Showing 1 - 10 of 418
Published on 29/12/2025
» ท่ามกลางราคาค่าไฟฟ้าที่ผันผวนและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น โซลาร์รูฟท็อปได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับครัวเรือนไทย โดยภายในปีพ.ศ. 2569 ตลาดคาดว่าจะมีความพร้อมมากขึ้น มีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น รวมถึงมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากยิ่งขึ้น
Online Reporters, Published on 09/09/2025
» Convicted former prime minister Thaksin Shinawatra has explained why he decided to remain in Thailand and accept the Supreme Court's judgement on his prolonged stay in the Police General Hospital instead of serving a single day behind bars.
Published on 06/05/2025
» ผู้พิการหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตทักษะคอมพิวเตอร์ที่ได้ร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน โดยมีสองรัฐมนตรียืนให้กำลังใจดูภาพวาดตนเองในจอคอมพ์ ในงานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวง รง. และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน ที่กระทรวงแรงงานวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการสู่ความยั่งยืน และกล่าวแสดงความยินดีในพิธีบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 กระทรวงแรงงานนายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่าง กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มุ่งมั่นประสานพลังกับทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนความท้าทายเป็นความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมตามนโยบายรัฐบาล ผ่านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและจัดสวัสดิการของรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ที่มุ่งเพิ่มโอกาสและเสริมสร้างคุณค่าคนพิการ และ พันธกิจสำคัญ (Flagship Projects) ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้คนพิการก้าวข้ามความพิการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พึ่งตนเองได้ และร่วมรับผิดชอบสังคม ซึ่งมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกลไกลสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณกว่า 21 ล้านบาท ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 4,328 คน อย่างเป็นระบบและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระ ทำให้คนพิการและครอบครัว มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเสมอภาคในสังคมแห่งโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้สนับสนุนการผลักดันความร่วมมือตามโครงการดังกล่าว ผ่านการสำรวจความต้องการฝึกอบรมฝีมือแรงงานและความต้องการทำงานของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนการประสานและร่วมพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เหมาะสมกับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันลงนามใน MOU ฉบับนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพลังของคนพิการในการเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการจ้างงานคนพิการ เพราะความสามารถ (Ability) ไม่ใช่จ้างงานเพราะความพิการ (Disability) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ---------------------------------------Published caption::A helping hand ... A disabled woman demonstrates her computer skills as Varawut Silpa-archa, left, Minister of Social Development and Human Security and Phiphat Ratchakitprakarn, centre, Minister of Labour, watch a demonstration at the ministry following the signing of an MoU on improving job skills for people with disabilities. VARUTH HIRUNYATHEB
Published on 04/05/2025
» บรรยากาศญาติผู้ป่วยเดินทางมาขอยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน จาก "ศูนย์ให้ยืมอุปกรณ์การแพทย์" วัดบางจาก อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ผ่าน“โครงการบรรเทาทุกข์ ปันใจ ปันสุข”ศูนย์ที่ให้บริการยืมอุปกรณ์การแพทย์ฟรีที่มีอุปกรณ์หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม เครื่องช่วยหายใจ เครื่องผลิตออกซิเจน รถเข็นวีลแชร์ และอื่นๆอีกมากมาย "ศูนย์ให้ยืมอุปกรณ์การแพทย์"เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนวัยเกษียณ ภายใต้ชื่อกลุ่มว่า “ทีมป้าแดงอาสามาช่วย” ที่มีทั้งอดีตพยาบาล เจ้าของกิจการ แพทย์ พยาบาล และจิตอาสา จุดประสงค์ของการตั้งศูนย์แห่งนี้เพื่อบรรเทาทุกข์ของหลายครอบครัวที่มีผู้เจ็บป่วยติดบ้าน ติดเตียงและต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการดูแล โดยเพราะอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่มีราคาสูง ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถจัดหามาใช้ได้ โครงการนี้เกิดขึ้นมาจากแนวความคิดของ “ป้าแดง” อมราพร องอาจอิทธิชัย ชาวจังหวัดเชียงราย วัย 63 ปี อดีตพยาบาลโรงพยาบาลชลประทาน ปากเกร็ด และได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดบางจาก ในการจัดสร้างอาคารสถานที่เอาไว้บริการแก่ผู้มาขอยืม และนอกจากการให้ยืมในพื้นที่ ป้าแดงและทีมงานยังจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆไปยังโรงพยาบาลที่ขาดแคลน และผู้ป่วยที่ขาดแคลนทั่วประเทศด้วยPhoto By CHANAT KATANYU---------------------------------------Published caption::Help at hand...A staff member at Wat Bang Chak in Nonthaburi’s Pak Kret district logs medical equipment which is available for hire by patients who require treatment at home. CHANAT KATANYU
Published on 02/05/2025
» “Pet Expo Thailand 2025” งานแสดงสินค้าสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในไทย จัดยิ่งใหญ่ฉลองครบรอบ 25 ปี ภายใต้แนวคิด “มิตรภาพเพื่อนรัก ไร้พรมแดน – Friendship Beyond Frontier” ระหว่างวันที่ 1-4 พ.ค.นี้ ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ รวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 300 บริษัท กว่า 850 บูธ นำเสนอสินค้า บริการ และนวัตกรรมล้ำสมัยสำหรับสัตว์เลี้ยงทุกประเภท ไฮไลต์สัตว์แปลกหายากจากทั่วโลก กิจกรรมฮาเฮสำหรับทุกคนในครอบครัว เช่นตาจ้องตาน้องเหมียว & น้องหมา, ณ ศูนย์ฯ สิริกิติ์Published caption : Visitors interact with dogs at the ‘Pet Expo Thailand 2025’, celebrating its 25th anniversary under the theme ‘Friendship Beyond Frontier’. The four-day event ends today at Queen Sirikit National Convention Center. It has 850 booths with products, services and innovations.
