Showing 1 - 10 of 12
Oped, Editorial, Published on 15/10/2024
» Electrical appliances, from television sets to refrigerators, mobile phones to tablet computers, have become an essential part of our daily lives. However, most consumers aren't aware of what happens to the obsolete gadgets that they have discarded. A lot of electronic waste, in fact, contain toxic, heavy elements, such as nickel, cadmium, lead and mercury, along with traces of precious metals like gold and silver.
Published on 25/01/2019
» เครือข่ายปกป้องดินน้ำป่านครศรีธรรมราช-พัทลุง แถลงข่าวด้านหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการสร้างเขื่อน วังหีบ คลองสังข์ เหมืองตะกั่ว ประตูกั้นทะเลสาบที่ปากประและคลองผันน้ำที่เมืองนครำซึ่งจะก่อให้เกิดการทำลายป่า การโยกย้ายชาวบ้านจากถิ่นฐานที่อยู่ รวมทั้งการ เปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ของพื้นที่ในวงกว้างPublished caption : Members of an environmental protection group in Nakhon Si Thammarat and Phatthalung raise placards opposing reservoir projects outside the Agriculture Ministry yesterday. They say the schemes would force people to resettle and threaten local ecosystems.
Published on 25/01/2019
» เครือข่ายปกป้องดินน้ำป่านครศรีธรรมราช-พัทลุง แถลงข่าวด้านหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการสร้างเขื่อน วังหีบ คลองสังข์ เหมืองตะกั่ว ประตูกั้นทะเลสาบที่ปากประและคลองผันน้ำที่เมืองนครำซึ่งจะก่อให้เกิดการทำลายป่า การโยกย้ายชาวบ้านจากถิ่นฐานที่อยู่ รวมทั้งการ เปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ ของพื้นที่ในวงกว้างMembers of an environmental protection group in Nakhon Si Thammarat and Phatthalung raise placards opposing reservoir projects outside the Agriculture Ministry yesterday. They say the schemes would force people to resettle and threaten local ecosystems.
Published on 03/10/2018
» บรรยากาศภายในห้องแล็บ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการกับกิจกรรมสัมมนา“ฉลากโภชนาการ ฉลากบางๆ ที่มองข้ามไม่ได้” พร้อมเผยผลสำรวจฉลากโภชนการที่ไม่ได้มาตรฐาน ปี 61 เซ็นทรัลแล็บไทย จับมือกับ อย. และ ITAP จัดอบรมสัมมนาผู้ประกอบการ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของฉลากโภชนาการรูปแบบต่างๆ และการจัดทำฉลากโภชนาการที่ถูกต้อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และนำไปต่อยอดให้กับผู้ประกอบการในอนาคต พร้อมเผยผลสำรวจฉลากโภชนาการที่ไม่ได้มาตรฐาน ปี 2561 ซึ่งถือว่ามีความผิดตามกฎหมายมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เซ็นทรัลแล็บไทย ร่วมมือกับ สำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. และโครงการโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรมสัมนาอบรม “เปิดโลกห้องปฏิบัติการกับเซ็นทรัลแล็บไทย”ภายใต้หัวข้อ“ฉลากโภชนาการ ฉลากบางๆที่มองข้ามไม่ได้” เพื่อส่งเสริมการรับรู้ของผู้ประกอบการและผู้สนใจให้ทราบถึงความสำคัญของฉลากโภชนาการและประโยชน์ของฉลากโภชนาการเมื่อประทับลงผลิตภัณฑ์นั้นๆ ที่เป็นไปตามกฏหมายกำหนด พันโทนราวิทย์ เปาอินทร์ กรรมการผู้อำนวยการ เซ็นทรัลแล็บไทย ระบุว่า ฉลากโภชนาการหลักๆ มี 2 รูปแบบ คือ ฉลากโภชนาการแบบเต็มที่จะมีการแสดงชนิดและปริมาณสารอาหารบังคับที่ควรทราบ 15 รายการ เช่น คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน โคเลสเตอรอล ความชื้น วิตามินต่างๆ เป็นต้น และ ฉลากโภชนาการแบบย่อ หรือที่เรียกว่าฉลากจีดีเอ จะแสดงข้อมูลทางโภชนาการ 4 รายการ คือ พลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ซึ่งเซ็นทรัลแล็บไทย ถือเป็นหนึ่งในหน่วยตรวจรับรองจัดทำฉลากโภชนาการ ตามที่ อย. กำหนด โดยมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ทั้งหมด 4 สาขา คือ กรุงเทพ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา และสงขลา และทั้ง 4 สาขายังได้รับการรับรองมาตรฐานตาม ISO/IEC 17025 ตามที่ อย.กำหนดด้วย ดังนั้น หากผู้ประกอบการเข้าตรวจรับรองฉลากโภชนาการ สามารถที่จะนำผลการตรวจวิเคราะห์ไปจัดทำฉลากได้ทันที นอกจากนี้ เซ็นทรัลแล็บไทย ยังให้บริการตรวจรับรองฉลากโภชนาการครอบคลุมมาตรฐานทั่วโลก เช่น มาตรฐาน EU มาตฐาน US FDA เป็นต้น นายอารยะ โรจนวณิชชากร ที่ปรึกษาสำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ระบุถึงความสำคัญของฉลากโภชนาการว่าจะเป็นส่วนช่วยให้ผู้บริโภครับรู้ถึงข้อมูลของสารอาหารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อง่ายต่อการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภค เนื่องจากที่ผ่านมาพบปัญหาภาวะโรคอ้วน ในเด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง อย. จึงออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องฉลากโภชนาการเพื่อบังคับให้ผู้ผลิตสินค้าแสดงข้อความฉลากโภชนาการ เพื่อให้เป็นเครื่องมือตัดสินใจของผู้บริโภค แต่กลับพบว่ามีผู้ประกอบการบางรายลักลอบแสดงฉลากโภชนาการที่ผิดกฎหมาย อาจทำให้เกิดผลกระทบกับผู้บริโภคที่ไม่ทันระมัดระวัง จากรายงานวิจัย เรื่องการสำรวจสถานการณ์การแสดงข้อมูลโภชนาการในผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที เมื่อปี 2557 ของสำนักอาหาร อย. พบผลการสำรวจผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มีการแสดงฉลากโภชนาการจากจำนวน 5,606 ผลิตภัณฑ์ (คิดเป็นร้อยละ 73.7) แบ่งออกเป็นแสดงฉลากโภชนาการแบบเต็ม 2,142 ผลิตภัณฑ์ (คิดเป็นร้อยละ 28.1)แสดงฉลากโภชนาการแบบย่อจีดีเอ 1,959 ผลิตภัณฑ์ (คิดเป็นร้อยละ 25.8) แสดงเป็นภาษาอื่น 1,505 ผลิตภัณฑ์ (คิดเป็นร้อยละ 19.8) และไม่แสดงฉลากโภชนาการ 2,001 ผลิตภัณฑ์ (คิดเป็นร้อยละ 26.3) โดยกลุ่มบังคับตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (305) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกบังคับให้แสดงฉลากโภชนาการตามกฏหมายมีจำนวน 2,109 ผลิตภัณฑ์ แสดงฉลากโภชนาการจำนวน 2,061 ผลิตภัณฑ์โดยส่วนใหญ่เป็นรูปแบบที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดคือแบบเต็มและแบบย่อจำนวน 1,946 ผลิตภัณฑ์ ส่วนกลุ่มที่ไม่บังคับตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (305) และกลุ่มที่ขยายการบังคับ มีการแสดงฉลากโภชนาการแบบสมัครใจจำนวน 2,155 และ 1,390 ผลิตภัณฑ์ ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดจำนวน 1,381 และพบว่ามี 774 ผลิตภัณฑ์แสดงฉลากรูปแบบอื่น เช่น มีการแสดงฉลากโภชนาการภาษาอื่นจำนวน 774 และ 616 ผลิตภัณฑ์ จากข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ผู้บริโภคเลือกซื้ออยู่ในปัจจุบันอาจมีสินค้าบางรายการที่ยังแสดงฉลากโภชนาการไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ผลสำรวจสถานการณ์และการพัฒนาการจัดทำฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ ปี 2561 จาก อย. โดยสำนักอาหาร ซึ่งสำรวจ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 9 แห่ง ทั้งหมด 2,056 ผลิตภัณฑ์ พบผู้ประกอบการแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอถูกต้อง จำนวน 1,357 ผลิตภัณฑ์ (คิดเป็นร้อยละ 66) มีการแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอไม่เป็นไปตามประกาศฯที่กฎหมายกำหนด จำนวน 699 ผลิตภัณฑ์ (คิดเป็นร้อยละ 34) โดยข้อบกพร่องที่พบมากที่สุด คือ ไม่มีการแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ 218 ผลิตภัณฑ์ แสดงค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน โซเดียมไม่ถูกต้อง 218 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งข้อบกพร่อง 2 สาเหตุนี้คิดเป็นร้อยละ 62.2 ของจำนวนผลิตภัณฑ์ที่มีการแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบการแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอรูปแบบไม่ถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ 37.8 กรณีที่ผลิตภัณฑ์อาหารที่จำหน่ายตรงต่อผู้บริโภคมีการแสดงรายละเอียดบนฉลากไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ถือว่าเป็นการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง และฝ่าฝืนประกาศซึ่งออกตามมาตรา 6(10) จะมีโทษตามมาตรา 51 คือ ปรับไม่เกิน 30,000 บาท ทั้งนี้ เซ็นทรัลแล็บไทย ซึ่งเป็นแล็บของรัฐ มีสาขาให้บริการ 6 สาขา ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร สงขลาและกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารเป็นหลัก ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ สำหรับบริการด้านการส่งออกแบบรวดเร็วเบ็ดเสร็จ มีเครื่องมือและระบบมาตรฐานสากล ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 มากกว่า 1,000 รายการทดสอบ เช่น การตรวจหาสารเคมีตกค้าง 4 กลุ่ม ได้แก่ Organocholorine Organophosphate Carbamate Pyrethroid ในผลิตภัณฑ์ผักสด ผลไม้สด ผักไฮโดรโปรนิค , ตรวจยาปฏิชีวนะ ตะกั่ว สารหนู แคดเมี่ยม ปรอท สารเคมีตกค้าง โลหะหนัก Formaldehyde ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ (สด/แช่แข็ง) เนื้อสัตว์ปีก (สด/แช่แข็ง) อาหารทะเล/ปลาหมึก/ปลา/กุ้ง/ปลาน้ำจืด ตรวจเชื้อก่อโรค สารเคมีและโลหะหนัก ในผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป กลุ่มไส้กรอก อาหารหมักดอง อาหารปิ้งย่าง รมควัน น้ำมันทอดซ้ำ ซอสปรุงรส (ตรวจหาสารตะกั่ว สารหนู ปรอท สังกะสี) นมและผลิตภัณฑ์นม (ตรวจหาสารเมลามีน) อาหารพร้อมทาน (ตรวจการแพร่กระจายของสาร) ตรวจหาสารพิษจากเชื้อรา (ถั่ว สมุนไพร ธัญพืช พริก) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานนอกห้องปฏิบัติการ (Non Lab) โดยมุ่งเน้นพัฒนามาตรฐานและรับรองกระบวนการผลิตและผลผลิตของภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมรวมถึงพัฒนาบุคลากรและเสริมสร้างบุคลากรให้มีประสิทธิภาพตลอดจนความปลอดภัยทางด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานตลอดจนคุณภาพสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน อาทิ การตรวจประเมินและรับรองคุณภาพและผลผลิต CB /IB , การตรวจรับรองด้านพืช GAP Organic , การตรวจรับรองมาตรฐานสอบเทียบเครื่องมือ เช่น เครื่องเป่าแอลกอฮอล์ เครื่องควบคุมอุณหภูมิในห้องเย็น เครื่องวัดอุณหภูมิ มาตรวิทยา เครื่องชั่ง เครื่องตวงวัด เป็นต้น ที่บริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานครPublished captionเปิดแล็บ : เซ็นทรัลแล็บไทย จับมือกับ อย. และ ITAP จัดกิจกรรมสัมมนาอบรม “เปิดโลกห้องปฏิบัติการกับเซ็นทรัลแล็บไทย” ภายใต้หัวข้อ “ฉลากโภชนาการ ฉลากบางๆ ที่มองข้ามไม่ได้” เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของฉลากโภชนาการรูปแบบต่างๆ และการจัดทำฉลากโภชนาการที่ถูกต้อง ที่บริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
Published on 24/08/2018
» กาฬสินธุ์ ทหารลุยสอบเศษขยะมีพิษแฉขายฝันลวงโลกสร้างเตาเผา 50 ล้านทหาร ลุยจัดการแก้ปัญหาเศษขยะอีเล็กทรอนิกส์ พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ลงพื้นที่พิสูจน์ของจริง ปัญหาขยะอีเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ ส.อบต.โคกสะอาดเจ้าของพื้นที่ โวยนักวิชาการที่เข้ามาขายฝันสร้างเตาเผาขยะลวงโลกหายเงียบ ด้านชาวบ้านน้อยใจสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่ลงตรวจสุขภาพสิ่งแวดล้อม ปล่อยชาวบ้านเผชิญปัญหาตามยถากรรม จากกรณีขยะพิษจากต่างประเทศทะลักเข้าเมืองไทย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กระทั่ง พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกประกาศขยะพิษต้องหมดภายใน 2 ปี ขณะที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นแหล่งคัดแยกขยะอีเล็กทรอนิกส์แหล่งใหญ่ ทำกันมานานกว่า 20 ปี นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ เร่งปลุกใจคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) ตรวจสอบและหาทางป้องกัน ขณะที่ชาวบ้านในชุมชนและตำบลใกล้เคียง ออกมาร้องเรียนเรื่องมลพิษทางอากาศ ควันพิษทำนาข้าวอินทรีย์พื้นที่ใกล้เคียงเสียหาย ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น ล่าสุด วันที่ 24 สิงหาคม 2561 ที่บ้านหนองบัว หมู่ 3 ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย พ.อ.สมบัติ จินดาศรี รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 พ.อ.ประวัติ จารุตัน เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหา และดูบรรยากาศการคัดแยกขยะอีเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการ โดยมีนายพิชิต สมบัติมาก ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.บุญฤทธิ์ ชวีวัฒน์ ผกก.สภ.ฆ้องชัย นายวิรัตน์ ราชชารี ปลัดอำเภอฆ้องชัย นายวิจิตร มูลเอก นายก อบต.โคกสะอาด และผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ร่วมให้ข้อมูลและรายงานปัญหา พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่เกิดกระแสข่าวขยะอีเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ถูกนำเข้าโรงงานคัดแยก ซึ่งได้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยมีการตรวจพบโรงงานในลักษณะดังกล่าวในหลายพื้นที่ และได้มีการสั่งปิดกิจการไปแล้ว ทั้งนี้ ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ยังติดโผรายชื่อแหล่งคัดแยกขยะอีเล็กทรอนิกส์ด้วย