FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “มิชลิน”

Showing 1 - 10 of 700

IMAGE

ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ

Published on 27/04/2025

» บริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตลอดทางตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอยเต็มไปด้วยร้านอาหารจีน ร้านหม่าล่า ชาบู มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน ร้านนวดแผนโบราณ คาเฟ่ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ-จีน ฯลฯ โดยตกแต่งและมีป้ายชื่อร้านเป็นภาษาจีนขนาดใหญ่ แม้ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมาจะพบว่าธุรกิจในย่านนี้ทยอยปิดกิจการลง เพราะติดขัดเรื่องการขออนุญาต หลังสำนักงานเขตห้วยขวาง เข้ามากวดขันตรวจสอบและพบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวจีน จึงออกคำสั่งให้ทุกร้านต้องทำใบอนุญาต แต่ ณ ปัจจุบันยังคงพบเห็นว่า ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ยังคงมีไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน ยังไม่รวมที่กระจายตัวออกไปตามย่านต่าง ๆ บนถนนรัชดาภิเษก หรือย่านพระราม 9 และอื่น ๆ การเข้ามาของคนจีนสะท้อนอยู่หลายเรื่อง และมีความต่างจากชาวจีนยุคแรก สมัยเยาวราชเฟื่องฟู อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มPhoto By Nutthawat Wichieanbut---------------------------------------Published caption::Migrant magnet... A photograph shows billboards on  Pracha Rat Bamphen Road in Huai Khwang district,  which is quickly becoming known as the capital’s ‘second  Chinatown’, after Yaowarat Road. Nutthawat  Wichieanbut

IMAGE

Tourism surveys Chinese market

Published on 26/04/2025

» บริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตลอดทางตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอยเต็มไปด้วยร้านอาหารจีน ร้านหม่าล่า ชาบู มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน ร้านนวดแผนโบราณ คาเฟ่ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ-จีน ฯลฯ โดยตกแต่งและมีป้ายชื่อร้านเป็นภาษาจีนขนาดใหญ่ แม้ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมาจะพบว่าธุรกิจในย่านนี้ทยอยปิดกิจการลง เพราะติดขัดเรื่องการขออนุญาต หลังสำนักงานเขตห้วยขวาง เข้ามากวดขันตรวจสอบและพบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวจีน จึงออกคำสั่งให้ทุกร้านต้องทำใบอนุญาต แต่ ณ ปัจจุบันยังคงพบเห็นว่า ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ยังคงมีไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน ยังไม่รวมที่กระจายตัวออกไปตามย่านต่าง ๆ บนถนนรัชดาภิเษก หรือย่านพระราม 9 และอื่น ๆ การเข้ามาของคนจีนสะท้อนอยู่หลายเรื่อง และมีความต่างจากชาวจีนยุคแรก สมัยเยาวราชเฟื่องฟู อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มPublished caption : Restaurants and shops along Pracha Rat Bamphen Road in Huai Khwang district, which is dubbed the second Chinatown in Bangkok, record fewer Chinese guests as the market drops after the Songkran festival.

IMAGE

ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ

Published on 26/04/2025

» บริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตลอดทางตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอยเต็มไปด้วยร้านอาหารจีน ร้านหม่าล่า ชาบู มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน ร้านนวดแผนโบราณ คาเฟ่ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ-จีน ฯลฯ โดยตกแต่งและมีป้ายชื่อร้านเป็นภาษาจีนขนาดใหญ่ แม้ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมาจะพบว่าธุรกิจในย่านนี้ทยอยปิดกิจการลง เพราะติดขัดเรื่องการขออนุญาต หลังสำนักงานเขตห้วยขวาง เข้ามากวดขันตรวจสอบและพบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวจีน จึงออกคำสั่งให้ทุกร้านต้องทำใบอนุญาต แต่ ณ ปัจจุบันยังคงพบเห็นว่า ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ยังคงมีไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน ยังไม่รวมที่กระจายตัวออกไปตามย่านต่าง ๆ บนถนนรัชดาภิเษก หรือย่านพระราม 9 และอื่น ๆ การเข้ามาของคนจีนสะท้อนอยู่หลายเรื่อง และมีความต่างจากชาวจีนยุคแรก สมัยเยาวราชเฟื่องฟู อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม---------------------------------------Published caption::Dubbed the second Chinatown of Bangkok,  Pracha Rat Bamphen Road is now quieter as  fewer Chinese tourists roam the streets. Nutthawat  Wichieanbut

