FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “คาร์บอนไดออกไซด์”

Showing 1 - 7 of 7

IMAGE

Faculty of Forestry: Biweekly Updates on Carbon Dioxide Sequestration and Carbon Storage in Trees

Published on 16/01/2025

» คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดตั้งเครื่องมือวัดการเจริญเติบของต้นไม้เพื่อรายงานการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้เป็นรายสองสัปดาห์(Faculty of Forestry: Biweekly Updates on Carbon Dioxide Sequestration and Carbon Storage in Trees) ที่บริเวณต้นไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน---------------------------------------Published caption::The root effects of bad air...A forestry measurement tool is installed on a tree at the Faculty of Forestry on Kasetsart University’s Bang Khen campus, to gauge its carbon dioxide sequestration and carbon storage. Varuth Hirunyatheb

BUSINESS

Thai manufacturers brace for impact of Trump tariffs

Business, Lamonphet Apisitniran, Published on 04/12/2024

» More trade barriers and hindrances to campaigns against carbon dioxide emissions are major concerns among Thai manufacturers who need to adapt to changes expected from the Donald Trump administration, according to the latest survey by the Federation of Thai Industries (FTI).

BUSINESS

PTT ramps up drive to reduce CO2 emissions

Business, Yuthana Praiwan, Published on 27/11/2024

» National oil and gas conglomerate PTT Plc is stepping up efforts to reduce carbon dioxide emissions from its businesses by adopting carbon capture technology and preparing to run a trial on hydrogen usage to depend less on fossil fuels.

BUSINESS

CKPower beats energy efficiency target

Business, Published on 06/11/2024

» CKPower, a SET-listed renewable power company, is gaining momentum in its efforts to reduce greenhouse gases following a significant reduction in the company's carbon dioxide emissions last year through better electricity generation and consumption management.

BUSINESS

EV charging services new focus for Egat

Yuthana Praiwan, Published on 28/10/2024

» The Electricity Generating Authority of Thailand (Egat) is scaling up its electric vehicle (EV) solution services, especially the expansion of charging outlets, to benefit from the growing EV industry and support the country's efforts to reduce carbon dioxide emissions.

IMAGE

รมต.พลังงานเปิดคลังน้ำมันพิจิตรทุ่มทุนสร้างหมื่นล้านเป็นระบบท่อขนส่งสายเหนือแจงข่าวดีภาคเหนือเตรียมตัวได้ใช้น้ำมันราคาถูกเทียบเท่ากรุงเทพ

