FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “ทวี สอดส่อง”

Showing 1 - 10 of 272

BUSINESS

คู่มือสำหรับการเลือกติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปปีพ.ศ.2569: สิ่งที่เจ้าของบ้านควรรู้

Published on 29/12/2025

» ท่ามกลางราคาค่าไฟฟ้าที่ผันผวนและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น โซลาร์รูฟท็อปได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับครัวเรือนไทย โดยภายในปีพ.ศ. 2569 ตลาดคาดว่าจะมีความพร้อมมากขึ้น มีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น รวมถึงมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากยิ่งขึ้น

IMAGE

ปชน. จัดเสาวนา “ณัฐพงษ์” เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ดำเนินการคู่ขนาน เจรจากำแพงภาษีสหรัฐฯ หวั่นไทยเริ่มเจรจาช้า ทำเสียเปรียบหลายด้าน

Published on 30/04/2025

» เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำกทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Re-positioning Thailand: วางตำแหน่งใหม่เศรษฐกิจไทยในสงครามการค้าว่า หน้าที่ของ สส.ทุกคน ไม่ว่าจะมาจาก ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ คือ การส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไปยังทีมไทยแลนด์ หรือคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยในการเดินทางไปเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่การเตรียมมาตรการรับมือปรับตัวกับนโยบายของรัฐบาล หรือให้เอกชนปรับตัวกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสงครามการค้าโลก นายณัฐพงษ์ เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาจบ คือ 1.เจรจา ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เช่น หากเราจะต้องยอมนำเข้าสินค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ สินค้าต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคในประเทศเรา หรือไม่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าประเทศอื่นของไทย ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าต่อไทยมากยิ่งขึ้น 2.กระชับความสัมพันธ์ในเวทีต่างๆ ซึ่งหลักใหญ่ใจความคือเรื่องการค้าเป็นธรรม เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกัน ประเทศที่ขาดดุลอาจได้รับการสนับสนุนบางอย่างจากประเทศเกินดุลหรือไม่ เช่น การพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นคู่หูพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งยังต้องดูในเรื่องกรอบห่วงโซ่อุปทาน กรอบสังคมวัฒนธรรม กรอบภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย 3.รับมือ ในส่วนทางตรง หากเกิดมีสินค้าล้นทะลักเข้าไทยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องมาตรฐานสินค้า 4.เยียวยา ซึ่งคงต้องมีการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนแน่นอน จะต้องมีการออกแบบมาตรการเยียวยาอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วที่สุด เช่น หากไทยจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าการผลิตในประเทศ คนที่จะได้เปรียบในสมการนี้ คือคนที่ผลิตหรือแปรรูปอาหารสัตว์ เราจะมีมาตรการในการเยียวยา เพื่อแบ่งสันปันส่วนในห่วงโซ่อุปทานใหม่นั้นอย่างไร ทำให้คนที่ได้ประโยชน์มากขึ้นเข้าไปเยียวยาให้กับผู้ที่เสียประโยชน์ และ 5.ลงทุน เราจะคิดเฉพาะแค่ไทยเก่งอะไรหรือต้องลงทุนอะไรอย่างเดียวไม่พอ แต่ยุทธศาสตร์ในการลงทุน จะต้องตอบโจทย์เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก และสังคมวัฒนธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https:www.khaosod.co.th/politics/news_9739430Published caption :Driving the economyNatthaphong Ruengpanyawut, leader of the People’s Party, explains how to steer the economy through global and domestic challenges, during a discussion organised by the party yesterday.

IMAGE

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

Published on 22/04/2025

» พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมPhoto By CHANAT KATANYU---------------------------------------Published caption::Tawee: Unfazed by petition to NHRC