IMAGE

Jail terms for 2 ex-prosecutors in ‘Boss’ hit-run case

Published on 22/04/2025

» 13.30 น. ศาลทุจริตฯ ตัดสิน "สมยศ" และพวกรวม 6 คน ไม่มีความผิดตามฟ้อง คดีเปลี่ยนความเร็วรถ บอส อยู่วิทยา ส่วน 2 อดีตอัยการพิพากษาสั่งจำคุก "เนตร นาคสุข" 3 ปี ส่วน "ชัยณรงค์" 2 ปี ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ย่านตลิ่งชัน ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบหมายเลขดำ อท 131/2567 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ,เนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด กับพวกรวม 8 คนเป็นจำเลย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 200, 83, 86 พรป.ประกอบรัฐธรรมนูญญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 พรป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 192 . กรณีที่พวกจำเลยทั้งหมด ร่วมกันกระทำผิดเปลี่ยนแปลงพยานหลักฐานในคดี คำให้การพยาน ความเร็วรถยนต์ เพื่อช่วยเหลือนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหา เพื่อให้พ้นผิด หรือรับโทษน้อยลง ที่นายวรยุทธ ขับรถสปอร์ตหรูเฉี่ยวชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย. 2555 . สำหรับรายชื่อจำเลยทั้ง 8 คน ประกอบด้วย จำเลยที่ 1 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ที่ 1 จำเลยที่ 2 พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบก.กองพิสูจน์หลักฐาน ที่ 2 จำเลยที่ 3 พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ทองหล่อ ที่ 3 จำเลยที่ 4 นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตอัยการอาวุโส จำเลยที่ 5 นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จำเลยที่ 6 นายธนิต บัวเขียว ที่ 6 จำเลยที่ 7 รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักฟิสิกส์ อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ ม.เทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำเลยที่ 8 นายเนตร นาคสุข อดีตรอง อสส. . หลังศาลอ่านคำพิพากษา 3 ชั่วโมง เอกสารประมาณ 140 หน้า ศาลรับฟ้องคดีดังกล่าวเมื่อเดือนกันยายน 2567 ใช้เวลาพิจารณประมาณ 5 เดือน พยานเอกสารกว่า 4 หมื่นแผ่น โจทก์ยื่นพยานมา 100 ปาก แต่ศาลคัดไว้ประมาณ 26 ปาก พร้อมรับพยานวัตถุ 4-5 ชิ้น . และในการฟังคำพิพากษาวันนี้ศาลอนุญาตให้จำเลยนั่งฟังคำพิจารณา เนื่องจากใช้เวลาอ่านคำพิพากษานาน ประกอบกับจำเลยสูงอายุ . ศาลพิจารณาว่านายชัยณรงค์ จำเลยที่ 4 เข้าไปโดยอวดอ้างตนขอความกรุณา ไม่ให้เกิน 80 เพราะตามกฎหมายไม่ให้เกิน 80 ซึ่งทุกคนในห้องได้ยินนายชัยณรงค์ กล่าวอ้างสถานะและบทบาทหน้าที่การเป็นอัยการ ศาลมองว่านายชัยณรงค์ ใช้สถานะตัวเองแทรกแซงพนักงานสอบสวนไม่ให้ทำหน้าที่อิสระ เป็นการกระทำความผิดส่วนตัว . ส่วนนายเนตร จำเลยที่ 8 อดีตรองอัยการสูงสุด ศาลพิจารณาว่าใช้อำนาจสั่งฟ้องคดีโดยมิชอบ มีเจตนาช่วยเหลือนายวรยุทธ ให้ได้รับโทษน้อยลง จากการรับฟังพยาน 2 ปากที่ได้มาให้การใหม่เรื่องความเร็วรถซึ่งผ่านมานานแล้ว ทำให้คำให้การของพยานไม่น่าเชื่อถือ แต่จำเลยที่ 8 ใช้ดุลยนพินิจไม่ชอบ ทั้งที่ตัวเองเป็นอัยการระดับสูง ควรต้องใช้ดุลยพินิจโดยรอบคอบ อีกทั้ง ศาลเห็นว่าจำเลยที่ 8 วินิจฉัยคดีโดยไม่อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ ทั้งที่ควรนำตัวนายวรยุทธ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้องค์กรอัยการเสียหาย จึงพิพากษาว่าจำเลยที่ 4 มีความผิดตาม พรบ.ป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ 2561 มาตรา 172 สั่งจำคุก 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 สั่งจำคุก 3 ปี . ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1-3 และ 5-7 แต่ให้ออกหมายขัง จำเลยที่ 1-3 และ 5-7 ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ยกเว้นแต่ยื่นประกันตัว (เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568)---------------------------------------Published caption::Former deputy attorney-general Nate Naksuk, 70,  declined to speak to the media following his sentencing to three years in prison yesterday. CHANAT KANTANYU

