Showing 1 - 10 of 46
Published on 01/01/2025
» การแสดง “พลุรักษ์โลก” ความยาวกว่า 1,400 เมตร ครอบคลุมรัศมีการชม 5 กิโลเมตร ตลอดสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 ในงาน Amazing Thailand Countdown 2025 มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ฉลองความยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยและที่สุดของโลก ที่บริเวณหน้าไอคอนสยามPhoto By Nutthawat WichieanbutPublished caption :Welcomed with a bangA firework display stretching 1,400 metres along the Chao Phraya River ushers in the New Year during the AmazingThailand Countdown 2025, which was held at ICONSIAM on Tuesday night.
News, Saritdet Marukatat, Published on 25/09/2024
» Every breath you take / Every move you make / Every step you take / The world is watching you.
Published on 30/06/2024
» พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สวม ชุดพรางกองเรือยุทธการ กองทัพเรือ ยศ พลเรือเอก นำ คณะเยี่ยมชม เรือบัญชาการ USS Blue Ridge (LCC-19) ประจำกองเรือที่ 7 แห่งสหรัฐอเมริกา โดยมี พลเรือโท Frederick William Kacher ผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 ของสหรัฐอเมริกาCAPT Nicholas C. DeLeo. Executive Officer. Commander of USS Blue Ridge. ตัอนรับและบรรยายภารกิจพร้อม พลเอก ชิดชนก นุชฉายา ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ บก.ทัพไทย พลเอก กันตพจน์ เศรษฐรัศมี และ พล.ร.อ.สุเทพ ปุจฉาการ รองเสธ.ทหาร และ พันเอก Kurtis A. Leffler ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย/หัวหน้าคณะที่ปรึกษาทางการทหารสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย (JUSMAGTHAI) ที่ ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีพลเรือโท Frederick William Kacher ผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 ของสหรัฐอเมริกา ยืนยัน ภารกิจ ในการ Frre and Open Indopacific และและขอบคุณ กองทัพไทย กองทัพเรือไทย ที่สนับสนุนการส่งกำลังบำรุง ให้ เรือของสหรัฐโดย ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา สหรัฐได้ส่งเรือ USS SomerSet และ USS Theodore Rosevelt มาPort visit แล้วก่อนหน้านี้เรือลำนี้ได้ไปฝึกที่ฟิลิปปินส์ ก่อนเดินทางมาที่ประเทศไทย 28 มิย-3 กค.2567พลเอก ทรงวิทย์ กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพไทยกับสหรัฐ และเพื่อรับชมขีดความสามารถของเรือบัญชาการยกพลขึ้นบก USS BlueRidge (LCC-19) อละืรับทราบถึงประสบการณ์ ทักษะในการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพ และการอำนวยการยุทธ์ในมิติต่าง ๆ ทั้งบก เรือ อากาศ ไซเบอร์ และอวกาศผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้นำนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 2 เหล่าทหารเรือ เข้าร่วมรับชมเรือบัญชาการยกพลขึ้นบก USS BlueRidge (LCC-19) เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ องค์ความรู้ และทักษะเฉพาะด้าน ผ่านการซักถาม เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเตรียมทหาร ได้มีความมุ่งมั่น ตั้งใจศึกษา เพื่อเติบโตเป็นกำลังหลักที่สำคัญแก่กองทัพไทยในอนาคตสำหรับ เรือบัญชาการยกพลขึ้นบก USS BlueRidge (LCC-19) ประจำกองเรือที่ 7 แห่งสหรัฐอเมริกา ขึ้นระวางประจำการตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2513 มีความยาว 620 ฟุต กว้าง 82 ฟุต ระวางขับน้ำ 19,290 ตัน เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีความเร็วสูงสุด 23 นอต และมีศักยภาพในการรองรับกำลังพลได้ 819 นาย และนายทหารฝ่ายอำนวยการประมาณ 