Showing 1 - 10 of 344
Published on 04/08/2025
» เหล่าผ่านทหารศึกแสดงพลังปกป้องแผ่นดิน และสดุดีนักรบผู้กล้า ปกป้องประชาชนในเหตุสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชากลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิวันที่ 4 ส.ค. ที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมรวมพลังปกป้องแผ่นดิน และกล่าวสดุดีนักรบผู้กล้า พื่อเป็นการสดุดีทหาร อาสาสมัครทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน และ พลเรือน ที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องเอกราชและ อธิปไตยของชาติ ประชาชนที่เสียชีวิตจากสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา โดยมี พล.อ. เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การ สงเคราะห์ทหารผ่านศึก คณะผู้บริหารองค์การฯ พนักงาน และลูกจ้างประจำหน่วยงานกิจการพิเศษ รวมทั้งอดีตนักรบทหารผ่านศึก และเครือข่ายทหารผ่านศึกทั่วประเทศ มาร่วมร้องเพลงชาติไทย และร่วมกันโบกธงชาติไทย สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้จัดขึ้นโดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ทั้งองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ส่วนกลาง และสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในส่วนภูมิภาค ทั้ง ๒๗ เขต ณ บริเวณที่ตั้งหน่วยPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::War veterans at Victory Monument yesterday honour soldiers who defended the country during recent border clashes with Cambodia. PATTARAPONG CHATPATTARASILL
Published on 04/05/2025
» บรรยากาศญาติผู้ป่วยเดินทางมาขอยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน จาก "ศูนย์ให้ยืมอุปกรณ์การแพทย์" วัดบางจาก อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ผ่าน“โครงการบรรเทาทุกข์ ปันใจ ปันสุข”ศูนย์ที่ให้บริการยืมอุปกรณ์การแพทย์ฟรีที่มีอุปกรณ์หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม เครื่องช่วยหายใจ เครื่องผลิตออกซิเจน รถเข็นวีลแชร์ และอื่นๆอีกมากมาย "ศูนย์ให้ยืมอุปกรณ์การแพทย์"เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนวัยเกษียณ ภายใต้ชื่อกลุ่มว่า “ทีมป้าแดงอาสามาช่วย” ที่มีทั้งอดีตพยาบาล เจ้าของกิจการ แพทย์ พยาบาล และจิตอาสา จุดประสงค์ของการตั้งศูนย์แห่งนี้เพื่อบรรเทาทุกข์ของหลายครอบครัวที่มีผู้เจ็บป่วยติดบ้าน ติดเตียงและต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการดูแล โดยเพราะอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่มีราคาสูง ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถจัดหามาใช้ได้ โครงการนี้เกิดขึ้นมาจากแนวความคิดของ “ป้าแดง” อมราพร องอาจอิทธิชัย ชาวจังหวัดเชียงราย วัย 63 ปี อดีตพยาบาลโรงพยาบาลชลประทาน ปากเกร็ด และได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดบางจาก ในการจัดสร้างอาคารสถานที่เอาไว้บริการแก่ผู้มาขอยืม และนอกจากการให้ยืมในพื้นที่ ป้าแดงและทีมงานยังจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆไปยังโรงพยาบาลที่ขาดแคลน และผู้ป่วยที่ขาดแคลนทั่วประเทศด้วยPhoto By CHANAT KATANYU---------------------------------------Published caption::Help at hand...A staff member at Wat Bang Chak in Nonthaburi’s Pak Kret district logs medical equipment which is available for hire by patients who require treatment at home. CHANAT KATANYU
Published on 27/04/2025
» บริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตลอดทางตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอยเต็มไปด้วยร้านอาหารจีน ร้านหม่าล่า ชาบู มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน ร้านนวดแผนโบราณ คาเฟ่ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ-จีน ฯลฯ โดยตกแต่งและมีป้ายชื่อร้านเป็นภาษาจีนขนาดใหญ่ แม้ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมาจะพบว่าธุรกิจในย่านนี้ทยอยปิดกิจการลง เพราะติดขัดเรื่องการขออนุญาต หลังสำนักงานเขตห้วยขวาง เข้ามากวดขันตรวจสอบและพบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวจีน จึงออกคำสั่งให้ทุกร้านต้องทำใบอนุญาต แต่ ณ ปัจจุบันยังคงพบเห็นว่า ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ยังคงมีไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน ยังไม่รวมที่กระจายตัวออกไปตามย่านต่าง ๆ บนถนนรัชดาภิเษก หรือย่านพระราม 9 และอื่น ๆ การเข้ามาของคนจีนสะท้อนอยู่หลายเรื่อง และมีความต่างจากชาวจีนยุคแรก สมัยเยาวราชเฟื่องฟู อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มPhoto By Nutthawat Wichieanbut---------------------------------------Published caption::Migrant magnet... A photograph shows billboards on Pracha Rat Bamphen Road in Huai Khwang district, which is quickly becoming known as the capital’s ‘second Chinatown’, after Yaowarat Road. Nutthawat Wichieanbut
