Showing 1 - 6 of 6
Published on 04/06/2024
» This boxer is one of the most iconic figure in Muay Thai.
News, Post Reporters, Published on 26/01/2023
» Famous Muay Thai boxer Sombat "Buakaw" Banchamek says he comes from the indigenous ethnic group of Kuy, but his nationality is Thai.
Published on 07/01/2019
» พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธาน ร่วมกับพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช. ปส. ปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบายของรัฐบาล ในแหล่งชุมชนของพื้นที่กรุงเทพฯ โดยปฏิบัตรการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดแหล่งแพร่ระบาดชุมชนลาดกระบังในครั้งนี้ มีการปิดล้อมตรวจค้น 21เป้าหมาย โดยแบ่งเป็น ชุมชนริมคลองลาดบัวขาว(6เป้าหมาย), ชุมชนฟื้นนครร่มเกล้า ระยะ4โซน10 (6 เป้าหมาย) และชุมชนประชาร่วมใจ (9 เป้าหมาย)พบผู้ต้องหาทั้งหมด17คน โดยยึดของกลางได้คือ ยาบ้า 246 เม็ดไอซ์ 43.01กรัมยาอี 10 เม็ดเคตามีน2.30กรัมพืชกระท่อม18ต้นพืชกระท่อม382ใบน้ำกระท่อม 1ขวด 1.5 ลิตรและ รถมอร์เตอร์ไซค์ อีก1คันถนน.เคหะร่มเกล้า คลองสองต้นนุ่น เขตตลาดกระบัง กรุงเทพฯ วันที่7มกราคม2562
Published on 07/01/2019
» พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธาน ร่วมกับพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช. ปส. ปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบายของรัฐบาล ในแหล่งชุมชนของพื้นที่กรุงเทพฯ โดยปฏิบัตรการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดแหล่งแพร่ระบาดชุมชนลาดกระบังในครั้งนี้ มีการปิดล้อมตรวจค้น 21เป้าหมาย โดยแบ่งเป็น ชุมชนริมคลองลาดบัวขาว(6เป้าหมาย), ชุมชนฟื้นนครร่มเกล้า ระยะ4โซน10 (6 เป้าหมาย) และชุมชนประชาร่วมใจ (9 เป้าหมาย)พบผู้ต้องหาทั้งหมด17คน โดยยึดของกลางได้คือ ยาบ้า 246 เม็ดไอซ์ 43.01กรัมยาอี 10 เม็ดเคตามีน2.30กรัมพืชกระท่อม18ต้นพืชกระท่อม382ใบน้ำกระท่อม 1ขวด 1.5 ลิตรและ รถมอร์เตอร์ไซค์ อีก1คันถนน.เคหะร่มเกล้า คลองสองต้นนุ่น เขตตลาดกระบัง กรุงเทพฯ วันที่7มกราคม2562Published caption::Police and soldiers raid a house in Bangkok’s Lat Krabang district where more than a dozen illicit kratom plants were being grown. VARUTH HIRUNYATHEB
Published on 04/06/2018
» เกิดเหตุพระธาตุ 3 หุน ที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อายุกว่า 108 ปีถล่ม ขณะที่คนงานก่อสร้างทำการบูรณะซ่อมแซม เบื้องต้น มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิต 1 คน ขณะที่ชาวบ้านเชื่ออาถรรพ์ชี้ลางบอกเหตุมีควันพุ่งขึ้นมาบนหัวพระธาตุ ก่อนจะถล่มทับคนงานก่อสร้างเชื่อทำผิดผี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 เวลา 09.00 น. ร.ต.อ.โสภณ บัวคำโคตร ร้อยเวร สภ.