แต่มีที่มาและสถานที่ที่ทำการคัดแยกแตกต่างกัน คือไม่ใช่ขยะอีเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่เป็นการคัดแยกตามอาคารบ้านเรือน ซึ่งมีสภาพโล่ง โปร่ง ไม่ใช่โรงงาน ไม่แออัด อากาศถ่ายเทสะดวก โดยเฉพาะผู้ประกอบการปลอดภัย ไม่เกิดการล้มป่วยจากการคัดแยกขยะดังกล่าว ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงในสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนและระบบนิเวศ จึงได้สั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำชับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป “จากการลงพื้นที่และข้อมูลที่ได้รับเบื้องต้น จากการรายงานจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านที่ประกอบอาชีพคัดแยกขยะ ยืนยันว่าเป็นสิ่งของที่ได้จากการตระเวนหาในพื้นที่ ต่างอำเภอ และต่างจังหวัด ไม่ได้มีการนำเข้าจากต่างประเทศ เหมือนบางจังหวัดที่เป็นปัญหาขยะอีเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ยังทราบว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน จนเป็นอาชีพหลักมานานกว่า 20 ปี ขณะที่ทางจังหวัดเองได้เร่งประสานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน คือการป้องกันขยะพิษ การกำจัดเศษขยะที่กองสุมในบ่อขยะของ อบต.โคกสะอาด ซึ่งพบว่ามีตกค้างถึง 320 ตัน รวมทั้งที่ยังเหลืออยู่ตามบ้านเรือนของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพนี้อีกเป็นจำนวนมาก”พล.ต.จุมพล กล่าว พล.ต.จุมพลกล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการลงมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมติดตามดูและให้คำแนะนำการประกอบอาชีพคัดแยกขยะ รวมทั้งรับทราบแนวทางและกำชับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯ ท้องถิ่น ท้องที่ โดยเฉพาะคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) ที่จะต้องออกมาแสดงฝีมือ และร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะอีเล็กทรอนิกส์ให้หมดไป โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ คำตอบสุดท้ายที่ชุมชนต้องการ คือเตาเผาขยะที่ถูกวิธี ที่จะลดปัญหามลพิษทางอากาศ รวมทั้งการให้ความรู้ด้านการป้องกันตนเองและระบบนิเวศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะต้องเร่งดำเนินการ เพื่อยุติปัญหาโดยเร็วที่สุด ด้านนายวันชนะ นาถมทอง สมาชิกสภา อบต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การประกอบอาชีพคัดแยกขยะอีเล็กทรอนิกส์ หรือการนำเอาของเก่าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือสื่อสาร มากะเทาะ เพื่อคัดแยกเอาชิ้นส่วนที่มีค่าไปจำหน่ายให้พ่อค้าของเก่า หรือประกอบขายเป็นสินค้ามือสองนั้น ถือเป็นอาชีพประจำตำบล สร้างอาชีพ และรายได้ต่อเดือนต่อปีค่อนข้างสูงกว่าการประกอบอาชีพอื่น “นอกจากนี้ ยังถือได้ว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมอีกทางหนึ่ง ในการไปเก็บกวาดของเก่าไม่ต้องการจากหลายๆจังหวัด มาคัดแยกและกำจัดเป็นสินค้ามีมูลค่า เท่ากับว่า ต.