FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “ภารกิจ”

Showing 1 - 10 of 198

IMAGE

Thailand-Quake-Building-Collapse

Published on 06/05/2025

» กทม. นำสื่อมวลชนติดตามภารกิจการรื้อถอน และค้นหาผู้ติดค้างภายในอาคาร สตง. ในภาพเป็นชั้นใต้ดินอาคาร สตง.(แห่งใหม่) ที่ถล่มระหว่างก่อสร้าง จะเห็นเสาที่ระเบิดออกแต่ยังรับน้ำหนักได้บางส่วน ซึ่งชั้นอื่นๆที่ถล่มลงมานั้นจะระเบิดฉีกขาดออกจากกัน โดยมีข้อมูลจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร คาดจบงานใน 3 วัน หลังเคลียร์ซากเปิดพื้นที่อาคาร สตง. ครบทั้งหมด ไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม(6 พ.ค. 68) นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสุริยชัย ระวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. นำคณะสื่อมวลชนฯ ลงพื้นที่บริเวณโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เขตจตุจักร ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลการปฏิบัติงานตลอด 40 วันที่ผ่านมา หลังประเมินแล้วว่าในจุดที่นำคณะสื่อมวลชนเข้าไปนั้น มีความปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้วโดย นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ระบุว่า ลักษณะของอาคารที่ถล่มเป็นอาคารสูง 30 ชั้น มีพื้นที่รวม 40×40 เมตร หรือประมาณ 50,000 ตารางเมตร มีลิฟท์ 10 ตัว และหลังจากเกิดเหตุการณ์ถล่มแล้ว โครงสร้างอาคารมีการลาดเอียงไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับอาคารจอดรถคาดการณ์ว่าระหว่างที่อาคารถล่มนั้น อาจมีคนวิ่งเข้ามาในส่วนของอาคารจอดรถด้วย จึงยังคงมีการค้นหาในบริเวณนี้ต่อจนกว่าจะเคลียร์พื้นที่ได้แล้วเสร็จ 100% ซึ่งจากการจำลองการหนีของคนส่วนใหญ่ของทุกชั้นจะวิ่งมาหาบันไดหนีไฟซึ่งเป็นจุดเดียวของอาคารที่เชื่อมระหว่างอาคาร 30 ชั้นกับอาคารจอดรถยนต์ จึงอาจมีผู้ติดค้างติดอยู่บริเวณเศษซากอาคารที่ถล่มลงมาในบริเวณจุดเชื่อมได้ ซึ่งสมมุติฐานดังกล่าวยังสอดคล้องกับ ข้อเท็จจริงที่พื้นที่ที่พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน C ตรงจุดที่คาดว่าเป็นช่วงบันไดหนีไฟคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วันจะค้นหาบริเวณชั้นใต้ดแล้วเสร็จ และภายใน 4-5 วัน จึงจะแล้วเสร็จภารกิจ โดยในเบื้องต้นจะพยายามให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เบื้องต้น ต้องยอมรับว่า กทม. ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานในการกู้ซากอาคาร แต่ยืนยันว่าจะทำงานด้วยความพยายามและระมัดระวัง เพื่อค้นหาและนำผู้ติดค้างออกมาให้ได้ครบถ้วนที่สุด โดย กทม. ขอขอบคุณการสนับสนุนเครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากทุกหน่วยงานภาคี ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่เข้ามาช่วยดำเนินการตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ซึ่งทุกคนมาด้วยใจและช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มที่ภารกิจในครั้งนี้มีเครื่องจักรร่วมสนับสนุนการดำเนินการทั้งหมดกว่า 80 เครื่อง แม้การดำเนินงานในแต่ละวันค่อนข้างมีอุปสรรค มีการวางแผนงานการประชุม 9 โมงเช้าและ 6 โมงเย็นทุกวัน และหน้างานมีการมีปัญหา ที่ต้องวางแผนแก้ปัญหาในแต่ละวันที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนที่เข้ามาก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ในการค้นหาผู้สูญหาย และตลอดเวลาที่ผ่านมาเครื่องจักรต่างๆ มีการทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะเร่งกู้ร่างของผู้ที่ติดอยู่ในซากตึก ซึ่งการทำงานของเครื่องจักรทุกคันในวันนี้จะเน้นไปที่การทำงานบริเวณชั้นใต้ดินทั้งหมดPhoto By Pattarapong ChatpattarasillPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::Bent out of shape ... Cracked pillars are seen in the basement of the collapsed State Audit Office building.  City Hall said it would take a few days to complete the search for remains in the basement and another 4-5 days to complete the entire mission. PATTARAPONG CHATPATTARASILL

