Showing 1 - 10 of 162
Published on 25/02/2025
» วันนี้ (25 ก.พ. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ กคพ. ในช่วงบ่าย เพื่อพิจารณารับคดีฮั้ว ส.ว. เป็นคดีพิเศษว่า คณะกรรมการ กคพ. มีทั้งหมด 22 คน และต้องใช้เสียง 2 ใน 3 หรืออย่างน้อย 15 คนในการพิจารณารับคดีเป็นคดีพิเศษ พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า กคพ. เป็นองค์กรอิสระที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม โดยคดีนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การกระทำผิดอาญาอื่น – มีการกล่าวหาว่ามีบุคคลเป็นสมาชิกองค์กรที่ดำเนินการโดยมิชอบ หรือที่กฎหมายเรียกว่า “อั้งยี่” ซึ่งหากเป็นสมาชิกทั่วไป มีโทษจำคุก 7 ปี แต่หากเป็นหัวหน้าหรือกรรมการ มีโทษ 10 ปี และหากรวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จะเข้าข่าย “ซ่องโจร" 2.ความเกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้ง – คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองต้องดำเนินการภายใต้ 6 ฉบับที่เกี่ยวข้อง โดย กกต. มีอำนาจสืบสวนเบื้องต้นและมอบหมายให้ตำรวจหรืออัยการดำเนินการต่อไปPublished caption : Tawee: Not undermining the EC
Published on 25/02/2025
» วันนี้ (25 ก.พ. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ กคพ. ในช่วงบ่าย เพื่อพิจารณารับคดีฮั้ว ส.ว. เป็นคดีพิเศษว่า คณะกรรมการ กคพ. มีทั้งหมด 22 คน และต้องใช้เสียง 2 ใน 3 หรืออย่างน้อย 15 คนในการพิจารณารับคดีเป็นคดีพิเศษพ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า กคพ. เป็นองค์กรอิสระที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม โดยคดีนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ คือ1.การกระทำผิดอาญาอื่น – มีการกล่าวหาว่ามีบุคคลเป็นสมาชิกองค์กรที่ดำเนินการโดยมิชอบ หรือที่กฎหมายเรียกว่า “อั้งยี่” ซึ่งหากเป็นสมาชิกทั่วไป มีโทษจำคุก 7 ปี แต่หากเป็นหัวหน้าหรือกรรมการ มีโทษ 10 ปี และหากรวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จะเข้าข่าย “ซ่องโจร"2.ความเกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้ง – คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองต้องดำเนินการภายใต้ 6 ฉบับที่เกี่ยวข้อง โดย กกต. มีอำนาจสืบสวนเบื้องต้นและมอบหมายให้ตำรวจหรืออัยการดำเนินการต่อไป
Published on 04/11/2024
» นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ทักทายจับมือกับ นายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังให้สัมภาษณ์สื่อในประเด็น MOU44 ก่อนนัดหมายแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลพูดคุยถึงความคืบหน้าในการทำงาน ปัญหา และข้อเสนอต่าง ๆ ที่แต่ละพรรคการเมืองจะยกมาพูดคุยในวันที่ 4 พฤศจิกายน เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ มีรายงานว่าในการต้องจับตาว่าจะมีการหยิบยกประเด็นบันทึกข้อตกลงไทย-กัมพูชา (MOU44) เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลหลังกัมพูชาลากเส้นเขตแดนทับเกาะกูดของไทย รวมถึงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีแนวโน้มอาจมีข้อติดขัดและไม่สามารถทำได้ตามกรอบเวลาที่วางไว้ หลังพรรคเพื่อไทยเตรียมแผนที่จะลดการทำประชามติเหลือ 2 ครั้ง ซึ่งทำให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นการพูดคุยกันเป็นประจำทุกเดือน เพื่ออัพเดตการทำงาน รวมถึงคุยเรื่องทั่ว ๆ ไป และยังเปิดโอกาสให้แกนนำแต่ละพรรคนำเสนอขึ้นมา ทั้ง เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกรณี MOU 44 ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองในขณะนี้ และเกาะกูดยังเป็นของไทย ตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ส่วนมีเรื่องอื่นขึ้นมาพูดคุยเพิ่มเติมต้องรอจากที่ประชุม---------------------------------------Published caption:: Anutin: Pleased by Bhumjaithai wins
Published on 20/10/2024
» Key coalition parties have downplayed the Election Commission's (EC) investigation into former premier Thaksin Shinawatra's alleged unlawful influence over the government and criticised the petitioners for causing social unrest.
