FILTER RESULTS
FILTER RESULTS
close.svg
Search Result for “ข้อหา”

Showing 1 - 10 of 239

IMAGE

Gambling suspect gets nabbed for second time

Published on 06/03/2025

» วันที่ 6 มี.ค. 2568 เวลา 09.50 น. ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ตำรวจไซเบอร์คุมตัว น.ส.ธันยนันท์ หรือมินนี่ พร้อมพวกรวม 10 คน ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา ไปฝากขังที่ศาลอาญา กรณีเปิดเว็บพนัน 7 เว็บไซต์ โดยพบว่ามีผู้ต้องหาถึง 7 คน ที่เป็นระดับผู้บริหารได้กระทำผิดซ้ำซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดถูกจับในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบาย ล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่น ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้ มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งฐานความผิดของผู้ต้องหาแต่ละรายจะแตกต่างกันไปตามพฤติการณ์และพยานหลักฐานในคดีPhoto By Pattarapong ChatpattarasillPublished caption : Ms Thanyanan, formerly known as Suchanun Sucharitchinsri or Minnie, is arrested for a second time for operating seven online gambling websites.

IMAGE

The Icon Group scam

Published on 17/10/2024

» ตำรวจสอบสวนกลาง ควบคุมตัว บอสแซม ยุรนันท์, บอสกันต์ กันตถาวร, บอสมิน พีชญา, หมอเอก และบอสคนอื่นรวม 17 คน ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป ไปขอฝากขังศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนบอสพอล ยังต้องสอบสวนต่อ โดยจะส่งฝากขังพรุ่งนี้ (18ต.ค.67)---------------------------------------Published caption::Arresting behaviour...This photo from Friday shows police officers from the Central Investigation Bureau arresting 18 executives of iCon Group on charges of money laundering, fraudulent borrowing, public fraud and computer  crime. Pattarapong Chatpattarasill

IMAGE

THE ICON GROUP

Published on 16/10/2024

» ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจาก The Icon Group มารอยื่นเอกสารที่ศูนย์ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ณ ดิไอคอนกรุ๊ป รามอินทราขณะที่ เจ้าหน้าที่ สบส. และ อย. ลงพื้นที่ตรวจสอบคลีนิกของ บ.ดิไอคอนกรุ๊ป ที่ ดิไอคอนเวลเนส คลินิกเวชกรรม โครงการ Nirvana@WORK รามอินทรา โซน J ถ.รามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพ และ สถานบริการนวดสภา ภายในโรงแรม Diamond Grand หลังเชื่อมโยง “บอสหมอเอก” กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการปราบปรามหมอเถื่อน "บอสหมอเอก" โดยระบุว่ามีแผนปฏิบัติการ 2 ส่วนคือ 1. แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ "บอสหมอเอก" ในข้อหาประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต และขยายผลการดำเนินคดีในข้อหาประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ดีไอคอนเวลเนสคลินิกเวชกรรม ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารดิไอคอนกรุ๊ป ทั้งนี้เนื่องมาจาก "บอสพอล" มีความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนกับ "บอสหมอเอก" เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของพระระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อไปPublished caption :People find space where they can to fill out forms to detail their complaints about alleged fraud linked to The iCon Group at the company’s office, which has been turned into a complaint centre in the Ram Intra area of Bangkok yesterday.

IMAGE

จับกุม น.ส.กรกนก สุวรรณบุตร หรือ แม่ตั๊ก และนายกานต์พล เรืองอร่าม หรือ ป๋าเบียร์

Published on 30/09/2024

» ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) จับกุม น.ส.กรกนก สุวรรณบุตร หรือ แม่ตั๊ก และนายกานต์พล เรืองอร่าม หรือ ป๋าเบียร์ ที่ บ้านเลขที่ 72 ถนนรามอินทราซอย 65  แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. และนำตัวกลับมาสอบสวนต่อที่บก.ปคบ. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค, ร่วมกันเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้นPhoto By WASSAYOS NGAMKHAM---------------------------------------Published caption::Purity in question... Online retailers Kornkanok Suwannabut and her husband, Kanpol Ruengaram, are taken by police  from their  home in Bangkok’s  Bang Khen district for questioning in connection  with their alleged selling of substandard gold jewellery. WASSAYOS NGAMKHAM

THAILAND

Fresh complaint filed against veteran Thai general Prawit

Chairith Yonpiam, Published on 16/09/2024

» A fresh anti-money laundering complaint has been filed against Gen Prawit Wongsuwon, a former deputy premier and leader of the Palang Pracharath Party, concerning one of four audio recordings recently released to the media.