กุฉินารายณ์ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุพระธาตุที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างภายในวัดป่ากุดหว้า ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เกิดการทรุดตัวและถล่มลงมา เบื้องต้นมีรายงานว่ามีคนงานก่อสร้างบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสาขากุฉินารายณ์ หน่วยกู้ภัย ทีม อปพร. ทีมแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์เข้าตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างองค์พระธาตุดังกล่าวฯ เจ้าหน้าที่พบสภาพอาคารที่ก่อสร้างครอบองค์พระธาตุพังถล่มลงมาเสียหายยับเยิน มีเศษหิน เศษปูน และไม้ไผ่ ซึ่งเป็นนั่งร้านพังกระจัดกระจาย โดยเฉพาะปลายยอดของพระธาตุเดิมหักลงมา ท่ามกลางความเสียใจของชาวบ้านและต่างจับกลุ่มพูดคุยกัน และพบคนงานก่อสร้างได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 4 คน เจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยและชาวบ้านจึงได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ ทราบชื่อคนบาดเจ็บคือ นายคาย ชานชาย อายุ 45 ปี , นายพานนา แม อายุ 39 ปี,นายตุลา มาวตุลา อายุ 23 ปี และนางฉุเปา (ชาวพม่า) อายุ 41 ปี ได้รับ และทราบว่ายังมีติดอยู่ภายซาก 1 คน เจ้าหน้าที่จึงได้ระดมทีมกู้ชีพเข้าค้นหา ซึ่งพบว่าเสียชีวิตโดยติดอยู่ใต้ฐานจุดกึ่งกลางขององค์พระธาตุ ทราบชื่อคือนายวรรณ พระเขียว อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 95หมู่ที่ 4 ต.โนนอุดม อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา เป็นหัวหน้าคนงานก่อสร้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงก่อนที่จะค้นหาจนพบศพ และนำออกมาด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเกรงว่าผนังปูนจะถล่มลงมาซ้ำอีก หลังเกิดเหตุนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งการให้นายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ นายอำเภอกุฉินารายณ์ พร้อมด้วยนายโสภณ เจริญพร หัวหน้าปภ.สาขากุฉินารายณ์ นายภิรมณ์ อุทรักษ์ นายกอบต.กุดหว้า นายสาริกา อุทรักษ์ นายกเทศบาลกุดหว้า นายธนเสฏฐ์ ชัยสงครามชนะทัต นายกเทศมนตรีเมืองบัวขาว พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยกุดหว้า เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีมแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุทราบเบื้องต้นว่า ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้นเป็นคนงานก่อสร้างที่มาจาก จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายวรรณ พระเขียว อายุ 56 ปี เป็นหัวหน้าคนงานซึ่งเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ โดยได้เดินทางมารับเหมจ้างช่วงในการก่อสร้างองค์พระธาตุแห่งนี้ ด้านนายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ นายอำเภอกุฉินารายณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นพระธาตุที่ถล่มนี้คือ พระธาตุ 3 หุน อายุกว่า 108 ปี ซึ่งทางวัดได้เริ่มบูรณะซ่อมแซมในปี2557ด้วยลักษณะทำครอบขึ้นให้สูงถึง 39 เมตร แต่ มาถึงระดับความสูงที่ 29 เมตร คาดว่าการก่อสร้างไม่แข็งแรงจึงทำให้เกิดถล่ม เบื้องต้นได้ประสานสำนักงานโยธาธิการและฝังเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้ามาร่วมตรวจสอบแล้ว ขณะที่ นางเมือง สะอาดแพน อายุ 70 ปี ชาวบ้านกุดหว้า ม.13 ต.