Showing 1 - 10 of 2,037
Published on 26/07/2025
» นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประชุมติดตามมาตรการการรับมือ และการช่วยเหลือของกระทรวงวัฒนธรรมในการร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยจัดการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 4 จังหวัด ณ กระทรวงวัฒนธรรมPublished caption : Paetongtarn: Lost credibility
Published on 21/07/2025
» พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย (ศบ.ทก.) ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่เคยใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 โดยระบุว่าจุดที่พบมีการพรางด้วยวัชพืชและสภาพโลหะยังใหม่ เผยชัดว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดของกัมพูชา 2 ประการ คือการวางระเบิดใหม่ และการครอบครองอาวุธต้องห้ามชนิดใหม่การประชุม ศบ.ทก. ชุดใหญ่ในวันนี้ ได้วางแนวทางตอบโต้ต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งนับจากเกิดเหตุจนถึงวันนี้ถือว่าดำเนินการได้รวดเร็วมากสำหรับแนวทางฟ้องร้อง กำลังเตรียมสำนวนเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งมีกำหนดประชุมช่วงปลายปีนี้ โดยจะยื่นในนามรัฐบาลไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และประสานความร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติ โดยยังไม่พิจารณานำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสหประชาชาติ (UN)กรณีที่กัมพูชาระบุว่าจะใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) แก้ปัญหาร่วมกันนั้น พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า ฝ่ายไทยยินดี แต่ต้องชี้แจงให้ชัดเจนกรณีที่มีกลุ่มมวลชนกดดันบริเวณปราสาทตาเมือนธม ซึ่งไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยโดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ดำเนินการดูแลพื้นที่และควบคุมสถานการณ์เรียบร้อยแล้วทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพล ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชนให้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะทุกฝ่ายต้องร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยปัจจุบันไทยมีหลักฐานเพียงพอ และยังคงดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องPublished caption : Nattaphon: Vacuum not a problem
Published on 07/05/2025
» ผู้แสดงเป็นบัญชีม้าที่นิทรรศการให้ความรู้ กำลังสวัสดีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในงานเปิดโครงการเสวนาเชิงวิชาการ “บทบาทในการดำเนินคดีทุจริตภายใต้แนวนโยบายของรัฐบาลในมิติของปัจจุบันและอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน” ภายใต้แนวคิด “พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต”วันนี้ (วันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2568) เวลา 09.00 น. ณ ห้องจูปิเตอร์ 4 – 6 อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสวนาเชิงวิชาการ “บทบาทในการดำเนินคดีทุจริตภายใต้แนวนโยบายของรัฐบาลในมิติของปัจจุบันและอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน” ภายใต้แนวคิด “พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต” โดยมีนายอำนาจ พวงชมภู ประธานกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่าง ๆ ภาคประชาชนและภาคเอกชน จำนวน 170 คน เข้าร่วมฯPublished caption :Two people portraying mule accounts greet Deputy Prime Minister Phumtham Wechayachai, right, at an exhibition on addressing corruption, at the Impact Exhibition and Convention Centre yesterday.