IMAGE

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี

Published on 09/04/2025

» (ในภาพ) นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินตรวจดูบริเวณโซนเยี่ยมญาติระหว่างมีผู้ต้องขังกับญาติสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปวันพุธที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ กระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักการปฏิบัติของสากลเพื่อยกระดับของการปฏิบัติต่อบุคคลที่ตามกฎหมายแล้วถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับหลักสากล อันจะส่งผลต่อการฟื้นฟูหลักนิติธรรมของประเทศ สำหรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเรือนจำต้นแบบในการแยกการปฏิบัติของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งนอกจากจะมีการแยกพื้นที่กันอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะมีการนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมมาใช้ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ต้องขังในเรื่องของการให้ความรู้ทางกฎหมายเพื่อต่อสู้คดี การส่งเสริมความแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดสวัสดิการต่าง ๆ โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) ในเรือนจำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเดียวกัน โดยให้มี ๑ เรือนจำ ทำหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ส่วนเรือนจำอื่นในจังหวัดให้ทำหน้าที่ควบคุมนักโทษขังเด็ดขาด ประกอบด้วย ๘ กลุ่มจังหวัด ดังนี้กลุ่มจังหวัดลำปาง กลุ่มจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มจังหวัดสงขลา กลุ่มจังหวัดปทุมธานี และกลุ่มจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ควบคุมผู้ต้องขังคดีทั่วไป และคดียาเสพติดให้โทษ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นสอบสวน - ไต่สวน พิจารณา และควบคุมผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีกำหนดโทษเหลือไม่เกิน ๕ ปี ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ในอัตราส่วน 1.6 ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง 1 คน เพื่อทำงานสุขาภิบาลต่างๆ หรือภารกิจอื่นในเรือนจำ ในส่วนของการปฏิบัตินั้นได้มีการจัดทำแนวทางการปฏิบัติขึ้นใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ประกอบด้วย การปรับปรุงชุดของผู้ต้องขังสำหรับการไปศาล การให้ความรู้ทางกฎหมาย รวมถึงการพบปะกับบุคคลภายนอก โดยเฉพาะทนายความ การเยี่ยมญาติใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นต้น โดยในครั้งนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพร็ชนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาใน Exclusive Talk เรื่อง จัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) อีกทั้งยังมี Mini Talk เรื่อง อิสรภาพที่หายไป ก่อนการตัดสินสิทธิและโอกาสในการพิสูจน์ตนเองของชีวิตหลังกำแพง พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คุณอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช (เบนซ์ เรซซิ่ง) คุณพัฒนพล มินทะขิน (ดีเจแมน)  คุณนพนันท์ ทองเคลือ (เอิร์น วัดใหญ่) เพื่อร่วมกันแบ่งปันความรู้ในประเด็นดังกล่าวทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังคงตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปPublished caption :Prisoner welfareSahakarn Petcharin, Director-General of the Department of Corrections, inspects the visiting area at Bangkok Remand Prison where a pilot project to enhance the rights of prisoners who are under trial is underway.

IMAGE

การประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ครั้งที่ 2/2568

Published on 25/02/2025

» ห้องประชุม 10-01 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ครั้งที่ 2/2568 คณะกรรมการ ประกอบด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รองประธานกรรมการ  นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง  ปลัดกระทรวงมหาดไทย  ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อัยการสูงสุด  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา  เจ้ากรมพระธรรมนูญ  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย  นายกสภาทนายความ  และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง อีก 9 ราย ร่วมเป็นคณะกรรมการ และมี พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกรรมการและเลขานุการ ในการประชุม มีวาระ การรายงานผลการดำเนินคดีสำคัญและการพิจารณารับคดีอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษด้วย ขอเชิญสื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพภายในห้องประชุมก่อนการประชุม และจะให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการประชุม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารกระทรวงยุติธรรม Photo By Pattarapong Chatpattarasil---------------------------------------Published caption::Deputy Prime Minister Phumtham  Wechayachai arrives at office of the Department of Special Investigation to consider whether the DSI  should investigate allegations of vote-fixing in the  senatorial election, on Feb 25. Pattarapong Chatpattarasil

IMAGE

‘พ.ต.อ.ทวี‘ กังวลความปลอดภัยพยานคดีฮั้วเลือก สว. หากต้องเปิดชื่อให้ ‘กคพ.’ ดู บอก สว.ไม่อยากให้ดีเอสไอทำ ให้ไปแก้กฎหมายเอา ยัน ไม่มีล็อบบี้โหวตดันเป็นคดีพิเศษ

Published on 25/02/2025

» วันนี้ (25 ก.พ. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ กคพ. ในช่วงบ่าย เพื่อพิจารณารับคดีฮั้ว ส.ว. เป็นคดีพิเศษว่า คณะกรรมการ กคพ. มีทั้งหมด 22 คน และต้องใช้เสียง 2 ใน 3 หรืออย่างน้อย 15 คนในการพิจารณารับคดีเป็นคดีพิเศษ พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า กคพ. เป็นองค์กรอิสระที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม โดยคดีนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การกระทำผิดอาญาอื่น – มีการกล่าวหาว่ามีบุคคลเป็นสมาชิกองค์กรที่ดำเนินการโดยมิชอบ หรือที่กฎหมายเรียกว่า “อั้งยี่” ซึ่งหากเป็นสมาชิกทั่วไป มีโทษจำคุก 7 ปี แต่หากเป็นหัวหน้าหรือกรรมการ มีโทษ 10 ปี และหากรวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จะเข้าข่าย “ซ่องโจร" 2.ความเกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้ง – คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองต้องดำเนินการภายใต้ 6 ฉบับที่เกี่ยวข้อง โดย กกต. มีอำนาจสืบสวนเบื้องต้นและมอบหมายให้ตำรวจหรืออัยการดำเนินการต่อไปPublished caption : Tawee: Not undermining the EC

IMAGE

‘พ.ต.อ.ทวี‘ กังวลความปลอดภัยพยานคดีฮั้วเลือก สว. หากต้องเปิดชื่อให้ ‘กคพ.’ ดู บอก สว.ไม่อยากให้ดีเอสไอทำ ให้ไปแก้กฎหมายเอา ยัน ไม่มีล็อบบี้โหวตดันเป็นคดีพิเศษ