กุดหว้า กล่าวว่า เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นจอมปลอกขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเห็นแสงไฟปรากฏออกมานานถึง7วัน นับเป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างยิ่ง สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะมีใครสักคนไปทำสิ่งที่ผิดจนเกิดอาถรรพ์ เพราะก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนและชาวบ้านได้มาทำบุญถวายภัตตาหารเช้าเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากพระธาตุ แต่ก็ไม่เอะใจอะไรเพราะนึกว่าพระจุดไฟเผาขยะแต่เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆก็ไม่พบว่ามีใครจุดไฟ กระทั่งคนงานก่อนสร้างเข้ามาทำงานตอนสายก็เกิดถล่มดังกล่าว สำหรับวัดป่ากุดหว้าแห่งนี้มีบันทึก โดย พระครูอดุลอรรถกิจ เจ้าคณะอำเภอกุฉินารายณ์ เมื่อ วันที่ 15 มีนาคม 2528 เป็นบันทึกแผ่นหิน ในพิธีวาวศิลาฤกษ์ ระบุว่า วัดป่ากุดหว้า สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2510 และระบุว่าธาตุนี้สร้างเมื่อวัน 5 แรม 10 ค่ำ เดือน4 ปีฉลู ตรงกันวันที่ 28 มีนาคม ร.ศ.96 จ.ศ.1239 แต่นั้นมาได้ 108 ปี แรกเรียกชื่อว่า พระธาตุ 3 หุน เพราะมีคน 3 คน มาสร้างไว้ คือ 1.พระธุดงศ์ (ฝ่ายอรัญญวาสี) 2.พระครู (ฝ่ายคามวาสี) มาจากฝั่งซ้าย 3.ชีปขาว อีกผู้หนึ่ง ตั้งแต่นั้นมาไม่มีใครสนใจ แต่บางคนก็รู้บ้างว่าเป็นธาตุดิน อยู่มาปี 2513 ข้าพเจ้าไปอบรมพัฒนาท้องถิ่นที่วัดมหาธาตุกรุงเทพฯ เป็นเวลา 3เดือน 15 วันมีพระอาจารย์สมบูรณ์ จังหวัดราชบุรี บอกว่าที่วัดท่านมีธาตุดินเก่าอยู่ทางทิศเหนือของวัด จะครบ 108 ปี เมื่อถึง พ.ศ.2528 นี้ จึงขอให้ท่านเพิ่มเติมเสริมสร้างไว้บ้างจะได้เป็นที่กราบไหว้สักการะบูชา ของพุทธศาสนิกชนรุ่นหลังต่อไป ข้าพเจ้าได้รับคำบอกเล่าจากท่านเช่นนั้น เมื่อกลังมาก็คิดเล่าว่าที่ไหนจะเป็นองค์พระธาตุแท้ตามที่ท่านพูดไว้ อยู่มาในเดือน 11 ปี พ.ศ.2513 นั่นเอง ได้มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นคือ รากหญ้าคาเกิดเป็นแสงอยู่ 7 วันในบริเวณธาตุนี้ จึงรู้ว่า โพนดินนี้เป็นธาตุ จึงได้เชิญชวนญาติพี่น้องทั้งหลายได้วางสีลาฤกษ์สร้างธาตุนี้ยงยุทธ ภูพวงเพชร จ.กาฬสินธุ์
Published on 24/04/2018
» สมุทรปราการ สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์ไฟไหม้โรงงานรีดแผ่นโฟมกันความร้อนวอดกว่าร้อยล้านเมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 24 เมษายน 2561 ร.ต.อ.พงศกร สรัสชนา รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บริษัท มิคเซลจำกัดเลขที่ 45 / 5 หมู่ 10 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังรับจึงพร้อมด้วย นายวรณัฎฐ์ หนูรอด นายอำเภอพระประแดง พ.ต.อ.ประเสริฐ์ บัวขาว ผกก.สภ.สำโรงใต้ รถดับเพลิงเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพรายและเทศบาลใกล้เคียงกว่า 30 คันเดินทางเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตแผ่นฟอร์ยกันความร้อนลักษณะเป็นโกดัง 2 ชั้น ปลูกสร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ได้พบเพลิงกำลังลุกโหมอย่างรุนแรงและมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากภายในโรงงานมีแผ่นโฟมกันความร้อนเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก และถังแก๊สหุงต้มที่ใช้ในการทำความร้อนเพื่อรีดแผ่นโฟมขนาดใหญ่อยู่ภายในจำนวนหลายสิบถังที่เกิดระเบิดขึ้นเป็นระยะ โดยเพลิงได้ลุกลามไปลุกไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่ในลานรับฝากรถด้านข้างได้รับความเสียหายกว่า 20 คัน ประกอบด้วยรถบัส 1 คัน รถแมคโค 1 คัน รถยนต์กระบะ 10 คัน