OPINION

'Bulldozer justice' reigns in an unchanging India

Oped, Published on 11/09/2024

» Politically motivated bulldozing has returned with a vengeance in India. Earlier this month in the state of Madhya Pradesh, a local Muslim leader and member of the opposition Congress party watched his home, supposedly "illegally built", reduced to rubble. A district official then gloated on social media that justice had been served for recent attacks on the police. Meanwhile, in the neighbouring state of Uttar Pradesh, bulldozers flattened an "illegal" shopping complex owned by a Muslim functionary of an opposition party who had recently been arrested on charges of gang-raping a minor girl.

IMAGE

Court upholds two-year term for Queen imitator

Published on 19/08/2024

» pix on 29 Oct. 2020Jatuporn Sae-ungน.ส.จตุพร แซ่อึง หรือ นิว ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ กรณีการชุมนุมแต่งกายชุดไทยร่วมกิจกรรมแคตวอล์กราษฎรเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 บริเวณหน้าวัดพระศรีอุมาเทวี (วัดแขกสีลม) เรียกร้องเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันPhoto By Varuth Hirunyatheb---------------------------------------The Appeal Court has upheld a two-year prison  term for a woman activist who was found guilty of  dressing up and acting like Her Majesty the Queen during a demonstration in 2020.Published caption::Jatuporn: Dressed like Her Majesty  

IMAGE

ตำรวจภาค 1 สกัดเครือข่ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด

Published on 04/03/2024

» 4 มี.ค.2567-ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 10 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 300 ล้านบาทในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 และเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้สืบสวนขยายผล จากการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ อ.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา จนนำไปสู่การจับกุมนักค้ายายาเสพติดและทีมลำเลียงยาเสพติดได้จำนวนมากหลายคดี และทำให้ทราบว่า นายจรัสหรือคิว อายุ 47 ปี และ นายธีรนันท์หรือเค อายุ 45 ปี ทำหน้าที่ในการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อลงมาส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย จึงได้บูรณาการกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของนายจรัสหรือคิว และ นายธีรนันท์หรือเคต่อมาสืบสวนทราบว่า นายจรัสหรือคิว และนายธีรนันท์ ผู้ต้องหาใช้รถบรรทุก HINO สีขาว เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด และใช้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ เป็นยานพาหนะในการสำรวจเส้นทางด่านตรวจยาเสพติดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงสะกดรอยติดตามจนถึงบริเวณลานจอดรถภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง  ม.3 ต.หันสัง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าแสดงตนเข้าตรวจสอบ และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง  ยาบ้า บรรจุในถุงกระสอบจำนวน 50 กระสอบ รวม  10,000,000 เม็ด, รถบรรทุก HINO สีขาว จำนวน 1 คัน ใช้ลำเลียงยาเสพติด c]tรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ จำนวน 1 คัน ใช้สำรวจเส้นทางจากการสอบสวน นายจรัสหรือคิว และนายธีรนันท์ รับว่าได้ร่วมกันขับรถบรรทุกยาเสพติดเดินทางจาก จ.พะเยา มาส่งมอบให้กับผู้รับในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายจรัสหรือคิว จะได้รับค่าจ้างเป็นเงิน จำนวน 200,000 บาท และนายธีรนันท์ จะได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท และได้ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้งสองแล้วพบว่า นายจรัส เคยถูกจับกุมดำเนินคดีในฐานความผิดเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 สภ.เวียงสา ภ.จว.น่านสำหรับ ยาบ้าจำนวนดังกล่าวหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 300,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILL---------------------------------------Published caption::Sacks of methamphetamine pills recently seized by police from two truck couriers in Ayutthaya province are displayed. PATTARAPONG CHATPATTARASILL

