Showing 1 - 10 of 998
Published on 29/12/2025
» ท่ามกลางราคาค่าไฟฟ้าที่ผันผวนและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น โซลาร์รูฟท็อปได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับครัวเรือนไทย โดยภายในปีพ.ศ. 2569 ตลาดคาดว่าจะมีความพร้อมมากขึ้น มีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น รวมถึงมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากยิ่งขึ้น
Published on 31/07/2025
» ถ่ายภาพที่โรงเรียนอนุบาลนนทบุรี ในประเด็นผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี เรียกร้องยืดระยะเวลาการคืนอาคาร ชี้กระทบนักเรียน หลังจังหวัดนนทบุรีขอเวนคืนพื้นที่โรงเรียนที่ติดกับศาลากลางหลังเก่าในปี 2569 เพื่อทำโบราณสถาณและแลนด์มาร์กจังหวัดนนทบุรี สำหรับโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2501 เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันมีห้องเรียนทั้งหมด 52 ห้อง มีนักเรียน 1,749 คน จุดที่มีปัญหา คือ ห้องเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 รวม 10 ห้องเรียน ที่ติดกับอาคารศาลากลางหลังเก่าในขณะที่จังหวัด มีนโยบายปรับแต่งพื้นที่เป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดนนทบุรี ก่อนหน้านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมรับฟังปัญหา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILLPublished caption : Parents are seen picking up their children at Anuban Nonthaburi School yesterday amid concerns over the province’s plan to expropriate the school’s land next year to develop a historical landmark near the old City Hall. Families are now appealing for a deadline extension, citing the impact on students.
Published on 06/05/2025
» กทม. นำสื่อมวลชนติดตามภารกิจการรื้อถอน และค้นหาผู้ติดค้างภายในอาคาร สตง. ในภาพเป็นชั้นใต้ดินอาคาร สตง.(แห่งใหม่) ที่ถล่มระหว่างก่อสร้าง จะเห็นเสาที่ระเบิดออกแต่ยังรับน้ำหนักได้บางส่วน ซึ่งชั้นอื่นๆที่ถล่มลงมานั้นจะระเบิดฉีกขาดออกจากกัน โดยมีข้อมูลจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร คาดจบงานใน 3 วัน หลังเคลียร์ซากเปิดพื้นที่อาคาร สตง. ครบทั้งหมด ไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม(6 พ.ค. 68) นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสุริยชัย ระวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. นำคณะสื่อมวลชนฯ ลงพื้นที่บริเวณโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เขตจตุจักร ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลการปฏิบัติงานตลอด 40 วันที่ผ่านมา หลังประเมินแล้วว่าในจุดที่นำคณะสื่อมวลชนเข้าไปนั้น มีความปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้วโดย นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ระบุว่า ลักษณะของอาคารที่ถล่มเป็นอาคารสูง 30 ชั้น มีพื้นที่รวม 40×40 เมตร หรือประมาณ 50,000 ตารางเมตร มีลิฟท์ 10 ตัว และหลังจากเกิดเหตุการณ์ถล่มแล้ว โครงสร้างอาคารมีการลาดเอียงไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับอาคารจอดรถคาดการณ์ว่าระหว่างที่อาคารถล่มนั้น อาจมีคนวิ่งเข้ามาในส่วนของอาคารจอดรถด้วย จึงยังคงมีการค้นหาในบริเวณนี้ต่อจนกว่าจะเคลียร์พื้นที่ได้แล้วเสร็จ 100% ซึ่งจากการจำลองการหนีของคนส่วนใหญ่ของทุกชั้นจะวิ่งมาหาบันไดหนีไฟซึ่งเป็นจุดเดียวของอาคารที่เชื่อมระหว่างอาคาร 30 ชั้นกับอาคารจอดรถยนต์ จึงอาจมีผู้ติดค้างติดอยู่บริเวณเศษซากอาคารที่ถล่มลงมาในบริเวณจุดเชื่อมได้ ซึ่งสมมุติฐานดังกล่าวยังสอดคล้องกับ ข้อเท็จจริงที่พื้นที่ที่พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน C ตรงจุดที่คาดว่าเป็นช่วงบันไดหนีไฟคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วันจะค้นหาบริเวณชั้นใต้ดแล้วเสร็จ และภายใน 4-5 วัน จึงจะแล้วเสร็จภารกิจ โดยในเบื้องต้นจะพยายามให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เบื้องต้น ต้องยอมรับว่า กทม. ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานในการกู้ซากอาคาร แต่ยืนยันว่าจะทำงานด้วยความพยายามและระมัดระวัง เพื่อค้นหาและนำผู้ติดค้างออกมาให้ได้ครบถ้วนที่สุด โดย กทม. ขอขอบคุณการสนับสนุนเครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากทุกหน่วยงานภาคี ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่เข้ามาช่วยดำเนินการตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ซึ่งทุกคนมาด้วยใจและช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มที่ภารกิจในครั้งนี้มีเครื่องจักรร่วมสนับสนุนการดำเนินการทั้งหมดกว่า 80 เครื่อง แม้การดำเนินงานในแต่ละวันค่อนข้างมีอุปสรรค มีการวางแผนงานการประชุม 9 โมงเช้าและ 6 โมงเย็นทุกวัน และหน้างานมีการมีปัญหา ที่ต้องวางแผนแก้ปัญหาในแต่ละวันที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนที่เข้ามาก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ในการค้นหาผู้สูญหาย และตลอดเวลาที่ผ่านมาเครื่องจักรต่างๆ มีการทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะเร่งกู้ร่างของผู้ที่ติดอยู่ในซากตึก ซึ่งการทำงานของเครื่องจักรทุกคันในวันนี้จะเน้นไปที่การทำงานบริเวณชั้นใต้ดินทั้งหมดPhoto By Pattarapong ChatpattarasillPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::Bent out of shape ... Cracked pillars are seen in the basement of the collapsed State Audit Office building. City Hall said it would take a few days to complete the search for remains in the basement and another 4-5 days to complete the entire mission. PATTARAPONG CHATPATTARASILL
Published on 06/05/2025
» ผู้พิการหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตทักษะคอมพิวเตอร์ที่ได้ร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน โดยมีสองรัฐมนตรียืนให้กำลังใจดูภาพวาดตนเองในจอคอมพ์ ในงานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงานวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน และกล่าวแสดงความยินดีในพิธีบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 กระทรวงแรงงานนายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มุ่งมั่นประสานพลังกับทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตามนโยบายรัฐบาล ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและจัดสวัสดิการของรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ที่มุ่งเพิ่มโอกาสและเสริมสร้างคุณค่าคนพิการ และ พันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้คนพิการก้าวข้ามความพิการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พึ่งตนเองได้ และร่วมรับผิดชอบสังคม ซึ่งมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกลไกลสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณกว่า 21 ล้านบาท ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 4,328 คน อย่างเป็นระบบและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระ ทำให้คนพิการและครอบครัว มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเสมอภาคในสังคมแห่งโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้สนับสนุนการผลักดันความร่วมมือตามโครงการดังกล่าว ผ่านการสำรวจความต้องการฝึกอบรมฝีมือแรงงานและความต้องการทำงานของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนการประสานและร่วมพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เหมาะสมกับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันลงนามใน MOU ฉบับนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพลังของคนพิการในการเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการจ้างงานคนพิการ เพราะความสามารถ (Ability) ไม่ใช่จ้างงานเพราะความพิการ (Disability) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ---------------------------------------Published caption::A helping hand ... A disabled woman demonstrates her computer skills as Varawut Silpa-archa, left, Minister of Social Development and Human Security and Phiphat Ratchakitprakarn, centre, Minister of Labour, watch a demonstration at the ministry following the signing of an MoU on improving job skills for people with disabilities. VARUTH HIRUNYATHEB
Published on 01/05/2025
