Showing 1 - 10 of 25
Published on 03/11/2024
» ภาพจากบนสะพานลอย ถนนราชดำริ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลาง ลงพื้นที่คอยจัดการสภาพปัญหา จากประเด็นข่าวตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพการจราจร ในถนนราชดำริ หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีราชดำริ โดยในภาพมีรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (แท็กซี่) และรถสามล้อรับจ้างสาธารณะ (รถตุ๊กตุ๊ก) จอดรถในช่องทางรถโดยสารประจำทาง ทำให้รถโดยสารประจำทางต้องจอด รับ - ส่งผู้โดยสารในช่องทางถัดไป พร้อมระบุข้อความว่า “เปลี่ยนชื่อไปเลยเถอะครับ Taxi Lane & TukTuk Lane ให้รถเมล์จอดข้างนอก คนวิ่งขึ้นเลน 2-3-4 ไปเลย!!” ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ โดยโครงการราชประสงค์โมเดล เริ่มโครงการตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน จากการประเมินผลพบว่าปัญหาการจราจรในถนนราชดำริมีทิศทางไปในทางที่ดีขึ้น แต่ยังพบข้อร้องเรียนของประชาชนในบางช่วงเวลา ซึ่งล่าสุดกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 โดยสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ดำเนินการฝึกอบรมผู้ขับขี่ รถโดยสารสาธารณะ ทำความเข้าใจ ปรับทัศนคติ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและสร้างจิตสำนึกที่ดีในการให้บริการ อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่งด้วย และให้ทุกหน่วยประสานงานและบูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาและเตรียมตัวรับนักท่องเที่ยว ในช่วงปลายปีตลอดจนถึงปีใหม่ 2568 นอกจากนี้ยังมีการตั้งกลุ่มไลน์ “ราชประสงค์โมเดล” เพื่อใช้ในการรายงานผลความคืบหน้า รับทราบข้อปัญหา และผลการดำเนินการของแต่ละฝ่ายPhoto By VARUTH HIRUNYATHEB---------------------------------------Published caption::Not on my watch ... A policeman directs tuk-tuk drivers to leave the bus lane on Ratchadamri Road, near Ratchaprasong intersection, which is popular with tourists. Police are cracking down on tuk-tuks and taxis that park illegally along the bus lane, obstructing traffic on the busy road. VARUTH HIRUNYATHEB
Gary Boyle, Published on 18/09/2024
» An exhausted woman was freed from the coils of a large snake that had been wrapped around her body for almost two hours, at her house in Samut Prakan on Tuesday night.
News, Online Reporters, Published on 18/09/2024
» An exhausted woman was freed from the coils of a large snake that had been wrapped around her body for almost two hours, at her house in Samut Prakan on Tuesday night.
Published on 20/07/2022
» ภาพการใช้รถในชีวิตประจำวันของประชาชนในช่วงเช้า บนนถนนงามวงค์วาน(302) โดยปัจจุบันผู้ใช้รถต้องปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัดให้มากขึ้นสอดคล้องมาตรการ สร้างจิตสำนึกในการขับขี่ปลอดภัย ด้วยการใช้มาตรการทางปกครอง 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ จะใช้บังคับในวันที่ 9 ม.ค. 66 และ 2.การสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่กรณีกระทำผิดกฎจราจร มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.65 เป็นต้นมาพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) ได้ออกมาตรการเพื่อสร้างจิตสำนึกในการขับขี่ปลอดภัย ด้วยการใช้มาตรการทางปกครอง 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ และ 2.การสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่กรณีกระทำผิดกฎจราจร แล้วส่งผลให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรง เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุ พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) กล่าวถึงระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ จะใช้บังคับในวันที่ 9 ม.