IMAGE

Mobile alert system dubbed a success

Published on 18/04/2025

» สำนักงาน กสทช. ร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด / บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด / และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าว พร้อมทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านโทรศัพท์มือถือเคลื่อนที่เสมือนจริง “Virtual Cell Broadcast” (CBE) ที่ อาคารหอประชุม ชั้น1 สำนักงาน กสทช.Published caption :  Telecom operators and the regulator jointly test the virtual cell broadcast entity system yesterday.

IMAGE

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี

Published on 09/04/2025

» (ในภาพ) นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินตรวจดูบริเวณโซนเยี่ยมญาติระหว่างมีผู้ต้องขังกับญาติสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปวันพุธที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ กระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักการปฏิบัติของสากลเพื่อยกระดับของการปฏิบัติต่อบุคคลที่ตามกฎหมายแล้วถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับหลักสากล อันจะส่งผลต่อการฟื้นฟูหลักนิติธรรมของประเทศ สำหรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเรือนจำต้นแบบในการแยกการปฏิบัติของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งนอกจากจะมีการแยกพื้นที่กันอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะมีการนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมมาใช้ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ต้องขังในเรื่องของการให้ความรู้ทางกฎหมายเพื่อต่อสู้คดี การส่งเสริมความแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดสวัสดิการต่าง ๆ โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) ในเรือนจำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเดียวกัน โดยให้มี ๑ เรือนจำ ทำหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ส่วนเรือนจำอื่นในจังหวัดให้ทำหน้าที่ควบคุมนักโทษขังเด็ดขาด ประกอบด้วย ๘ กลุ่มจังหวัด ดังนี้กลุ่มจังหวัดลำปาง กลุ่มจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มจังหวัดสงขลา กลุ่มจังหวัดปทุมธานี และกลุ่มจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ควบคุมผู้ต้องขังคดีทั่วไป และคดียาเสพติดให้โทษ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นสอบสวน - ไต่สวน พิจารณา และควบคุมผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีกำหนดโทษเหลือไม่เกิน ๕ ปี ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ในอัตราส่วน 1.6 ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง 1 คน เพื่อทำงานสุขาภิบาลต่างๆ หรือภารกิจอื่นในเรือนจำ ในส่วนของการปฏิบัตินั้นได้มีการจัดทำแนวทางการปฏิบัติขึ้นใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ประกอบด้วย การปรับปรุงชุดของผู้ต้องขังสำหรับการไปศาล การให้ความรู้ทางกฎหมาย รวมถึงการพบปะกับบุคคลภายนอก โดยเฉพาะทนายความ การเยี่ยมญาติใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นต้น โดยในครั้งนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพร็ชนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาใน Exclusive Talk เรื่อง จัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) อีกทั้งยังมี Mini Talk เรื่อง อิสรภาพที่หายไป ก่อนการตัดสินสิทธิและโอกาสในการพิสูจน์ตนเองของชีวิตหลังกำแพง พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คุณอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช (เบนซ์ เรซซิ่ง) คุณพัฒนพล มินทะขิน (ดีเจแมน)  คุณนพนันท์ ทองเคลือ (เอิร์น วัดใหญ่) เพื่อร่วมกันแบ่งปันความรู้ในประเด็นดังกล่าวทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังคงตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปPublished caption :Prisoner welfareSahakarn Petcharin, Director-General of the Department of Corrections, inspects the visiting area at Bangkok Remand Prison where a pilot project to enhance the rights of prisoners who are under trial is underway.

