FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “ทองหล่อ”

Showing 1 - 10 of 215

LEARNING

Thong Lor police do squats to atone for drunken misbehaviour

Gary Boyle, Published on 18/12/2024

» Police at Thong Lor have punished themselves by each performing 10 squats in a show of responsibility after a drunk colleague fired a gun during an argument with a bar security guard. 

THAILAND

Thong Lor police do squats to atone for drunken misbehaviour

News, Wassayos Ngamkham, Published on 17/12/2024

» Police at Thong Lor have punished themselves by each performing 10 squats in a show of responsibility after a drunk colleague fired a gun during an argument with a bar security guard. 

IMAGE

วัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ จัดใหญ่งานสมโภช 338 ปี ในวันที่ 27 ธ.ค. 66-2 ม.ค. 67

Published on 27/12/2023

» พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท พร้อมด้วย คณะผู้แทน ผบ.เหล่าทัพ งานสมโภชพระอารามหลวง 338 ปี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงแห่งแรกกรุงรัตนโกสินทร์ วัดมหาธาตุฯ เดิมชื่อ “วัดสลัก” สันนิษฐานว่า วัดนี้แต่ก่อนมีพระภิกษุเป็นชาวฝีมือแกะสลักอยู่จำนวนมาก อาจเป็นเหตุให้ชาวบ้านเรียกชื่อวัดว่า “วัดสลัก” เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชตั้งเมืองธนบุรีเป็นราชธานี สร้างพระนครทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา วัดสลักอยู่ในพระนครฝั่งตะวันออก จึงทรงยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เป็นที่สถิตของพระราชาคณะ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนารถ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ย้ายพระนครมาฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงทำให้มีวัดที่อยู่ใกล้ชิดพระราชวังที่สร้างขึ้นใหม่ 2 วัด คือ วัดโพธาราม และวัดสลัก 1.วัดโพธาราม อยู่ชิดกับพระบรมมหาราชวังข้างด้านใต้ รัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนาวัดนี้และพระราชทานนามว่า “วัดพระเชตุพน” 2.วัดสลัก อยู่ข้างเหนือพระบรมมหาราชวัง แต่อยู่ชิดด้านใต้พระราชวังบวรฯ สมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงสถาปนาวัดสลักและขนานนามใหม่ ชื่อว่า “วัดนิพพานาราม” “วัดพระศรีสรรเพชญ” “วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ” และในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เพิ่มสร้อยนามของวัดเป็น “วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์” ไฮไลต์ 3 สถานที่สำคัญ จากเส้นทางเข้าชม สถานที่สำคัญของวัดวังหน้า เริ่มจาก ประตูทางเข้า ฝั่งถนนพระจันทร์-สนามหลวง จุดแรก พบกับ 3 สถานที่สำคัญ ได้แก่ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ลังกา พระบวรราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “โพธิ์ลังกา” ที่เก่าแก่ที่สุด อายุประมาณ 205 ปี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ส่งคณะพระสงฆ์สมณทูตไทยออกไปสืบพระศาสนาในลังกาทวีป เป็นเวลาประมาณ 5 ปี และในตอนกลับ ได้นำหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากเมืองอนุราธบุรี ประเทศศรีลังกา มาปลูกในปี พ.