
นักท่องเที่ยวชาวมาเลเชียกำลังถ่ายภาพครอบครัว โดยด้านหลังคือมัสยิสกือเสะ ขนะที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเหตุการณ์ กรือเซะ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 ถึงแม้จะพ่านมา 15 ปีเหตุการณ์กรือเซะ เป็นวันที่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เมื่อมีกลุ่มวัยรุ่นและชายฉกรรจ์มุสลิมซึ่งส่วนใหญ่มีเพียงกริช มีด และของมีคมเป็นอาวุธ กระจายกันบุกเข้าโจมตีป้อมจุดตรวจของเจ้าหน้าที่รวม 11 จุดในพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี และสงขลาจุดใหญ่ที่สุดอยู่ที่ “มัสยิดกรือเซะ” มัสยิดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานี เฉพาะจุดนี้จุดเดียวมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 32 ศพ และเหตุการณ์ในวันนั้นมีผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตมากถึง 109 คน ถือเป็นเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่วันปล้นปืน 4 ม.ค.2547 เป็นต้นมาแม้จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์จะไม่ได้เกิดจากฝ่ายรัฐ แต่เมื่อรัฐใช้วิธีการจัดการด้วยความเด็ดขาดรุนแรง โดยเฉพาะการใช้อาวุธหนักยิงเข้าไปในมัสยิดเก่าแก่ ทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นอีกหนึ่ง “ประวัติศาสตร์บาดแผล” ของคนในปาตานีมัสยิดกรือเซะในบริบทของปัญหาชายแดนใต้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งโศกนาฏกรรมและความรุนแรงด้วยผู้สูญเสียในเหตุการณ์กรือเซะ 108 คนจาก 109 คนเป็นพลเรือนและชาวบ้านทั่วไป ทำให้ในยุคหนึ่ง รัฐบาลตัดสินใจเยียวยาด้วยเงินจำนวนมากเป็นพิเศษ แต่ผลจากการเยียวยาในรูปของตัวเงิน หลายๆ ครั้งก็ให้บทเรียนที่ไม่ดีนักทุกวันนี้สิ่งที่ชาวบ้านกังวลมากที่สุดคือเรื่องปากท้อง คนที่มีหน้าที่แก้ปัญหาก็ต้องถือว่ายังสอบตกอยู่ คนในพื้นที่ส่วนมากเขามีอาชีพกรีดยาง ทำนา แต่พอราคายางไม่ดี ทำนาไม่ได้ ไม่มีน้ำ ปัญหาก็เริ่มเกิด รัฐก็ยังหาวิธีแก้ไม่ได้บรรยากาศที่มัสยิดกรือเซะ นอกจากจะมีครอบครัวของผู้สูญเสียไปรำลึกอดีตกันแล้ว ยังมีประชาชนที่พักอาศัยอยู่รอบๆ เดินทางไปประกอบพิธีละหมาดตามปกติ ประชาชนชนบางส่วนให้ความสนใจกับรอยกระสุนที่ป้ายชื่อและตัวมัสยิดPublished caption : Malaysian tourists enjoy time at Krue Se Mosque in Pattani's Muang district. Yesterday marked the 15th anniversary of a bloody crackdown at the site, where 32 insurgent suspects were killed by security forces.
Title
Date of taking this photo