» (1 พฤษภาคม 2568) ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำมูลบน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็น 1 ใน 4 อ่างเก็บน้ำขาดใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา ระดับน้ำยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงนี้จะได้รับอิทธิพลของพายุฤดูร้อนทำให้มีฝนตกลงมาในพื้นที่บ้าง แต่เนื่องจากอ่างเก็บน้ำมูลบน ยังมีภาระต้องส่งจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ในลำน้ำธรรมชาติ วันละกว่า 7 หมื่นลูกบาศก์เมตร จึงทำให้ระดับน้ำลดลงทุกวัน โดยล่าสุด ปริมาณน้ำภายในอ่างฯ อยู่ที่ 52.66 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 37.35 ของความจุกักเก็บที่ 141 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นน้ำใช้การได้เพียง 45.66 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ ร้อยละ 34.08 เท่านั้นซึ่งปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมูลบนที่ลดระดับลง ทำให้เห็นหาดทรายและหาดหินเป็นบริเวณกว้าง อีกทั้ง กำแพงหินยักษ์ขนาดใหญ่ที่เคยจมอยู่ใต้น้ำ ยาวประมาณ 10 เมตร สูงประมาณ 4 เมตร และหนาเพียงแค่เมตรเศษ ก็โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำให้เห็นพร้อมๆ กับหินก้อนอื่นๆ จนกลายเป็นเกาะกลางอ่างเก็บน้ำที่รายล้อมไปด้วยผืนน้ำและหาดทรายสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน บริเวณนี้จะยิ่งสวยงามเพิ่มมากขึ้น เพราะจะมีสายลมเย็นๆ พัดโชยตลอดเวลา ให้ความรู้สึกและบรรยากาศคล้ายกับว่าได้ไปอยู่ริมทะเลเลยทีเดียว จึงเหมาะแก่การเดินทางไปเล่นน้ำและเก็บภาพเป็นที่ระลึกอย่างมาก Photo By PRASIT TANGPRASERTPublished caption : The photo shows receding water levels in Mun Bon reservoir, exposing vast stretches of sandy and rocky shores. It now holds just 37.35% of its 141-million-cubic metre capacity. Mun Bon is one of four major reservoirs in Nakhon Ratchasima, supplying over 70,000 cubic metres daily for consumption and ecosystem maintenance.
Published on 30/04/2025
» เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำกทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Re-positioning Thailand: วางตำแหน่งใหม่เศรษฐกิจไทยในสงครามการค้าว่า หน้าที่ของ สส.ทุกคน ไม่ว่าจะมาจาก ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ คือ การส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไปยังทีมไทยแลนด์ หรือคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยในการเดินทางไปเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่การเตรียมมาตรการรับมือปรับตัวกับนโยบายของรัฐบาล หรือให้เอกชนปรับตัวกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสงครามการค้าโลก นายณัฐพงษ์ เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาจบ คือ 1.เจรจา ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เช่น หากเราจะต้องยอมนำเข้าสินค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ สินค้าต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคในประเทศเรา หรือไม่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าประเทศอื่นของไทย ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าต่อไทยมากยิ่งขึ้น 2.กระชับความสัมพันธ์ในเวทีต่างๆ ซึ่งหลักใหญ่ใจความคือเรื่องการค้าเป็นธรรม เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกัน ประเทศที่ขาดดุลอาจได้รับการสนับสนุนบางอย่างจากประเทศเกินดุลหรือไม่ เช่น การพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นคู่หูพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งยังต้องดูในเรื่องกรอบห่วงโซ่อุปทาน กรอบสังคมวัฒนธรรม กรอบภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย 3.รับมือ ในส่วนทางตรง หากเกิดมีสินค้าล้นทะลักเข้าไทยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องมาตรฐานสินค้า 4.เยียวยา ซึ่งคงต้องมีการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนแน่นอน จะต้องมีการออกแบบมาตรการเยียวยาอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วที่สุด เช่น หากไทยจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าการผลิตในประเทศ คนที่จะได้เปรียบในสมการนี้ คือคนที่ผลิตหรือแปรรูปอาหารสัตว์ เราจะมีมาตรการในการเยียวยา เพื่อแบ่งสันปันส่วนในห่วงโซ่อุปทานใหม่นั้นอย่างไร ทำให้คนที่ได้ประโยชน์มากขึ้นเข้าไปเยียวยาให้กับผู้ที่เสียประโยชน์ และ 5.ลงทุน เราจะคิดเฉพาะแค่ไทยเก่งอะไรหรือต้องลงทุนอะไรอย่างเดียวไม่พอ แต่ยุทธศาสตร์ในการลงทุน จะต้องตอบโจทย์เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก และสังคมวัฒนธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https:www.khaosod.co.th/politics/news_9739430Published caption :Driving the economyNatthaphong Ruengpanyawut, leader of the People’s Party, explains how to steer the economy through global and domestic challenges, during a discussion organised by the party yesterday.
