreign therapists and staff and charged them with not having permission to provide chiropractic services and for opening a clinic. FOR AFPbkp121121n3aCAPTION : The Public Health Ministry and the Consumer Protection Police Division raided three illegal chiropractic clinics in Srinakharin, Chidlom, and Muang Thong Thani after receiving complaints from customers. The police arrested foreign therapists and staff and charged them with not having permission to provide chiropractic services and for opening a clinic. KEYWORD : illegal chiropractic clinic ; chiropractic clinic ; illegal clinic raid ; illegal clinic
Published on 18/01/2021
» ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี หมายเลขดำอ.3032/62 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนาย สิรภพ กรณ์อรุษ เป็นจำเลยในความผิดฐาน ดูหมิ่นเบื้องสูง ตามมาตรา112 ประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 7 พ.ย.52 - 30 มิ.ย.57 จำเลยซึ่งใช้นามแฝง รุ่งศิลา ได้เขียนบทความ คำกลอน และภาพการ์ตูนล้อเลียนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ต่างๆ หลายครั้งหลายหนซึ่งล้วนเป็นเท็จลงในเว็ป ประชาไทย โดยมีเจตนาเพื่อให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพ สักการะ อันเป็นการ ล่วงละเมิด สถาบันเบื้องสูง เหตุเกิดแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน โดยคดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานเเล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พรบ.คอมมาตรา 15(3) เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักสุดฐาน หมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ ฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด รวมทุกกระทงแล้วให้จำคุก6ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้1ใน4 เหลือคงจำคุก4 ปี 6เดือน ข้อหาอื่นให้ยก หลังศาลตัดสินเจ้าตัวยื่นอุทธรณ์ต่อที่ศาลอาญารัชดา+++++++++++++++++++Published caption::Siraphop Korn-arut leaves the Criminal Court after being sentenced to jail. He was freed as he had already been remanded in custody for longer than the prison term. Varuth Hirunyatheb
Published on 08/12/2020
» ศาลยังเขียนคำพิพากษาไม่เสร็จ เลื่อนอ่านอุทธรณ์"ซินแสโชกุน" ตุ๋นเหยื่อลอยแพเที่ยวญี่ปุ่น 12มี.ค.ปีหน้า เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 8 ธันวาคม 2563 ที่ห้องพิจารณาคดี 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อ.2176/2560 ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด, น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือซินแสโชกุน อายุ 30 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ, นางมณฑญาณ์ นิรันดร หรือจันทร์ฉาย นาคฤทธิ์ อายุ 55 ปี มารดาของซินแสโชกุน, นายก้องศรัณย์ แสงประภา อายุ 22 ปี ลูกพี่ลูกน้องของซินแสโชกุน, น.ส.ทัศย์ดาว สมัครกสิกรรณ์ อายุ 35 ปี เลขานุการและคนรักของซินแสโชกุน, นางประนอม พลานุสนธิ์ อายุ 40 ปี รองประธานบริษัท, นางณิชมน แสงประภา อายุ 64 ปี ป้าของซินแสโชกุน และเป็นมารดาของนายก้องศรัณย์, นางพารินธรญ์ หงส์หิรัญ ดัคกอร์ อายุ 35 ปี ผู้ดูแลการเงินและผู้ช่วยการโฆษณาของบริษัท, น.ส.สุดารัตน์ อเนกนวล อายุ 25 ปี ผู้ดูแลการขาย และนายโกวิท ช่วยสัตว์ อายุ 30 ปี คนรักของ น.ส.สุดารัตน์ เป็นจำเลยที่ 1-10 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ที่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 3, 4, 12นอกจากนี้ อัยการโจทก์ยังยื่นฟ้องจำเลยที่ 2-10 ในความผิดฐานร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลนั้นเป็นเท็จน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3, 14 (1) และเป็นซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210ขณะที่ บจก.เวลท์เอเวอร์ และ น.ส.พสิษฐ์ จำเลยที่ 1-2 ยังถูกฟ้องอีกในข้อหาร่วมกันจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควบคุมฉลากโดยแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 4, 6 (10), 51 และยังฟ้อง น.ส.พสิษฐ์ จำเลยที่ 2 ในความผิดฐานซื้อหรือรับไว้ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงอากรฯ ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ ด้วย โดยท้ายฟ้องอัยการยังขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 51 ล้านบาทเศษ คืนให้กับผู้เสียหาย 871 คน พร้อมดอกเบี้ยที่ผิดนัดชำระร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องคดีวันที่ 6 ก.ค. 2560 หลังจากที่จำเลยชักชวนให้ผู้เสียหายเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ระหว่างเดือน ม.ค.-เม.ย. 2560 โดยอ้างว่าจะมีสิทธิได้เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศแถบเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง แต่มีผู้เสียหายหลายร้อยรายไม่ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นตามที่จำเลยโฆษณา เนื่องจากไม่มีสายการบินเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นตามวันเวลาที่จำเลยกล่าวอ้าง จึงติดค้างอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 25 ม.