Published on 26/04/2025
» บริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตลอดทางตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอยเต็มไปด้วยร้านอาหารจีน ร้านหม่าล่า ชาบู มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน ร้านนวดแผนโบราณ คาเฟ่ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ-จีน ฯลฯ โดยตกแต่งและมีป้ายชื่อร้านเป็นภาษาจีนขนาดใหญ่ แม้ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมาจะพบว่าธุรกิจในย่านนี้ทยอยปิดกิจการลง เพราะติดขัดเรื่องการขออนุญาต หลังสำนักงานเขตห้วยขวาง เข้ามากวดขันตรวจสอบและพบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวจีน จึงออกคำสั่งให้ทุกร้านต้องทำใบอนุญาต แต่ ณ ปัจจุบันยังคงพบเห็นว่า ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ยังคงมีไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน ยังไม่รวมที่กระจายตัวออกไปตามย่านต่าง ๆ บนถนนรัชดาภิเษก หรือย่านพระราม 9 และอื่น ๆ การเข้ามาของคนจีนสะท้อนอยู่หลายเรื่อง และมีความต่างจากชาวจีนยุคแรก สมัยเยาวราชเฟื่องฟู อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มPublished caption : Restaurants and shops along Pracha Rat Bamphen Road in Huai Khwang district, which is dubbed the second Chinatown in Bangkok, record fewer Chinese guests as the market drops after the Songkran festival.
Published on 26/04/2025
» บริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตลอดทางตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอยเต็มไปด้วยร้านอาหารจีน ร้านหม่าล่า ชาบู มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน ร้านนวดแผนโบราณ คาเฟ่ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ-จีน ฯลฯ โดยตกแต่งและมีป้ายชื่อร้านเป็นภาษาจีนขนาดใหญ่ แม้ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมาจะพบว่าธุรกิจในย่านนี้ทยอยปิดกิจการลง เพราะติดขัดเรื่องการขออนุญาต หลังสำนักงานเขตห้วยขวาง เข้ามากวดขันตรวจสอบและพบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวจีน จึงออกคำสั่งให้ทุกร้านต้องทำใบอนุญาต แต่ ณ ปัจจุบันยังคงพบเห็นว่า ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ยังคงมีไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน ยังไม่รวมที่กระจายตัวออกไปตามย่านต่าง ๆ บนถนนรัชดาภิเษก หรือย่านพระราม 9 และอื่น ๆ การเข้ามาของคนจีนสะท้อนอยู่หลายเรื่อง และมีความต่างจากชาวจีนยุคแรก สมัยเยาวราชเฟื่องฟู อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม---------------------------------------Published caption::Dubbed the second Chinatown of Bangkok, Pracha Rat Bamphen Road is now quieter as fewer Chinese tourists roam the streets. Nutthawat Wichieanbut
Published on 09/04/2025
» (ในภาพ) นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินตรวจดูบริเวณโซนเยี่ยมญาติระหว่างมีผู้ต้องขังกับญาติสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปวันพุธที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ กระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักการปฏิบัติของสากลเพื่อยกระดับของการปฏิบัติต่อบุคคลที่ตามกฎหมายแล้วถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับหลักสากล อันจะส่งผลต่อการฟื้นฟูหลักนิติธรรมของประเทศ สำหรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเรือนจำต้นแบบในการแยกการปฏิบัติของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งนอกจากจะมีการแยกพื้นที่กันอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะมีการนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมมาใช้ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ต้องขังในเรื่องของการให้ความรู้ทางกฎหมายเพื่อต่อสู้คดี การส่งเสริมความแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดสวัสดิการต่าง ๆ โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) ในเรือนจำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเดียวกัน โดยให้มี ๑ เรือนจำ ทำหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ส่วนเรือนจำอื่นในจังหวัดให้ทำหน้าที่ควบคุมนักโทษขังเด็ดขาด ประกอบด้วย ๘ กลุ่มจังหวัด ดังนี้กลุ่มจังหวัดลำปาง กลุ่มจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มจังหวัดสงขลา