IMAGE

“แฉเพื่อชาติ” ครั้งสำคัญในชีวิต

Published on 15/08/2023

» ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ “แฉเพื่อชาติ” ครั้งสำคัญในชีวิต ที่เดอะล็อบบี้ โรงแรมเดวิส สุขุมวิท 24 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ส.ค.ที่เดอะล็อบบี้ โรงแรมเดวิส สุขุมวิท 24 กรุงเทพฯ นายชูวิทย์ เริ่มต้นด้วยการพานายวรัญชัย โชคชนะ นักกิจกรรมทางการเมือง และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เดินเข้ามาภายในห้องแถลงข่าวพร้อมใช้ปี๊บคลุมหัวระบุข้อความ “นายก ดิจิตอล” ก่อนเริ่มต้นกล่าวว่า วันนี้จะขอพูดถึงที่ดินแปลงทองหล่อ ว่าแสนสิริได้มานั้น มีที่มาอย่างไรบ้าง และการที่ตนพูดวันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองไม่มีเตะหมูเข้าปากหมา ตนเป็นประชาชนที่จะต้องวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะการวิพากษ์วิจารณ์มีการรับรองในรัฐธรรมนูญ อีกทั้งตนยังมีเอกสารคำฟ้องศาลสำหรับฟ้องร้องต่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายเศรษฐา ในข้อหาหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ คิดค่าเสียหายแค่ 90,000 บาท ไม่ใช่ 500 ล้านบาท คำนวณแล้วตกวันละหมื่นบาท และตนเป็นเพียงบุคคลสาธารณะ แต่ว่าที่นายกรัฐมนตรี ประชาชนย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงตนก็ยังไม่เคยวิพากษ์เรื่องส่วนตัวของนายเศรษฐา และไม่เคยแตะต้องพรรคเพื่อไทยด้วยนายชูวิทย์ กล่าวถึงกระบวนการ ปั่น บวมเงิน ตัดตอน ว่า เริ่มต้นที่จำนวนที่ดิน 9 โฉนด ภายหลังเป็นคอนโดหรู Khun by YOO ส่วนอีก 1 โฉนด เหลือเป็นที่ดินเปล่าภายในซอยทองหล่อ 12 อย่างไรก็ตาม ที่ดินแปลงทองหล่อนี้ เดิมเป็นของ นพ.นเรนทร์ (สงวนนามสกุล) แพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.51 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ซื้อ บริษัทลูกทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท จากนั้นวันที่ 5 เม.ย.55 ดำเนินการจดจำนอง LH BANK จำนวน 465 ล้านบาท (หนี้) ถัดมาวันที่ 11 ก.พ.58 บริษัทลูก  ขายหุ้นบริษัท 100 ล้านบาท โดยมีขั้นตอนการตัดตอนให้เป็นบริษัทนอมินี ที่มี น.ส.พินิช  ถือหุ้น 99.99% นายสมศักดิ์  ถือหุ้น 0.0001% และนายพีระพงษ์ ถือหุ้น 0.0001%  จากนั้นได้ไป ได้ไปขอกู้เงินกับ บริษัท อาณาวรรธน์ จำกัด จำนวน 1,000 ล้านบาท (บริษัทลูกของแสนสิริและนายเศรษฐามีชื่อเป็นกรรมการบริษัทลำดับที่สอง) เพื่อนำเงินไปปลอดจำนอง 465 ล้านบาทดังกล่าว ทำให้ น.ส.พินิช ได้กำไรจากเงินกู้ หลังปลอดจำนองที่ดิน และซื้อหุ้นจากเจ้าของเดิมในจำนวน 435 ล้านบาทดังนั้น เงินทอนส่วนนี้หายไปไหนเข้ากระเป๋าของใคร นอกจากนี้ ในวันที่ 24 พ.ค.60 บริษัทลูก ได้มีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นจาก น.ส.พินิช และนายสมศักดิ์ เป็นนายยงยุทธ  ซึ่งก็มีอาชีพเป็น รปภ.  ของบริษัทแห่งหนึ่ง ข้อมูลการเสียภาษีล่าสุดมีการยื่นเมื่อปี 2560 หลังจากนั้นไม่พบข้อมูลการยื่นภาษีอีก และภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดสกลนคร ก่อนที่บริษัทลูก จะถูกทิ้งร้างในปี 2558 เพราะไม่มีการส่งงบของบริษัท โดยในพฤติการณ์เช่นนี้ ตนถอดดีเอ็นเอนายเศรษฐาได้คนเดียว เพราะไม่ได้ทำที่นี่เป็นที่แรกนายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า เหตุใด บ.แสนสิริ จึงให้ น.ส.