Published on 30/04/2025
» ประชาชนกราบสักการะ พระศิวะ พระพิฆเนศ ที่วิหารเสด็จพ่อพระศิวะ คู้บอน 27 แยก 10 เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เนื่องในวันอักษยตรีติยา (Akshaya Tritiya) วันแห่งโชคลาภไหลมาเทมา ของชาวอินเดีย พุธที่ 30 เมษายน 2568 อักษยตรีติยา หรือ "อัคฮา ทีจ" เป็นหนึ่งในวันที่มงคลที่สุดตามคติของ ชาวฮินดูและเชน ตรงกับ วันขึ้น 3 ค่ำ เดือนไวศาขะ เชื่อกันว่าเป็น วันแห่ง ความโชคดี โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรืองแบบไม่มีที่สิ้นสุด คำว่า “อักษยะ” แปลว่า “ไม่มีวันหมดสิ้น” คนจึงนิยมเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ในวันนี้ เช่น เริ่มธุรกิจใหม่ ลงทุน ซื้อบ้าน หรือทองคำ เพราะเชื่อว่าจะนำความรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตและครอบครัวเทพที่นิยมบูชาในวันนี้ ได้แก่ พระวิษณุ พระพิฆเนศ และพระแม่ลักษมีPublished caption :Hindu devotionsWorshippers pray to Hindu deities Lord Shiva and Lord Ganesha at the Phra Shiva Shrine in Bang Khen district on Akshaya Tritiya Day. Also known as Akha Teej, the festival is believed to bring eternal luck and wealth.
Published on 12/04/2025
» ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะแรงงานจากต่างจังหวัดที่มาทำงานในกรุงเทพมหานคร ต่างทยอยเดินทางกลับบ้านเพื่อร่วมฉลองเทศกาลกับครอบครัวอย่างอบอุ่น หนึ่งในภาพที่เห็นได้เป็นประจำในช่วงเทศกาลเช่นนี้ คือกลุ่มแรงงานที่อาศัยรถกระบะของญาติหรือเพื่อนบ้านเป็นพาหนะในการเดินทางกลับบ้าน โดยมากมักนั่งท้ายรถกระบะ ซึ่งแม้จะไม่สะดวกสบายเท่ารถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ แต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดี บนถนนพหลโยธิน ช่วงนวนคร จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวพบเห็นขบวนรถกระบะจำนวนไม่น้อย ที่บรรทุกผู้โดยสารพร้อมสัมภาระจำนวนมาก มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของแรงงานส่วนใหญ่ โดยการนั่งท้ายกระบะกลับบ้านเป็นวิธีที่รวดเร็วและคุ้มค่าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบ้าง แต่ก็ถือเป็นทางเลือกที่จำเป็น เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้นอกจากจะเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของคนไทยกับครอบครัว และการพยายามประหยัดเพื่อใช้ชีวิตให้อยู่รอดท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงสูงต่อเนื่อง บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างคึกคักโดยเฉพาะแรงงานจากต่างจังหวัดที่มาทำงานในกรุงเทพมหานคร ต่างทยอยเดินทางกลับบ้านเพื่อร่วมฉลองเทศกาลกับครอบครัวอย่างอบอุ่นหนึ่งในภาพที่เห็นได้เป็นประจำในช่วงเทศกาลเช่นนี้ คือกลุ่มแรงงานที่อาศัยรถกระบะของญาติหรือเพื่อนบ้านเป็นพาหนะในการเดินทางกลับบ้าน โดยมากมักนั่งท้ายรถกระบะ ซึ่งแม้จะไม่สะดวกสบายเท่ารถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ แต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดีบนถนนพหลโยธิน ช่วงนวนคร จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวพบเห็นขบวนรถกระบะจำนวนไม่น้อย ที่บรรทุกผู้โดยสารพร้อมสัมภาระจำนวนมาก มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของแรงงานส่วนใหญ่ โดยการนั่งท้ายกระบะกลับบ้านเป็นวิธีที่รวดเร็วและคุ้มค่าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบ้าง แต่ก็ถือเป็นทางเลือกที่จำเป็นเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้นอกจากจะเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของคนไทยกับครอบครัว และการพยายามประหยัดเพื่อใช้ชีวิตให้อยู่รอดท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงสูงต่อเนื่องPublished caption : A bus carries passengers making Songkran holiday trips from Bangkok to Mae Sai district in Chiang Rai province, 800km north of the capital.