IMAGE

Gambling suspect gets nabbed for second time

Published on 06/03/2025

» วันที่ 6 มี.ค. 2568 เวลา 09.50 น. ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ตำรวจไซเบอร์คุมตัว น.ส.ธันยนันท์ หรือมินนี่ พร้อมพวกรวม 10 คน ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา ไปฝากขังที่ศาลอาญา กรณีเปิดเว็บพนัน 7 เว็บไซต์ โดยพบว่ามีผู้ต้องหาถึง 7 คน ที่เป็นระดับผู้บริหารได้กระทำผิดซ้ำซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดถูกจับในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบาย ล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่น ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้ มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งฐานความผิดของผู้ต้องหาแต่ละรายจะแตกต่างกันไปตามพฤติการณ์และพยานหลักฐานในคดีPhoto By Pattarapong ChatpattarasillPublished caption : Ms Thanyanan, formerly known as Suchanun Sucharitchinsri or Minnie, is arrested for a second time for operating seven online gambling websites.

IMAGE

‘พ.ต.อ.ทวี‘ กังวลความปลอดภัยพยานคดีฮั้วเลือก สว. หากต้องเปิดชื่อให้ ‘กคพ.’ ดู บอก สว.ไม่อยากให้ดีเอสไอทำ ให้ไปแก้กฎหมายเอา ยัน ไม่มีล็อบบี้โหวตดันเป็นคดีพิเศษ

Published on 25/02/2025

» วันนี้ (25 ก.พ. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ กคพ. ในช่วงบ่าย เพื่อพิจารณารับคดีฮั้ว ส.ว. เป็นคดีพิเศษว่า คณะกรรมการ กคพ. มีทั้งหมด 22 คน และต้องใช้เสียง 2 ใน 3 หรืออย่างน้อย 15 คนในการพิจารณารับคดีเป็นคดีพิเศษ พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า กคพ. เป็นองค์กรอิสระที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม โดยคดีนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การกระทำผิดอาญาอื่น – มีการกล่าวหาว่ามีบุคคลเป็นสมาชิกองค์กรที่ดำเนินการโดยมิชอบ หรือที่กฎหมายเรียกว่า “อั้งยี่” ซึ่งหากเป็นสมาชิกทั่วไป มีโทษจำคุก 7 ปี แต่หากเป็นหัวหน้าหรือกรรมการ มีโทษ 10 ปี และหากรวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จะเข้าข่าย “ซ่องโจร" 2.ความเกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้ง – คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองต้องดำเนินการภายใต้ 6 ฉบับที่เกี่ยวข้อง โดย กกต. มีอำนาจสืบสวนเบื้องต้นและมอบหมายให้ตำรวจหรืออัยการดำเนินการต่อไปPublished caption : Tawee: Not undermining the EC

IMAGE

‘พ.ต.อ.ทวี‘ กังวลความปลอดภัยพยานคดีฮั้วเลือก สว. หากต้องเปิดชื่อให้ ‘กคพ.’ ดู บอก สว.ไม่อยากให้ดีเอสไอทำ ให้ไปแก้กฎหมายเอา ยัน ไม่มีล็อบบี้โหวตดันเป็นคดีพิเศษ