Published on 07/08/2024
» นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางมาถึง อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกล มีแฟนคลับพรรคก้าวไกลมารอให้กำลังใจจำนวนมาก หลังศาลมีคำสั่งมติเอกชันยุบพรรคก้าวไกล เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารชุดที่ดำรงตำแหน่ง อยู่ระหว่าง ช่วงเวลาที่มีการกระทำผิด เป็นเวลา 10 ปีนับแต่วันที่ศาล อ่านคำวินิจฉัย ห้ามจัดตั้งหรือมีส่วนร่วมพรรคการเมืองในระยะเวลา 10 ปีเช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้ ก้าวไกลได้นัดกลุ่มผู้สนับสนุนรวมตัวกันที่พรรค เพื่อฟังศาล รธน.อ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรค พร้อมร่วมกิจกรรม “ก้าวไกลไปต่อ”Photo By VARUTH HIRUNYATHEBPublished caption :Pita Limjaroenrat, chief adviser and former leader of the Move Forward Party (MFP), waves to supporters as he arrives at the party’s headquarters to hear the Constitutional Court’s ruling on the party’s status yesterday afternoon. The court found the MFP guilty of undermining the constitutional monarchy and national security, and banned its executives for 10 years and ordered the party dissolved.
Published on 07/08/2024
» ณ อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกล บรรยากาศแฟนคลับพรรคก้าวไกลหลังศาลมีคำสั่งมติเอกชันยุบพรรคก้าวไกล เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารชุดที่ดำรงตำแหน่ง อยู่ระหว่าง ช่วงเวลาที่มีการกระทำผิด เป็นเวลา 10 ปีนับแต่วันที่ศาล อ่านคำวินิจฉัย ห้ามจัดตั้งหรือมีส่วนร่วมพรรคการเมืองในระยะเวลา 10 ปีเช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้ ก้าวไกลได้นัดกลุ่มผู้สนับสนุนรวมตัวกันที่พรรค เพื่อฟังศาล รธน.อ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรค พร้อมร่วมกิจกรรม “ก้าวไกลไปต่อ”Photo By VARUTH HIRUNYATHEBPublished caption :Glum newsSupporters of the Move Forward Party gather at the party’s headquarters after the Constitutional Court read its ruling ordering the party dissolved and imposed 10-year ban on the party executives.
Published on 20/04/2024
» มื่อวันที่ 20 เมษายน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธานประชุมสามัญครั้งที่ 1 / 2567 พรรคชาติไทยพัฒนา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย กรรมการบริหารพรรค ผู้แทนสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาทุกคน ทั้งนี้การประชุมใหญ่สามัญนี้จัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2560 มาตรา 43 และมาตรา 61 ที่กำหนดให้หัวหน้าพรรคต้องจัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา และงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแล้วเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองเพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกปี โดยมีสมาชิกพรรคทั้งเก่าใหม่ร่วมประชุมคับคั่ง อาทิ นายจองชัย เที่ยงธรรม นายประภัตร โพธสุธน นาย สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง นายอนุรักษ์ จุรีมาศ นายนิกร จำนงPublished caption : Varawut Silpa-archa, leader of the Chartthaipattana Party, centre, talks to party members before presiding over the opening of its general meeting yesterday at the Miracle Grand Convention Hotel in Bangkok. Many new and old party members were at the meeting such as Prapat Phosuthon, far left.