ศ. 2361 นับเป็นครั้งแรกที่นำต้นพระศรีมหาโพธิ์จากศรีลังกา เข้ามาปลูกในกรุงรัตนโกสินทร์ “วิหารโพธิ์ลังกา” เป็นพระวิหารน้อย สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 และเคยเป็นตำหนักที่ประทับเมื่อครั้งทรงพระผนวช “พระบวรราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท” ปี 2521 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จมาวางศิลาฤกษ์ และทรงเททองหล่อพระบวรราชานุสาวรีย์ มีขนาดเท่าครึ่ง อยู่ในลักษณะประทับยืนบนเกย หันพระพักตร์ออกสู่สนามหลวง พระหัตถ์ทั้งสองยกพระแสงดาบเหนือพระอุระเพื่อจบถวายเป็นพุทธบูชา ภายในฐานบรรจุเนื้อดินซึ่งเก็บจากแผ่นดินที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เสด็จกรีธาทัพเข้ามาทั้งสิ้น 28 แห่ง จุดที่สอง ตึกแดง หรือ “ตึกถาวรวัตถุ หอสมุดวชิราวุธ” ชมสถาปัตยกรรมสำคัญของอาคารก่ออิฐถือปูนสมัยรัชกาลที่ 5 กราบสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร และทรงเป็นมกุฎราชกุมารพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งบริเวณด้านหลังเป็น อาคารเบญจมราชวรานุสรณ์ (สถานปฏิบัติธรรม ศูนย์วิปัสสนานานาชาติ) จัดสร้างในสมัยรัชกาลที่ 9 จุดที่สาม ศาสนสถานที่สำคัญ คือ เขตพุทธาวาสของวัด 3 แห่ง ได้แก่ พระมณฑปพระธาตุ พระอุโบสถ พระวิหาร -พระมณฑปพระธาตุ เป็นสถาปัตยกรรมทรงไทย หลังคาลด 2 ชั้น ประดับช่อฟ้าใบระกา หน้าบันเป็นไม้แกะสลักปิดทองประดับกระจก ตรงกลางเป็นรูปพระลักษมณ์ทรงหนุมานยืนแท่น ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ส่วนบนของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนใต้ฐานพระเจดีย์ บรรจุพระบรมอัฐิของพระปฐมบรมมหาชนก (ต้นราชวงศ์จักรี) -พระอุโบสถ เป็นพระอุโบสถใหญ่ที่สุดของกรุงรัตนโกสินทร์ ปูลาดด้วยศิลาอ่อน หน้าบันเป็นไม้แกะสลักปิดทองประดับกระจก ใบเสมาสลักเป็นภาพนารายณ์ทรงสุบรรณ อยู่ด้านในพระอุโบสถ ส่วนด้านนอกตามมุมทั้ง 4 สลักเป็นภาพครุฑยุดนาค ภายในมีพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย นามว่า “พระศรีสรรเพชญ์” และพระอรหันต์ 8 ทิศ ซึ่งพระอุโบสถของวัดแห่งนี้ถือเป็นพระอุโบสถที่เชื่อกันว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ -พระวิหาร กราบพระประธานพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ หลวงพ่อหิน (พระพุทธรูปหินศิลาแลงเก่าแก่ที่สุด) หนึ่งในพระประธานในพระวิหาร เดิมเป็นพระประธาน ในอุโบสถวัดสลัก (ชื่อเดิมของวัดมหาธาตุฯ) สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันมีอายุกว่า 338 ปี เมื่อครั้งตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่พระวิหารหลวงจนถึงปัจจุบัน

