Showing 1 - 10 of 938
Published on 06/05/2025
» ผู้พิการหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตทักษะคอมพิวเตอร์ที่ได้ร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน โดยมีสองรัฐมนตรียืนให้กำลังใจดูภาพวาดตนเองในจอคอมพ์ ในงานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงานวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน และกล่าวแสดงความยินดีในพิธีบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 กระทรวงแรงงานนายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มุ่งมั่นประสานพลังกับทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตามนโยบายรัฐบาล ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและจัดสวัสดิการของรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ที่มุ่งเพิ่มโอกาสและเสริมสร้างคุณค่าคนพิการ และ พันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้คนพิการก้าวข้ามความพิการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พึ่งตนเองได้ และร่วมรับผิดชอบสังคม ซึ่งมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกลไกลสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณกว่า 21 ล้านบาท ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 4,328 คน อย่างเป็นระบบและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระ ทำให้คนพิการและครอบครัว มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเสมอภาคในสังคมแห่งโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้สนับสนุนการผลักดันความร่วมมือตามโครงการดังกล่าว ผ่านการสำรวจความต้องการฝึกอบรมฝีมือแรงงานและความต้องการทำงานของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนการประสานและร่วมพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เหมาะสมกับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันลงนามใน MOU ฉบับนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพลังของคนพิการในการเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการจ้างงานคนพิการ เพราะความสามารถ (Ability) ไม่ใช่จ้างงานเพราะความพิการ (Disability) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ---------------------------------------Published caption::A helping hand ... A disabled woman demonstrates her computer skills as Varawut Silpa-archa, left, Minister of Social Development and Human Security and Phiphat Ratchakitprakarn, centre, Minister of Labour, watch a demonstration at the ministry following the signing of an MoU on improving job skills for people with disabilities. VARUTH HIRUNYATHEB
Published on 03/05/2025
» สำนักงานเขตคลองเตยจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าบริเวณปากซอยไผ่สิงห์โต ถนนพระรามที่ 4 เขตคลองเตย - ภาพอัพเดตการจัดระเบียบตลาดลาว เขตคลองเตยPublished caption : A pavement remains clear of encroachment by vendors along Rama IV Road after the demolition of Talad Lao late last year. The makeshift market was removed as part of City Hall’s push to improve road traffic.
Published on 30/04/2025
» เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล แพลตตินัม ประตูน้ำกทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดเวทีเสวนาหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือกำแพงภาษีและสงครามการค้า โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Re-positioning Thailand: วางตำแหน่งใหม่เศรษฐกิจไทยในสงครามการค้าว่า หน้าที่ของ สส.ทุกคน ไม่ว่าจะมาจาก ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ คือ การส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดไปยังทีมไทยแลนด์ หรือคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยในการเดินทางไปเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่การเตรียมมาตรการรับมือปรับตัวกับนโยบายของรัฐบาล หรือให้เอกชนปรับตัวกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับสงครามการค้าโลก นายณัฐพงษ์ เสนอยุทธศาสตร์ 5 เสา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาจบ คือ 1.เจรจา ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภารกิจแรกที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด เช่น หากเราจะต้องยอมนำเข้าสินค้าบางอย่างจากสหรัฐฯ สินค้าต่างๆ เหล่านั้นก็ต้องไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้บริโภคในประเทศเรา หรือไม่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศคู่ค้าประเทศอื่นของไทย ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าต่อไทยมากยิ่งขึ้น 2.กระชับความสัมพันธ์ในเวทีต่างๆ ซึ่งหลักใหญ่ใจความคือเรื่องการค้าเป็นธรรม เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกัน ประเทศที่ขาดดุลอาจได้รับการสนับสนุนบางอย่างจากประเทศเกินดุลหรือไม่ เช่น การพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นคู่หูพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งยังต้องดูในเรื่องกรอบห่วงโซ่อุปทาน กรอบสังคมวัฒนธรรม กรอบภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย 3.รับมือ ในส่วนทางตรง หากเกิดมีสินค้าล้นทะลักเข้าไทยจะต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น ป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย การกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับต่างประเทศ เรื่องมาตรฐานสินค้า 4.เยียวยา ซึ่งคงต้องมีการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนแน่นอน จะต้องมีการออกแบบมาตรการเยียวยาอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วที่สุด เช่น หากไทยจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจมีต้นทุนการนำเข้าที่ถูกกว่าการผลิตในประเทศ คนที่จะได้เปรียบในสมการนี้ คือคนที่ผลิตหรือแปรรูปอาหารสัตว์ เราจะมีมาตรการในการเยียวยา เพื่อแบ่งสันปันส่วนในห่วงโซ่อุปทานใหม่นั้นอย่างไร ทำให้คนที่ได้ประโยชน์มากขึ้นเข้าไปเยียวยาให้กับผู้ที่เสียประโยชน์ และ 5.ลงทุน เราจะคิดเฉพาะแค่ไทยเก่งอะไรหรือต้องลงทุนอะไรอย่างเดียวไม่พอ แต่ยุทธศาสตร์ในการลงทุน จะต้องตอบโจทย์เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก และสังคมวัฒนธรรมด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดรับกับระเบียบโลกใหม่... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https:www.khaosod.co.th/politics/news_9739430Published caption :Driving the economyNatthaphong Ruengpanyawut, leader of the People’s Party, explains how to steer the economy through global and domestic challenges, during a discussion organised by the party yesterday.