Published on 24/08/2023
» เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา กลุ่มสมาชิกส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จำนวน 20 คน นำโดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลภาคใต้ และนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีโหวตเห็นชอบให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งขัดกับมติพรรคที่ให้งดออกเสียงนายเดชอิศม์ กล่าวว่าในวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมาได้ประชุมสส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิจารณาว่าจะโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่22 ส.ค. ในที่ประชุมมีความเห็นแบ่งออกเป็น3 เรื่องคือ 1. ไม่เห็นชอบ ซึ่งพวกเราซักถามว่าสาเหตุคืออะไร ส่วนใหญ่คนที่ไม่เห็นชอบจะบอกว่าเนื่องจากความขัดแย้งในอดีต ความโกรธในอดีต จึงมีสส.ใหม่โต้แย้งว่าอยากให้แยกหน้าที่สส.ปัจจุบันกับความแค้นความโกรธออกจากกัน หากเราแยกออกจากกันไม่ได้ก็จะเกิดอคติตลอดไป และมีผู้ใหญ่บางคนได้วอค์กเอ้าท์เดินออกจากองค์ประชุมนายเดชอิศม์ กล่าวต่อว่า 2.มีความเห็นว่าเห็นชอบ เนื่องจากประเทศมาถึงทางตัน ความเดือดร้อนของประชาชนมีทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหายาเสพติดที่ขยายวงกว้าง และเราเกิดสูญญากาศทางการเมืองไม่ได้ ความเสียหายก็จะเกิดกับประชาชนอย่างแน่นอน และ 3.ในที่ประชุมส่วนมากบอกว่าควรงดออกเสียง เพราะสมัยโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็งดออกเสียง เนื่องจากเรากังวลเรื่องการแก้ไขเรื่องม.112 “หลังจากนั้นนายจุรินทร์ ได้ลุกขึ้นพูดในที่ประชุมว่าอย่าโหวตกันเลย เพราะจริงๆแล้วเป็นเอกสิทธิ์ของสส. นั่นคือคำพูดของท่าน และในการประชุมวันนั้นไม่มีการโหวต พวกเราจึงไม่รู้ว่าจะเป็นมติหรือไม่เป็นมติกันแน่ แล้วปิดประชุมไป แต่พอมาวันที่ 22 ส.ค. วันเลือกนายกฯ พวกเรามานั่งฟังการอภิปรายอยู่อีกห้องหนึ่ง ฟังเรื่องความเหมาะสมไม่เหมาะสมของนายเศรษฐา ซึ่งฟังในภาพรวมแล้วเกือบ 100 เปอร์เซนต์รับได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวของนายเศรษฐา ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเป็นนายกฯเรานั่งคุยกันกับส.ส.ประชาธิปัตย์ ประมาณ 20 คน พอมีการโหวตเรานั่งดู 3 คนแรกที่โหวตคือ นายจุรินทร์งดออกเสียง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน โหวตไม่เห็นชอบ นายชวน หลีกภัย ก็โหวตไม่เห็นชอบ นี่คือสามเสาหลักของประชาธิปัตย์ในเวลานี้ ลงคะแนนก็ไม่เหมือนกันแล้ว พวกเราจึงนั่งคุยกันว่านี่เป็นมติของพรรคหรือไม่ เพราะคำว่ามติพรรคจะขอยกเว้นไม่ได้ มติไปทางใดต้องไปทางนั้น พวกเราจึงมีความเห็นว่าอย่างนี้ก็ไม่ใช่มติพรรค เราจึงมาแยกพิจารณา” นายเดชอิศม์ กล่าวนายเดชอิศม์ กล่าวอีกว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยเขารวบรวมเสียงได้เกิน 250 เสียง และเป็นรัฐบาลที่มองแล้วว่าเป็นรัฐบาลสมานฉันท์ กปปส. เคยขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือกลุ่มเพื่อนนายเนวิน ชิดชอบ เคยเป็นงูเห่าออกจากพรรคภูมิใจไทยมาโหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ เขายังมาสมานฉันท์กันได้ แล้วเราเป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่ทั้งหมด ไม่เคยใส่เสื้อเหลือง ไม่เคยใส่เสื้อแดง ไม่เคยมีความขัดแย้ง เราไม่ควรจะมารับมรดกความขัดแย้งต่อจากรุ่นเก่าๆ เราถามกันทุกคน ซึ่งทุกคนมีความเห็นว่าขอให้ชาติเดินไปข้างหน้าได้ เราควรสนับสนุนให้เขาเป็นนายกฯ แต่ตัวพวกเรายังเป็นฝ่ายค้าน นั่นคือเหตุผลที่เราโหวตให้นายเศรษฐาเมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้ชัดเจนแล้วหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน นายเดชอิศม์ กล่าวว่า วันนี้เราเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว ทั้งตัวสส. และศักดิ์ศรีความเป็นประชาธิปัตย์ เราไม่กระเสือกกระสน กระเหี้ยนกระหือรืออยากไปเป็นรัฐบาล เพราะหลักการร่วมรัฐบาลของประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิม คือ 1.เขาต้องเทียบเชิญเรามาก่อน 2.ต้องประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการกับสส. และลงมติว่าอย่างไรทุกคนต้องปฏิบัติตาม ซึ่งทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงถามต่อว่าการที่ลงมติเห็นชอบนายเศรษฐา เป็นการสร้างความเสียหายให้กับพรรค และยังมีเรื่องการไปพบกับพรรคการเมืองอื่นด้วย ซึ่งพรรคอาจจะมีการตั้งกรรมการสอบ ถึงขั้นขับออกจากพรรค นายเดชอิศม์ กล่าวว่า โทษในการไปพบกับใคร พวกตนเป็นสส.รุ่นใหม่เราพบทุกพรรค เรามีเพื่อนทุกพรรค เพราะเราแยกระหว่างหน้าที่กับความรักความผูกพัน หน้าที่กับความโกรธแค้นชิงชังในอดีต เราแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด เพราะหากเราเอาหน้าที่ของสส.ไปผูกพันกับความรักเราก็ลำเอียง หากเอาหน้าที่ของสส.ไปยึดโยงกับความเครียดแค้นเกลียดชังเราก็เกิดอคติ ฉะนั้นพวกเราสนิทกับทุกพรรค ถ้าการไปพบทุกพรรคมีความผิด ตนก็น่าจะโดนประหารชีวิตไปตั้งนานแล้ว เพราะเป็นความผิดมาก เนื่องจากมีความสนิทกับหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค แต่พอเข้าในสภาก็อีกหน้าที่หนึ่ง ส่วนตัวก็อีกหน้าที่หนึ่ง ความเป็นคนไทยและเป็นสส.ที่มาจากการเลือกตั้งก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่งต่อข้อถามว่าจะมีการพบปะพูดคุยเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพภายในพรรคหรือไม่ นายเดชอิศม์กล่าวว่า พรรคเริ่มไม่มีเอกภาพตั้งแต่องค์ประชุมวิสามัญพรรคล่ม จนถึงวันนี้เรายังไม่รู้เลยว่าจะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้เมื่อไหร่ ต้องไปถามกลุ่มคนบางกลุ่มที่ทำให้องค์ประชุมล่มว่าเขาต้องการอะไรเมื่อถามว่าต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ขับออก