IMAGE

“แฉเพื่อชาติ” ครั้งสำคัญในชีวิต

Published on 15/08/2023

» ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ “แฉเพื่อชาติ” ครั้งสำคัญในชีวิต ที่เดอะล็อบบี้ โรงแรมเดวิส สุขุมวิท 24 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ส.ค.ที่เดอะล็อบบี้ โรงแรมเดวิส สุขุมวิท 24 กรุงเทพฯ นายชูวิทย์ เริ่มต้นด้วยการพานายวรัญชัย โชคชนะ นักกิจกรรมทางการเมือง และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เดินเข้ามาภายในห้องแถลงข่าวพร้อมใช้ปี๊บคลุมหัวระบุข้อความ “นายก ดิจิตอล” ก่อนเริ่มต้นกล่าวว่า วันนี้จะขอพูดถึงที่ดินแปลงทองหล่อ ว่าแสนสิริได้มานั้น มีที่มาอย่างไรบ้าง และการที่ตนพูดวันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองไม่มีเตะหมูเข้าปากหมา ตนเป็นประชาชนที่จะต้องวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะการวิพากษ์วิจารณ์มีการรับรองในรัฐธรรมนูญ อีกทั้งตนยังมีเอกสารคำฟ้องศาลสำหรับฟ้องร้องต่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายเศรษฐา ในข้อหาหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ คิดค่าเสียหายแค่ 90,000 บาท ไม่ใช่ 500 ล้านบาท คำนวณแล้วตกวันละหมื่นบาท และตนเป็นเพียงบุคคลสาธารณะ แต่ว่าที่นายกรัฐมนตรี ประชาชนย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงตนก็ยังไม่เคยวิพากษ์เรื่องส่วนตัวของนายเศรษฐา และไม่เคยแตะต้องพรรคเพื่อไทยด้วยนายชูวิทย์ กล่าวถึงกระบวนการ ปั่น บวมเงิน ตัดตอน ว่า เริ่มต้นที่จำนวนที่ดิน 9 โฉนด ภายหลังเป็นคอนโดหรู Khun by YOO ส่วนอีก 1 โฉนด เหลือเป็นที่ดินเปล่าภายในซอยทองหล่อ 12 อย่างไรก็ตาม ที่ดินแปลงทองหล่อนี้ เดิมเป็นของ นพ.นเรนทร์ (สงวนนามสกุล) แพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.51 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ซื้อ บริษัทลูกทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท จากนั้นวันที่ 5 เม.ย.55 ดำเนินการจดจำนอง LH BANK จำนวน 465 ล้านบาท (หนี้) ถัดมาวันที่ 11 ก.พ.58 บริษัทลูก  ขายหุ้นบริษัท 100 ล้านบาท โดยมีขั้นตอนการตัดตอนให้เป็นบริษัทนอมินี ที่มี น.ส.พินิช  ถือหุ้น 99.99% นายสมศักดิ์  ถือหุ้น 0.0001% และนายพีระพงษ์ ถือหุ้น 0.0001%  จากนั้นได้ไป ได้ไปขอกู้เงินกับ บริษัท อาณาวรรธน์ จำกัด จำนวน 1,000 ล้านบาท (บริษัทลูกของแสนสิริและนายเศรษฐามีชื่อเป็นกรรมการบริษัทลำดับที่สอง) เพื่อนำเงินไปปลอดจำนอง 465 ล้านบาทดังกล่าว ทำให้ น.ส.พินิช ได้กำไรจากเงินกู้ หลังปลอดจำนองที่ดิน และซื้อหุ้นจากเจ้าของเดิมในจำนวน 435 ล้านบาทดังนั้น เงินทอนส่วนนี้หายไปไหนเข้ากระเป๋าของใคร นอกจากนี้ ในวันที่ 24 พ.ค.60 บริษัทลูก ได้มีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นจาก น.ส.พินิช และนายสมศักดิ์ เป็นนายยงยุทธ  ซึ่งก็มีอาชีพเป็น รปภ.  ของบริษัทแห่งหนึ่ง ข้อมูลการเสียภาษีล่าสุดมีการยื่นเมื่อปี 2560 หลังจากนั้นไม่พบข้อมูลการยื่นภาษีอีก และภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดสกลนคร ก่อนที่บริษัทลูก จะถูกทิ้งร้างในปี 2558 เพราะไม่มีการส่งงบของบริษัท โดยในพฤติการณ์เช่นนี้ ตนถอดดีเอ็นเอนายเศรษฐาได้คนเดียว เพราะไม่ได้ทำที่นี่เป็นที่แรกนายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า เหตุใด บ.แสนสิริ จึงให้ น.ส.