ค. 66 โดยระบบนี้กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่มีคะแนนคนละ 12 คะแนน หากทำผิดกฎจราจรจะถูกตัดคะแนนตามจำนวนที่กำหนด โดยข้อหาความผิดมีตั้งแต่ 1 จนถึง 4 คะแนน ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 1 คะแนน เช่น ขับรถเร็ว ฝ่าฝืนเครื่องหมายทางม้าลาย ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 2 คะแนน เช่น ฝ่าไฟแดง ย้อนศร ขับรถในระหว่างที่ใบอนุญาตถูกสั่งยึด หรือถูกสั่งพักใช้ ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 3 คะแนน เช่น แข่งรถในทาง ข้อหาที่ตัด ครั้งละ 4 คะแนน เช่น ขับรถในขณะเมาสุรา หากคะแนนถูกตัดจนเหลือศูนย์คะแนน จะถูกสั่ง พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ เป็นระยะเวลา 90 วัน สำหรับคะแนนที่ถูกตัด จะมีการคืนคะแนนเมื่อครบกำหนด 1 ปี สำหรับการทำผิดครั้งนั้นๆ หรือกรณีที่มีคะแนนเหลือน้อย อาจขอเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและวินัยจราจร จาก กรมการขนส่งทางบก เพื่อรับคืนคะแนนตามที่หลักสูตรกำหนดก็ได้ ทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบคะแนนได้จาก เว็บไซต์ PTM E-ticket (https:ptm.police.go.th/eTicket) และ แอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยก่อนเริ่มใช้มาตรการตัด คะแนน ตร. และ กรมการขนส่งทางบก จะแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง ต่อไปส่วนการสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่กรณีกระทำผิดกฎจราจร มีการกำหนดหลักเกณฑ์ ได้แก่ มีเหตุ/ก่อให้เกิด/น่าจะก่อให้เกิด อันตรายร้ายแรงสาธารณะ มีลักษณะเป็นภัยแก่ประชาชนอย่างร้ายแรง มีพฤติการณ์หลบหนีเมื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล/ทรัพย์สิน ซึ่ง ผบช.น. ภ.1-9 และ ก. เป็นผู้มีอำนาจออก คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ครั้งละไม่เกิน 90 วัน โดยการสั่งพักใช้ตามข้อนี้แยกต่างหากจากระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ระเบียบฉบับนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.65 เป็นต้นมา หากมีการขับรถในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 156 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นอกจากระเบียบทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว พล.ต.ต.เอกราช กล่าวว่า ยังมีระเบียบที่กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานของ ตร. และระเบียบเรื่อง การประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ระหว่าง ตร. และกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้การใช้มาตรการตัดคะแนนเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยให้ประชาชนขับขี่และใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย จึงขอให้ร่วมกันปฏิบัติ ตามกฎจราจร เพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัย สร้างวินัยจราจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน อย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืน ส่วนดุลยพินิจของตำรวจในการยึดใบอนุญาตขับขี่ หรือระงับการใช้รถ ทางพล.ต.ต.เอกราช กล่าวว่า การยึดใบอนุญาตขับขี่ หรือระงับการใช้รถ จะมีประเด็นในเรื่องเจ้าพนักงานจราจร ถ้าพบเห็นผู้ขับขี่ผู้ใดได้มีพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นทางร่ายกาย ทั้งการอ่อนเพลีย ง่วงนอน ลมบ้าหมู ฯลฯ หากพบเห็นแล้ว เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจที่จะยึดใบอนุญาตขับขี่เพื่อไม่ให้เขาขับรถต่อไป หากร่างกายสมบูรณ์แล้วเมื่อพิจารณาดูแล้วสามารถขับรถต่อไปได้ก็จะคืนใบอนุญาตขับขี่ให้ ส่วนทางด้านจิตใจ เช่น อาจมีเรื่องเครียดทะเลาะกับแฟน มีการขับรถปาดไปปาดมา ซึ่งเจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าอาจเกิดอันตรายต่อผู้อื่นก็สามารถขอยึดใบขับขี่ เพื่อไม่ให้ขับรถ หากจุดนั้นเขาไม่มีใบขับขี่ก็มีอำนาจระงับการใช้รถได้ เพื่อไม่ให้เขาขับรถไปเป็นอันตรายต่อผู้อื่น แต่หากเหตุการณ์หรือพฤติกรรมต่างๆ จบไปแล้วทางเจ้าพนักงานจราจรสามารถใช้ดุลยพินิจว่าสามารถขับรถต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งจะมีกระบวนการต่อมาจากนั้น เช่น หากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ก็จะส่งไปโรงพยาบาล รวมถึงแจ้งญาติหรือมีกระบวนการอื่นใดที่สามารถปฏิบัติต่อผู้ขับขี่ได้อย่างเหมาะสมและไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อบุคคลผู้อื่น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ตร. ได้แก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565 เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ซึ่งมีหลักการสำคัญ เช่น การเพิ่มโทษของผู้ที่กระทำผิดซ้ำข้อหาเมาแล้วขับภายใน 2 ปีนับแต่วันกระทำผิดครั้งแรก ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับตั้งแต่ 50,000 - 100,000 บาท กำหนดอำนาจในการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดและสารเสพติดในร่างกายของผู้ขับขี่ที่หมดสติซึ่งไม่อาจให้ความยินยอมได้ เพิ่มอัตราโทษปรับขั้นสูงในกฎหมายจราจร จากเดิมโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท แก้ไขเพิ่มเป็นปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท การกำหนดให้ใช้ที่นั่งนิรภัยหรือมีวิธีป้องกันอันตรายสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปีขณะโดยสารรถยนต์ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำประกาศรูปแบบที่นั่งนิรภัย รวมถึงเปิดช่องทางผ่อนคลายสำหรับประชาชนที่ไม่สามารถจัดหาที่นั่งนิรภัยเด็กไว้ โดยให้ปฏิบัติตามวิธีการป้องกันอันตราย ซึ่งจะกำหนดรูปแบบที่ประชาชนสามารถปฏิบัติได้ง่าย ไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับใหม่นี้จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 5 ก.ย.65Photo By PATTARAPONG CHATPATTARASILL