เพื่อไปอยู่พรรคการเมืองใหม่หรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ความจริงแล้วการขับออกจากพรรคต้องมีสส. ร่วมกับกรรมการบริหารพรรค และเป็นมติ 3 ใน 4 แต่ดูไปดูมาสส. และกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่อยู่ตรงนี้หมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะขับใครกันแน่ ไม่ทราบเหมือนกันเพราะเสียงส่วนใหญ่อยู่นี่เกือบทั้งหมด ดังนั้นจะขับกันอย่างไรถามต่อว่าเสียงส่วนใหญ่จะขับเสียงส่วนน้อยออกหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ไม่คิดจะขับใครออกจากพรรค เราพร้อมจะพูดคุยและเจรจา แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมาเจรจากับเราเลย ไม่ว่าจะเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หรือทิศทางใดๆเมื่อถามว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วจะร่วมงานกันอย่างไร นายเดชอิศม์ กล่าวว่า เรายินดีพูดคุยอยู่บนเหตุและผล และความเป็นไปได้ อย่างที่ตนยืนยันว่าพวกเราไม่อยากพกมรดกความแค้นในอดีตแล้วมาให้เรารับต่อ หากนโยบายใหม่ที่ดีๆแล้วให้พวกเรารับต่อ เรายินดี และความจริงแล้วเราก็พบปะกันตลอดแต่เขาไม่พูดคุยกับเรา"เราพร้อมที่จะออกจากความเป็นสส.ของพรรค พรุ่งนี้ มะรืนนี้ยังได้เลย หากเรามีความรู้สึกว่าเราทรยศประชาชน ฉะนั้นไม่ว่าคนใต้หรือคนทั้งประเทศ เราไม่เคยคิดทรยศ เราซื่อสัตย์ ทำงานให้กับประชาชน เรามาจากการเลือกตั้ง สิ่งที่เราแคร์ที่สุดคือชาติ ประชาชน "นายเดชอิศม์ กล่าวนายเดชอิศม์ กล่าว พรรคต้องเริ่มต้นจากการประชุมวิสามัญ เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้ได้ จึงอยากฝากไปถึงฝ่ายที่ทำให้องค์ประชุมล่มว่าจะทำอย่างไรให้องค์ประชุมครบ ส่วนจะแข่งขันก็เป็นปกติของพรรคประชาธิปัตย์ พวกเรายินดีที่จะร่วมด้วย ถึงแม้พวกตนแพ้ไม่ได้เป็นกรรมการบริพรรคเราก็ยินดีให้ความร่วมมือ สมัยปี 62 ตนไม่ได้เลือกนายจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรค แต่เมื่อมติที่ประชุมใหญ่เลือกนายจุรินทร์และคณะมาเป็นกรรมการบริหารพรรค พวกตนก็ทำหน้าที่ลูกพรรคที่ดี หลายครั้งที่มีขบวนการจะล้มนายจุรินทร์ แต่พวกตนไม่ยอม ปกป้องมาตลอด แสดงให้เห็นว่าพวกตนยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายถามย้ำว่าพูดได้หรือไม่ว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์แตกแล้ว นายเดชอิศม์ กล่าวว่ายังไม่ถึงกับแตกหัก อาจจะมีความเห็นยังไม่ตรงกัน ยังมีเวลาและคิดว่าต้องลดทิฐิต้องมารับฟังกัน เพราะทุกคนมาจากประชาชน กว่าจะฝ่าฝันมาได้เป็นเรื่องยากมากPhoto By AKARACH SATTABURUTHPublished caption : A group of Democrat Party MPs led by Det-it Khaothong defend their decision to support Srettha Thavisin as the country’s next prime minister, blaming the party’s ambiguous position. They denied aspiring to be in government and declared their readiness to sit on the opposition benches.