Published on 30/04/2025
» นักเรียนหญิงมาเลือกซื้อเสื้อนักเรียนสีขาวสำหรับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ร้านจำหน่ายชุดนักเรียนย่านตลาดคลองเตย ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านค้าชุดนักเรียนขนาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน ชุดลูกเสือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่วางกองไม่มีคนซื้อ จากกรณีที่สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) ได้รายงานต่อที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถึงการประกาศยกเว้นเครื่องแบบและการแต่งกายลูกเสือของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากทางร้านได้มีการสต็อกสินค้าชุดลูกเสือไว้ล่วงหน้าจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถคืนให้กับโรงงานผู้ผลิตได้ทัน นอกจากนี้ บางร้านต้องเร่งยกเลิกคำสั่งซื้อจากโรงงานอย่างกะทันหัน และยังมีความกังวลว่าหากผู้ปกครองที่ซื้อชุดลูกเสือไปก่อนหน้านี้แล้วต้องการนำมาเปลี่ยนคืนเป็นชุดนักเรียน ทางร้านจะต้องดำเนินการอย่างไรกับสินค้าที่รับคืนมา Photo By SOMCHAI POOMLARDPublished caption :Back in uniformStudents try on school uniforms at a shop in Klong Toey district. An Education Ministry announcement allowing schools to decide whether to drop scout uniforms has caused a stir as shops worry about manufacturing orders they have made and what to do if parents return the uniforms they have bought.
Published on 27/04/2025
» บริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตลอดทางตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอยเต็มไปด้วยร้านอาหารจีน ร้านหม่าล่า ชาบู มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน ร้านนวดแผนโบราณ คาเฟ่ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ-จีน ฯลฯ โดยตกแต่งและมีป้ายชื่อร้านเป็นภาษาจีนขนาดใหญ่ แม้ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมาจะพบว่าธุรกิจในย่านนี้ทยอยปิดกิจการลง เพราะติดขัดเรื่องการขออนุญาต หลังสำนักงานเขตห้วยขวาง เข้ามากวดขันตรวจสอบและพบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวจีน จึงออกคำสั่งให้ทุกร้านต้องทำใบอนุญาต แต่ ณ ปัจจุบันยังคงพบเห็นว่า ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ยังคงมีไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน ยังไม่รวมที่กระจายตัวออกไปตามย่านต่าง ๆ บนถนนรัชดาภิเษก หรือย่านพระราม 9 และอื่น ๆ การเข้ามาของคนจีนสะท้อนอยู่หลายเรื่อง และมีความต่างจากชาวจีนยุคแรก สมัยเยาวราชเฟื่องฟู อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มPhoto By Nutthawat Wichieanbut---------------------------------------Published caption::Migrant magnet... A photograph shows billboards on Pracha Rat Bamphen Road in Huai Khwang district, which is quickly becoming known as the capital’s ‘second Chinatown’, after Yaowarat Road. Nutthawat Wichieanbut
Published on 26/04/2025
» บริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตลอดทางตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอยเต็มไปด้วยร้านอาหารจีน ร้านหม่าล่า ชาบู มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน ร้านนวดแผนโบราณ คาเฟ่ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ-จีน ฯลฯ โดยตกแต่งและมีป้ายชื่อร้านเป็นภาษาจีนขนาดใหญ่ แม้ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมาจะพบว่าธุรกิจในย่านนี้ทยอยปิดกิจการลง เพราะติดขัดเรื่องการขออนุญาต หลังสำนักงานเขตห้วยขวาง เข้ามากวดขันตรวจสอบและพบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวจีน จึงออกคำสั่งให้ทุกร้านต้องทำใบอนุญาต แต่ ณ ปัจจุบันยังคงพบเห็นว่า ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ยังคงมีไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน ยังไม่รวมที่กระจายตัวออกไปตามย่านต่าง ๆ บนถนนรัชดาภิเษก หรือย่านพระราม 9 และอื่น ๆ การเข้ามาของคนจีนสะท้อนอยู่หลายเรื่อง และมีความต่างจากชาวจีนยุคแรก สมัยเยาวราชเฟื่องฟู อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มPublished caption : Restaurants and shops along Pracha Rat Bamphen Road in Huai Khwang district, which is dubbed the second Chinatown in Bangkok, record fewer Chinese guests as the market drops after the Songkran festival.
Published on 26/04/2025
» บริเวณถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ แห่งที่ 2” ของกรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตลอดทางตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอยเต็มไปด้วยร้านอาหารจีน ร้านหม่าล่า ชาบู มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน ร้านนวดแผนโบราณ คาเฟ่ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ-จีน ฯลฯ โดยตกแต่งและมีป้ายชื่อร้านเป็นภาษาจีนขนาดใหญ่ แม้ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมาจะพบว่าธุรกิจในย่านนี้ทยอยปิดกิจการลง เพราะติดขัดเรื่องการขออนุญาต หลังสำนักงานเขตห้วยขวาง เข้ามากวดขันตรวจสอบและพบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวจีน จึงออกคำสั่งให้ทุกร้านต้องทำใบอนุญาต แต่ ณ ปัจจุบันยังคงพบเห็นว่า ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ยังคงมีไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน ยังไม่รวมที่กระจายตัวออกไปตามย่านต่าง ๆ บนถนนรัชดาภิเษก หรือย่านพระราม 9 และอื่น ๆ การเข้ามาของคนจีนสะท้อนอยู่หลายเรื่อง และมีความต่างจากชาวจีนยุคแรก สมัยเยาวราชเฟื่องฟู อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม---------------------------------------Published caption::Dubbed the second Chinatown of Bangkok, Pracha Rat Bamphen Road is now quieter as fewer Chinese tourists roam the streets. Nutthawat Wichieanbut
Published on 23/04/2025
» Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2025 (JGAB) งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับระดับนานาชาติชั้นนำสำหรับภูมิภาคอาเซียน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงานนี้จะเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ พร้อมทั้งมีกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างและยกระดับธุรกิจให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ภายใต้ศูนย์กลางการค้าทับทิมและแซฟไฟร์ที่สำคัญที่สุดของโลก และยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตอัญมณีสีและเครื่องประดับชั้นนำของอุตสาหกรรม เวลา : 10.00 - 18.00 น. Exhibition Hall 5-7, ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Published caption :Shining brightItems of jewellery are seen on display at the Jewellery & Gem Asean Bangkok 2025 exhibition, which runs until Saturday at the Queen Sirikit National Convention Center.
Published on 19/04/2025
» CIB ยกทีมประชุมร่วมตำรวจออสซี่ ปราบขบวนการคนร้าย - ยาเสพติด - ค้ามนุษย์ข้ามชาติ จ่อตั้งศูนย์ทำงานร่วมPublished caption : Pol Lt Gen Jirabhop Bhuridej, CIB Commissioner, exchanges mementoes with AFP Commissioner Reece Kershaw.
Published on 17/04/2025
» คนงานขนส่งไข่ไก่จากฟาร์มชลบุรีกำลังนำไข่ลงจากรถกะบะตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งที่ตลาดปากน้ำ อากาศร้อน ดันราคา ‘ไข่ไก่’ ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท ด้วยเครือข่ายสหกรณ์ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ได้แจ้งราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร น้ำหนัก 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป อยู่ที่ฟองละ 3.40 บาท โดยเป็นการปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง หรือแผงละ 6 บาท จากก่อนหน้าราคาอยู่ที่ 3.20 บาทต่อฟอง มีผลวันที่ 17 เมษายน 2568 สมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ไข่ไก่ปรับราคาขายขึ้น เกิดจากในช่วงนี้สภาพอากาศร้อนทำให้แม่ไก่ออกไข่ได้น้อย ประกอบกับมีการปลดไก่ยืนกรง ทำให้ไข่ไก่ไม่ล้นตลาด ราคาจะเป็นไปตามกลไกตลาด ทั้งนี้ ฟาร์มมีแผนจะปรับราคาขึ้น 40 สตางค์ หลังวันที่ 17 เมษายน ขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง คาดว่าคงจะปรับขึ้นอีกครั้ง แต่คงบอกไม่ได้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ขณะที่เศรษฐกิจและกำลังซื้อก็ยังไม่ค่อยดี Published caption : A worker unloads eggs at Paknam market in Samut Prakan. Egg distributors have increased the price of eggs by 20 satang apiece, or six baht per tray of 30, saying the summer heat is causing chickens to lay fewer eggs.