Showing 1 - 10 of 87
Published on 25/03/2025
» เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ 19 จังหวัด จัดการชุมนุมเดินจากหน้ากระทรวงเกษตร และ สหกรณ์ ไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเทปลาหมอคางดำ 2 ตัน เผาพริกเผาเกลือ ทวงถามข้อเรียกร้อง 4 ข้อให้นายรัฐมนตรีเร่งช่วยเหลือเกษตร ดังนี้ 1.ให้ตั้งกรรมการสอบสวนหาผู้กระทำผิด 2.กำจัดปลาหมอคางดำภายใน 1 ปี 3.ประกาศเขตภัยพิบัติ 4.ดำเนินคดีต่อผู้ก่อหายนะต่อระบบนิเวศ ---------------------------------------Published caption::Fishing for answers ... Farmers from 19 provinces dump truckloads of blackchin tilapia outside Government House to protest the slow progress made in eliminating the invasive fish, which are destructive to local ecosystems, on March 18. Nutthawat Wichieanbut
Published on 24/03/2025
» กลุ่มเกษตรกรชาวนาในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง นำโดย ผศ.ณัฐธชลัยย์ มยูรศักดิ์ (ที่ปรึกษานายกสมาคมศูนย์ชาวชุมชนประเทศไทย/นายกสมาคมรวมพลังสร้างสรรค์พัฒนาชาติไทย) และนายฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย เดินทางมาชุมนุมติดตามเรื่อง ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาอย่างเร่งด่วน ดังนี้ 1. ขอให้รัฐบาลดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ทำนาโดยกำหนดราคาประกันข้าว ที่ 11,000 บาท/ตัน ความชื้นร้อยละ 15 และกำหนดปริมาณรับประกันราคาไม่เกิน 50 ตัน/ราย 2. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาเกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่รับน้ำโดยจัดสรรเงินชดเชย จำนวน 300 บาท/ไร่/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือนในแต่ละปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเป็นพื้นที่รับน้ำ 3. ขอเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการห้ามเผาตอซังข้าวในพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากชาวนาที่อยู่ในพื้นที่ไม่มีทางเลือกอื่นใดในการกำจัดฟางข้าวนอกจากการเผาทำลาย หรือขอให้ตั้งงบประมาณเพื่อรับซื้อตอซังข้าวเพื่อช่วยลดภาระชาวนาPhoto By Apichart Jinakul---------------------------------------Published caption::Fight for fair prices...Rice farmers from 13 provinces in the lower North and Central Plains rally outside Government House to demand a paddy price guarantee of 11,000 baht per tonne and just compensation for farmers who agreed to turn their fields into temporary water catchments. Apichart Jinakul
Published on 18/03/2025
» เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ 19 จังหวัด จัดการชุมนุมเดินจากหน้ากระทรวงเกษตร และ สหกรณ์ ไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเทปลาหมอคางดำ 2 ตัน เผาพริกเผาเกลือ ทวงถามข้อเรียกร้อง 4 ข้อให้นายรัฐมนตรีเร่งช่วยเหลือเกษตร ดังนี้ 1.ให้ตั้งกรรมการสอบสวนหาผู้กระทำผิด 2.กำจัดปลาหมอคางดำภายใน 1 ปี 3.ประกาศเขตภัยพิบัติ 4.ดำเนินคดีต่อผู้ก่อหายนะต่อระบบนิเวศ Photo By Nutthawat Wichieanbut---------------------------------------Published caption::Fury over fish...Farmers from 19 provinces dump truckloads of blackchin tilapia outside Government House to protest against the slow progress in eliminating the invasive fish that is destructive to local ecosystems. Nutthawat Wichieanbut
Published on 19/02/2025
» วันที่ 19 ก.พ.68 เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล (ที่ศูนย์บริการประชาชน) กลุ่มเกษตรกรชาวนาผู้ได้รับความเดือดร้อนจังหวัดพื้นที่ภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท และจังหวัดปทุมธานี ยอดประมาณ 200 คน นำโดย นายฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มารวิชัย อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และนายสอาด สุขสแดน กำนัน ต.ไม้ตรา อ,บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยาวัตถุประสงค์ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาอย่างเร่งด่วน โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้1. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ทำนา โดยกำหนดราคาประกันข้าวที่ 11,000 บาทต่อตัน และกำหนดปริมาณรับประกันราคาไม่เกิน 50 ตันต่อราย หรือดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในราคารับจำนำข้าว 11,0000 บาทต่อตันสำหรับเกษตรกรรายละ 50 ตัน2. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาเกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่รับน้ำ โดยจัดสรรเงินชดเชย จำนวน 300 บาทต่อไร่ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือนในแต่ละปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเป็นพื้นที่รับน้ำ3. ขอเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการห้ามเผาตอซังข้าวในพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากชาวนาที่อยู่ในพื้นที่ไม่มีทางเลือกอื่นใดในการกำจัดฟางข้าวนอกจากการเผาทำลาย หรือขอให้ตั้งงบรับซื้อตอซังข้าว เพื่อช่วยลดภาระชาวนาPhoto By CHANAT KATANYUPublished caption :Farmers sit outside Government House during a rally to demand the government shore up falling rice prices. They are mostly from Central Plains provinces, including Sukhothai, Phitsanulok, and Suphan Buri.