Published on 09/08/2023
» วันที่ 9 ส.ค.66 เวลา 12.35 น. ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับ 6 พรรคเล็ก ประกอบด้วย พรรคประชาชาติ, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคเพื่อไทรวมพลัง, พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย โดยนำโดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายวรเชษฐ์ พรรคเพื่อไทรวมพลังพรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่านและหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยขัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการ พร้อมด้วยอีก 6 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชาติ (ปช.) พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) พรรคเสรีรวมไทย (สร.) พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคเพื่อไทยรวมพลัง ร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพท.โดยนพ.ชลน่าน อ่านแถลงการณ์ว่า วันนี้พรรคพท.ได้รวบรวมเสียงเพิ่มเติม และได้รับการสนับสนุนจาก 6 พรรคการเมืองประกอบด้วย พรรคปช. พรรค สร. พรรค ชพก. พรรคเพื่อไทยรวมพลัง พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย และรวมเสียงโหวตได้มากกว่ากึ่งหนึ่งแล้วนพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า พรรคพท.และทุกพรรคการเมืองคาดหวังอย่างยิ่งว่า จะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ สลายขั้วการเมืองทุกฝ่าย เดินหน้าขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมือง และเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศ และเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว ที่ขณะนี้กำลังเผชิญความเดือดร้อนรุนแรง การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วเท่าไรจะยิ่งแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้นนพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า เรายืนยันจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความพิเศษ ท่ามกลางวิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน และวิกฤตความขัดแย้งในสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีแบ่งขั้ว การที่จะแก้วิกฤตครั้งนี้ได้ ต้องสลายขั้วการเมือง ดึงความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม ทุกคน เพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคพท. และนายกรัฐมนตรีจากพรรคพท.เป็นแกนนำ เพื่อนำรัฐธรรมนูญออกจากวิกฤต เพื่อนำประชาชนให้พ้นทุกข์ เพื่อสร้างความสามัคคี สมานฉันท์ โดยถือเป็นวาระประเทศที่สำคัญอย่างสูงสุด“เราอยากขอวิงวอน ให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ เราจะช่วยกันฝ่าวิฤตเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนทุกคน เราหวังจะเห็นความสามัคคีของทุกฝ่ายในประเทศ” นพ.ชลน่าน กล่าวด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชพก. กล่าวว่า วันนี้พรรคยินดีตอบรับคำเชิญในการเข้าร่วมดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีพรรคพท.เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เหตุผลที่ตอบรับคำเชิญมี 5 ข้อ ดังนี้ 1.พรรคพท.ถือเป็นพรรคที่มีความชอบธรรม เป็นพรรคที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่สอง เมื่อพรรคอันดับที่หนึ่งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงเป็นหน้าที่ของพรรคพท. 2.พรรคพท.ยืนยันกับทุกพรรคการเมืองว่าขณะนี้รวบรวมเสียงของสส.ได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก 3.วันนี้ที่ประชุมได้มีการพูดถึงอย่างชัดเจนว่าภายใต้การนำของพรรคพท.จะไม่มีนโยบายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า พรรคพท.มีความแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ และ 5.เกือบ 3 เดือนนับแต่การเลือกตั้งที่ผ่านมา เรามีรัฐบาลรักษาการแต่มีขีดจำกัดในการบริหารประเทศ ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจรอไม่ได้ ดังนั้นวันนี้จึงมีความจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศ นักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ และลดความกังวลใจของพี่น้องประชาชนภายในประเทศ การปล่อยให้เกิดสูญญากาศโดยไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะเกิดผลไม่ดีด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรค ปช. กล่าวว่า พรรคปช.ได้ร่วมกับ 8 พรรคการเมืองเดิม ว่าเราจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมาที่มีการเลื่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หากในวันดังกล่าวมีการโหวต ทั้ง 8 พรรคเดิมจะโหวตเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรค พท. ส่วนนี้คือหลักการพ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าวิกฤตขณะนี้เรื่องใหญ่คือหน้าที่สภาช่วงเปลี่ยนผ่าน เราต้องรับภารกิจของรัฐธรรมนูญที่การเห็นชอบแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เราตกลง 8 พรรคเดิม จะเลือกพรรค พท.