240 นาย มีขีดความสามารถเป็นเรือบัญชาการการปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก และการปฏิบัติการทางเรือ พร้อมทั้งสั่งการและควบคุมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีการติดตั้งระบบอาวุธและระบบอิเล็คทรอนิกส์ให้สามารถอำนวยการรบได้ในทุกมิติ โดยตั้งแต่ในปี 2518 ถึงปัจจุบันเรือบัญชาการยกพลขึ้นบก USS BlueRidge (LCC-19) ได้ออกปฏิบัติการในพื้นที่เมือง Yokosuka ประเทศญี่ปุ่นในฐานะเป็นเรือธงของผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 เนื่องจากมีความเหมาะสมในการสนับสนุนผู้บัญชาการกองเรือทั้งในยามสงบและยามศึก นอกจากนี้เรือ Blue Ridge ได้เข้าร่วมการฝึกประจำปีระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตรในภาคพื้นแปซิฟิกตะวันตกและมหาสมุทรอินเดีย ด้วยการตรวจเยี่ยมเรือบัญชาการยกพลขึ้นบก USS BlueRidge (LCC-19) ของผู้บัญชาการทหารสูงสุดในครั้งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือทางการทหารและการเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นระหว่างกองทัพไทย และกองทัพสหรัฐอเมริกา ที่มีมาอย่างยาวนาน และจะยังคงดำรงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน เพื่อความมั่นคงในภูมิภาคร่วมกันต่อไปPhoto By WASSANA NANUAM---------------------------------------Published caption::Visiting ally... Gen Songwit Noonpackdee, Chief of Defence, left, shakes hands with R Adm Frederick William Kacher, a commander of the US’ Expeditionary Strike Group Seven, right, during his visit to the USS ‘BlueRidge’ (LCC-19) at Laem Chabang pier in Chon Buri yesterday. The ship will be in Thailand until July 3. WASSANA NANUAM
Published on 22/05/2023
» กทม.ซ้อมใหญ่เหตุเรือด่วนเจ้าพระยาชนกับโป๊ะเรือ ณ ท่าเรือยอดพิมาน(22 พ.ค. 66) เวลา 08.00 น. ณ ท่าเรือยอดพิมาน เขตพระนคร รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ ประจำปี 2566 อย่างเต็มรูปแบบ ตามโครงการระดมทรัพยากรในพื้นที่เพื่อพัฒนาความพร้อมทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัย ปี 2566 ภายใต้สถานการณ์ “เหตุเรือด่วนเจ้าพระยาชนกับโป๊ะเรือ” โดยมี พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหารสำนักการแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึกซ้อมรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สาธารณภัยและภัยพิบัติทุกประเภทหากเกิดขึ้นแล้วย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ดังนั้นการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือในเหตุสาธารณภัยรูปแบบต่าง ๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยเหลือประชาชนหรือผู้ประสบเหตุให้รอดชีวิต ปลอดภัย และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งนอกจากจะทำให้บุคลากรมีความเข้าใจในขอบเขตอำนาจหน้าที่และขั้นตอนการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ เมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การสนับสนุนการปฏิบัติการมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น“ขอขอบคุณทุกคนที่มาเพื่อทำให้เราเข้าใจว่าแต่ละหน่วยงานจะทำอย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้น เมื่อซ้อมเสร็จแล้วจะมีการหารือกับผู้แทนทุกหน่วยงานหลังซ้อมว่าเป็นอย่างไรบ้าง การซ้อมทำให้เราเรียนรู้อะไร ตรงไหนของการซ้อมที่ไม่สมจริง เพื่อครั้งหน้าจะได้ทำให้สถานการณ์สมจริงยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับการทำงานอย่างแท้จริง หากมีเครื่องมือหรือทรัพยากรอะไรติดขัดขณะซ้อมก็สามารถแจ้งได้ เรื่องใดที่จะต้องแก้ไขจากฝั่งของกรุงเทพมหานครไปสู่ภาคส่วนที่มาช่วยก็จะทำ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนหรือผู้ประสบเหตุได้จริง ๆ” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวว่า สำนักการแพทย์ โดยศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ได้จัดโครงการระดมทรัพยากรในพื้นที่เพื่อพัฒนาความพร้อมทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ 2566 ซึ่งเป็นกิจกรรมการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ในการเผชิญเหตุสาธารณภัย มีการปรับเปลี่ยนสถานการณ์และวิธีการในการปฏิบัติการให้เหมาะ โดยกำหนดให้การฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการในเหตุ “เรือโดยสารชนท่าเทียบเรือ” ทำให้มีผู้ประสบเหตุ 68 ราย มีการนำระบบบัญชาการเหตุการณ์ Incident Command System (ICS) มาใช้ เพื่อช่วยให้การเผชิญเหตุการณ์ไม่เกิดความสับสน การปฏิบัติการและการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการประเมินศักยภาพและความพร้อมในการร่วมปฏิบัติการในเหตุสาธารณภัยดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การวางแผนการพัฒนาศักยภาพและความพร้อมในการรับมือกับสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร ซึ่งในการซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ฯ ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตพระนคร สำนักงานประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กรมเจ้าท่า บริษัท เจ.บี.แอสเสท จำกัด ผู้บริหารตลาดยอดพิมาน บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง สถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โรงพยาบาลหัวเฉียว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิร่วมกตัญญูด้านนายเฉลียว ปรีกราน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดยอดพิมาน จำกัด กล่าวว่า เรามาอยู่ที่นี่กว่า 10 ปีแล้ว ได้เห็นความเจริญเติบโตของแม่น้ำ ซึ่งมีเรือจำนวนเยอะมากขึ้น มีการสัญจรทางเรือตลอดทั้งวัน ทั้งเรือรับ-ส่งนักท่องเที่ยว เรือสำราญต่าง ๆ ทำให้ในแต่ละคืนคาดว่ามีคนประมาณ 5,000 - 6,000 คน ที่ต้องใช้เส้นทางนี้ ฉะนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติขึ้นได้ ภาคเอกชนจึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมงานแบบนี้ อยากให้มีการฝึกซ้อมเช่นนี้ทุกปี เพื่อสร้างความปลอดภัยในแม่น้ำให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น● ถอดบทเรียนหลังฝึกซ้อม ต้องปรับสถานการณ์ให้สมจริงขึ้น เล็งซ้อมกลางคืนในโอกาสต่อไปทั้งนี้ ภายหลังการฝึกซ้อม รองผู้ว่าฯ ทวิดา ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการซ้อมพหุภาคี โดยสมมุติว่าเรือโดยสารชนท่าเรือ ซึ่งโจทย์ที่ตั้งมาตอนแรกนั้น เราไม่รู้ว่ามีประชาชนอยู่ในเรือเท่าไร ทำให้ในอนาคตเราอาจจะต้องมีการคุยกันถึงระบบที่จะทำให้การโดยสารทุกรูปแบบโดยเฉพาะทางน้ำสามารถรู้จำนวนผู้โดยสารได้บ้าง เพื่อทำให้การบริหารจัดการพร้อมขึ้น และลดความวุ่นวายใจให้แก่คนที่อาจจะมีญาติพี่น้องที่โดยสารสำหรับสถานการณ์สมมุติวันนี้ มีผู้ประสบเหตุ 68 ราย เสียชีวิต 3 ราย ไม่มีผู้สูญหาย ซึ่งเหตุดังกล่าวผู้อำนวยการเขตจะต้องเป็นคนกำกับสถานการณ์ทั้งหมด เบื้องต้นเวลามีเคสเกิดขึ้น ทางกรมเจ้าท่าจะเป็นฝ่ายรับข้อมูลก่อนเพราะเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบ และจะต้องมีการกำกับพื้นที่ เพราะเวลาเกิดเหตุจริง ๆ ยังมีเรือที่สัญจรอยู่ตามปกติ เราอาจไม่สามารถกั้นพื้นที่ได้ทันที แต่จะต้องรีบบริหารจัดการพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ จากนั้นจะต้องเร่งสื่อสารมายังสายด่วนศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) 