Published on 23/04/2025
» จุดแสดงนิทรรศการสื่อผสม โดยประชาชนสามารถไปยืนถ่ายภาพจากตู้บันทึกภาพ จากนั้นใบหน้าจะมาปรากฏบนจอ LED พร้อมกับภาพบรรยากาศกรุงรัตนโกสินทร์ ในยุคต่างๆ ได้ เป็นส่วนหนึ่งของความทันยุคทันสมุยในการจัดนิทรรศการงานใต้ร่มพระบารมี 243 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-27 เมษายน 2568 ณ ณ ห้องจัดแสดงนิทรรศการ อาคารอเนกประสงค์อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยPublished caption :Exhibiting old timesA man takes a picture of an LED screen at an exhibition commemorating the 243rd year of the establishment of Rattanakosin as the capital in 1782. The event is being held until April 27 at Chulalongkorn University Centenary Park.
Published on 22/04/2025
» 13.30 น. ศาลทุจริตฯ ตัดสิน "สมยศ" และพวกรวม 6 คน ไม่มีความผิดตามฟ้อง คดีเปลี่ยนความเร็วรถ บอส อยู่วิทยา ส่วน 2 อดีตอัยการพิพากษาสั่งจำคุก "เนตร นาคสุข" 3 ปี ส่วน "ชัยณรงค์" 2 ปี ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ย่านตลิ่งชัน ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบหมายเลขดำ อท 131/2567 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ,เนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด กับพวกรวม 8 คนเป็นจำเลย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 200, 83, 86 พรป.ประกอบรัฐธรรมนูญญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 พรป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 192 . กรณีที่พวกจำเลยทั้งหมด ร่วมกันกระทำผิดเปลี่ยนแปลงพยานหลักฐานในคดี คำให้การพยาน ความเร็วรถยนต์ เพื่อช่วยเหลือนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหา เพื่อให้พ้นผิด หรือรับโทษน้อยลง ที่นายวรยุทธ ขับรถสปอร์ตหรูเฉี่ยวชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย. 2555 . สำหรับรายชื่อจำเลยทั้ง 8 คน ประกอบด้วย จำเลยที่ 1 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ที่ 1 จำเลยที่ 2 พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบก.กองพิสูจน์หลักฐาน ที่ 2 จำเลยที่ 3 พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ทองหล่อ ที่ 3 จำเลยที่ 4 นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตอัยการอาวุโส จำเลยที่ 5 นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จำเลยที่ 6 นายธนิต บัวเขียว ที่ 6 จำเลยที่ 7 รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักฟิสิกส์ อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ ม.เทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำเลยที่ 8 นายเนตร นาคสุข อดีตรอง อสส. . หลังศาลอ่านคำพิพากษา 3 ชั่วโมง เอกสารประมาณ 140 หน้า ศาลรับฟ้องคดีดังกล่าวเมื่อเดือนกันยายน 2567 ใช้เวลาพิจารณประมาณ 5 เดือน พยานเอกสารกว่า 4 หมื่นแผ่น โจทก์ยื่นพยานมา 100 ปาก แต่ศาลคัดไว้ประมาณ 26 ปาก พร้อมรับพยานวัตถุ 4-5 ชิ้น . และในการฟังคำพิพากษาวันนี้ศาลอนุญาตให้จำเลยนั่งฟังคำพิจารณา เนื่องจากใช้เวลาอ่านคำพิพากษานาน ประกอบกับจำเลยสูงอายุ . ศาลพิจารณาว่านายชัยณรงค์ จำเลยที่ 4 เข้าไปโดยอวดอ้างตนขอความกรุณา ไม่ให้เกิน 80 เพราะตามกฎหมายไม่ให้เกิน 80 ซึ่งทุกคนในห้องได้ยินนายชัยณรงค์ กล่าวอ้างสถานะและบทบาทหน้าที่การเป็นอัยการ ศาลมองว่านายชัยณรงค์ ใช้สถานะตัวเองแทรกแซงพนักงานสอบสวนไม่ให้ทำหน้าที่อิสระ เป็นการกระทำความผิดส่วนตัว . ส่วนนายเนตร จำเลยที่ 8 อดีตรองอัยการสูงสุด ศาลพิจารณาว่าใช้อำนาจสั่งฟ้องคดีโดยมิชอบ มีเจตนาช่วยเหลือนายวรยุทธ ให้ได้รับโทษน้อยลง จากการรับฟังพยาน 2 ปากที่ได้มาให้การใหม่เรื่องความเร็วรถซึ่งผ่านมานานแล้ว ทำให้คำให้การของพยานไม่น่าเชื่อถือ แต่จำเลยที่ 8 ใช้ดุลยนพินิจไม่ชอบ ทั้งที่ตัวเองเป็นอัยการระดับสูง ควรต้องใช้ดุลยพินิจโดยรอบคอบ อีกทั้ง ศาลเห็นว่าจำเลยที่ 8 วินิจฉัยคดีโดยไม่อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ ทั้งที่ควรนำตัวนายวรยุทธ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้องค์กรอัยการเสียหาย จึงพิพากษาว่าจำเลยที่ 4 มีความผิดตาม พรบ.ป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ 2561 มาตรา 172 สั่งจำคุก 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 สั่งจำคุก 3 ปี . ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1-3 และ 5-7 แต่ให้ออกหมายขัง จำเลยที่ 1-3 และ 5-7 ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ยกเว้นแต่ยื่นประกันตัว (เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568)---------------------------------------Published caption::Former deputy attorney-general Nate Naksuk, 70, declined to speak to the media following his sentencing to three years in prison yesterday. CHANAT KANTANYU