ค. - 11 เม.ย. 2560 น.ส.พสิษฐ์ หรือซินแสโชกุน จำเลยที่ 2 ได้มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริม MASTERMIND ชนิดแคปซูล รวม 425 กระปุก กับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม GENESIS รวม 50 กระป๋อง รวมทั้งอาหารเสริม SMART KIDS รวม 31 กระป๋อง ซึ่งจำเลยที่ 2 รู้อยู่แล้วว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีแหล่งผลิตในต่างประเทศ โดยมีผู้อื่นนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่ได้เสียภาษี หรือผ่านศุลกากรให้ถูกต้อง รวมมูลค่าสินค้าและอากรที่ต้องจ่าย 945,131 บาท แล้วจำเลยที่ 2 - 10 ได้สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป กระทำผิดเป็นซ่องโจรร่วมกันฉ้อโกงประชาชน แสดงข้อความอันเป็นเท็จ โฆษณาชักชวนประชาชนทั่วไปผ่านเพจเฟซบุ๊ค "WealthEver For Life" เว็บไซต์ยูทูปและแอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่ม เชิญชวนให้ประชาชนสมัครเข้าเป็นสมาชิกและร่วมลงทุนกับพวกจำเลย จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมของบริษัท ALLYSIAN (แอลลี่เชี่ยน) ซึ่งเป็นบริษัทในต่างประเทศ รวมทั้งจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนสูง และมีการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้สมาชิกเดินทางไปเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 10 - 15 เม.ย. 2560 และ 11- 16 เม.ย. 2560 โดยเครื่องบิน Airbus A330-300 ขนาด 377 ที่นั่ง ของสายการบินคาร์เธ่ แปซิฟิก รวม 6 ลำ จนมีประชาชน 871 ราย หลงเชื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกและร่วมลงทุนทำธุรกิจกับบริษัทจำเลยที่ 1 กับพวกได้รับความเสียหายจำนวนมาก เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธทั้งชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาคดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2561 เห็นว่า การกระทำของ บจก.เวลท์เอเวอร์ จำเลยที่ 1, น.ส.พสิษฐ์ จำเลยที่ 2, น.ส.ทัศย์ดาว จำเลยที่ 5 และ นางพารินธรญ์ จำเลยที่ 8 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน มาตรา 4 วรรคหนึ่ง, 5, 12 ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) และ พ.ร.บ.อาหาร มาตรา 6 เฉพาะจำเลยที่ 1-2 ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นความผิดไป ซึ่งการกระทำฐานฉ้อโกงและการนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์นั้นพิพากษาให้ลงโทษบทหนักสุดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมฯ จำคุกจำเลยที่ 2, 5, 8 คนละ 871 กระทงๆ ละ 5 ปี รวมจำคุก 4,355 ปี ให้ปรับบริษัทจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 435,500,000 บาท และให้ปรับจำเลยที่ 1-2 รายละ 20,000 ตามความผิด พ.ร.บ.อาหาร จึงรวมโทษปรับบริษัทจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น 435,520,000 บาท ส่วนโทษจำคุกจำเลยที่ 2, 5, 8 เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (2) แล้ว ให้จำคุกจำเลยได้สูงสุดคนละ 20 ปีทั้งนี้ ศาลยังพิพากษาให้จำเลยที่ 1, 2, 5, 8 ร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้เสียหาย 871 ราย มูลค่ากว่า 51 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง 6 ก.ค. 2560 เป็นต้นไป ริบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของกลางจากรถยนต์ของจำเลยที่ 2 และจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับกุมจำเลยที่ 2, 5, 8 ร้อยละ 25 ของค่าปรับจำเลยที่ 1 เมื่อคดีถึงที่สุด ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3, 4, 6, 7, 9, 10วันนี้ ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 2, 5, 8 จากทัณฑสถานหญิงกลางมาศาล ส่วนจำเลยที่ 3, 4, 6, 7, 9, 10 ซึ่งได้รับการประกันตัวมาศาลอย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลา ศาลแจ้งว่า ศาลอุทธรณ์มีหนังสือแจ้งว่า ยังทำคำพิพากษาไม่แล้วเสร็จ จึงให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 12 มี.ค.ศกหน้า เวลา 09.00 น. +++++++++++++++++++Published caption::Temporary relief ... Pasist Arinchayalapis, alias Sinsae Shogun, arrives at the Criminal Court in Bangkok to hear the ruling in a fraud case yesterday. Ms Pasist, the executive of WealthEver, a nonalcoholic drinks company, was arrested in 2017 for defrauding 871 people into paying for trips to Japan. The court deferred its ruling to March next year. VARUTH HIRUNYATHEB
Online Reporters, Published on 28/10/2020
» A 45-year-old vendor has been charged with assault after slapping the face of a high school girl who did not stand up during the playing of the national anthem at Ayutthaya railway station on Tuesday evening.