พินิช กู้เงินซื้อที่ดินทองหล่อถึง 1,000 ล้านบาท ทั้งๆที่มีอาชีพแม่บ้านเท่านั้น ข้อมูลการเสียภาษีก็ไม่พบทั้งข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนั้น 435 ล้านบาทหายไปไหนส่วนนายสมศักดิ์  ก็มีอาชีพ รปภ. ภูมิลำเนาบ้านอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ส่วนการยื่นเสียภาษีล่าสุดพบเมื่อปี 2560 หลังจากนั้นไม่พบกันยื่นข้อมูลการเสียภาษีอีก ดังนั้น นายเศรษฐาจะพูดอีกหรือไม่ว่าตัวเองเซ็นอย่างเดียว ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ทั้งๆที่จริงคนเหล่านี้ล้วนเป็นนอมินีให้ ตนจึงตั้งคำถามว่าทำไมไม่ซื้อตรงเลย แต่กลับให้ ไปจัดตั้งนอมินีแล้วให้คนเหล่านี้ไปกู้เงิน ทำการซื้อที่ดินแปลงทองหล่อ นี่คือสิ่งโสมมที่ให้บริษัทลูก หรือ การเอาเงินของผู้ถือหุ้นแสนสิริมาใช้ หนี้มันแค่ 565 ล้านบาท แต่ให้กู้ 1,000 ล้านบาทเงินทอน 435 ล้านหาย ดังนั้น ถ้านายทักษิณมีพฤติกรรมซุกหุ้น นายเศรษฐาก็คือโกงหุ้นนั่นเองนายชูวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กฎของนายเศรษฐาคือให้ทุกคนกู้ได้หมด ทั้งแม่บ้าน ทั้ง รปภ. เพราะมีตัวอย่างแล้ว หากใครเดินไปทองหล่อไม่ต้องมีเครดิตอะไร เเล้วถ้าต้องการไปซื้อที่ดินแปลงใด ก็ให้ไปหาแสนสิริเพื่อขอกู้ จากนั้นเอาเงินไปจ่าย เงินที่เหลือเอาเก็บใส่กระเป๋าไป อย่างไรก็ตาม หากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้รับชุดข้อมูลจากตนในวันนี้แล้วขอให้พิจารณาเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีได้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีที่ดินแปลงใดที่แสนสิริซื้อตรง มีแต่ตั้งมอมินีไปดักซื้อกลางทาง อีกทั้งตนขอให้โอกาสนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้โทรบอกนายที่อยู่แดนไกลว่า นายเศรษฐา วันที่ 18 ส.ค.นี้คงไม่ไหวแล้ว ถ้ายังไหว ชูวิทย์คงพูดต่ออีก เพราะนายเศรษฐาโดนแฉว่าให้ รปภ. กับแม่บ้านกู้เงิน 1,000 ล้านบาท และอุ๊งอิ๊งก็คงไม่ไหว นายชัยเกษมก็ไม่ไหว และที่ตนพูดในกรณีนี้ ก็พูดโดยมีหลักฐานทั้งหมด พร้อมอยู่สู้ทุกชั้นศาล ไม่ว่าจะศาลฎีกาก็ตาม ตนจะฉีดยาฆ่ามะเร็งเพื่อขอสู้ต่อไปนอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านายชูวิทย์ยังได้มีการโชว์แก้วที่ภายในบรรจุน้ำสีเหลือง พร้อมระบุว่า พวกคุณกินมิ้นต์ช็อก ประชาช็อก ส่วนตนก็กินมิ้นต์ฉี่แทน นายชูวิทย์ ยังกล่าวต่อว่า ตนได้ตามไปที่สหรัฐอเมริกาพบว่ามีบุคคลสำคัญที่อยู่ข้างกายนายเศรษฐา โดยชื่อที่ชาวต่างชาติเรียก คือ Mr.T หรือขงเบ้ง หรือ นายทศพงศ์ คนนี้ซื้อโรงแรมห้าดาวได้ เป็นบุคคลข้างกายและเป็นนายทุนให้นายเศรษฐา พร้อมมองว่ารัฐบาลนายเศรษฐาจะเป็นรัฐบาลนอมินี รัฐบาลดิจิตอล ซ่อนเร้น อำพราง ปิดบัง เพราะการที่ไม่กล้าใช้บริษัทตัวเองซื้อตรง ใช้นอมินีไปซื้อ จะปฏิเสธอีกหรือไม่ว่าไม่รู้ทั้งเรื่องแปลงที่ดินทองหล่อ สุขุมวิท สารสินการกระทำของนายเศรษฐาสร้างเคลือบแคลงน่าสงสัย ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งต่อการเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ขอเตือนให้ถอยตั้งแต่วันนี้ แม้มาด้วยรถไฟขบวนความเร็วสูง แต่ตนมองว่าพรรคเพื่อไทยยังมีคนที่มีความรู้ความสามารถอีกมาก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหลังจากตนแฉนายเศรษฐาและแสนสิริ ปรากฏมีผู้ใหญ่โทรศัพท์มาตลอดให้ตนงดพูดเรื่องนี้ แลกกับการที่เรื่องของตนจะไม่ถูกพูด ตนบอกเลยว่าพูดไปได้เลย ตนไม่ใช่คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่กลัว แต่นายกรัฐมนตรีจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้งนี้ นายชูวิทย์ ยังระบุทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ ตนจะไปยื่นเอกสารต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบธรรมภิบาลของ บ.แสนสิริ และจะนำข้อมูลไปยื่นให้สมาชิกวุฒิสภาช่วยตรวจสอบคุณสมบัตินายเศรษฐา โดยตนจะเดินทางไปที่รัฐสภา ยื่นหนังสือผ่านประธานรัฐสภา เพราะเชื่อว่าข้อมูลชุดนี้จะถูกขยายผลแน่นอนFormer massage parlour tycoon-turned-whistle-blower Chuvit Kamolvisit reveals his latest allegation against Pheu Thai’s PM candidate Srettha  Thavisin at the Davis Hotel, which he owns, in Bangkok yesterday. Somchai Poomlard