Published on 11/04/2025
» LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2 นำทีมโดยครอบครัว “ตูน Bodyslam และ ก้อย-รัชวิน” พร้อม “น้องทะเล น้องเวลา” ร่วมผจญภัยในดินแดนของสัตว์แปลกหาชมยากกว่า 300 ชนิด ในป่าจำลองพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม.ใจกลางห้างฯ ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ---------------------------------------Published caption::Rare sight...A visitor poses with capybaras at Lifestore Jungle Walk 2025, an event which showcases a variety of exotic animals, at The Mall Lifestore Bangkapi in Bangkok. Varuth Hirunyatheb
Published on 09/04/2025
» (ในภาพ) นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินตรวจดูบริเวณโซนเยี่ยมญาติระหว่างมีผู้ต้องขังกับญาติสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปวันพุธที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดเรือนจำนำร่องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ กระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักการปฏิบัติของสากลเพื่อยกระดับของการปฏิบัติต่อบุคคลที่ตามกฎหมายแล้วถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับหลักสากล อันจะส่งผลต่อการฟื้นฟูหลักนิติธรรมของประเทศ สำหรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเรือนจำต้นแบบในการแยกการปฏิบัติของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งนอกจากจะมีการแยกพื้นที่กันอย่างเด็ดขาดแล้ว ยังจะมีการนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมมาใช้ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ต้องขังในเรื่องของการให้ความรู้ทางกฎหมายเพื่อต่อสู้คดี การส่งเสริมความแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดสวัสดิการต่าง ๆ โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) ในเรือนจำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเดียวกัน โดยให้มี ๑ เรือนจำ ทำหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ส่วนเรือนจำอื่นในจังหวัดให้ทำหน้าที่ควบคุมนักโทษขังเด็ดขาด ประกอบด้วย ๘ กลุ่มจังหวัด ดังนี้กลุ่มจังหวัดลำปาง กลุ่มจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มจังหวัดสงขลา กลุ่มจังหวัดปทุมธานี และกลุ่มจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้กำหนดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ควบคุมผู้ต้องขังคดีทั่วไป และคดียาเสพติดให้โทษ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นสอบสวน - ไต่สวน พิจารณา และควบคุมผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีกำหนดโทษเหลือไม่เกิน ๕ ปี ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ในอัตราส่วน 1.6 ตารางเมตรต่อผู้ต้องขัง 1 คน เพื่อทำงานสุขาภิบาลต่างๆ หรือภารกิจอื่นในเรือนจำ ในส่วนของการปฏิบัตินั้นได้มีการจัดทำแนวทางการปฏิบัติขึ้นใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ประกอบด้วย การปรับปรุงชุดของผู้ต้องขังสำหรับการไปศาล การให้ความรู้ทางกฎหมาย รวมถึงการพบปะกับบุคคลภายนอก โดยเฉพาะทนายความ การเยี่ยมญาติใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นต้น โดยในครั้งนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพร็ชนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาใน Exclusive Talk เรื่อง จัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) อีกทั้งยังมี Mini Talk เรื่อง อิสรภาพที่หายไป ก่อนการตัดสินสิทธิและโอกาสในการพิสูจน์ตนเองของชีวิตหลังกำแพง พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คุณอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช (เบนซ์ เรซซิ่ง) คุณพัฒนพล มินทะขิน (ดีเจแมน) คุณนพนันท์ ทองเคลือ (เอิร์น วัดใหญ่) เพื่อร่วมกันแบ่งปันความรู้ในประเด็นดังกล่าวทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังคงตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยขยายการดำเนินการในครั้งนี้ไปยังเรือนจำอื่นๆ และถือปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังต่อไปPublished caption :Prisoner welfareSahakarn Petcharin, Director-General of the Department of Corrections, inspects the visiting area at Bangkok Remand Prison where a pilot project to enhance the rights of prisoners who are under trial is underway.
Published on 30/03/2025
» ครอบครัวของคนงานตึกถล่ม เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ที่อาคารโครงการก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มลง