IMAGE

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงาน

Published on 06/05/2025

» ผู้พิการหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตทักษะคอมพิวเตอร์ที่ได้ร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน โดยมีสองรัฐมนตรียืนให้กำลังใจดูภาพวาดตนเองในจอคอมพ์ ในงานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงานวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน และกล่าวแสดงความยินดีในพิธีบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน  และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 กระทรวงแรงงานนายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มุ่งมั่นประสานพลังกับทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตามนโยบายรัฐบาล  ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและจัดสวัสดิการของรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ที่มุ่งเพิ่มโอกาสและเสริมสร้างคุณค่าคนพิการ และ พันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้คนพิการก้าวข้ามความพิการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พึ่งตนเองได้ และร่วมรับผิดชอบสังคม ซึ่งมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกลไกลสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณกว่า 21 ล้านบาท ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 4,328 คน อย่างเป็นระบบและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระ ทำให้คนพิการและครอบครัว มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเสมอภาคในสังคมแห่งโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้สนับสนุนการผลักดันความร่วมมือตามโครงการดังกล่าว ผ่านการสำรวจความต้องการฝึกอบรมฝีมือแรงงานและความต้องการทำงานของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนการประสานและร่วมพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เหมาะสมกับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันลงนามใน MOU ฉบับนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพลังของคนพิการในการเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการจ้างงานคนพิการ เพราะความสามารถ (Ability) ไม่ใช่จ้างงานเพราะความพิการ (Disability) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ---------------------------------------Published caption::A helping hand ... A disabled woman demonstrates her  computer skills as Varawut Silpa-archa, left, Minister of  Social Development and Human Security and Phiphat  Ratchakitprakarn, centre, Minister of Labour, watch a  demonstration at the ministry following the signing of an MoU on improving job skills for people with disabilities. VARUTH HIRUNYATHEB

IMAGE

ปชน. จัดเสาวนา “ณัฐพงษ์” เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ดำเนินการคู่ขนาน เจรจากำแพงภาษีสหรัฐฯ หวั่นไทยเริ่มเจรจาช้า ทำเสียเปรียบหลายด้าน

Published on 30/04/2025

» เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำกทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Re-positioning Thailand: วางตำแหน่งใหม่เศรษฐกิจไทยในสงครามการค้าว่า หน้าที่ของ สส.ทุกคน ไม่ว่าจะมาจาก ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ คือ การส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไปยังทีมไทยแลนด์ หรือคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยในการเดินทางไปเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่การเตรียมมาตรการรับมือปรับตัวกับนโยบายของรัฐบาล หรือให้เอกชนปรับตัวกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสงครามการค้าโลก นายณัฐพงษ์ เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาจบ คือ 1.เจรจา ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เช่น หากเราจะต้องยอมนำเข้าสินค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ สินค้าต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคในประเทศเรา หรือไม่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าประเทศอื่นของไทย ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าต่อไทยมากยิ่งขึ้น 2.กระชับความสัมพันธ์ในเวทีต่างๆ ซึ่งหลักใหญ่ใจความคือเรื่องการค้าเป็นธรรม เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกัน ประเทศที่ขาดดุลอาจได้รับการสนับสนุนบางอย่างจากประเทศเกินดุลหรือไม่ เช่น การพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นคู่หูพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งยังต้องดูในเรื่องกรอบห่วงโซ่อุปทาน กรอบสังคมวัฒนธรรม กรอบภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย 3.รับมือ ในส่วนทางตรง หากเกิดมีสินค้าล้นทะลักเข้าไทยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องมาตรฐานสินค้า 4.เยียวยา ซึ่งคงต้องมีการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนแน่นอน จะต้องมีการออกแบบมาตรการเยียวยาอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วที่สุด เช่น หากไทยจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าการผลิตในประเทศ คนที่จะได้เปรียบในสมการนี้ คือคนที่ผลิตหรือแปรรูปอาหารสัตว์ เราจะมีมาตรการในการเยียวยา เพื่อแบ่งสันปันส่วนในห่วงโซ่อุปทานใหม่นั้นอย่างไร ทำให้คนที่ได้ประโยชน์มากขึ้นเข้าไปเยียวยาให้กับผู้ที่เสียประโยชน์ และ 5.ลงทุน เราจะคิดเฉพาะแค่ไทยเก่งอะไรหรือต้องลงทุนอะไรอย่างเดียวไม่พอ แต่ยุทธศาสตร์ในการลงทุน จะต้องตอบโจทย์เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก และสังคมวัฒนธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https:www.khaosod.co.th/politics/news_9739430Published caption :Driving the economyNatthaphong Ruengpanyawut, leader of the People’s Party, explains how to steer the economy through global and domestic challenges, during a discussion organised by the party yesterday.