โคกสะอาดช่วยชาติทำความสะอาดเก็บของเก่าให้ประเทศก็ว่าได้ แต่สิ่งที่เกิดผลกระทบกับชาวบ้านในช่วงนี้คือ กระแสข่าวขยะพิษที่เกิดขึ้นในบางจังหวัด ซึ่งเกิดจากการนำขยะอีเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศเข้ามาคัดแยก โดยโยงการประกอบอาชีพคัดแยกขยะบริสุทธิ์ของชาวบ้านไปเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม เป็นคนละประเด็น และสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจการคัดแยกขยะเป็นอย่างมาก เนื่องจากพอมีข่าวขยะพิษเกิดขึ้น พ่อค้าคนกลาง หรือแหล่งรับซื้อ ก็ต้องหยุดนิ่ง ของเก่าหรือขยะอีเล็กทรอนิกส์ ที่ลงทุนไปหาตระเวนมาเที่ยวละหลายหมื่นหรือนับแสนบาท ก็ชะงัก ขายไม่ออก เมื่อไม่มีการหมุนเวียนเคลื่อนไหว ผู้ประกอบการก็ขาดทุน เหมือนอย่างที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้”นายวันชนะ กล่าว นายวันชนะ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ชาวบ้าน ต.โคกสะอาดเฝ้ารอ และอยากทวงถามคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง คือโครงการก่อสร้างเตาเผาขยะ ที่เคยมีนักวิชาการ และนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) มาลงพื้นที่ทำการศึกษาวิจัย และออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยจะสร้างเตาเผาขยะถูกหลักสุขาภิบาล ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพื่อไปทำวิทยานิพนธ์จนจบปริญญาโทนับสิบๆคนนั้น ตอนนี้ทำเอาความรู้ไปทิ้งที่ไหน เพราะยังไม่เห็นวี่แววว่าจะเข้ามาผลักดันให้เกิดโครงการอะไรเลย “ชาวบ้านอยู่อย่างไรก็อย่างนั้น เกิดปัญหาที่อื่นทีก็เห็นนักวิชาการจากส่วนราชการต่างๆ เข้าพื้นที่ เก็บข้อมูลนั่นนี่ ให้ความหวังกับชาวบ้านพอผ่านๆไป เหมือนมาขายฝันหลอกลวงชาวบ้านแล้วก็เงียบหายลอยนวล ส่วนที่จะลงมือทำไม่เคยมีเลย แล้วอย่างนี้จะแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านได้อย่างไร จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จริงจังกับการแก้ไขปัญหา อย่าทิ้งภาระให้กับท้องถิ่นและโทษชาวบ้าน เพราะบางกรณีอยู่เกินอำนาจของท้องถิ่น ต้องขอแรงหน่วยงานต่างๆร่วมบูรณาการ เช่น โครงการสร้างเตาเผาขยะ ไม่ต้องใหญ่โตมูลค่าสูงถึง 40-50 ล้านตามอย่างที่จ้าง มข.เขียนแบบให้หรอก ขอเพียงเป็นรูปเป็นร่าง วงเงินก่อสร้าง 4-5 ล้าน มีระบบการกำจัด และควบคุมกลิ่น หมอกควัน ที่มีประสิทธิภาพ ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว” นายวันชนะกล่าว อย่างไรก็ตาม ในกรณีผลกระทบเกี่ยวกับสุขภาพชาวบ้านนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ ต.โคกสะอาด ระบุว่า หน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ด้านสุขภาพคือสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ แต่ที่ผ่านมามีเพียงหน่วยงานด้านสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ระดับอำเภอ ตำบล ท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆในระดับจังหวัดเท่านั้นที่คอยลงพื้นที่ให้ความรู้และแนะนำวิธีการให้กับชาวบ้านมาโดยตลอด ซึ่งแทบจะไม่เห็นบทบาทของหน่วยงานด้านสาธารณสุขระดับจังหวัด รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จริงจัง และเป็นรูปธรรม กลับปล่อยปัญหานี้เรื้อรังมายาวนาน โดยเฉพาะผู้บริหารไม่เคยเห็นตัวจริง และไม่ทราบว่าเคยลงพื้นที่มาดูสุขภาพชาวบ้าน เหมือนปล่อยชาวบ้านเผชิญปัญหาตามยถากรรม นอกจากนี้ ชาวบ้านยังรู้สึกงงและตกใจมาก ที่เห็นรายงานของสาธารณสุขฯว่า ตรวจพบสารตะกั่วตกค้างในกระแสเลือดของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพคัดแยกขยะ โดยอยู่ในขีดอันตรายหลายคน ซึ่งสวนทางกับชาวบ้านที่ยืนยันด้วยตนเองว่าผลการตรวจไม่พบ ซึ่งไม่รู้ว่าข้อมูลใครจริงหรือข้อมูลใครเท็จ