กลุ่มจังหวัดปทุมธานี และกลุ่มจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ควบคุมผู้ต้องขังคดีทั่วไป และคดียาเสพติดให้โทษ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นสอบสวน - ไต่สวน พิจารณา และควบคุมผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีกำหนดโทษเหลือไม่เกิน ๕ ปี ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ในอัตราส่วน 1.6 ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง 1 คน เพื่อทำงานสุขาภิบาลต่างๆ หรือภารกิจอื่นในเรือนจำ ในส่วนของการปฏิบัตินั้นได้มีการจัดทำแนวทางการปฏิบัติขึ้นใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ประกอบด้วย การปรับปรุงชุดของผู้ต้องขังสำหรับการไปศาล การให้ความรู้ทางกฎหมาย รวมถึงการพบปะกับบุคคลภายนอก โดยเฉพาะทนายความ การเยี่ยมญาติใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นต้น โดยในครั้งนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพร็ชนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาใน Exclusive Talk เรื่อง จัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) อีกทั้งยังมี Mini Talk เรื่อง อิสรภาพที่หายไป ก่อนการตัดสินสิทธิและโอกาสในการพิสูจน์ตนเองของชีวิตหลังกำแพง พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คุณอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช (เบนซ์ เรซซิ่ง) คุณพัฒนพล มินทะขิน (ดีเจแมน) คุณนพนันท์ ทองเคลือ (เอิร์น วัดใหญ่) เพื่อร่วมกันแบ่งปันความรู้ในประเด็นดังกล่าวทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังคงตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปPublished caption :Prisoner welfareSahakarn Petcharin, Director-General of the Department of Corrections, inspects the visiting area at Bangkok Remand Prison where a pilot project to enhance the rights of prisoners who are under trial is underway.
Published on 20/03/2025
» ที่ อาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์ไทย (เรือนไทย)สวนสมุนไพรเทวะเวสม์รมณีย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิด “วิทยาลัยการนวดไทยแห่งประเทศไทย” ปัจจุบันการนวดไทยได้จัดหลักสูตรมาตรฐานที่ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมการรักษา และการฟื้นฟูสุขภาพ โดยมีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาด้านคุณภาพมาตรฐาน วิชาการ บริการการนวดไทย ซึ่งวิทยาลัยการนวดไทยฯ จะเป็นหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากอง ดำเนินการจัดฝึกอบรม และรับรองคุณภาพมาตรฐานการนวดไทย เป็นศูนย์กลางติดต่อและแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการการนวดไทยในระดับสากลและสร้างความมั่นใจในการดูแลสุขภาพประชาชนด้วยการนวดไทย โดยจะพัฒนาศักยภาพผู้ที่จบหลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อบรมหลักสูตรนวดไทยเฉพาะทาง 7 กลุ่มอาการสำหรับผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 20,000 คน และเตรียมอบรม ครู ก. นวดไทย อีก 1 พันคน ที่มีใบประกาศนียบัตรวิทยากรเครือข่ายครูนวดไทย สาขานวดไทยเพื่อสุขภาพ ใน 18 ศูนย์ฝึกอบรมด้านการแพทย์แผนไทย และมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขาการแพทย์แผนไทยและสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ทั่วประเทศ 38 แห่ง ตลอดจนดำเนินการประเมินมาตรฐานและรับรองคุณภาพมาตรฐานด้านการนวดไทยด้วยโดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้ารับการอบรมได้ที่เพจ Facebook วิทยาลัยการนวดไทย Photo By Varuth HirunyathebPublished caption : An instructor demonstrates Thai traditional massage techniques to participants in a training course held at the Museum of Public Health and Traditional Medicine in Nonthaburi.
Published on 12/02/2025
» พิพิธภัณฑ์รถไฟไทย ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ เก็บเรื่องราวของรถไฟตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นของใช้ต่างๆที่ใช้ในกิจการรถไฟไทย เช่น เครื่องทางสะดวก โคมตะเกียงสัญญาณ เครื่องตีตั๋ว รวมทั้งตั๋วเดินทางยุคเก่าที่เป็นแบบหนา ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น เปิดให้เข้าชม: วันพุธถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00น.-16.00น. ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง)Published caption : Miniature vintage trains are on display at the Thai Railway Museum at Hua Lamphong railway station. The museum also showcases equipment and paraphernalia used in managing train operations in the old days.