Published on 06/05/2025
» ผู้พิการหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตทักษะคอมพิวเตอร์ที่ได้ร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน โดยมีสองรัฐมนตรียืนให้กำลังใจดูภาพวาดตนเองในจอคอมพ์ ในงานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงานวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน และกล่าวแสดงความยินดีในพิธีบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 กระทรวงแรงงานนายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มุ่งมั่นประสานพลังกับทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตามนโยบายรัฐบาล ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและจัดสวัสดิการของรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ที่มุ่งเพิ่มโอกาสและเสริมสร้างคุณค่าคนพิการ และ พันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้คนพิการก้าวข้ามความพิการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พึ่งตนเองได้ และร่วมรับผิดชอบสังคม ซึ่งมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกลไกลสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณกว่า 21 ล้านบาท ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 4,328 คน อย่างเป็นระบบและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระ ทำให้คนพิการและครอบครัว มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเสมอภาคในสังคมแห่งโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้สนับสนุนการผลักดันความร่วมมือตามโครงการดังกล่าว ผ่านการสำรวจความต้องการฝึกอบรมฝีมือแรงงานและความต้องการทำงานของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนการประสานและร่วมพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เหมาะสมกับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันลงนามใน MOU ฉบับนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพลังของคนพิการในการเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการจ้างงานคนพิการ เพราะความสามารถ (Ability) ไม่ใช่จ้างงานเพราะความพิการ (Disability) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ---------------------------------------Published caption::A helping hand ... A disabled woman demonstrates her computer skills as Varawut Silpa-archa, left, Minister of Social Development and Human Security and Phiphat Ratchakitprakarn, centre, Minister of Labour, watch a demonstration at the ministry following the signing of an MoU on improving job skills for people with disabilities. VARUTH HIRUNYATHEB
Published on 22/04/2025
» พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมPhoto By CHANAT KATANYU---------------------------------------Published caption::Tawee: Unfazed by petition to NHRC
Published on 19/04/2025
» ประชาชนใช้บันไดเลื่อน บริเวณสถานี BTS สยาม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เตรียมควบคุมมาตรฐานบันไดเลื่อน-ทางเลื่อน ต.ค. 68 รับแผ่นดินไหว ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. ... โดยจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ สมอ. จะเร่งประกาศให้บันไดเลื่อน-ทางเลื่อนอัตโนมัติ เป็นสินค้าควบคุม เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนที่ต้องใช้บริการในสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สถานีรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และอาคารสำนักงาน โดยมาตรฐานฉบับดังงกล่าวเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและระบบไฟฟ้า ที่อ้างอิงมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) ที่มีความปลอดภัยสูง เป็นที่ยอมรับของสากล และทั่วโลกได้นำไปใช้ มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งจะมีระบบตรวจจับแผ่นดินไหวหรือเซ็นเซอร์ซึ่งจะเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบันไดเลื่อนหรือทางเลื่อนอัตโนมัติ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวระบบจะหยุดทำงานทันที มีระบบการยึดติดบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติในแนวดิ่งเพื่อไม่ให้เคลื่อนหลุดออกจากฐานPublished caption : Commuters use escalators at BTS Siam Station. All public escalators will soon be required to meet earthquake resistant standards, with high-build quality, and stop operating when tremors strike.
Published on 12/04/2025
» ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะแรงงานจากต่างจังหวัดที่มาทำงานในกรุงเทพมหานคร ต่างทยอยเดินทางกลับบ้านเพื่อร่วมฉลองเทศกาลกับครอบครัวอย่างอบอุ่น หนึ่งในภาพที่เห็นได้เป็นประจำในช่วงเทศกาลเช่นนี้ คือกลุ่มแรงงานที่อาศัยรถกระบะของญาติหรือเพื่อนบ้านเป็นพาหนะในการเดินทางกลับบ้าน โดยมากมักนั่งท้ายรถกระบะ ซึ่งแม้จะไม่สะดวกสบายเท่ารถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ แต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดี บนถนนพหลโยธิน ช่วงนวนคร จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวพบเห็นขบวนรถกระบะจำนวนไม่น้อย ที่บรรทุกผู้โดยสารพร้อมสัมภาระจำนวนมาก มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของแรงงานส่วนใหญ่ โดยการนั่งท้ายกระบะกลับบ้านเป็นวิธีที่รวดเร็วและคุ้มค่าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบ้าง แต่ก็ถือเป็นทางเลือกที่จำเป็น เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้นอกจากจะเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของคนไทยกับครอบครัว และการพยายามประหยัดเพื่อใช้ชีวิตให้อยู่รอดท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงสูงต่อเนื่อง บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างคึกคักโดยเฉพาะแรงงานจากต่างจังหวัดที่มาทำงานในกรุงเทพมหานคร ต่างทยอยเดินทางกลับบ้านเพื่อร่วมฉลองเทศกาลกับครอบครัวอย่างอบอุ่นหนึ่งในภาพที่เห็นได้เป็นประจำในช่วงเทศกาลเช่นนี้ คือกลุ่มแรงงานที่อาศัยรถกระบะของญาติหรือเพื่อนบ้านเป็นพาหนะในการเดินทางกลับบ้าน โดยมากมักนั่งท้ายรถกระบะ ซึ่งแม้จะไม่สะดวกสบายเท่ารถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ แต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดีบนถนนพหลโยธิน ช่วงนวนคร จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวพบเห็นขบวนรถกระบะจำนวนไม่น้อย ที่บรรทุกผู้โดยสารพร้อมสัมภาระจำนวนมาก มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของแรงงานส่วนใหญ่ โดยการนั่งท้ายกระบะกลับบ้านเป็นวิธีที่รวดเร็วและคุ้มค่าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบ้าง แต่ก็ถือเป็นทางเลือกที่จำเป็นเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้นอกจากจะเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของคนไทยกับครอบครัว และการพยายามประหยัดเพื่อใช้ชีวิตให้อยู่รอดท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงสูงต่อเนื่องPublished caption : A bus carries passengers making Songkran holiday trips from Bangkok to Mae Sai district in Chiang Rai province, 800km north of the capital.