Published on 08/08/2021
» หลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น พ.ต.อ.ประเทือง ผลมานะ ผกก.สภ.วิชิต พร้อมด้วยเจ้าที่ตำรวจกองปราบปรามพร้อมชุดสืบสวนหลายสังกัด ได้นำตัวผู้ต้องหา เดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ โดยนำแผงเหล็กและกรวยยางมากั้น ใช้เวลาทำแผน 1 ชม. หลังทำแผนเสร็จเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปยัง สภ.วิชิต ก่อนนำไปฝากขังในวันพรุ่งนี้ 9 สิงหาคม ต่อไปภูเก็ต อชัถยา ชื่นนิรันดร์/8 ส.ค.64ผบ.ตร.แถลงข่าวคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวสวิสฯเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2564 เวลา 10.30น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบช.ภ.8 ,พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบช.ภ.8 ,พล.ต.ต.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รองผบช.ภ.8 ,พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7 ,นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) แถลงข่าวคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี Mr.Jan Kaethner ผู้ช่วยทูต ฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตสวิสเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน เข้าร่วมฯ ณ ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตพฤติการณ์คดี เมื่อวันที่ 5 ส.ค.64 ตำรวจ สภ.วิชิต ได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตด้านบนน้ำตกโตนอ่าวยน มีผ้าพลาสติกสีเข้มคลุมศพ สภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า เปิดพลาสติกออกพบเป็นหญิงชาวต่างชาติ นอนเสียชีวิตลักษณะคว่ำหน้า สวมเสื้อกล้ามสีครีม มีเสื้อแจ็คเก็ตพันอยู่รอบเอว ใกล้กันพบกระเป๋าเป้ซ่อนอยู่หลังต้นไม้และรองเท้าผ้าใบโยนทิ้งห่างจากศพ สืบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิต เป็นนักท่องเที่ยวชาวสวิตเซอร์แลนด์ ชื่อ นางนิโคล ซอเวน ไวซคอฟ Nicole Sauvain Weisskopt อายุ 57 ปี ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการกองพิธีการรัฐสภาแห่งสมาพันธรัฐสวิสเซอร์แลนด์ เป็นนักท่องเที่ยวในโครงการ Phuket Sandbox เข้ามาเมื่อ13 ก.ค.64 ครบกำหนดอนุญาตให้อยู่ในประเทศ 26 ส.ค.64 ระหว่างที่พักในภูเก็ตได้ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง จากนั้น เมื่อ 3 ส.ค.64 เวลา 11.30น.ผู้เสียชีวิตได้ออกจากโรงแรมที่พักเดินเท้ามุ่งหน้าน้ำตกโตนอ่าวยน และไม่ได้กลับออกมาจากที่เกิดเหตุอีกเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบศพเมื่อวันที่ 5 ส.ค.64 ได้ทำการสืบสวนจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัยขับรถจักรยานยนต์ขึ้นไปก่อนผู้เสียชีวิตจะมาถึงประมาณ 12 นาทีและอีกประมาณ 3 ชม.ได้กลับออกจากที่เกิดเหตุ จากการสืบสวนทราบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวทะเบียน ขมข 493 ภูเก็ต มี นายธีรวัฒน์ ท่อทิพย์ อายุ 27 ปี เป็นผู้ขับขี่ อยู่ที่ 11/7หมู่ที่ 3 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แต่มีที่พักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จึงเชิญตัวซักถามตรวจร่างกายพบบาดแผลที่เพิ่งเกิดขึ้นหลายแห่ง ต่อมารับสารภาพว่าลงมือฆ่าด้วยตนเอง และเมื่อวันที่ 7 ส.ค.64 พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดภูเก็ต จับกุม นายธีรวัฒน์ ท่อทิพย์ อายุ 27 ปี โดย แจ้งข้อกล่าวหา "ฆ่าผู้อื่น" และ "ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย" ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาพล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบช.ภ.8 กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพร้องไห้สำนึกผิดว่า เขาเป็นคนฆ่า คุณนิโคล เอง วันนั้น เวลา 10.03น.