Published on 25/02/2025

» วันนี้ (25 ก.พ. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ กคพ. ในช่วงบ่าย เพื่อพิจารณารับคดีฮั้ว ส.ว. เป็นคดีพิเศษว่า คณะกรรมการ กคพ. มีทั้งหมด 22 คน และต้องใช้เสียง 2 ใน 3 หรืออย่างน้อย 15 คนในการพิจารณารับคดีเป็นคดีพิเศษพ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า กคพ. เป็นองค์กรอิสระที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม โดยคดีนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ คือ1.การกระทำผิดอาญาอื่น – มีการกล่าวหาว่ามีบุคคลเป็นสมาชิกองค์กรที่ดำเนินการโดยมิชอบ หรือที่กฎหมายเรียกว่า “อั้งยี่” ซึ่งหากเป็นสมาชิกทั่วไป มีโทษจำคุก 7 ปี แต่หากเป็นหัวหน้าหรือกรรมการ มีโทษ 10 ปี และหากรวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จะเข้าข่าย “ซ่องโจร"2.ความเกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้ง – คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองต้องดำเนินการภายใต้ 6 ฉบับที่เกี่ยวข้อง โดย กกต. มีอำนาจสืบสวนเบื้องต้นและมอบหมายให้ตำรวจหรืออัยการดำเนินการต่อไป

IMAGE

"หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย : จากครัวบ้านสู่ครัวโลก" (Amazing Thai to the World)

Published on 24/02/2025

» กิจกรรม "หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย : จากครัวบ้านสู่ครัวโลก" (Amazing Thai to the World) ชมสาธิตการทำอาหารจากเชฟและเจ้าของร้านอาหารมิชลิน 1 ดาว เจ๊ไฝ คุณสุภินยา จันสุตะ ณ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้นโยบาย ‘หนึ่งครอบครัวหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ (OFOS)’ ของ THACCA-Thailand Creative Culture Agency โดยความร่วมมือจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมโครงการหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย เป็นโครงการที่จัดทำโดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหารที่มีเป้าหมายเพื่อฝึกอบรมยกระดับทักษะด้านอาหาร (Upskill) พ่อครัวแม่ครัวบ้านงานในทุกหมู่บ้านจำนวนกว่า 75,000 คนภายใน 4 ปี ผ่านการอบรมในหลักสูตร “เชฟอาหารไทยมืออาชีพ” แบบเข้มข้น ปัจจุบัน ได้มีผู้เข้าร่วมการอบรมรุ่นที่ 1 แล้ว จำนวน 1,310 คน ผ่านหน่วยฝึกอบรมใน 27 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งโครงการนี้มีเป้าหมายที่จะอบรมตัวแทนหมู่บ้านให้ครบ 75,086 คนภายใน 4 ปี โดยแบ่งเป็นปีงบประมาณ 2567 : 1,300 คน (นำร่อง)ปีงบประมาณ 2568 : 17,000 คนปีงบประมาณ 2469 : 26,786 คนปีงบประมาณ 2570 : 30,000 คนโครงการหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย โครงการนี้มุ่งเน้นยกระดับทักษะฝีมือสร้างสรรค์ภายใต้นโยบาย “หนึ่งครอบครัว หนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ (OFOS)” ของรัฐบาล เพื่อสร้างรากฐานด้านอาหารไทย เพิ่มปริมาณเชฟอาหารไทยกว่า 70,000 คน รองรับการขยายตัวของจำนวนร้านอาหารไทยทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 100,000 ร้าน ภายใต้โครงการ “ครัวไทยสู่ครัวโลก เฟส 2” ที่เตรียมจะออกมาในอีกไม่ช้า---------------------------------------Published caption::Chef power ... Michelin-star chef Supinya ‘Jay  Fai’ Junsuta demonstrates her cooking skills at the unveiling of the Amazing Thai to the World project under which a  programme has been created to produce one Thai food chef per village to expand the  country’s soft power  influence. The programme aims to create 75,086 such chefs in four years. Apichart Jinakul