รถเก๋ง 6 คัน รถตู้หกล้อ 1 คันรถจักรยานยนต์ 2 คัน เนื่องจากขณะเกิดเหตุมีลมกรรโชกแรง เปลวไฟยังได้ลุกุลามไปลุกไหม้อู้ซ่อนรถที่อยู่ด้านหลังบริษัทร่วมทั้งบ้านเรือนประชานได้รับความเสียหายไปอีกจำนวน 3 หลัง ขณะเกิดเหตุตัวอาคารโรงงานได้เกิดถล่มลงมา แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบแต่ยังคงต้องฉีดน้ำเลี้ยงที่เกิดเหตุตลอดเวลา เนื่องจากยังมีเปลวไปคุขึ้นมาจากด้านล่างตลอดเวลา จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าตัวอาคารได้รับความเสียหายทั้งหมดร่วมทั้งเครื่องที่ตั้งอยู่ภายในโรงงานและสินค่าที่เก็บอยู่ภายในรวมทั้งรถยนต์ที่ถูกไฟลุกไหม้ไปกว่า 20 คัน คาดว่าค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทจากการสอบถามนายสมพร สาระพิมพ์ อายุ 63 ปี รปภ.ของบริษัทดังกล่าว ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังเดินตรวจอยู่ที่โรงงาน 1 ซึ่งอยู่ห่างจากโรงงานที่ 2 ที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นที่โรงงาน 2 ตนจึงได้รีบวิ่งจากโรงงานที่ 1 ไปดูโรงงาน 2 ที่เกิดเหตุพบว่าคนงานที่กำลังทำงานอยู่ภายในประมาณ 7 คนได้พากันวิ่งหนีตายออกมาด้านนอก และพบเห็นไฟกำลังลุกไหม้อยู่ช่วงกลางโรงงานด้านในก่อนที่จะลุกโหมขึ้นอย่างรุนแรง และลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุมีกระแสลมแรงมาก ทำให้เปลวไปลุกลามไปลุกไหม้พื้นที่ใกล้เคียงอย่างรวดเร็วด้านนายดบุริน แสงงาม อายุ 23 ปี ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่าขณะตนกำลังนอนอยู่ได้ยินเสียงตะโกนว่าไฟไหม้จึงได้รีบลุกออกมาดูได้พบเห็นคนงานประมาณ 4-5 คน กำลังวิ่งออกจากโรงงานที่ไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงและมีเสียงระเบิดซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นถังแก็สหุงต้มที่ใช้ทำความร้อยรีดแผ่นโฟมทำให้ลูกไฟพุ่งขึ้นบนท้องฟ้าสะเก็ดได้กระจายไปทั่วบริเวณ ก่อนที่คนงานจะวิ่งไปตามเพื่อนคนงานที่โรงงาน 1 มาถอดรถบรรทุกหกล้อตู้ทึบจำนวน 6 คัน ที่จอดอยู่หน้าโรงงานออกมาด้านนอกด้านนายวรณัฎฐ์ หนูรอด นายอำเภอพระประแดง จากการที่ได้รับรายงานเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุมีคนงานทำงานอยู่ประมาณ 7 คน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดวิ่งหนีออกมาได้ นอกจากนี้ไฟยังได้ลุกลามไปลุกไหม้รถยนต์ที่ลานรับจอดที่อยู่ด้านหน้าบริษัทรวมทั้งอู่ซ่อมรถด้านในได้รับความเสียหายไปอีกกว่า 20 คัน ค่าเสียหายเบื้องต้นน่าจะหลายสิบล้านบาทอยู่ ส่วนอุปสักในการเข้าไปดับเพลิงก็มีปัญหาในเรื่องซอยแคมและเป็นทางต้นและคดเคี้ยวทำให้รถดับเพลิงเข้าไปในที่เกิดเหตุได้ลำบาก และอีกส่วนหนึ่งยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดได้เพราะยังมีควันไฟอยู่เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นได้สั่งปิดสถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่อันตรายแล้วและจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุโดยละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปPublished caption::What the blazes... Firefighters tackle a fire which engulfed a two-storey foam insulation factory in Phra Pradaeng district in Samut Prakan early yesterday. Sutthiwit Chayutworakan