IMAGE

‘คมนาคม’ พาสื่อลงพื้นที่ด่านชั่งน้ำหนักอยุธยาตรวจสอบ ‘ส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุก’ ยืนยัน หากพบความเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่ พร้อมดำเนินคดีทั้งหมดไม่มีละเว้น มั่นใจ การตีแผ่ข้อมูลจากหลายฝ่าย จะช่วยแก้ไขส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุกได้ในอนาคต

Published on 07/06/2023

» ผู้ตรวจการกระทรวงคมนาคม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีชั่งน้ำหนักอยุธยา (ขาเข้า) ทางหลวงหมายเลข 347 อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเกิดกรณีส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุก เจ้าหน้าที่ได้พาสื่อมวลชนฟังรูปแบบการทำงาน และมาตราการในการตรวจสอบตามประเภทของรถบรรทุก รวมถึงพาสื่อมวลชน ชมห้องควบคุมประจำหน่วย ซึ่งจะแสดงรูปแบบการทำงานของการช่างน้ำหนักแบบอัตโนมัติ และยังมีกล้องที่ใช้ในการตรวจสอบในกรณีที่รถบรรทุกหลบหนี หรือจงใจเลี่ยงด่านช่างน้ำหนัก ทั้งนี้ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 2 ราย ในข้อหาขับรถบรรทุกทรายน้ำหนักเกินมาตรฐานจำนวนมาก จึงได้มีการควบคุมตัวและดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนที่สถานีตรวจสอบน้ำหนักอยุธยา (ขาเข้า) ทางหลวงหมายเลข 347 ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติสามารถคัดแยกรถบรรทุกเข้าตรวจสอบน้ำหนักและส่งค่าน้ำหนักไปยังส่วนกลาง หากน้ำหนักไม่เกินกฏหมายที่กำหนด ก็สามารถผ่านด่านได้ตามปกติ แต่หากน้ำหนักเกินจัต้องเข้าด่านชั่งน้ำหนักถาวรตรวจซ้ำอีกครั้ง หากพบว่าน้ำเกินจริงก็จะต้องถูกดำเนินคดีทำบันทึกจับกุมส่งตัวไปยังสถานีตำรวจแต่ละท้องที่ก่อนส่งให้ศาลพิจารณา โดยมีอัตราโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในวันนี้เป็นการตรวจสอบขั้นตอนการทำงานของสถานีชั่งน้ำหนักว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุกตามที่เป็นข่าวหรือไม่ จากเรื่องดังกล่าวที่ถูกเผยแพร่ออกไปนั้น ทางหน่วยงานจะมีการนำเทคโนโลยีและจะมีการสอบสวนบุคคลากรว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุกหรือไม่ รวมถึงการหาลักษณะหรือชนิดประเภทความหมายของสติ๊กเกอร์ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่นำมาใช้ในด่านชั่งน้ำหนัก 97 จุดทั่วประเทศ และจะมีการสร้างด่านชั่งเพิ่มตามความเหมาะสมPublished caption :Under scrutinyOfficials check a truck’s weight at a weighing station along a highway in Ayutthaya. Reporters were taken on a tour to witness weighing procedures amid an ongoing investigation into ‘sticker bribes’ involving police officers. Officers allegedly collected bribes from illegally overloaded lorries in exchange for looking the other way.