Published on 22/06/2018
» cof --/‘ดอรี่’ เจ้าพระยาการออกเรือตกปลาสวายในแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเกมที่เร้าใจกำลังสวย ไม่ว่าจะขนาดของปลา หรือเปอร์เซ็นต์การได้ตัว“ไต๋ต้น เจ้าพระยา” เซียนปลาแห่งสามโคก พานั่งเรือไปไกลร่วม 45 นาที ก่อนทอดสมอกลางแม่น้ำ ห่างจากฝั่งประมาณ 100 เมตร นี่เป็นเกมที่แตกต่างจากการตกปลาแม่น้ำอื่นๆ ที่มักเข้าไปผูกเรือประชิดติดฝั่งเมื่อปล่อยเหยื่อ “แป้งพิซซ่า” และตะกั่วลูกเขื่องลงไป กระแสน้ำแรงก็พัดจนสายเบ็ดจมเฉียงไปทางท้ายเรือ แถมบางเวลามีคลื่นจากเรือใหญ่ซัดเรือเรา ได้อารมณ์คล้ายการจอดเรือตกปลาทะเล/
Published on 22/06/2018
» --/‘ดอรี่’ เจ้าพระยาการออกเรือตกปลาสวายในแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเกมที่เร้าใจกำลังสวย ไม่ว่าจะขนาดของปลา หรือเปอร์เซ็นต์การได้ตัว“ไต๋ต้น เจ้าพระยา” เซียนปลาแห่งสามโคก พานั่งเรือไปไกลร่วม 45 นาที ก่อนทอดสมอกลางแม่น้ำ ห่างจากฝั่งประมาณ 100 เมตร นี่เป็นเกมที่แตกต่างจากการตกปลาแม่น้ำอื่นๆ ที่มักเข้าไปผูกเรือประชิดติดฝั่งเมื่อปล่อยเหยื่อ “แป้งพิซซ่า” และตะกั่วลูกเขื่องลงไป กระแสน้ำแรงก็พัดจนสายเบ็ดจมเฉียงไปทางท้ายเรือ แถมบางเวลามีคลื่นจากเรือใหญ่ซัดเรือเรา ได้อารมณ์คล้ายการจอดเรือตกปลาทะเล/
Published on 18/05/2018
» ร.พ.ศิริราช แถลงข่าวเปิดตัวโครงการนำร่องต้นแบบรถพยาบาลเคลื่อนที่รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน โดยมีนักรังสีการแพทย์สาธิตการใช้งานพร้อมใส่ชุดตะกั่วกันรังสีทุกครั้งช่วงแรกให้บริการด้านฝั่งธนบุรี ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ (SiMR) ร.พ.ศิริราชPublished caption : Siriraj Hospital unveils the country’s first mobile stroke unit capable of providing early, on-board diagnosis and treatment of stroke patients before they reach hospital. The pilot project is to be evaluated in three months.
Published on 18/05/2018
» ร.พ.ศิริราช แถลงข่าวเปิดตัวโครงการนำร่องต้นแบบรถพยาบาลเคลื่อนที่รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน โดยมีนักรังสีการแพทย์สาธิตการใช้งานพร้อมใส่ชุดตะกั่วกันรังสีทุกครั้งช่วงแรกให้บริการด้านฝั่งธนบุรี ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ (SiMR) ร.พ.ศิริราชSiriraj Hospital has launched the country’s first mobile stroke unit capable of providing immediate care for patients and bringing them to the hospital in the shortest possible time.
Published on 18/05/2018
» ร.พ.ศิริราช แถลงข่าวเปิดตัวโครงการนำร่องต้นแบบรถพยาบาลเคลื่อนที่รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน โดยมีนักรังสีการแพทย์สาธิตการใช้งานพร้อมใส่ชุดตะกั่วกันรังสีทุกครั้งช่วงแรกให้บริการด้านฝั่งธนบุรี ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ (SiMR) ร.พ.ศิริราชSiriraj Hospital has launched the country’s first mobile stroke unit capable of providing immediate care for patients and bringing them to the hospital in the shortest possible time.Published caption : The vehicle is equipped with a CT scanner.