เขาขึ้นไปที่น้ำตกโตนอ่าวยนไปหาของป่ากล้วยไม้ ไม่เจอสิ่งที่ต้องการจึงกลับลงมาเจอคุณนิโคล เล่นน้ำอยู่ได้เฝ้าสังเกตดูระยะหนึ่ง มีความคิดว่าอยากได้ทรัพย์สินของคุณนิโคล เนื่องจากช่วงนี้ ตกงาน ไม่มีรายได้เลย จึงย่องเข้าด้านหลังล็อกคอแล้วคุณนิโคล คว่ำหน้าลงไปในน้ำ จนแน่นิ่งไป เขาหยิบกระเป๋าเป้ออกมาเปิดล้วงเอาทรัพย์สินเป็นเงินไทย 300บาท หลังจากได้เงินแล้วเอาเป้ไปซ่อนหลังต้นไม้เอารองเท้าคุณนิโคลที่ถอดวางไว้โยนห่างจากคุณนิโคลไปเกือบ10เมตร แล้วเอาผ้าใบคลุมร่างคุณนิโคลเอาหินทับผ้าใบอีกที เพื่อพรางศพ และหลบหนีไป เงินที่ได้มา 300บาท เขารับว่าส่วนหนึ่งไปซื้อยาเสพติด ซื้อเครื่องดื่ม และเอาไปซ่อมโทรศัพท์ ซึ่งบุคคลที่อ้างถึงตั้งแต่ร้านเครื่องดื่มจนถึงซ่อมโทรศัพท์ให้การสอดคล้องกัน จีงรวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับ ซึ่งในเรื่องนี้ ต้องขอบคุณ ผบ.ตร. ทีมงานสืบสวนสอบสวน, พิสูจน์หลักฐาน ,ท่องเที่ยว, ต.ม. และแพทย์นิติเวชนอกจากนี้ ผู้ต้องหา มีความสำนึกรับผิดชอบสิ่งที่เขาทำ นอกจาก คุณนิโคล เสียชีวิตแล้ว ความเสียหายเกิดขึ้นกับประเทศชาติเพราะว่าคุณนิโคลเป็นนักท่องเที่ยวที่มาในโครงการแซนด์บอกซ์แล้วได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตืงเป็นการทำลายความเชื่อมั่น ซึ่งประเทศได้รับความชอกช้ำพอสมควร เขามีจิตสำนึกว่าเขาอยากจะออกมาพูดผ่านโฟนอินเพื่อขอโทษด้วยตัวเขาเองทางด้าน นายธีรวัฒน์ ท่อทิพย์ ผู้ต้องหาพูดภาษาถิ่นภาคใต้ ผ่านโฟนอิน ว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 ส.ค.เวลา 10-11 โมง ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปน้ำตกอ่าวยน ไปหากล้วยไม้พันธุ์ไมัแปลกๆ พอไปถึงได้เดินขึ้นไปบนน้ำตกด้านบนสุด ไม่เจอต้นไม้ที่ต้องการ จึงเดินลงมาเจอกับฝรั่ง 1 คน นั่งเปลือยกายท่อนล่างอยู่ในลำธาร ซึ่ง ด้านข้างมีกระเป๋าเป้ สีดำ เห็นว่ามีทรัพย์สินในกระเป๋าเป้ จึงเข้าไปรัดตัวผู้ตายด้านหลัง ผู้ตายขัดขืนดิ้นกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันจนตกลงไปในน้ำทั้งสองคน จึงรัดคอซ้ำจนผู้ตายหมดสติ และเอาผ้าใบมาปิดศพและเอาหินทับบนผ้าใบอีกทีหลังจากนั้นได้ไปรื้อค้นกระเป๋าผู้ตาย มีเงินสดอยู่ประมาณ 300บาท เป็นเงินไทย ได้หยิบมาใส่กระเป๋าของตนและหยิบรองเท้าผู้ตายโยนทิ้งข้างป่า และเดินลงมาจากน้ำตก จากนั้นได้ขับรถไปแวะซื้อแฟนต้า 30บาท น้ำแข็ง 10บาท โดยใช้เงินของผู้ตาย และไปที่ขนำของบังหยิด เอาเงินที่เหลือ 260บาทไปซื้อกัญชา กับบุหรี่มาเสพ และกลับบ้านใช้ชีวิตปกติ จนถึงวันที่ 5 ส.ค.ได้ทราบข่าวจากแฟนว่ามีฝรั่งเสียชีวิตอยู่ที่น้ำตกอ่าวยน รู้สึกตกใจมาก สำนึกผิดทุกการกระทำ จึงรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ และอยากจะขอโทษ คนไทยทุกคนทั้งประเทศ และขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ได้กระทำลงไป ผมขอโทษจากใจจริงตอนที่เกิดเหตุ ต้องการประสงค์ชิงทรัพย์อย่างเดียว ก่อนหน้านั้นเคยเสพยา และ ตกงาน จากโควิด ไม่มีงานทำ และ มีรายได้น้อย จากการรับจ้างตัดหญ้า อาทิตย์ละ1พันบาท เงินที่ได้มาให้แฟนหมดและไม่กล้าขอแฟนใช้เพราะให้แฟนใช้จ่ายกับลูกกับครอบครัว ตอนที่ทำร้ายนักท่องเที่ยวไม่คิดว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต คือ อารมณ์ชั่ววูบ พลั้งมือ ไม่ได้เจตนาจะฆ่า นักท่องเที่ยว อยากจะกราบขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต กับเหตุการณ์ที่ได้กระทำขอโอกาสคนไทยทั้งประเทศ ให้ยกโทษให้ด้วย ผมได้สำนึกผิดกับการกระทำที่ได้ทำลงไปส่วนร่องรอยบาดแผลที่เอวของตน คือ บอกภรรยาก่อนวันที่เกิดเหตุ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกราบขอโทษทุกคนขอโทษสังคม ที่กระทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ ที่สำคัญอยากจะขอโทษกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ส่วนการที่ไม่มามอบตัวก่อนเพราะคิดว่าตำรวจคงตามเจอและไม่กล้าจะบอกใครว่าทำความผิดทางด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.กล่าวว่า ในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคน อยากแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสียในครั้งนี้ คงไม่มีอะไรที่จะมาทดแทนการสูญเสียในครั้งนี้ได้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามที่จะสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้ก่อเหตุมาได้โดยเร็ว คงจะไม่มีสิ่งใดมาทดแทนตรงนี้ได้ และ พวกเรารู้สึกเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้มาโดยตลอด อยากจะยืนยัน และเน้นย้ำว่าเราจะทำหน้าที่รักษากฎหมาย รักษาความสงบเรียบร้อย ปกป้องและพิทักษ์ความเป็นอยู่ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวตลอดไป และอยากจะให้มีนักท่องเที่ยวได้กลับมายังประเทศไทยทางด้าน Mr.Jan Kaethnerผู้ช่วยทูต ฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตสวิสเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณผบ.ตร. และเพื่อนข้าราชการตำรวจไทย ที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนคดีนี้ในความพยายามอันใหญ่หลวงที่ได้ทุ่ทเททำงานสืบสวนหาพยานหลักฐานและจับกุมตัวผู้กระทำผิดจนสามารถคลี่คลายคดีอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้รวดเร็ว ครอบครัวของผู้วายชนม์ และพลเมืองแห่งประเทศไทย สมควรที่จะได้รับการทำงานสืบสวนสอบสวนที่เป็นมืออาชีพเช่นนี้ เชื่อมั่นว่าการทุ่มเทตรากตรำทำงานหนัก ของทีมงานสืบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย ภายใต้การนำของพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.จะนำพาให้การสืบสวนสอบสวนคดีนี้บรรลุผลสำเร็จอย่างงดงาม ขอถือโอกาสนี้แสดงความขอบคุณรัฐบาลไทย และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องสำหรับความทุ่มเทมุ่งมั่นที่จะทำให้จังหวัดภูเก็ตกลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง++++++++++++++++++++++++Published caption::Police take suspect Teerawat Thothip to Ton Ao Yon waterfall where he allegedly killed a Swiss tourist. It was part of a crime re- enactment yesterday.
Published on 08/04/2021
» แถลงจับตรวจชุดสังฆทาน/ชุดผ้าไตรจีวร ไม่ได้มาตรฐาน ( ย้อมแมวผ้าไตรจีวรเก่ามาทำใหม่หรอกขายผู้บริโภค) ของกลางจำนวนหลายรายการ ณ บก.ปคบ.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารบี ชั้น 4เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 8 เมษายน 2564 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผูบริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ.พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ.แถลงข่าวตรวจยึดชุดสังฆทาน ชุดผ้าไตรจีวร ไม่ได้มาตรฐาน (ย้อมผ้าไตรจีวรเก่ามาทำใหม่หรอกขายผู้บริโภค) ของกลางจำนวนหลายรายการตามที่ปรากฎตามสื่อสังคมออนไลน์ จากกรณีที่พระคุณเจ้าวัดแห่งหนึ่ง ได้ถ่ายคลิปพิสูจน์ผ้าไตรจีวรที่ญาติโยมซื้อมาถวาย พบมีการปลอมย้อมแมวขาย โดยนำผ้าไตรจีวรใหม่ห่อยัดไส้ในด้วยผ้าจีวรเก่าที่ใช้แล้ว มีสภาพคราบดำใช้งานมานาน สีไม่เหมือนกัน ขนาดผ้าก็ไม่สามารถใช้ได้ อีกทั้งยังมีรอยขาด และมีรูนำไปใช้ไม่ได้ต้องอาบัติ และผ้าแต่ละผืนมีสภาพเก่าสีต่างกัน และกล่องหรือถุงสังฆทานที่มีโยมนำมาถวายพระ ซึ่งพบว่าในบรรจุภัณฑ์ เต็มไปด้วยของที่ไม่มีคุณภาพ และราคาแพงเกินความเป็นจริง ไม่สามารถนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ได้จริงต่อมา บก.ปคบ.ได้ร่วมบูรณาการกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้การอำนวยการของ นายธสรณ์อัฑฆ์ ธนิทธิพันธ์ เลขา สคบ.ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข รอง ผกก.1 บก.ปคบ. , พ.ต.ต.อนันต์ บัวแก้ว สว.กก.1 บก.ปคบ.พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด สืบสวนทำการสืบสวนตรวจสอบร้านจำหน่ายชุดสังฆทาน หรือชุดไทยธรรม ที่อาจเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอันเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2550) เรื่องชุดสังฆทาน หรือชุดไทยธรรม ซึ่งเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาล รวม 3 จุด ประกอบด้วย1.ร้านสรรเสริญ สังฆภัณฑ์ เลขที่ 175 ถนนสามชัย ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบ น.ส.สิริกาญจน์ สงวนนามสกุล อายุ 58 ปี เป็นเจ้าของร้านดังกล่าว ขณะเข้าตรวจค้นพบชุดผ้าไตรจีวร ผ้าแต่ละผืนมีสภาพเก่าสีต่างกัน กล่องหรือถุงสังฆทานเต็มไปด้วยสิ่งของที่ไม่มีคุณภาพ2.บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 35/32 หมู่ที่ 12 หมู่บ้านเจริญทรัพย์ ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมานี พบ น.ส.สาคร สงวนนามสกุล อายุ 52 ปี เป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว ตรวจค้นพบชุดผ้าไตรจีวร สบง ผ้าแต่ละผืนมีสภาพเก่าสีต่างกัน กล่องหรือถุงสังฆทานเต็มไปด้วยสิ่งของที่ไม่มีคุณภาพ3.บริเวณบ้านเลขที่ 35/42 หมู่ที่ 12 หมู่บ้านเจริญทรัพย์ ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จังหวัดปทุมานี พบ น.ส.