IMAGE

เปิดใช้ถนนกำแพงเพชร 2 ฝั่งอาคาร สตง.ถล่ม 2 ช่องทางจราจร

Published on 21/04/2025

» เปิดใช้ถนนกำแพงเพชร 2 ฝั่งอาคาร สตง.ถล่ม 2 ช่องทางจราจร ภายหลังตำรวจจราจรเปิดทางสัญจร บนถนนกำแพงเพชร 2 ฝั่งเดียวกับอาคาร สตง.ถล่ม หลังปิดการจราจรตั้งแต่วันที่เกิดเหตุอาคารถล่ม 28 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยนำกรวยจราจรมากั้นให้รถสัญจรได้ 2 ช่องทาง ส่วนช่องทางซ้าย 2 ช่องทาง ยังเว้นพื้นที่เอาไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมภารกิจการค้นหาและกู้ซากอาคารถล่ม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางนี้เพิ่มมากขึ้น และเป็นวันจันทร์วัแรกหลังหยุดยาวนานช่วงเทศกาลสงกรานต์Photo By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::Road opens post-quake... A traffic lane is seen in front  of the site of the collapsed State Audit Office building on Kamphaeng Phet Road in  Chatuchak district. The  road opened for the first time since the March 28 earthquake.  PATTARAPONG CHATPATTARASILL

IMAGE

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี

Published on 09/04/2025

» (ในภาพ) นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินตรวจดูบริเวณโซนเยี่ยมญาติระหว่างมีผู้ต้องขังกับญาติสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปวันพุธที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ กระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักการปฏิบัติของสากลเพื่อยกระดับของการปฏิบัติต่อบุคคลที่ตามกฎหมายแล้วถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับหลักสากล อันจะส่งผลต่อการฟื้นฟูหลักนิติธรรมของประเทศ สำหรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเรือนจำต้นแบบในการแยกการปฏิบัติของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งนอกจากจะมีการแยกพื้นที่กันอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะมีการนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมมาใช้ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ต้องขังในเรื่องของการให้ความรู้ทางกฎหมายเพื่อต่อสู้คดี การส่งเสริมความแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดสวัสดิการต่าง ๆ โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) ในเรือนจำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเดียวกัน โดยให้มี ๑ เรือนจำ ทำหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ส่วนเรือนจำอื่นในจังหวัดให้ทำหน้าที่ควบคุมนักโทษขังเด็ดขาด ประกอบด้วย ๘ กลุ่มจังหวัด ดังนี้กลุ่มจังหวัดลำปาง กลุ่มจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มจังหวัดสงขลา กลุ่มจังหวัดปทุมธานี และกลุ่มจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ควบคุมผู้ต้องขังคดีทั่วไป และคดียาเสพติดให้โทษ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นสอบสวน - ไต่สวน พิจารณา และควบคุมผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีกำหนดโทษเหลือไม่เกิน ๕ ปี ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ในอัตราส่วน 1.6 ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง 1 คน เพื่อทำงานสุขาภิบาลต่างๆ หรือภารกิจอื่นในเรือนจำ ในส่วนของการปฏิบัตินั้นได้มีการจัดทำแนวทางการปฏิบัติขึ้นใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ประกอบด้วย การปรับปรุงชุดของผู้ต้องขังสำหรับการไปศาล การให้ความรู้ทางกฎหมาย รวมถึงการพบปะกับบุคคลภายนอก โดยเฉพาะทนายความ การเยี่ยมญาติใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นต้น โดยในครั้งนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพร็ชนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาใน Exclusive Talk เรื่อง จัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) อีกทั้งยังมี Mini Talk เรื่อง อิสรภาพที่หายไป ก่อนการตัดสินสิทธิและโอกาสในการพิสูจน์ตนเองของชีวิตหลังกำแพง พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คุณอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช (เบนซ์ เรซซิ่ง) คุณพัฒนพล มินทะขิน (ดีเจแมน)  คุณนพนันท์ ทองเคลือ (เอิร์น วัดใหญ่) เพื่อร่วมกันแบ่งปันความรู้ในประเด็นดังกล่าวทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังคงตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปPublished caption :Prisoner welfareSahakarn Petcharin, Director-General of the Department of Corrections, inspects the visiting area at Bangkok Remand Prison where a pilot project to enhance the rights of prisoners who are under trial is underway.