เป็นนายกรัฐมนตรี เราตระหนักว่าพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 มีความชอบธรรม ดังนั้น ภารกิจขณะนี้จึงต้องช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนพรรค พท. เป็นแกนนำในการรวมรวมเสียงให้ได้ 375 ขึ้นไป เพื่อให้ได้นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการสรรหาผู้มาเป็นรัฐมนตรี และแก้ปัญหาประเทศ“พรรคประชาชาติขอให้เดินทางไปถึงแค่พรรคอันดับ 2 คือพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ที่จะเป็นนายกฯ หากออกจากหลักการนี้ไม่ใช่หลักประชาธิปไตย” พ.ต.อ.ทวี กล่าวพ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า วันนี้ปัญหาประเทศเป็นสิ่งสำคัญจึงต้องมีนายกรัฐมนตรี จากนั้นตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นสิทธิของนายกรัฐมนตรีพิจารณา ฉะนั้น จึงยังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีเลย ในส่วนนโยบาย พรรคปช.ยังแสดงจุดยืนในนโยบายต่างๆ โดยเชื่อว่าพรรคแกนนำคงรับฟังไปประกอบสำหรับอะไรที่เป็ยประโยชน์ต่อประเทศพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคสร. กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งพรรคก้าวไกลมีคะแนนเสียงอันดับ 1 เราก็ทำทุกอย่างสนับสนุนพรรคก้าวไกลให้จัดตั้งรัฐบาล แต่ปรากฎว่าไม่สามารถเดินไปสู่จุดนั้นได้ ก็เปลี่ยนเป็นพรรค พท. ซึ่งเขากำลังทำทุกวิถีทางสลายขั้วการเมืองให้เดินหน้า จึงวิงวอนประชาชนที่ขณะนี้เกิดความเข้าใจผิดว่าตอนหาเสียงพูดแบบนั้นแบบนี้ จะเปลี่ยนแปลงหรือละเมิดไม่ได้ แต่การหาเสียงก็คือการหาเสียง เพื่อให้ได้คะแนนมาบริหารประเทศ ไม่ใช่นโยบายพรรค หากไม่ทำตามนโยบายแบบนั้นจึงจะผิดสัญญาพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น การหาเสียงจึงเป็นเรื่องปกติ ได้คะแนนมาก็บริหารกันไป นอกจากนี้ ยังได้ยินเสียงบอกว่ารวมพรรคนั้นได้พรรคนี้ไม่ได้ ตนก็อยากขอให้ดูสามก๊ก หรือประวัติศาสตร์ชาติไทย ถ้าฆ่าแม่ทัพตาย เราจะเอาไพร่พลไว้เลี้ยงดูหรือไม่ หรือจะฆ่าทิ้งให้หมด พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไปแล้ว ไม่มีแม่ทัพ ถามว่าเราควรเอาหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าควรเลี้ยงดูไว้ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แม่ทัพอยู่ แต่ก็ยอมแพ้ เราควรเอาไพร่พลมาเลี้ยงดูหรือไม่ อยากขอให้ประชาชนเปิดใจให้กว้างเพื่อให้พรรค พท.จัดตั้งรัฐบาลให้ได้Published caption :More parties sign up Pheu Thai Party leader Dr Cholnan Srikaew speaks yesterday at a press conference announcing that six small parties have joined the new government that it earlier pledged to form with the Bhumjaithai Party.
Published on 18/07/2023
» นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา นั่งกระซิบคุยพร้อมกับหัวเราะยิ้มแย้มกับ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ขณะประชุมวิป 3 ฝ่ายเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุมหารือผู้แทนจากพรรคการเมือง ทั้งฝั่ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล และ 10 พรรครัฐบาลรักษาการปัจจุบัน รวมถึงผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือ วิปวุฒิสภา ถึงแนวทางการประชุมรัฐภสา เพื่อพิจารณาผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ในการประชุมรัฐสภา วันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.) ทั้งการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐสภาได้มีมติไม่ให้ความเห็นชอบไปแล้ว และยังไม่มีความชัดเจนว่า จะสามารถเสนอชื่ออีกครั้งได้หรือไม่ เพราะตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ระบุว่า ญัตติใดที่ตกไปแล้ว ห้ามเสนอซ้ำในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ยังไม่มีการลงมติ หรือญัตติที่ประธานสภาอนุญาตเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการกำหนดกรอบระยะเวลา การอภิปรายของแต่ละฝ่ายก่อนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี และการบรรจุวาระการประชุมรัฐสภา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่พรรคก้าวไกล ได้ยื่นต่อประธานรัฐสภาสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว.ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี---------------------------------------Published caption::Breaking the ice...Move Forward Party secretary-general Chaithawat Tulathon, left, shares a light moment with Senator Somchai Sawangkarn as MP and Senate representatives discuss whether MFP leader Pita Limjaroenrat can be renominated as a PM candidate. Chanat Katanyu