Published on 25/02/2025

» วันนี้ (25 ก.พ. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ กคพ. ในช่วงบ่าย เพื่อพิจารณารับคดีฮั้ว ส.ว. เป็นคดีพิเศษว่า คณะกรรมการ กคพ. มีทั้งหมด 22 คน และต้องใช้เสียง 2 ใน 3 หรืออย่างน้อย 15 คนในการพิจารณารับคดีเป็นคดีพิเศษพ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า กคพ. เป็นองค์กรอิสระที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม โดยคดีนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ คือ1.การกระทำผิดอาญาอื่น – มีการกล่าวหาว่ามีบุคคลเป็นสมาชิกองค์กรที่ดำเนินการโดยมิชอบ หรือที่กฎหมายเรียกว่า “อั้งยี่” ซึ่งหากเป็นสมาชิกทั่วไป มีโทษจำคุก 7 ปี แต่หากเป็นหัวหน้าหรือกรรมการ มีโทษ 10 ปี และหากรวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จะเข้าข่าย “ซ่องโจร"2.ความเกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้ง – คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองต้องดำเนินการภายใต้ 6 ฉบับที่เกี่ยวข้อง โดย กกต. มีอำนาจสืบสวนเบื้องต้นและมอบหมายให้ตำรวจหรืออัยการดำเนินการต่อไป

IMAGE

Thaksin Shinawatra

Published on 23/02/2025

» นายทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 10.15 น. แม้ว่าก่อนหน้านี้ ก่อนเครื่องจะลงเพียงเล็กน้อย จะมีเหตุระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าสนามนราธิวาส แต่ไม่กระทบต่อการเดินทางของคณะ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ การลงพื้นที่ของ นายทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  ในครั้งนี้  เป็นการมารับทราบประเด็นต่างๆ เพื่อได้นำไปขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในระดับ อาเซียน ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียนซึ่งมีมาเลเซียเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปPhoto By ABDULLOH BENJAKAT---------------------------------------Published caption::Former prime minister Thaksin Shinawatra, second from  right, arrives at Narathiwat airport yesterday with  Deputy Prime Minister Phumtham Wechayachai, third  from left, and Justice Minister Pol Col Tawee Sodsong,  far left, to discuss various development issues, including  security, education, and the economy.  ABDULLOH BENJAKAT

IMAGE

คลองโอ่งอ่าง เฟส 2

Published on 13/02/2025

» อัพเดท คลองโอ่งอ่าง เฟส 2 จากสะพานดำรงสถิต (ต่อจากเฟสเเรก) ถึงสะพานผ่านฟ้า ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ กทม. นำไม้ดอก ไม้ประดับมาลงไว้ดูสวยงาม พื้นทางเดินปูอิฐทางเท้าดูสะอาดตา พร้อมติดตั้งราวกันตก ติดตั้งไฟส่องสว่างและปลูกต้นไม้---------------------------------------Published caption::Urban beauty... Flowers and decorative plants fill the newly completed second phase of the Klong Ong Ang urban recreational development. It extends 2km between Damrong Sathit and Phan Fah bridges. Pattarapong Chatpattarasill

IMAGE

Murky skies

Published on 06/02/2025

» วันนี้ (6 ก.พ.2568) เวลา 07.00 น.ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 38.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 6-9 ก.พ.2568 การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ "ดี" ขณะที่ชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะเปิดสลับปิด ส่งผลให้ความเข้มข้นของฝุ่นละอองมีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง ส่วนวันที่ 10-14 ก.พ.2568 การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ "ไม่ดี-อ่อน" ขณะมีอินเวอร์ชันเกิดใกล้ผิวพื้น ส่งผลให้ความเข้มข้นของฝุ่นละอองมีแนวโน้มทรงตัวถึงเพิ่มขึ้น และคาดการณ์วันนี้ มีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีกเล็กน้อย12 อันดับ ของค่าฝุ่นPM2.5 เขตสูงสุดในกรุงเทพมหานคร1.เขตบางนา 47.7 มคก./ลบ.ม.2.เขตลาดกระบัง 47.5 มคก./ลบ.ม.3.เขตภาษีเจริญ 47.3 มคก./ลบ.ม.4.เขตบางขุนเทียน 46.3 มคก./ลบ.ม.5.เขตบางกอกน้อย 46.3 มคก./ลบ.ม.6.เขตหนองจอก 45.6 มคก./ลบ.ม.7.เขตทวีวัฒนา 45.1 มคก./ลบ.ม.8.เขตหนองแขม 44.6 มคก./ลบ.ม.9.เขตพญาไท 43.9 มคก./ลบ.ม.10.เขตสาทร 43.4 มคก./ลบ.ม.11.เขตบางกอกใหญ่ 43.1 มคก./ลบ.ม.12.สวนหนองจอก เขตหนองจอก 43.1 มคก./ลบ.ม.Photo By Pattarapong ChatpattarasillPublished caption : Haze obscures the view of the Bangkok skyline as the capital reported an average PM2.5 level of 38.1 µg/m³ at 7am yesterday, slightly above the safe limit of 37.5µg/m³. Microdust pollution is predicted to ease in the next three days due to favourable wind conditions.