พินิช กู้เงินซื้อที่ดินทองหล่อถึง 1,000 ล้านบาท ทั้งๆที่มีอาชีพแม่บ้านเท่านั้น ข้อมูลการเสียภาษีก็ไม่พบทั้งข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนั้น 435 ล้านบาทหายไปไหนส่วนนายสมศักดิ์  ก็มีอาชีพ รปภ. ภูมิลำเนาบ้านอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ส่วนการยื่นเสียภาษีล่าสุดพบเมื่อปี 2560 หลังจากนั้นไม่พบกันยื่นข้อมูลการเสียภาษีอีก ดังนั้น นายเศรษฐาจะพูดอีกหรือไม่ว่าตัวเองเซ็นอย่างเดียว ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ทั้งๆที่จริงคนเหล่านี้ล้วนเป็นนอมินีให้ ตนจึงตั้งคำถามว่าทำไมไม่ซื้อตรงเลย แต่กลับให้ ไปจัดตั้งนอมินีแล้วให้คนเหล่านี้ไปกู้เงิน ทำการซื้อที่ดินแปลงทองหล่อ นี่คือสิ่งโสมมที่ให้บริษัทลูก หรือ การเอาเงินของผู้ถือหุ้นแสนสิริมาใช้ หนี้มันแค่ 565 ล้านบาท แต่ให้กู้ 1,000 ล้านบาทเงินทอน 435 ล้านหาย ดังนั้น ถ้านายทักษิณมีพฤติกรรมซุกหุ้น นายเศรษฐาก็คือโกงหุ้นนั่นเองนายชูวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กฎของนายเศรษฐาคือให้ทุกคนกู้ได้หมด ทั้งแม่บ้าน ทั้ง รปภ. เพราะมีตัวอย่างแล้ว หากใครเดินไปทองหล่อไม่ต้องมีเครดิตอะไร เเล้วถ้าต้องการไปซื้อที่ดินแปลงใด ก็ให้ไปหาแสนสิริเพื่อขอกู้ จากนั้นเอาเงินไปจ่าย เงินที่เหลือเอาเก็บใส่กระเป๋าไป อย่างไรก็ตาม หากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้รับชุดข้อมูลจากตนในวันนี้แล้วขอให้พิจารณาเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีได้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีที่ดินแปลงใดที่แสนสิริซื้อตรง มีแต่ตั้งมอมินีไปดักซื้อกลางทาง อีกทั้งตนขอให้โอกาสนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้โทรบอกนายที่อยู่แดนไกลว่า นายเศรษฐา วันที่ 18 ส.ค.นี้คงไม่ไหวแล้ว ถ้ายังไหว ชูวิทย์คงพูดต่ออีก เพราะนายเศรษฐาโดนแฉว่าให้ รปภ. กับแม่บ้านกู้เงิน 1,000 ล้านบาท และอุ๊งอิ๊งก็คงไม่ไหว นายชัยเกษมก็ไม่ไหว และที่ตนพูดในกรณีนี้ ก็พูดโดยมีหลักฐานทั้งหมด พร้อมอยู่สู้ทุกชั้นศาล ไม่ว่าจะศาลฎีกาก็ตาม ตนจะฉีดยาฆ่ามะเร็งเพื่อขอสู้ต่อไปนอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านายชูวิทย์ยังได้มีการโชว์แก้วที่ภายในบรรจุน้ำสีเหลือง พร้อมระบุว่า พวกคุณกินมิ้นต์ช็อก ประชาช็อก ส่วนตนก็กินมิ้นต์ฉี่แทน นายชูวิทย์ ยังกล่าวต่อว่า ตนได้ตามไปที่สหรัฐอเมริกาพบว่ามีบุคคลสำคัญที่อยู่ข้างกายนายเศรษฐา โดยชื่อที่ชาวต่างชาติเรียก คือ Mr.T หรือขงเบ้ง หรือ นายทศพงศ์ คนนี้ซื้อโรงแรมห้าดาวได้ เป็นบุคคลข้างกายและเป็นนายทุนให้นายเศรษฐา พร้อมมองว่ารัฐบาลนายเศรษฐาจะเป็นรัฐบาลนอมินี รัฐบาลดิจิตอล ซ่อนเร้น อำพราง ปิดบัง เพราะการที่ไม่กล้าใช้บริษัทตัวเองซื้อตรง ใช้นอมินีไปซื้อ จะปฏิเสธอีกหรือไม่ว่าไม่รู้ทั้งเรื่องแปลงที่ดินทองหล่อ สุขุมวิท สารสินการกระทำของนายเศรษฐาสร้างเคลือบแคลงน่าสงสัย ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งต่อการเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ขอเตือนให้ถอยตั้งแต่วันนี้ แม้มาด้วยรถไฟขบวนความเร็วสูง แต่ตนมองว่าพรรคเพื่อไทยยังมีคนที่มีความรู้ความสามารถอีกมาก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหลังจากตนแฉนายเศรษฐาและแสนสิริ ปรากฏมีผู้ใหญ่โทรศัพท์มาตลอดให้ตนงดพูดเรื่องนี้ แลกกับการที่เรื่องของตนจะไม่ถูกพูด ตนบอกเลยว่าพูดไปได้เลย ตนไม่ใช่คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่กลัว แต่นายกรัฐมนตรีจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้งนี้ นายชูวิทย์ ยังระบุทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ ตนจะไปยื่นเอกสารต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบธรรมภิบาลของ บ.แสนสิริ และจะนำข้อมูลไปยื่นให้สมาชิกวุฒิสภาช่วยตรวจสอบคุณสมบัตินายเศรษฐา โดยตนจะเดินทางไปที่รัฐสภา ยื่นหนังสือผ่านประธานรัฐสภา เพราะเชื่อว่าข้อมูลชุดนี้จะถูกขยายผลแน่นอนFormer massage parlour tycoon-turned-whistle-blower Chuvit Kamolvisit reveals his latest allegation against Pheu Thai’s PM candidate Srettha  Thavisin at the Davis Hotel, which he owns, in Bangkok yesterday. Somchai Poomlard