1669 และทางสถานีตำราวจนครบาลในพื้นที่ โดยทางตำรวจจะช่วยบริหารจัดการพารามิเตอร์และการจราจรด้านหน่วยแพทย์และอาสาสมัครกู้ภัย จะต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ซึ่งการเข้าพื้นที่ในน้ำไม่ง่าย ทั้งเรื่องของกระแสน้ำ การวางจุด การรายงานว่าพอเรือประสบเหตุแล้วคนกระจายไปอยู่ตรงไหนบ้าง เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานต้องเห็นแผนที่น้ำตรงกันหมด ไม่เช่นนั้นจะบริหารจัดการไม่ได้ ในส่วนของเรือกู้ชีพ กรุงเทพมหานครมี วชิรพยาบาลก็มี อีกทั้งยังมีเรือกู้ภัยของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักเทศกิจ ที่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยด้วยในการซ้อมทุกครั้งจะได้บทเรียน ซึ่งบทเรียนในวันนี้จะเห็นว่าชูชีพสำคัญมาก และควรมีบนเรือทุกลำ เพราะช่วยในการลอยตัวแม้อาจจะบาดเจ็บอยู่ ปัญหาของเหตุในแม่น้ำคือกระแสน้ำจะเชี่ยวมาก โดยปกติจุดที่เกิดอุบัติเหตุจะเป็นคนละจุดกับเมื่อทีมช่วยเหลือออกไป เมื่อสักครู่จะเห็นชัดมากในเรื่องการส่งทีมลง พารามิเตอร์ที่ใช้ในการค้นหาแต่ละครั้ง สำหรับสถานการณ์วันนี้มีความรู้สึกว่าคนมาเยอะไปหน่อย โอกาสต่อไปอาจจะต้องใช้การซ้อมออกจากที่ตั้ง เพราะจะได้เวลาจริงที่หน่วยจะถึง และจะได้ทราบถึงการส่งคนออกไปช่วยเหลือจริง ซึ่งจะต้องเผื่อสำหรับกรณีเกิดเหตุบนบกที่ใดที่หนึ่งหรือพื้นที่ใกล้เคียงด้วย รวมถึงอยากให้มีการซ้อมกลางคืน ซึ่งในเวลากลางคืนจะยากกว่า เพราะจะมีเรือสำราญที่มีผู้โดยสารเยอะมากและมักจะอยู่ในกิจกรรมที่ไม่ระวังตัว เช่น ทานอาหาร สนุกสนาน หรือมึนเมาเล็กน้อย รวมถึงอาจจะมีเด็กหรือผู้สูงอายุ เพราะมาเป็นครอบครัวด้วย นอกจากนี้ หากสปอตไลต์ไม่ถึงหรือไฟไม่สว่างยิ่งจะทำให้การทำงานยากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องขอหารือเรื่องการจัดการก่อน ทางกรมเจ้าท่าเองก็อาจจะบริหารจัดการลำบาก ซึ่งอาจจะต้องลองทำเล็ก ๆ เพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วก่อนอีกเรื่องหนึ่งคือเมื่อสักครู่เราให้เรือขนผู้บาดเจ็บเข้ามาครั้งละ 1 ลำ แต่ในสถานการณ์จริงอาจจะไม่ได้มาทีละลำ ในครั้งหน้าอาจจะต้องมีการซ้อมการบัญชาการร่วม ทั้งผู้อำนวยการเขต ทีมน้ำ อาสาสมัคร และผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ ในการจัดการบนท่าเรือให้สมจริงมากยิ่งขึ้นประโยชน์ของการซ้อมครั้งแรกในวันนี้ถือว่าได้ความรู้เยอะมาก ทำให้เราได้เห็นว่าใครมีทรัพยากรอะไร ขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องดีที่การซ้อมยังไม่สมบูรณ์แบบ ทำให้เห็นช่องว่างของระบบ เพราะในเวลาซ้อมต้องได้บทเรียนเพื่อปรับปรุง อาทิ จะต้องมีเรื่องของการสื่อสารเพราะบางครั้งอาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย ซึ่งข้อมูลก่อนขึ้นเรือนั้นสำคัญ เพราะทำให้ทราบว่ามีใครขึ้นมาอยู่บนนั้นบ้าง นอกจากนี้ วันนี้เรามีแค่เคสเขียว เหลือง แดง ดำ แต่จะมีเคสอีกประเภทหนึ่ง คือ ฟ้า โดยเขาดูเหมือนเดินได้ ดูเหมือนมีสติ แต่จริง ๆ อาจจะสำลักน้ำมาสักพักหนึ่งแล้ว อาจจะมีอากาศเข้าไป ซึ่งการสื่อสารอาการของเขาทีมกู้ภัยอาจจะต้องการความช่วยเหลือจากทีมหมอ สุดท้าย ในการส่งตัวที่ดูเหมือนเป็นระบบ สถานการณ์จริงต้องจำลองความมั่วเพื่อดูว่าเราแก้อย่างไร ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ต่อไปจะทำให้ดีขึ้น เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยที่สุด● กู้ภัยทางน้ำยากกว่าทางบก แนะสวมเสื้อชูชีพ หากตกน้ำให้พยายามลอยตัว ระวังถูกคลื่นม้วนเข้าใต้โป๊ะด้านความยาก-ง่าย ระหว่างช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำกับทางบก ว่าที่ ร.ต.