IMAGE

Thailand-Quake-Building-Collapse

Published on 09/04/2025

» ความคืบหน้าภารกิจการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง 9 เมษายน 2568 ทีมกู้ภัยได้เดินเท้าขึ้นไปบนยอดซากตึก สตง. เพื่อค้นหาผู้สูญหายในโพรงบริเวณโซน E (โซนE เป็นโซนที่อยู่ตรงกลางด้านบน)Photo By Nutthawat WichieanbutPublished caption :Search and rescue personnel prepare to enter Zone E, a chamber at the centre of the rubble, to find more missing people.

IMAGE

รมว.พม. แถลงผลงานรอบ 6 เดือน เดินหน้า 9 พันธกิจสำคัญ พร้อมขยายผลโครงการเพื่อกลุ่มเปราะบาง 

Published on 09/04/2025

» วันนี้ (วันที่ 9 เมษายน 2568) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) แถลงผลการดำเนินงานของกระทรวง พม. ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่า กระทรวงฯ ได้ขับเคลื่อนภารกิจเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการสำคัญ อาทิ โครงการในพระราชดำริ เช่น การอบรมล่ามภาษามือ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ พร้อมทั้งได้ดำเนินมาตรการบรรเทาค่าครองชีพให้แก่กลุ่มเปราะบาง โดยสามารถโอนเงินช่วยเหลือผู้พิการและผู้สูงอายุได้สำเร็จรวมกว่า 2.8 ล้านคน และมีการจ่ายเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับเงินในรอบแรกอีกกว่า 150,000 คนนายวราวุธเน้นย้ำถึง “9 พันธกิจเรือธง” ที่เป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงฯ ได้แก่ ยกระดับศักยภาพเด็กปฐมวัย เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงของชาติ,ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดูแลผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี,สร้างงาน สร้างรายได้ สำหรับกลุ่มเปราะบาง,พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมองว่าคนพิการคือทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อสังคม,สร้างหุ้นส่วนทางสังคม นำไปสู่สวัสดิการที่ยั่งยืน,ขับเคลื่อนพันธกรณีระหว่างประเทศ ยืนยันว่าไทยไม่มีนโยบายให้สัญชาติกับเด็กอพยพ แต่จะดูแลด้านการศึกษาและสาธารณสุขภายใต้ข้อตกลงนานาชาติ,สื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิของตน,พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสังคม เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนกระทรวง และ พัฒนาระบบ พม. ดิจิทัล เสริมฐานข้อมูลและป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนถัดไป กระทรวง พม. เตรียมขยายศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้าน เพิ่มผลของโครงการบริบาลผู้สูงอายุในชุมชน เร่งขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้โครงการ “นิคมและพมจ. Next” รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่สูง ผ่านโครงการเสริมพลังวัด งานแสดง “Social Development Expo 2025” และการพัฒนาระบบดิจิทัลที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานนอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังจะเน้นสร้างเครือข่ายร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมผ่านโครงการ CSR พร้อมผลักดันโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับทุกช่วงวัย เช่น โครงการบ้านมั่นคง เพื่อลดปัญหาชุมชนแออัด และช่วยบรรเทาภาระการเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยรมว.พม. กล่าวย้ำว่า “อย่าเชื่อข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี” ตนยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี พม. และพร้อมเดินหน้าทำงานเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเห็นความหวังและเกิดความอุ่นใจ พร้อมขอให้ข้าราชการ พม. ทุกคน “ห้ามใส่เกียร์ว่าง” เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนอย่างแท้จริงท้ายที่สุด นายวราวุธให้คะแนนตนเอง 5 เต็ม 10 สำหรับการทำงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่ายังมีภารกิจสำคัญอีกหลายด้านที่ต้องดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางที่เผชิญภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตภายหลังแถลงผลงานเสร็จสิ้น ลงมาทักทายข้าราชการประจำกระทรวงฯพร้อมถ่ายภาพเซลฟี่กับข้าราชการเป็นที่ระลึกPhoto By SOMCHAI POOMLARDPublished caption :Trumpeting triumphsMinister of Social Development and Human Security Varawut Silpa-archa provides an update on the ministry’s work over the past six months, including handing out cash to over 2.8 million disabled and elderly people.