Published on 22/04/2025
» ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ สมราช ธรรมธรวัฒน์ พาเยี่ยมชมศูนย์รังสีร่วมรักษาศิริราช โรงพยาบาลศิริราช ตึก 72 ปี 2 ชั้น 2 แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เนื่องในงาน SiCOE Forum 2025 “SiCOE Forum 2025 x SDGs” ระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 เมษายน 2568 ณ โรงพยาบาลศิริราชศูนย์รังสีร่วมรักษาศิริราชให้บริการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคด้วยวิธีการทางรังสีร่วมรักษา โดยแบ่งได้เป็น 2 ระบบ ดังนี้ คือ1. ระบบประสาทและไขสันหลัง (Interventional Neuroradiology)2. ระบบลำตัว (Body Interventional Radiology)โดยให้บริการทั้งผู้ป่วยนัดหมายและผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยผู้ป่วยฉุกเฉินให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขเวลาและข้อบ่งชี้ของแต่ละโรคอีกทั้งยังเป็น ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางรังสีร่วมรักษา และบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นสถานที่ศึกษาดูงานของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จากสถาบันต่างๆ มีการจัดประชุมทางวิชาการ และผลิตผลงานทางวิชาการและงานวิจัยอย่างต่อเนื่องเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดโรงพยาบาลศิริราชครบ 137 ปี ในวันที่ 26 เมษายน 2568 หน่วยบูรณาการศูนย์ความเป็นเลิศ โรงพยาบาลศิริราช ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในงาน SiCOE Forum 2025 “SiCOE Forum 2025 x SDGs” ระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 เมษายน 2568 ณ โรงพยาบาลศิริราชPublished caption :Siriraj Hospital is holding the Sicoe Forum 2025 until tomorrow, marking the 137th anniversary of His Majesty King Chulalongkorn’s granting of the hospital’s foundation. Assoc Prof Dr Somrach Thamtorawat inspects the Siriraj Center of Interventional Radiology.
Published on 19/04/2025
» ประชาชนใช้บันไดเลื่อน บริเวณสถานี BTS สยาม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เตรียมควบคุมมาตรฐานบันไดเลื่อน-ทางเลื่อน ต.ค. 68 รับแผ่นดินไหว ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. ... โดยจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ สมอ. จะเร่งประกาศให้บันไดเลื่อน-ทางเลื่อนอัตโนมัติ เป็นสินค้าควบคุม เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนที่ต้องใช้บริการในสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สถานีรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และอาคารสำนักงาน โดยมาตรฐานฉบับดังงกล่าวเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและระบบไฟฟ้า ที่อ้างอิงมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) ที่มีความปลอดภัยสูง เป็นที่ยอมรับของสากล และทั่วโลกได้นำไปใช้ มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งจะมีระบบตรวจจับแผ่นดินไหวหรือเซ็นเซอร์ซึ่งจะเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบันไดเลื่อนหรือทางเลื่อนอัตโนมัติ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวระบบจะหยุดทำงานทันที มีระบบการยึดติดบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติในแนวดิ่งเพื่อไม่ให้เคลื่อนหลุดออกจากฐานPublished caption : Commuters use escalators at BTS Siam Station. All public escalators will soon be required to meet earthquake resistant standards, with high-build quality, and stop operating when tremors strike.