Published on 27/03/2019

» ข่าวดี !ของคนพิจิตรและชาวภาคเหนือ รมต.พลังงาน เปิดคลังน้ำมันที่เมืองชาละวันเป็นระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 1 ( บางปะอิน-กำแพงเพชร-พิจิตร ) ลงทุนหนึ่งหมื่นล้านบาท โดย FPT บริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อจำกัด ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เชื่อมั่นส่งผลลดจำนวนรถบรรทุกขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่ส่งน้ำตามท่อขนส่งช่วยให้ลดต้นทุนเป็นผลดีชาวพิจิตรและภาคเหนือจะได้ใช้น้ำมันราคาถูกเทียบเท่ากรุงเทพ มั่นใจกลางเดือนพฤษภาคม 2562 เป็นรูปธรรมแน่นอน            วันที่ 27 มี.ค. 2562 นายศิริ  จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมกับ หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ  ดิศกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัทบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพจำกัด ( มหาชน ) ( BAFS ) และ นายเจริญ  จารุไสลพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อจำกัด ( FTP ) ได้ร่วมกันเป็นประธานเปิดคลังน้ำมันพิจิตร ซึ่งตั้งอยู่ที่สี่แยกปลวกสูง ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร โดยมี  นายสมศักดิ์  จันทรสมบัติ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร , พลเอก วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกว่า 300 คน  ร่วมให้การต้อนรับ            สำหรับคลังน้ำมันพิจิตรแห่งนี้เป็นการดำเนินการโครงการที่ ครม.เห็นชอบ ให้ภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการและอยู่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของรัฐบาล ซึ่ง บริษัทที่เข้าดำเนินการดังกล่าวเป็นกลุ่มทุนบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด ( มหาชน ) หรือ BAFSGroup ใช้เงินลงทุนกว่า หนึ่งหมื่นล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยจะสามารถส่งน้ำมันที่สามารถขนส่งน้ำมันอากาศยาน , น้ำมันดีเซล , น้ำมันเบนซิน , น้ำมันเบนซินพื้นฐานออกเทน 91 และ 95 ในท่อเดียวกัน แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ส่วนต่อขยายจากท่อขนส่งน้ำเดิมของ FPT จากหลังน้ำมันบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งมายังคลังน้ำมันพิจิตร ระยะทาง 367 กม. และ ระยะที่ 2 จากสถานีเพิ่มแรงดันและแยกระบบท่อกำแพงเพชรไปยังคลังน้ำมันนครลำปาง อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ( กำแพงเพชร-ลำปาง) ระยะทาง 209 กม. รวมระยะทางทั้งสิ้น 576 กม. ซึ่งการส่งน้ำมันด้วยระบบท่อทั้ง 2 สถานี นี้ มีความสามารถส่งน้ำมันได้ 9,000 ล้านลิตรต่อปี  โดยโครงการระยะที่ 2 จะมีกำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2562            ในส่วนของ  นายศิริ  จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า โครงการส่งน้ำมันสายเหนือด้วยระบบท่อขนส่งน้ำมันนี้ที่คลังน้ำมันพิจิตร การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ผลดีที่จะได้รับ คือ เป็นสถานที่เก็บน้ำมันสำรองของประเทศ ประชาชนจะมีน้ำมันใช้ไม่ขาดแคลนในยามฉุกเฉินและภัยพิบัติ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการลดอุบัติเหตุจากการขนส่งน้ำมันด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ , ลดความเลื่อมล้ำของราคาน้ำมัน ซึ่งหลังจากกลางเดือนพฤษภาคม 2562 เมือเริ่มเข้าสู่การส่งน้ำมันด้วยระบบท่อขนส่งก็จะทำให้ชาวจังหวัดพิจิตร รวมทั้งอีกหลายจังหวัดภาคเหนือรวมถึงชาวจังหวัดลำปางมีโอกาสใช้น้ำมันราคาถูกที่ถูกตัดลดค่าขนส่งออกไป ราคาน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าวก็จะใกล้เคียงกับราคาน้ำมันในกรุงเทพ ก็คือน้ำมันจากหัวจ่ายหน้าปั๊ม จะถูกลง 20-40 สตางค์ , นอกจากนี้การส่งน้ำมันด้วยระบบท่อขนส่งที่จะทำให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่บรรทุกน้ำมันส่งออกต่างจังหวัด ก็จะวิ่งน้อยลง และจะทำให้ลดมลภาวะจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ต่ำกว่า 3,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และลดการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากการขนส่งน้ำมันด้วยรถบรรทุกน้ำมันดังกล่าว อีกด้วย            ส่วนผลดีในด้านเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและการบินก็คือ เป็นการรองรับการเติบโตของการขนส่งน้ำมันอากาศยาน ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ อีกทั้งคลังน้ำมันของระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือนอกจากจะเป็นศูนย์กลางการจ่ายน้ำมันภาคเหนือแล้วนั้น ยังตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศที่สามารถรองรับการขนส่งน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยคลังน้ำมันพิจิตรเป็นจุดจ่ายน้ำมันผ่านเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ( East-West Economic Corridor ) เชื่อมโยงประเทศเมียนมา – ไทย –ลาว –เวียดนาม ( มะละแหม่ง-เมียวดี/แม่สอด-พิษณุโลก-ขอนแก่น-กาฬสินธุ์-มุกดาหาร/สะหวันนะเขต-ดองฮา-ดานัง )และคลังน้ำมันนครลำปางตั้งอยู่ในแนวเส้นทางเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ( North –South  Economic Corridor ) เชื่อมโยงประเทศ จีน – เมียนมา –ลาว – ไทย  ( คุนหมิง – เชียงรุ้ง – ต้าหลั่ว – เชียงตุง – ท่าขี้เหล็ก / แม่สาย ) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายการส่งน้ำมัน ดังกล่าวอีกด้วยสิทธิพจน์    พิจิตร 081-8872449 ++++++++++++++++++++++Published caption::The oil depot of BAFS subsidiary Fuel Pipeline Transportation in Phichit province. SITTHIPOJ KEBUI