สุนัน สงวนนามสกุล อายุ 44 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน ขณะตรวจคันพบชุดผ้าไตรจีวร ผ้าอังสะ ผ้าแต่ละผืนมีสภาพเก่าสีต่างกัน กล่องหรือถุงสังฆทานเต็มไปด้วยสิ่งของที่ไม่มีคุณภาพจึงได้ทำการตรวจยึดของกลาง จำนวนหลายรายการ ประกอบด้วย ผ้าจีวร 90 ผืน ผ้าไตร 90 ชุด สบง 90 ชุด ผ้าอังสะ 10 ผืน ที่รัดอก 20 ผืน ชุดถังสังฆทาน 30 ชุด ชุดกล่องยา 25 ชุด ไม้ที่ใช้สำหรับพับผ้าไตร 3 ชิ้น เตารีดไฟฟ้า 3 เครื่อง เครื่องเป่าทำความร้อน สำหรับเป่าพลาสติกชุดสังฆทาน 1 เครื่องซึ่งจากการตรวจค้นทั้ง 3 จุดนั้น ผู้ถูกจับได้ให้การรับสารภาพว่าได้รับซื้อชุดสังฆทาน ชุดกล่องยา ชุดผ้าไตรจีวร อื่นๆ มาจากวัดต่างๆ โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่ในวัด พระ ลูกศิษย์ของวัด ติดต่อมา หรือบางครั้งก็จะให้ลูกจ้างของตัวเองไปติดต่อซื้อตามวัดต่างๆจากนั้นก็นำมาบรรจุเป็นสินค้าใหม่ เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป และจำหน่ายให้กับร้านค้าสังฆภัณฑ์ทั่วไปและร้านค้าขายส่ง ในราคาถูกกว่าความเป็นจริงทั้งนี้ จากการสอบสวนเบื้องต้น เข้าข่ายการกระทำความผิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 "ผู้ใดเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น"ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำผิดซ้ำอีก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 30 , 31" ขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากนั้นไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ โดยรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าการไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากดังกล่าวนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย"ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 ประกอบประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2550) เรื่อง ให้ชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมเป็นสินค้าควบคุมฉลากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบังคับการปราบปรามการประทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนในการเลือกซื้อสินค้าประเภทชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมเพื่อที่จะนำไปถวายแด่นักบวชในพระพุทธศาสนา จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ตรวจสอบร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ ว่ามีการรับประกันสินค้าหรือไม่ ตรวจสอบตัวสินค้าว่าไม่โฆษณาเกินความจริง มี อย. , มอก.และราคาไม่แพงหรือถูกจนเกินไป และหากพี่น้อง ประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับสินค้าที่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสได้ทางสายด่วน 1135 ศูนย์รับเรื่องรวมร้องทุกข์ บก.ปคบ. "เพจเฟซบุ๊ก" กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค"และเว็บไซต์ www.cppd.go.th และศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สคบ.สายด่วน 1166Published caption : Consumer Protection Division police show old saffron robes which were among items seized from three shops in Pathum Thani and Songkhla provinces. The raids were conducted after reports that these shops mixed used and worn-out saffron robes with new ones to lure merit makers to buy them.
Published on 07/10/2020
» วันงานที่มีคุณค่า Decent work “ปฏิรูปการณ์จ้างงาน ปฏิรูปประกันสังคม เพื่อความมั่งคงของคนงาน” ณ.สำนักงานประกันสังคม(สำนักงานใหญ่)ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) จัดกิจกรรมวันงานที่มีคุณค่าสากล (Decent work day)และกลุ่มแรงงานมวลชนประมาณ 400 คน เข้ามาภายใน ตั้งเวทีปราศรัยเพื่อทำกิจกรรมและรอยื่นข้อเสนอพร้อมรายชื่อชาวแรงงานกว่า 1 หมื่นกว่ารายชื่อที่เห็นด้วย ในการฟ้องร้องภาครัฐที่บริหารจัดการกองทุนประกันสังคมล้มเหลวกว่า 80,000 ล้านบาท ต่อบอร์ดสํานักงานประกันสังคม แกนนำอยู่ระหว่างสลับกันปราศรัย นายสมพร ขวัญเนตร ประธาน คสรท. ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เนื่องในวันงานที่มีคุณค่าสากล (Decent work day) ถึงการเคลื่อนไหวการต่อสู้ของกลุ่มแรงงาน กับนายจ้างและนายทุนที่เอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค 19 เกิดผลกระทบต่อลูกจ้างแรงงานพนักงานต่างๆ โดยเรียกร้องให้ทางสำนักประกันสังคม ต้องจัดสวัสดิการที่ดี ให้เพียงพอและเท่าเทียมกับชาวแรงงานผู้ประกันตนทุกคน จากนั้นได้ยื่นหนังสือกับนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน เพื่อดำเนินการศึกษาในรายละเอียดและเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.ให้ร่วมหาแนวทางช่วยเหลือกลุ่มแรงงานต่อไปPublished caption :Working up some steam Participants join a parade organised by labour groups calling for reform of employment conditions and the social security system for improved protection and welfare of workers. The activity marking the World Day for Decent Work yesterday was held at the Social Security Office in Nonthaburi.