Published on 11/04/2025
» น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อยการบังคับใช้กฎหมาย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 บริเวณท้องสนามหลวงPublished caption : Prime Minister Paetongtarn Shinawatra yesterday presides over a ceremony launching police operations to prevent and suppress crime and manage traffic in Bangkok during the Songkran festival, typically held between April 13-15. The ceremony was held at Sanam Luang. Bangkok Governor Chadchart Sittipunt, second from right, joined the event.
Published on 11/04/2025
» Key InformationName: Jiraporn SindhupraiNickname: NamNationality: ThaiKnown for: Politician, Lawyer, Member of Parliament, Minister Attached to the Prime Minister’s Office, Advocate for Rural Development and Women’s EmpowermentInstagram: @j_sindhuprai
Published on 09/04/2025
» (ในภาพ) นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินตรวจดูบริเวณโซนเยี่ยมญาติระหว่างมีผู้ต้องขังกับญาติสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปวันพุธที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ กระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักการปฏิบัติของสากลเพื่อยกระดับของการปฏิบัติต่อบุคคลที่ตามกฎหมายแล้วถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับหลักสากล อันจะส่งผลต่อการฟื้นฟูหลักนิติธรรมของประเทศ สำหรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเรือนจำต้นแบบในการแยกการปฏิบัติของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งนอกจากจะมีการแยกพื้นที่กันอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะมีการนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมมาใช้ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ต้องขังในเรื่องของการให้ความรู้ทางกฎหมายเพื่อต่อสู้คดี การส่งเสริมความแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดสวัสดิการต่าง ๆ โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) ในเรือนจำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเดียวกัน โดยให้มี ๑ เรือนจำ ทำหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ส่วนเรือนจำอื่นในจังหวัดให้ทำหน้าที่ควบคุมนักโทษขังเด็ดขาด ประกอบด้วย ๘ กลุ่มจังหวัด ดังนี้กลุ่มจังหวัดลำปาง กลุ่มจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มจังหวัดสงขลา กลุ่มจังหวัดปทุมธานี และกลุ่มจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ควบคุมผู้ต้องขังคดีทั่วไป และคดียาเสพติดให้โทษ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นสอบสวน - ไต่สวน พิจารณา และควบคุมผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีกำหนดโทษเหลือไม่เกิน ๕ ปี ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ในอัตราส่วน 1.6 ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง 1 คน เพื่อทำงานสุขาภิบาลต่างๆ หรือภารกิจอื่นในเรือนจำ ในส่วนของการปฏิบัตินั้นได้มีการจัดทำแนวทางการปฏิบัติขึ้นใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ประกอบด้วย การปรับปรุงชุดของผู้ต้องขังสำหรับการไปศาล การให้ความรู้ทางกฎหมาย รวมถึงการพบปะกับบุคคลภายนอก โดยเฉพาะทนายความ การเยี่ยมญาติใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นต้น โดยในครั้งนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพร็ชนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาใน Exclusive Talk เรื่อง จัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) อีกทั้งยังมี Mini Talk เรื่อง อิสรภาพที่หายไป ก่อนการตัดสินสิทธิและโอกาสในการพิสูจน์ตนเองของชีวิตหลังกำแพง พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คุณอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช (เบนซ์ เรซซิ่ง) คุณพัฒนพล มินทะขิน (ดีเจแมน) คุณนพนันท์ ทองเคลือ (เอิร์น วัดใหญ่) เพื่อร่วมกันแบ่งปันความรู้ในประเด็นดังกล่าวทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังคงตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปPublished caption :Prisoner welfareSahakarn Petcharin, Director-General of the Department of Corrections, inspects the visiting area at Bangkok Remand Prison where a pilot project to enhance the rights of prisoners who are under trial is underway.