พิสุทธิ์ สุขเครือ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพบรรเทาสาธารณภัยจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า ในการกู้ภัยทางน้ำยากมากกว่าทางบกอยู่แล้ว โดยในการช่วยเหลือทางน้ำนั้น ถ้ามีคนเห็นจุดจมความง่ายจะมากขึ้น แต่ถ้าไม่เห็นจุดจม คือสิ่งอันตรายที่สุด เพราะมีเรื่องกระแสน้ำ เรื่องความลึก และหลาย ๆ อย่าง ที่เป็นอุปสรรคในการทำงานรองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ จากการซ้อมเมื่อสักครู่ มีเคสที่คนจมน้ำและต้องมีการดำน้ำหา ซึ่งด้วยสถานการณ์ ความเชี่ยวกรากของน้ำที่ไม่ใช่สระว่ายน้ำซึ่งมีน้ำนิ่ง แรงดันน้ำ ตลอดจนกำลังของเจ้าหน้าที่นั้น เจ้าหน้าที่พร้อมถังออกซิเจนจะสามารถอยู่ได้ประมาณ 25 นาที เพราะฉะนั้น เวลาเจ้าหน้าที่กวาดรัศมีจะต้องไปด้วยกันหมด เป็นความยากอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าหน้าที่จะต้องทำงานอย่างเข้าขากันด้วยทั้งนี้ มนุษย์เราไม่ได้ถูกฝึกมาให้ประสบเหตุในน้ำ โดยทางกรมเจ้าท่าได้แนะนำว่า คนที่ตกน้ำมักเข้าใจว่าต้องรีบเข้าหาโป๊ะ ซึ่งไม่ถูกเสมอไป ถ้าในกรณีใกล้จริง ๆ แล้วมองเห็นได้ว่าไม่มีเรือแล่นผ่าน คลื่นไม่ได้แรงมากนัก การตะเกียกตะกายรีบขึ้นอาจจะทำได้ แต่ในความเป็นจริง เวลาเรือแล่นเรือจะตีคลื่นเข้าที่โป๊ะ แล้วคลื่นก็จะม้วน ทำให้คนที่ตกน้ำอาจจะถูกม้วนเข้าไปใต้โป๊ะ ทางที่ดีที่สุดคือ หากสวมชูชีพแล้ว ควรปล่อยลอย แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะเห็นคุณและสามารถให้การช่วยเหลือต่อไป —————————---------------------------------------Published caption::Ready for action...Rescue workers and paramedics take part in an emergency drill at Yod Phiman pier in Bangkok’s Phra Nakhon district. The drill, which was organised by City Hall, simulated an accident in which a Chao Phraya Express Boat crashes into the pier. Chanat Katanyu
Published on 28/07/2022
» การจัดแสดงโดรนแปรอักษร จะมีขึ้นในวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้เข้าจัดเตรียมพื้นที่และซักซ้อมความพร้อม รวมถึงเทคโนโลยีที่จะขึ้นบินแสดงโชว์ โดยจะใช้โดรนจำนวน 200 ลำ ในการแปรเป็นภาพสามมิติ เวลา 19.30 น. ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาดูในพื้นที่ได้ หรือ แหงนมองท้องฟ้าในรัศมี 4 กิโลเมตรได้ อีกด้วยPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL Published caption : People watch a display of 200 drones depicting an image of the King over Sanam Luang. FOR AFPbkp290722n3bCAPTION : People watch a display of 200 drones depicting an image of the King over Sanam Luang. KEYWORD : King Maha Vajiralongkorn-birthday anniversary ;King Maha Vajiralongkorn-70th birthday celebration ;well wishers-King Maha Vajiralongkorn's birthday
Published on 01/01/2022
» ไอคอนสยามนำเสนอ Multimedia Fireworks ให้คนไทยและทั่วโลกก้าวสู่ค่ำคืนแสนพิเศษของศักราชใหม่ กับงาน ‘Amazing Thailand Countdown 2022’ ครั้งแรกกับการแสดงพลุรักษ์โลก ที่ทำจากทำจากข้าวเหนียวไทยกว่า 30,000 ดอก บนโค้งน้ำเจ้าพระยาความยาว 1,400 เมตร ครอบคลุมรัศมีการชมได้มากกว่า 5 กิโลเมตร สุดตระการตาด้วยแสง สี เสียง ภายใต้แนวคิด “Win the World for Thailand” อัตลักษณ์ไทยชนะใจคนทั้งโลก ตอกย้ำ Global Countdown Destination ระดับโลก ภายใต้มาตรการ COVID Free Setting ที่เคร่งครัด และความปลอดภัยขั้นสูงสุด เป็นไปตามมาตรการการจัดงานตามที่ ศบค.กำหนด ทั้งการจำกัดจำนวนประชาชนที่ร่วมงาน เว้นระยะห่าง การตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ก่อนเข้าร่วมงาน ณ ไอคอนสยามPublished caption : FOR AFPbkp020122n3a-iCAPTION : KEYWORD :