Published on 13/01/2025
» วันนี้ (13 ม.ค.68) กลุ่มประชาชนจาก 19 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำ เดินทางมาที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยมีการถือป้ายข้อความ ระบุว่า “นายกช่วยด้วย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่ไม่มีกิน ไม่มีใช้ ถ้าปลาหมอคางดำยังมีอยู่” พร้อมมีการให้ชาวประมงทอดแห จับปลาหมอคางดำ ในคลองที่อยู่บริเวณด้านข้างทำเนียบรัฐบาล และนำมาปลาหมอคางดำที่จับได้แล้วจำนวนมากมาเทกระจาด เพื่อแสดงให้เห็นว่า ปลาหมอคางดำระบาดมาถึงทำเนียบรัฐบาลแล้ว พร้อม ตั้งฉายา รัฐบาลชุดนี้ว่า “รัฐบาลคางดำ” เนื่องจากมีปลาหมอคังดำอยู่บริเวณในคลองรอบทำเนียบรัฐบาล ข้อเรียกร้องมีดังนี้ 1.ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิดในการทำให้เกิดการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน 2.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการให้มีการเยียวยาเกษตรกร และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำเป็นการด่วน โดยขอให้จังหวัดเร่งประกาศเขตภัยพิบัติ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ 3.ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ และคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อขจัดปลาหมอคางดำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดย ตั้งเป้าหมายให้ขจัดปลาหมอคางดำให้เป็นศูนย์ภายในปี 2569 จัดหางบประมาณให้เพียงพอ 4.เมื่อผลการสอบสวนสืบสวนแล้วเสร็จและพบผู้กระทำความผิด ให้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ก่อปัญหาต้องชดใช้ เยียวยาความเสียหาย เพื่อไม่เป็นการเบียดบังงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ ด้านตัวแทนจาก ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โดยสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะนำสิ่งที่มาร้องเรียนยื่นให้กับสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพื่อยื่นต่อให้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อให้พิจารณาและเร่งรัดในข้อเรียกร้องของประชาชน ทั้งนี้ ตัวแทนจากกลุ่มประชาชน ระบุว่า จะให้เวลารัฐบาลภายใน 15 วัน หากยังคงเงียบเฉยประชาชนจากจังหวัดทั้ง 19 จังหวัด จะระดมพลครั้งใหญ่ พร้อมนำปลาหมอคางดำจำนวนหลายตันมาเทบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล---------------------------------------Published caption::Farmers show blackchin tilapia they caught in Khlong Prem Prachakorn near Government House yesterday. They demanded the government identify those responsible for the spread of the invasive fish and support affected farmers. Chanat Katanyu
Published on 13/01/2025
» วันนี้ (13 ม.ค.68) กลุ่มประชาชนจาก 19 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำ เดินทางมาที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยมีการถือป้ายข้อความ ระบุว่า “นายกช่วยด้วย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่ไม่มีกิน ไม่มีใช้ ถ้าปลาหมอคางดำยังมีอยู่” พร้อมมีการให้ชาวประมงทอดแห จับปลาหมอคางดำ ในคลองที่อยู่บริเวณด้านข้างทำเนียบรัฐบาล และนำมาปลาหมอคางดำที่จับได้แล้วจำนวนมากมาเทกระจาด เพื่อแสดงให้เห็นว่า ปลาหมอคางดำระบาดมาถึงทำเนียบรัฐบาลแล้ว พร้อม ตั้งฉายา รัฐบาลชุดนี้ว่า “รัฐบาลคางดำ” เนื่องจากมีปลาหมอคังดำอยู่บริเวณในคลองรอบทำเนียบรัฐบาล ข้อเรียกร้องมีดังนี้ 1.ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิดในการทำให้เกิดการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน 2.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการให้มีการเยียวยาเกษตรกร และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำเป็นการด่วน โดยขอให้จังหวัดเร่งประกาศเขตภัยพิบัติ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ 3.ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ และคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อขจัดปลาหมอคางดำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดย ตั้งเป้าหมายให้ขจัดปลาหมอคางดำให้เป็นศูนย์ภายในปี 2569 จัดหางบประมาณให้เพียงพอ 4.เมื่อผลการสอบสวนสืบสวนแล้วเสร็จและพบผู้กระทำความผิด ให้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ก่อปัญหาต้องชดใช้ เยียวยาความเสียหาย เพื่อไม่เป็นการเบียดบังงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ ด้านตัวแทนจาก ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โดยสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะนำสิ่งที่มาร้องเรียนยื่นให้กับสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพื่อยื่นต่อให้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อให้พิจารณาและเร่งรัดในข้อเรียกร้องของประชาชน ทั้งนี้ ตัวแทนจากกลุ่มประชาชน ระบุว่า จะให้เวลารัฐบาลภายใน 15 วัน หากยังคงเงียบเฉยประชาชนจากจังหวัดทั้ง 19 จังหวัด จะระดมพลครั้งใหญ่ พร้อมนำปลาหมอคางดำจำนวนหลายตันมาเทบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลFarmers show blackchin tilapia they caught in Khlong Prem Prachakorn near Government House yesterday. They demanded the government identify those responsible for the spread of the invasive fish and support affected farmers. Chanat KatanyuPublished caption : A blackchin tilapia is seen caught in a net.