IMAGE

การรื้อถอนมีความก้าวหน้าอย่างมากโดยเฉพาะบริเวณโซน A ที่สามารถถมดินสูงขึ้นไปอีกระดับ จนสามารถนำรถแบคโฮขึ้นไปได้ และมีเป้าหมายนำรถแบคโฮขึ้นไปยังโซน D ด้วย มีการแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน ในแผนการทำงาน ขณะนี้กำลังนำรถแบคโฮขึ้นไปยังจุด D2 ให้ได้ ซึ่งใช้เทคนิกบีบปูนให้แตก และตัดเหล็กเส้น เพื่อให้บริเวณจุด E ลดระดับลงมา 5 เมตร

Published on 08/04/2025

» ความคืบหน้าภารกิจการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง 8 เมษายน 2568 ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้เพิ่มขึ้นจาก 17 ราย เป็น 21 ราย ซึ่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายที่พบมาจากบริเวณโซน C ของอาคาร การรื้อถอนมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะในโซน A ที่สามารถถมดินให้สูงขึ้นจนรถแบ็กโฮสามารถขึ้นไปปฏิบัติงานได้แล้ว และเป้าหมายต่อไปคือการนำรถแบ็กโฮไปยังโซน D ตามที่มีการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานออกเป็น 4 ส่วน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังนำรถแบ็กโฮไปยังจุด D โดยใช้เทคนิคบีบอัดปูนและตัดเหล็กเส้น เพื่อลดระดับความสูงของจุดยอดสุดลง 5 เมตร เนื่องจากมีการพบผู้สูญหายในบริเวณโซน C และ D เป็นส่วนใหญ่ และเชื่อว่าเป็นจุดที่คนงานจำนวนมากปฏิบัติงานอยู่ระหว่างชั้นที่ 20-30 นอกจากนี้ การเจาะโพรงในโซน C ที่ดำเนินการมาตั้งแต่วันแรก โดยยืนยันว่าจะยังคงแผนนี้ต่อไปจนกว่าความสูงของจุดยอดสุดจะลดลง ซึ่งจากการประเมินร่วมกับคนงานที่รอดชีวิตและวิศวกร เชื่อว่าหากเปิดโพรงนี้ได้สำเร็จ จะพบร่างผู้สูญหายเพิ่มเติมPhoto By Nutthawat Wichieanbut---------------------------------------Published caption::Soil for a makeshift platform is loaded onto the site by  cranes as rescuers move their search for bodies, belongings, and survivors to higher levels of debris at  the site of the collapsed building in Chatuchak, Bangkok.  More bodies are expected to be found as the cranes smash open chambers created by the quake. Nutthawat Wichieanbut

IMAGE

Quake-Building-Collapse

Published on 31/03/2025

» ทีมกู้ภัยจากอิสราเอลเข้าพื้นที่ช่วยเหลือเหตุการณ์ อาคาร สตง.ถล่ม พร้อม Xaver™ เทคโนโลยีเรดาร์อัจฉริยะจากบริษัท Camero-Tech ประเทศอิสราเอลที่สามารถมองทะลุสิ่งกีดขวาง ค้นหาสัญญาณชีพใต้ซากอาคารที่พังพินาศ เทคโนโลยีจากอิสราเอลกำลังเปลี่ยนภารกิจกู้ภัยครั้งนี้ให้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุดPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::Rescue workers dig through rubble as they search for survivors at the site of the State Audit Office  building in Bangkok’s Chatuchak district, which collapsed during an earthquake on Friday. Photos:  PATTARAPONG CHATPATTARASILL

IMAGE

Quake-Building-Collapse

Published on 31/03/2025

» เจ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับสุนัขกู้ภัย หลังจากพักเวรภารกิจค้นหา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปฏิบัติภารกิจครั้งต่อไปPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::A vet examines a rescue dog during a break before the  canine resumes its work yesterday. PATTARAPONG  CHATPATTARASILL