Published on 24/08/2019
» ผู้เข้าอบรมร่วมทำ วิลแชร์สำหรับสุนัขและแมวที่พิการ กำลังติดสายรัดเพื่อช่วยในใช้งาน ทำให้กระชับและปลอดภัยเวลาใช้รถกับสุนัขหรือแมวผู้เข้าอบรมร่วมทำ วิลแชร์สำหรับสุนัขและแมวที่พิการ โดยในครั้งนี้เป็นการเปิดอบรมวีลแชร์เพื่อสัต์พิการครั้งที่ 35 โดยจะมีการสัมมนาการทำวีลแชร์ ภาคทฤษฎี ก่อนที่จะมีสัมมนาการทำวีลแชร์ ภาค ปฏิบัติ (กิจกรรม workshop) ในโครงการ"เพราะมีน้ำใจ จึงมีชีวิต" : Wheelchair for Pets โดยเป็นการวัดขนาดประมาณของสัตว์ที่จะทำให้ แล้วนำท่อแป๊ปมาต่อกันตามแบบที่ผู้จัดได้ร่างไว้ให้ ก่อนจะนำมาทากาวเพื่อให้ติดสนิท ณ ชั้น 1 อาคาร 60 ปี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยThe Chakr Pichaironnarongsongkram Foundation has initiated a project to distribute special wheelchairs to pet owners who do not have enough money to buy equipment for their pets. The wheelchairs, made of inexpensive PVC, are meant to help disabled animals walk and even take part in physical therapy in the hope they can resume their normal routines. The lightweight wheelchairs are designed to have either two or four wheels and can be adjusted depending on the animals’ size.
Published on 05/07/2019
» ทีมคณะแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผู้ให้การรักษานายหัฒศนัย ไกรบุตร หรือเมฆ วินัย ไกรบุตร จัดแถลงข่าวการรักษาอย่างเป็นทางการ ที่ ห้องประชุม1210 ชั้น12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล พร้อมด้วยนายหัฒศนัย ไกรบุตร หรือวินัย ไกรบุตร ร่วมแถลงข่าวการรักษาอาการป่วยอย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุม 1210 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า โรคผิวหนังมีจำนวนหลายพันโรค เพราะผิวหนังเป็นอวัยวะที่อยู่ภายนอก เมื่อเกิด ผื่น ตุ่ม ฝี หรือมีร่องรอยต่างๆ มักจะเห็นได้ง่าย จึงทำให้มีการตั้งชื่อโรคผิวหนังต่างๆ มากมาย บางชื่ออาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักสำหรับคนไทย อาทิ เพมฟิกอยด์ ทำให้เข้าใจว่าเป็นโรคใหม่ ทั้งๆ ที่จริงมีมานานแล้วร่างกายของแต่ละคนมักมีโอกาสทำงานผิดปกติ โดยที่ตนเองไม่รู้ตัว อาจเนื่องมาจากสาเหตุที่ระบบอื่นๆ ในร่างกายเข้ามาจัดการควบคุมดูแลกันเอง ทำให้ไม่มีอาการแสดงออกมาภูมิต้านทานของคนเรานั้นมีหน้าที่คอยต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม และมะเร็ง คล้ายกับตำรวจ ทหาร ที่คอยปกป้องประเทศ ต้องฆ่าศัตรูโดยต้องไม่ทำร้ายประชาชนของตนเอง แต่บางครั้งภูมิต้านทานเหล่านี้ก็จำผิด เลยกลับมาทำอันตรายอวัยวะของตนเองทำให้เกิดโรค แพ้ภูมิ ตัวเองขึ้นในส่วนของโรคตุ่มน้ำพอง เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่พบได้ไม่บ่อย แต่ก็ไม่ใช่โรคหายาก สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่มาทำลายโครงสร้างที่ทำหน้าที่ยึดเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังหลุดออกจากกันกลายเป็นตุ่มน้ำและแผลถลอก รอยโรคสามารถพบได้ทั้งผิวหนังและเยื่อบุ โรคที่พบบ่อย มี 2 กลุ่ม ได้แก่ โรคเพมฟิกัสและโรคเพมฟิกอยด์โรคเพมฟิกัส มักพบในช่วงอายุ 50-60 ปี มีความผิดปกติที่ชั้นผิวหนังกำพร้า จะเกิดในผิวหนังชั้นตื้นกว่า แต่อาจกินบริเวณกว้าง ผู้ป่วยจึงมีแผลเสมือนถูกน้ำร้อนลวกเป็นบริเวณกว้าง และผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีแผลถลอกในช่องปากร่วมด้วย มีอาการเจ็บ และอาจพบแผลถลอกที่เยื่อบุบริเวณอื่นได้ เช่น ทางเดินหายใจ เยื่อบุช่องคลอดและอวัยวะเพศ ที่ผิวหนังมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำ แตกได้ง่าย กลายเป็นแผลถลอก มีอาการปวดแสบมากเมื่อแผลหายมักทิ้งรอยดำโดยไม่เป็นแผลเป็นโรคเพมฟิกอยด์พบได้บ่อยกว่าโรคเพมฟิกัส มักพบในอายุมากกว่า 60 ปี หรือผู้สูงอายุเกิดจากมีการหลุดลอกของชั้นหนังกำพร้าออกจากชั้นหนังแท้ จะเกิดการแยกชั้นของผิวหนังที่ลึกกว่า แต่ก็มักจะกินบริเวณไม่กว้างมากนัก ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการผื่นแดงคันนำมาก่อน ต่อมาเริ่มมีตุ่มน้ำใสขนาดต่างๆ กัน โดยตุ่มน้ำมีลักษณะพอง แตกยากหรืออาจแตกออกเป็นแผลถลอก รอยโรคที่เยื่อบุพบได้น้อยกว่าโรคเพมฟิกัส และมักไม่เจ็บ โดยทั่วไปความรุนแรงของโรคมักน้อยกว่าเพมฟิกัสโรคตุ่มน้ำพองมักต้องอาศัยการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาร่วมกับการตรวจทางอิมมูนเรืองแสงในการวินิจฉัยโรคด้วย ยาที่ใช้รักษาเป็นหลักคือยาคอร์ติโคสเตียรอยด์และยากดภูมิคุ้มกัน ในโรคเพมฟิกอยด์ที่มีอาการไม่รุนแรง อาจใช้ยาทาคอร์ติโคสเตียรอยด์หรือยากลุ่มที่ไม่ใช่ยากดภูมิคุ้มกัน ในรายที่ตุ่มน้ำหรือแผลถลอกมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน อาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย โรคตุ่มน้ำพองมีการดำเนินโรคค่อนข้างเรื้อรังเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี หลังจากโรคสงบแล้วอาจเป็นซ้ำได้ ในกรณีที่สงสัยว่าจะเป็นโรคตุ่มน้ำพอง แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคคำแนะนำในการปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรค ควรทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ บริเวณที่เป็นแผลให้ใช้น้ำเกลือ(Normal saline)ทำความสะอาด ไม่แกะเกาผื่นเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ผู้ป่วยที่มีแผลในปาก ควรงดอาหารรสจัด งดรับประทานอาหารแข็ง เช่น ถั่ว ปลาแห้ง ของขบเคี้ยว เนื่องจากอาจกระตุ้นการหลุดลอกของเยื่อบุในช่องปาก หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ ไม่ควรใส่เสื้อผ้ารัดคับ เพื่อลดการถลอกที่ผิวหนัง หลีกเลี่ยงแสงแดด และความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องมารักษาต่อเนื่องมาตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ ทานยาต่อเนื่อง ไม่ควรลดหรือเพิ่มยาเองและดูแลรักษาแผลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้โรคสงบได้เร็วขึ้น ทำให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป ไม่มีรอยโรคใหม่เกิดขึ้น/Published caption : Actor Winai Kraibutr embraces a member of a support group which raises funds to help cover medical costs during a press conference held by Chulalongkorn Memorial Hospital to educate the public about bullous pemphigoid, an autoimmune blistering disease, he is battling.
Published on 14/02/2019
» เจ้าหน้าบริษัททรูกำลังโชว์ สายรัดข้อมือ สำหรับ ผู้สูงอายุ ที่อาจหายออกจากบ้าน ในโครงการ หายไม่ห่วง ที่ร่วมกันโดย มูลนิธิกระจกเงา บริษัททรู สำนักงงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพัฒนาสังคม และบริษัทmedi ร่วมกันสร้าง สายรัดข้อมือที่มี คิวอาร์โค๊ด ที่บันทึกข้อมูลของ ผู้ป่วย หรือ ผู้สูงอายุ แล้วมี แอบพลิเคชั่น thaimissing.สำหรับคนที่เจอผู้ป่วยที่พลัดหลงแล้วสแกนคิวอาร์โค๊ด เพื่อดูข้อมูลและแจ้งมูลนิธิกระจกเงาหรือตำรวจ เพื่อส่งกลับบ้าน++++++++++++++Published caption::Product demonstrators show off wristbands which contain the wearers’ personal information that can be accessed from a smartphone. The wristbands, designed for those suffering from dementia, were made as part of a project to reduce missing persons cases.