IMAGE

Massaging the truth?

Published on 08/04/2021

» นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงข่าวเรื่อง " ไทยคู่ฟ้า คลับ " ผับทองหล่อแพร่โควิด-19 จนเป็นคลัสเตอร์ทองหล่อ จากกรณีเผยคลิปวิดีโอภายในผับทางโซเชี่ยลมีเดีย อยากให้นักการเมืองพูดความจริงกล้าเปิดเผยไทม์ไลน์ เป็นลูกผู้ชายไม่ใช่เรื่องน่าอายไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ณ โรงแรม เดวิส ซอย.สุขุมวิท 24Published caption :   Ex-massage parlour owner Chuvit Kamolvisit urges politicians who visited clubs in Bangkok’s Thong Lor to disclose the timeline of their activities.  

IMAGE

Risky night venues to shut

Published on 08/04/2021

» ประชาชนจำนวนมากในย่านทองหล่อเข้ารับการตรวจคัดกรองผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันโรค Covid - 19 เนื่องจากที่มีการระบาด Covid - 19 ระลอกใหม่ที่ย่านทองหล่อ ณ บริเวณผับ Bar Bar Bar ทองหล่อ กรุงเทพมหานครPublished caption : People turn up in droves to get Covid-19 tests near the Bar Bar Bar pub in the Thong Lor area of the capital.

IMAGE

THAILAND-HEALTH-VIRUS-COVID-19

Published on 06/04/2021

» บรรยากาศที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 21 วัดธาตุทอง / กทม.ปรับแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับกลุ่มเสี่ยง คลัสเตอร์ ทองหล่อ โดยสำนักอนามัยจัดตั้งจุดฉีดวัคซีนรวมทั้งสิ้น 4 วันสำหรับวันแรกวันที 6 เมษายน 2564 ตั้งจุดฉีดวัคซีนที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 21 วัดธาตุทอง เขตวัฒนา กทม. จำนวน 300 คนหลังจากนั้นวันที่ 7 ถึงวันที่ 9 ตั้งจุดฉีดวัคซีนที่ลานกีฬาแสงทิพย์ ซอยปรีดีพนมยงค์ 2 วันละ 600 คน นอกจากนี้ข้าราชการตำรวจ สน.ทองหล่อ 300 คน และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตวัฒนา 100 คน จะไปฉีดวัคซีนที่ รพ.ตำรวจ+++++++++++++++++++Published caption::Help, not hurt... A nurse administers a vaccine to a man at the public health clinic at Wat That Thong in the capital on the first of four days targeting people in at-risk groups in the Thong Lor Covid-19 entertainment cluster. Somchai Poomlard

IMAGE

คลายล็อคดื่มสุราในร้านได้

Published on 22/02/2021

» บรรยากาศร้านอาหารย่านซอยทองหล่อ โดยที่ประชุมศบค.มีมติเห็นชอบมาตรการผ่อนคลาย ดังนี้ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สมุทรสาคร) ร้านอาหาร เปิดไม่เกิน 21.00 น. (ทานอาหารในร้านได้ แต่งดดื่มสุรา) สถานบันเทิง ผับ บาร์ ห้าม ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า เปิดไม่เกิน 21.00 น. (จำกัดจำนวนคน,งดจัดกิจกรรม) สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา เรียนออนไลน์เท่านั้น สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ยิม ฟิตเนส ห้ามพื้นที่ควบคุม 8 จังหวัด ร้านอาหาร เปิดไม่เกิน 23.00 น. (ทานอาหาร ดื่มสุราในร้านได้) สถานบันเทิง ผับ บาร์ เปิดไม่เกิน 23.00 น. (ดื่มสุรา แสดงดนตรีในร้านได้ งดเต้นรำ) ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า เปิดบริการตามปกติ (จำกัดจำนวนคน งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย) สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา เรียนแบบปกติ/ผสมผสาน สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ยิม ฟิตเนส เปิดบริการปกติ แข่งขันได้โดยจำกัดผู้ชมพื้นที่เฝ้าระวังสูง 14 จังหวัด ร้านอาหาร เปิดไม่เกิน 24.00 น. (ทานอาหาร ดื่มสุราในร้านได้) สถานบันเทิง ผับ บาร์ เปิดได้ไม่เกิน 24.00 น. (ดื่มสุรา แสดงดนตรีในร้านได้ งดเต้นรำ) ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า เปิดบริการตามปกติ (จำกัดจำนวนคน งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย) สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา เรียนแบบปกติ/ผสมผสาน สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ยิม ฟิตเนส เปิดบริการปกติ แข่งขันได้โดยจำกัดผู้ชมพื้นที่เฝ้าระวัง 54 จังหวัด ร้านอาหาร เปิดบริการตามปกติ สถานบันเทิง ผับ บาร์ เปิดบริการตามปกติ ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า เปิดบริการตามปกติ (จำกัดจำนวนคน งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย) สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา เรียนแบบปกติ/ผสมผสาน สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ยิม ฟิตเนส เปิดบริการปกติ แข่งขันได้โดยจำกัดผู้ชมโดยเริ่มผ่อนคลายตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.64 เป็นต้นไป+++++++++++++++++++Published caption::A man walks past a pub in Bangkok’s Sukhumvit Soi 55, an area in Thong Lor, last night. Restaurants and  entertainment venues in orange zones, including Bangkok, are allowed to serve alcohol until 11pm from March 1. Wichan Charoenkiatpakul