Published on 19/02/2025
» วันที่ 19 ก.พ.68 เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล (ที่ศูนย์บริการประชาชน) กลุ่มเกษตรกรชาวนาผู้ได้รับความเดือดร้อนจังหวัดพื้นที่ภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท และจังหวัดปทุมธานี ยอดประมาณ 200 คน นำโดย นายฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มารวิชัย อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และนายสอาด สุขสแดน กำนัน ต.ไม้ตรา อ,บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยาวัตถุประสงค์ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาอย่างเร่งด่วน โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้1. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ทำนา โดยกำหนดราคาประกันข้าวที่ 11,000 บาทต่อตัน และกำหนดปริมาณรับประกันราคาไม่เกิน 50 ตันต่อราย หรือดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในราคารับจำนำข้าว 11,0000 บาทต่อตันสำหรับเกษตรกรรายละ 50 ตัน2. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาเกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่รับน้ำ โดยจัดสรรเงินชดเชย จำนวน 300 บาทต่อไร่ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือนในแต่ละปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเป็นพื้นที่รับน้ำ3. ขอเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการห้ามเผาตอซังข้าวในพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากชาวนาที่อยู่ในพื้นที่ไม่มีทางเลือกอื่นใดในการกำจัดฟางข้าวนอกจากการเผาทำลาย หรือขอให้ตั้งงบรับซื้อตอซังข้าว เพื่อช่วยลดภาระชาวนาPhoto By CHANAT KATANYUPublished caption :A group of farmers from the central region affected by the paddy price slump recently submitted a letter to the prime minister requesting the government urgently address the difficulties faced by rice farmers.
Life, Arusa Pisuthipan, Published on 13/11/2024
» The situation of local fruit vendors has gone from bad to worse after the Thai Pesticide Alert Network (Thai-PAN) released its finding two weeks ago, revealing chemical contamination in popular Shine Muscat grapes.
Onnucha Hutasingh, Published on 07/10/2024
» The Department of Fisheries is turning to a novel way to eradicate blackchin tilapia from Thailand's waterways -- by turning them into "nam pla ra", or fermented fish sauce.
Published on 11/09/2024
» สำนักงานประมงจังหวัดนนทบุรีจัดกิจกรรม "ลงแขกลงคลอง" กำจัด.. ปลาหมอคางดำ ณ บริเวณ วัดอุบลวนาราม (วัดบัว) ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรีPhoto By PATTARAPONG CHATPATTARASILLPublished caption :Fishing for answersA blackchin tilapia is entangled in a fishing net during a campaign to tackle this invasive species in tambon Plai Bang of Nonthaburi yesterday. The activity was organised by the provincial fishery office, as residents and authorities find ways to curb the outbreak.---------------------------------------Environmental issues damaged Thai society and the economy in a number of ways in 2024Published caption::A blackchin tilapia is entangled in a fishing net during a campaign to tackle this invasive species in tambon Plai Bang of Nonthaburi in September. Pattarapong Chatpattarasill
Published on 14/11/2023
» เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร และคณะผู้วิจัย ได้ร่วมแถลงความสำเร็จการคิดค้น “สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (bioherbicide)” จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยแบคทีเรีย ปลอดสารพิษ ลดการตกค้าง มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักสากล SDGs พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งทีมนักวิจัยได้ทำงานร่วมกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรมาตั้งแต่ปี 2561 เพื่อพัฒนาการนำวัสดุเหลือทิ้งทางเกษตรและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน กากมะพร้าว กากบีบน้ำมันมะพร้าว กากบีบน้ำมันรำข้าว เป็นต้น มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานให้กับแบคทีเรียผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนตาม SDGs รวมทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero greenhouse gas emissions) โดยการลดปริมาณของเสียอันตรายและวัสดุเหลือทิ้งที่ถูกส่งไปเผากำจัดหรือฝังกลบ พร้อมกับส่งเสริมการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพมาใช้แทนที่สารเคมีที่อันตราย คือ “สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (bioherbicide)” ที่มีความปลอดภัยทั้งต่อทั้งผู้ใช้งานและผู้บริโภค และย่อยสลายได้ในสิ่งแวดล้อม ส่วนผสมหลักที่ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชชีวภาพจะได้จากกระบวนการหมักวัสดุเหลือทิ้งทางเกษตรและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางเกษตรร่วมกับแบคทีเรีย ซึ่งมีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ทางคณะผู้วิจัย สามารถพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืชได้เทียบเท่าสารกำจัดวัชพืชเคมีในตลาด ผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชชีวภาพจะอยู่ในรูปสารละลายของไมโครอิมัลชันที่มีสารสำคัญต่าง ๆ จะถูกห่อหุ้มให้คงอยู่ในสารละลายได้ในระดับนาโน ผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาได้ จะช่วยลดมุมสัมผัสเมื่อหยดบนใบวัชพืชจึงแผ่บนใบวัชพืชได้ทั่วถึง ลดการกระดอนออกจากใบพืชหลังพ่นได้ ทำให้เกาะติดกับใบวัชพืชได้ดี และซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อใบวัชพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สามารถออกฤทธิ์ในการกำจัดและลดการเจริญเติบโตของวัชพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำงานภายใต้สภาวะที่วิกฤติของพีเอช อุณหภูมิ และความเค็มสูงได้ เนื่องจากแบคทีเรียมีความหลากหลายสายพันธุ์มากทำให้ได้สารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่มีคุณสมบัติเด่นที่หลากหลาย การเพาะเลี้ยงแบคทีเรียเพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพยังใช้เวลาในการผลิตน้อยกว่าจุลินทรีย์ชนิดอื่นเพราะแบคทีเรียมีอัตราการเจริญสูง และแบคทีเรียสามารถเจริญในอาหารที่หลากหลายสามารถใช้ของเสียจากการเกษตรกรรมเองและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางเกษตรที่มีต้นทุนต่ำมาเป็นแหล่งสารตั้งต้นของการหมักเพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพจากแบคทีเรียได้ สารลดแรงตึงผิวในสารจับใบที่ขายในท้องตลาดส่วนใหญ่อาจสังเคราะห์จากปิโตรเลียมหรือสกัดด้วยวิธีทางเคมีจากพืช มีความเสี่ยงจากความเป็นพิษและการตกค้างได้ รวมทั้งถือว่าไม่เป็นทำการทำเกษตรอินทรีย์อย่างสมบูรณ์Photo By CHINNAWAT SINGHA---------------------------------------Published caption::Herbicidal remedy... A lab technician holds a newly developed bioherbicide produced from farm by-products at Naresuan University in Phitsanulok. The innovation promises to be an environmentally friendly and safe herbicide for farmers. CHINNAWAT SINGHA
Published on 28/06/2022
» พนักงานกำลังขนย้ายตู้ที่บรรจุขยะแบบอัด มีอยู่ด้วยกัน 60 ตู้ ผ่านการอัดด้วยเครื่องที่มีอยู่จำนวน 4 เครื่อง ระบบนี้สามารถขนย้ายขยะไปทำลายและฝังกลบ ได้คราวละจำนวนมาก ปัจจุบันโครงการเครื่องบีบอัดขยะและการขนย้ายได้ชะลอลงไป ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง โครงการนี้ใช้เงินลงทุนไปกว่า 700 ล้านบาทปัจจุบันที่สถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยสายไหม มีขยะเฉลี่ยวันละ 2,000 ตันต่อวัน และที่ยังต้องแก้ไขงานระบบเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อระบบนิเวศน์รวมทั้งกลิ่นที่ประชาชนร้องเรียน ทั้งนี้การขนย้ายแบบนี้กลายเป็นปัญหาสิ้นเปลืองงบประมาณ ที่มีค่าขนย้ายปรับราคาขึ้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตรวจสอบปัญหาโรงขยะสายไหม ย้ำการบริหารสัญญาส่วนที่เหลือต้องเกิดประสิทธิภาพสูงสุด(28 มิ.