Published on 06/07/2021
» เหตุไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและเม็ดพลาสติกขนาดใหญ่ ซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่ตี 3 ที่ผ่านมา ผ่านมานานกว่า 6 ชม.เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยยังมีกลุ่มควันสีดำหนาแน่นพวยพุ่งออกมาจากโรงงานดังกล่าว และมีคำสั่งการให้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชนออกจากพื้นที่ให้อยู่ในจุดปลอดภัยรัศมีประมาณ 5 กม.เนื่องจากมีรายงานว่ายังมีถังสารเคมีขนาดใหญ่น้ำหนัก 20,000 ลิตร อยู่ใกล้กับจุดที่ยังมีไฟปะทุจึงเกรงว่าจะเกิดการระเบิดอีกครั้ง++++++++++++++++++++++++Published caption::Firefighters take a break at the burnt factory complex owned by Ming Dih Chemical Co, which produces plastic foam and pellets in Bang Phli district of Samut Prakan. Wichan Charoenkiatpakul
Published on 06/07/2021
» เหตุไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและเม็ดพลาสติกขนาดใหญ่ ซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่ตี 3 ที่ผ่านมา ผ่านมานานกว่า 6 ชม.เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยยังมีกลุ่มควันสีดำหนาแน่นพวยพุ่งออกมาจากโรงงานดังกล่าว และมีคำสั่งการให้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชนออกจากพื้นที่ให้อยู่ในจุดปลอดภัยรัศมีประมาณ 5 กม.เนื่องจากมีรายงานว่ายังมีถังสารเคมีขนาดใหญ่น้ำหนัก 20,000 ลิตร อยู่ใกล้กับจุดที่ยังมีไฟปะทุจึงเกรงว่าจะเกิดการระเบิดอีกครั้ง++++++++++++++++++++++++Published caption::The remains of the chemical factory located at King Kaew Soi 21 on the outskirts of Bangkok in Samut Prakan where an explosion took place on Monday, killing a firefighter and leaving dozens of people injured. Wichan Charoenkiatpak
Published on 05/07/2021
» เหตุไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและเม็ดพลาสติกขนาดใหญ่ ซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่ตี 3 ที่ผ่านมา ผ่านมานานกว่า 6 ชม.เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยยังมีกลุ่มควันสีดำหนาแน่นพวยพุ่งออกมาจากโรงงานดังกล่าว และมีคำสั่งการให้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชนออกจากพื้นที่ให้อยู่ในจุดปลอดภัยรัศมีประมาณ 5 กม.เนื่องจากมีรายงานว่ายังมีถังสารเคมีขนาดใหญ่น้ำหนัก 20,000 ลิตร อยู่ใกล้กับจุดที่ยังมีไฟปะทุจึงเกรงว่าจะเกิดการระเบิดอีกครั้ง++++++++++++++++++++++++Published caption::A helicopter drops fire-retardant foam to battle the chemical fire at Ming Dih Chemical Co factory in Samut Prakan that killed one rescuer and injured at least 39 and prompted the evacuation of people within a 5-km radius. Wichan Charoenkiatpakul
Published on 05/07/2021
» ประชาชนจำนวนหนึ่งที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากโรงงานที่มีการระเบิดอย่างรุนแรงย่านกิ่งแก้ว อพยพกันมาอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ขององค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ วัดบางพลีใหญ่เป็นการชั่วคราว เนื่องจากที่เกิดเหตุเพลิงยังคงลุกไหม้อย่างต่อเนื่องและเกรงว่าอาจมีการระเบิดอีกครั้ง จึงจำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ให้มาอยู่ที่ศูนย์นี้เป็นการชั่วคราว โดยทางเจ้าหน้าที่ได้จัดพื้นที่ ข้าวของเครื่องใช้ ตลอดจนอาหารน้ำดื่ม ไว้อย่างเพียงพอ นอกจากศูนย์นี้ยังมีศูนย์ให้ความช่วยเหลือกระจายไปตามที่ต่างๆ ในจังหวัดสมุทรปราการอีกหลายจุดเพื่อเป็นการลดความแออัดของประชาชน