IMAGE

It's in the bags

Published on 22/02/2018

» ชาวบ้านขณะร่วมกันทำฝ่ายในแบบของชาวบ้าน โดยการนำปูนมาผสมกับดินก่อนใส่ถุงปูนวางเรียงกัน ซึ่งการทำแบบนี้จะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มาก อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานได้ถึง 10 ปี ​​รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร) ลงพื้นที่ปฏิบัติการ “ตัดตุงฟุ้งฟ้า วนเกษตรพา สู่ความยั่งยืน” เปิดงานโครงการรวมพลังขับเคลื่อนระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ประจำปีงบประมาณ 2561 พร้อมทั้งมอบนโยบายการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน การขยายผลศาสตร์พระราชาสู่ความยั่งยืน โดยมีพระครูสุจิณนันทกิจ จรณธมฺโม, ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (นายไพศาล วิมลรัตน์) ให้การต้อนรับและเลขาธิการ ส.ป.ก. (นายสุรจิตต์ อินทรชิต) เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมทั้งคณะจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภาคเหนือ ตัวแทนหน่วยงานภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ตัวแทนชุมชนขับเคลื่อนระบบวนเกษตร 4 ภาค ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ วัดโป่งคำ ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน ​​นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.กษ. เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อนกำลังเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกังวลอย่างมาก สาเหตุสำคัญมาจากพื้นที่ป่าไม้ลดลงส่งผลให้ความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงด้วย ประเทศไทยในฐานะผู้เห็นชอบในข้อตกลงปารีส เมื่อปี ๒๕๕๘ ได้แสดงเจตนารมณ์ไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างความสมดุลระหว่างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาเป็นแนวทาง รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติตลอดจนสร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ฟื้นฟูดินและเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ รวมทั้งแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา โดยส่งเสริมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่และระบบวนเกษตรมาใช้ ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน ​​ รมช.กษ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หากพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินกว่า ๔๐ ล้านไร่ทั่วประเทศเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตเป็นเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรกรก็จะมีสุขภาพดี ผลผลิตที่ได้ก็เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค และเป็นที่ต้องการของทั่วโลก เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน ทั้งตัวเกษตรกรเอง ประเทศชาติ และโลกด้วย นโยบายดังกล่าวมีความสอดคล้องกันตั้งแต่แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ เน้นการสร้างความสามารถในการแข่งขัน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ เน้นการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืนเพิ่มขึ้นเป็น ๕ ล้านไร่ภายในปี ๒๕๖๔ นายสุรจิตต์ อินทรชิต เลขาธิการ ส.ป.ก. ได้กล่าวเพิ่มเติมถึง การจัดงาน “รวมพลังขับเคลื่อนระบบ วนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน” ประจำปีงบประมาณ 2561 ครั้งนี้ ว่านับเป็นการเริ่มต้นขับเคลื่อนงานการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในรูปแบบของวนเกษตร อีกทั้ง เป็นต้นแบบในการส่งเสริมระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินให้กับเจ้าหน้าที่และเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย ได้ศึกษาทำความเข้าใจสามารถนำไปขับเคลื่อนงานและประยุกต์ใช้ในพื้นที่ โดยศึกษาได้จากแบบจำลองโมเดล โคก หนอง นา และจากฐานนิทรรศการองค์ความรู้ด้านวนเกษตรตามภูมินิเวศน์ 4 ภาค และกิจกรรมการบริหารจัดการภาคเกษตรตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนเวทีเสวนา หัวข้อ “แนวทางการขับเคลื่อนวนเกษตรในลักษณะประชารัฐ” ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะได้ความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของระบบวนเกษตร โดยสามารถนำไปประยุกต์ปรับใช้ให้เข้ากับบริบทพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือพื้นที่ของตนเองเพื่อสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศ และขับเคลื่อนระบบวนเกษตร เพื่อลูกหลาน สู่มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนต่อไปPublished caption : Residents build a weir using cement mixed with soil in Santisuk district of Nan. The new formula will create a stronger weir which can withstand the water flow in the creek which is often flooded during the rainy season.