ย.65) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังตรวจศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม เขตสายไหม ว่า ปกติศูนย์แห่งนี้จะมีขยะเข้ามากำจัดประมาณ 2,000 ตันต่อวัน การกำจัดจะแยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกนำไปฝังกลบที่กำแพงแสน 1,000 ตัน สัญญาจะหมดปี 2568 ปัญหาที่พบคือมีชาวบ้านร้องเรียนเรื่องกลิ่นและเสียง เนื่องจากต้องมีการใช้รถแบคโฮเกลี่ยขยะในช่วงเวลากลางคืน ทำให้มีเสียงรบกวนประชาชน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานเรื่องกลิ่นและเสียงในอนาคตหลังปี 68 เมื่อหมดสัญญา มีแนวคิดที่จะทำเตาเผาขยะขนาด 1,000 ตัน แต่ต้องพิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้นและให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถทำเตาเผาที่สะอาดไร้มลพิษได้แต่ต้องมั่นใจในคุณภาพและราคาที่เหมาะสม เนื่องจากการทำสัญญาแต่ละครั้งๆ ละ 20 ปี อาจก่อหนี้ผูกพันจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องทางเข้าออก พื้นที่เป็นของ กทม. แต่ทางเข้าออกเป็นของเอกชน ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงผิวถนนให้ดีขึ้นหรือขยายเส้นทางได้ ซึ่งเป็นข้อเตือนใจว่าในอนาคตหากจะลงทุนโครงการใหญ่มูลค่าร้อยล้านหรือพันล้าน ควรจะมีทางเข้าออกที่ถูกต้องด้วยและส่วนที่ 2 อีก 1,000 ตัน จะนำไปกำจัดที่อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี โดยจะมีการแยกไปรีไซเคิล เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงปูนซีเมนต์ (RDF) ที่เหลืออีกประมาณ 20% จะนำไปฝังกลบ ส่วนนี้มีสัญญา 20 ปี เริ่มต้นในปี 2565 จะหมดสัญญา 2585ส่วนปัญหาที่พบคือเมื่อ 10 ที่แล้ว กทม. ได้มีการลงทุนเครื่องบีบอัดขยะ(compacter) คือการอัดขยะลงในตู้คอนเทรนเนอร์ ซึ่งลงทุนไปประมาณ 700 กว่าล้าน มีอุปกรณ์บีบอัด(compact) 4 เครื่อง ตู้คอนเทนเนอร์ 60 ตู้ หัวรถลาก 6 หัว และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ค่อยได้ใช้มาก หากพิจารณาจุดประสงค์ในครั้งแรกเริ่มถือว่าดี อุปกรณ์ compacter จะอัดขยะให้มีปริมาตรน้อยลง ไม่มีขยะปลิว น้ำขยะไม่รั่วระหว่างทาง แต่ในการใช้งานจริงตู้คอนเทนเนอร์มีน้ำหนักมาก ทำให้ขนส่งขยะได้น้อยลง ต้นทุนในการขนส่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันในการขนตู้ไปกลับ ดังนั้นในทางปฏิบัติอาจจะใช้ได้ไม่เหมาะสม คงต้องพิจารณาอีกครั้งว่าความคุ้มค่าเป็นอย่างไร ต้องดูว่าในอนาคตจะใช้งานต่อหรือไม่อย่างไร หากใช้งานต่อแล้วทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอาจจะพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือไม่ หรือจะปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นอย่างไรนอกจากนี้ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความสามารถในการเก็บขยะในพื้นที่เขตสายไหม เนื่องจากมีประชากรย้ายเข้ามาอยู่มากขึ้น ทำให้ขยะในเขตสายไหมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยให้รถเก็บขยะวิ่งเก็บอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ ไม่ให้มีขยะตกค้าง“ปัญหาการจัดการขยะของกรุงเทพมหานครในภาพรวม หลายๆ สัญญาได้ทำไปแล้ว 20 ปี ทั้งเตาเผาขยะที่โรงกำจัดขยะหนองแขม และโรงกำจัดขยะอ่อนนุช รวมทั้งสัญญาที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมแห่งนี้ ขยะเกินกว่าครึ่งของ กทม. มีสัญญาผูกพันกำหนดค่าใช้จ่ายไว้แล้ว หน้าที่ของผู้บริหารชุดใหม่ต้องมองไปในอนาคตและพยายามทำสิ่งที่เหลือให้ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งดูว่าสิ่งที่มีประสิทธิภาพสามารถทำได้ดีที่สุดมากแค่ไหน อดีตผ่านไปแล้ว เราคงทำให้ดีที่สุดในการบริหารสัญญาที่เซ็นไปแล้ว แต่อนาคตต้องทำให้ดีและรอบคอบ” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวPhoto By Varuth Hirunyatheb++++++++++++++++++++++Published caption::Waste not, want not... A forklift truck at a solid waste disposal centre in Sai Mai moves one of its 60 containers for pressed rubbish ahead of it being sent to a landfill yesterday. The facility processes 2,000 tonnes of waste a day and has four compactors. Bangkok governor Chadchart Sittipunt recently questioned whether the centre needs so much heavy equipment following reports the waste compactors have not been used for a decade. Varuth Hirunyatheb