IMAGE

Shuttle bus "FEEDER" สาย B1

Published on 17/03/2020

» ฟรี 6 เดือน..! กทม. บริการ “BMA FEEDER” สายแรก(B1) จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่-สถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า(17 มี.ค.63) เวลา 10.00 น. : พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครทดลองนั่งรถ Shuttle Bus จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ - สถานี BTS บางหว้า ตามโครงการความร่วมมือทดลองให้บริการเดินรถ Shuttle Bus เพื่อนำส่งผู้โดยสารเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนหลัก(ระบบราง) “BMA FEEDER” โดยมี นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมทดลองนั่ง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร โดยสำนักการจราจรและขนส่งร่วมกับภาคเอกชนดำเนินโครงการความร่วมมือทดลองให้บริการเดินรถ Shuttle Bus เพื่อนำส่งผู้โดยสารเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนหลัก(ระบบราง) “BMA FEEDER” เพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนในการเดินทางในเส้นทางที่ระบบขนส่งหลักยังไปไม่ถึง ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และลดปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยกำหนดเดินรถในเส้นทางที่ยังไม่มีบริการขนส่งมวลชนอื่นๆ และหลีกเลี่ยงการทับซ้อนเส้นทางเดินรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถสองแถว ที่ให้บริการในปัจจุบัน เบื้องต้นกำหนดเส้นทางเดินรถไว้ 10 เส้นทาง แต่จะดำเนินการนำร่องก่อน 3 เส้นทาง ได้แก่ 1. สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) เขตตลิ่งชัน ไปสถานี BTS บางหว้า (B1) เปิดทดลองให้บริการวันที่ 17 มี.ค.63 ระยะทางรวม 26.5 กิโลเมตร จุดจอดรับ-ส่ง ประกอบด้วย สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ - เนติบัณฑิตยสภา - สถานี BTS บางหว้า - ตลาดดอกไม้ - สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ 2.ชุมชนเคหะร่มเกล้า ไป Airport Rail Link ลาดกระบัง (B3) กำหนดเปิดทดลองให้บริการวันที่ 24 มี.ค.63 ระยะทางรวม 17.5 กิโลเมตร จุดจอดรับ-ส่ง ประกอบด้วย ชุมชนเคหะร่มเกล้า - สวนเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา – เคหะร่มเกล้า 30 (ตรงข้ามสนามกีฬาเคหะร่มเกล้า) - สถานี ARL ลาดกระบัง - ชุมชนเคหะร่มเกล้า และ3.ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง ไปสถานี BTS สนามเป้า (B2) กำหนดเปิดทดลองให้บริการวันที่ 31 มี.ค.63 ระยะทางรวม 11.7 กิโลเมตร จุดจอดรับ-ส่ง ประกอบด้วย กทม.2 - โรงพยาบาลทหารผ่านศึก - สถานี BTS สนามเป้า - โรงพยาบาลทหารผ่านศึก - โรงเรียนรักษาดินแดน - มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย - กทม.2 โดยกรุงเทพมหานครเปิดให้บริการฟรี และกำหนดจุดจอดรับส่งประชาชนเฉพาะจุดเท่านั้น ระหว่างเวลา 05.00 – 21.00 น. ระยะห่างของช่วงเวลาการเดินรถประมาณ 15 – 30 นาทีต่อคัน ให้บริการฟรี 6 เดือน หลังจากนั้นกรุงเทพมหานครจะมีการประเมินผลการดำเนินงานและผลการตอบรับของประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนสามารถลงทะเบียนใช้งานและเช็คตำแหน่งรถได้แบบ Real Time เพียงใช้แอปฯ Viabus หรือสแกน QR Code หรือสามารถลงทะเบียนใช้งานผ่านทาง link website ของสำนักการจราจรและขนส่ง http:www.bangkok.go.th/traffic/ ส่วนอีก 7 เส้นทาง ประกอบด้วย 1. พระราม 6 ไปสถานี BTS อารีย์ 2. ทองหล่อ ไปเอกมัย 3. ท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย ไปสถานี BTS อ่อนนุช 4. ซอยเสนานิคม ไปสถานี BTS เสนานิคม 5. สยามสแควร์ ไปสนามหลวง 6. ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง ไปมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และ 7. สายไหม ไปสถานี BTS สะพานใหม่ ซึ่งจะมีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมก่อนที่จะเปิดให้บริการต่อไป นอกจากนี้จะศึกษาเส้นทางอื่นๆ ที่มีความเหมาะสมสำหรับการเปิดให้บริการเดินรถ Shuttle Bus เพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนระบบรองและระบบหลักได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นต่อไปผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครดำเนินโครงการความร่วมมือทดลองให้บริการเดินรถ Shuttle Bus เพื่อนำส่งผู้โดยสารเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนหลัก(ระบบราง) “BMA FEEDER” เพิ่มทางเลือกและให้บริการเสริมในการเดินทางแก่ประชาชน เบื้องต้นกำหนดให้บริการใน 3 เส้นทาง โดยวันนี้ได้เปิดทดลองให้บริการฟรีแก่ประชาชนแล้ว 1 เส้นทาง คือ สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ - สถานี BTS บางหว้า(B1) จากการทดลองนั่งใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที ส่วนขากลับใช้เวลาประมาณ 20 นาที เส้นทางดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งระบบ ล้อ ราง และเรือ ให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น. โดยในเวลาเร่งด่วนระหว่างเวลา 05.00-09.00 น. และเวลา 15.00-19.00 น. รถจะออกทุก 15 นาที ส่วนในช่วงเวลาปกติ เวลา 09.00-15.00 น. และเวลา 19.00-21.00 น. รถจะออกทุก 30 นาที สำหรับรถ Shuttle Bus ที่ให้บริการเป็นรถบัสปรับอากาศ มีที่นั่งจำนวน 36 ที่ มีที่ยืนพร้อมด้วยราวจับจำนวน 20 ที่ และมีแอลกอฮอล์เจลสำหรับล้างมือไว้บริการ ใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV เป็นเชื้อเพลิง ในอนาคตกทม. มีแผนที่จะเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้าเพื่อลดปัญหามลพิษด้านอากาศ ลดภาวะโลกร้อน ลดปริมาณฝุ่น PM2.5 และมลพิษด้านเสียง ทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนทุกคน พร้อมกันนี้ได้มอบหมายสำนักการจราจรและขนส่งจัดทำป้ายแสดงบอกเวลารถเข้าจอดจุดรับ-ส่งที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบเวลาที่รถจะเข้าจอดในแต่ละจุด และมอบหมายสำนักงานเขตพื้นที่ดำเนินการประชาสัมพันธ์การให้บริการรถ shuttle bus ให้แก่ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง กรุงเทพมหานครขอเชิญชวนประชาชนมาใช้บริการให้มากๆ เนื่องจากเป็นโครงการที่กรุงเทพมหานคร ต้องการดูแลประชาชนให้สามารถประหยัดได้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย NOW ของกรุงเทพมหานคร —————++++++++++++++++++Published caption::A B1 BTS shuttle bus arrives on the first day of service.   Pattarapong Chatpattarasill

IMAGE

ในหลวงเสด็จเปลี่ยนเครื่องทรงฯ

Published on 12/11/2019

» วันนี้ 12 พ.ย. เวลา 17.32 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปยัง พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรเพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูหนาว และ พิธีเททองหล่อเหรียญพระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย (พระแก้วขาว)++++++++++++++Published caption::Mould of majesty...His Majesty the King pours molten gold in a mould during a ceremony to cast coins   depicting a Buddha image at the Temple of the  Emerald Buddha in the capital yesterday. The King is accompanied by Her Majesty the Queen and Her Royal Highness Princess Bajrakitiyabha Narendiradebyavati.  Chanat Katanyu