img-detail-photo

 @THAILANDณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร "ผู้นำในดวงใจ" ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา“ผมแบกความคาดหวังของพี่น้องชาวพะเยาไว้จนล้นบ่า แต่ผมเชื่อว่าสิ่งต่างๆ ที่คาดหวังจะสำเร็จถ้าเราสามัคคีกัน”            ชื่อของ “นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เมื่อครั้งปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการปฏิบัติการค้นหาผู้ที่อยู่ในถ้ำหลวง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้สำเร็จ ทำให้ท่านเป็นวีรบุรุษในดวงใจของทุกคนไปแล้ว ผู้ว่าราชการที่เป็นคนหนึ่งในความภาคภูมิใจของข้าราชการ 16 กรกฎาคม 2561 ท่านได้เดินทางเข้ามาถึงศาลากลางจังหวัดพะเยา ท่ามกลางผู้คนที่มารอต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง แน่นตั้งแต่ทางขึ้นจนถึงห้องทำงาน ประหนึ่งต้อนรับดาราระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่ง ณ เวลานี้ท่านคือ “ผู้นำในหัวใจ” ของคนไทยและระดับโลกไปแล้ว            การเดินทางมาดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา” ในครั้งนี้ ทำให้ประชาชนชาวพะเยาเป็นกังวลว่าท่านจะมาอยู่ไม่นาน ซึ่ง “ณรงค์ศักดิ์” ให้คำตอบว่า “ในทางปฏิบัติก็แล้วแต่คนจะคิดนะครับ เหมือนตอนที่ผมไปเชียงราย ผมก็ทำเพื่อเชียงรายเต็มที่ เรามาพะเยาพี่น้องประชาชนก็รอ โดยกำหนดจริงๆ ตั้งแต่ 29 มิถุนายน 2561 ให้เดินทางวันที่ 6 กรกฎาคม 2561  6 กรกฎาฯ ผมก็เดินทางมาคุยกับท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาทั้งสองท่าน ได้มอบงานไปแต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น แต่วันนี้ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ก็ขอมาทำงานรับใช้ชาวพะเยาอย่างเต็มที่”            “ณรงค์ศักดิ์” มองเรื่องการพัฒนากว๊านพะเยา และทิศทางการพัฒนาจังหวัดพะเยาว่า “ปัญหาหนึ่งของพะเยาที่ทราบคือการบุกรุกกว๊านพะเยา อีกส่วนคือปริมาตรน้ำที่อยากเก็บให้ได้มากขึ้นอีกส่วนหนึ่งก็คือปริมาตรของน้ำที่อยากจะให้มีการเก็บน้ำได้มากขึ้น ซึ่งผมเห็นด้วย เพราะว่าในทางปฏิบัติแล้วทางภาคเหนือค่อนข้างจะมีปัญหาในด้านน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำกก อิง หรือโขง ฝนตกเยอะมากในพื้นที่ แต่เราเก็บกักน้ำได้น้อยมาก ถามว่าทำไมเราถึงเก็บน้ำได้น้อย ส่วนหนึ่งมันอยู่ในรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว อีกส่วนในเขตป่าเยอะ แต่ถ้าเราสามารถเก็บน้ำได้เยอะ จะต่อยอดชีวิตของเราได้ถ้าเก็บน้ำได้อยากให้ทำต่อยอดก็คือเกษตรอินทรีย์ เกษตรอินทรีย์ก็คือเกษตรที่ไร้จากสารเคมีต่างๆ ถามว่าสำคัญอย่างไร สมมติว่าผักกำหนึ่งเราอาจจะขาย 5 หรือ 10 บาท แต่ถ้าเป็นเกษตรอินทรีย์เราจะได้มูลค่า 2-3 เท่าเพิ่มขึ้น โดยที่เราไม่ต้องเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูก ไม่ต้องบุกรุกทำลายป่ามากขึ้น            อีกเรื่องที่อยากจะทำให้ได้ก็คือ การท่องเที่ยว จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดที่ทุกคนคิดว่า เป็นจังหวัดทางผ่าน มีจังหวัดอื่นที่ไปพักได้มากกว่า แต่ทำอย่างไรเราต้องมานั่งถกกันว่า เราจะทำอย่างไรให้จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดที่คนไม่ไปต่อที่อื่นแล้ว อย่างน้อยต้องพักสักคืนหรือสองคืนที่นี่ ส่วนหนึ่งผมก็คิดของผม เดียวผมก็คงจะคุยกับท่องเที่ยวและกีฬา ททท. ที่คุมพื้นที่ตรงนี้อยู่ เหมือนที่เราทำที่เชียงราย เราจะเอาปฏิทินงานของทั้งปีของทั้งจังหวัด เรามี 9 อำเภอ แต่ละอำเภอมีกิจกรรม งานประเพณีอะไร วันไหน เราจะทำงานระดับอำเภอต่อไป หรือว่าจะยกระดับเป็นระดับจังหวัด จังหวัดก็เข้าไปช่วยรับผิดชอบและนำมาอยู่ในปฏิทินของจังหวัด”            “ผวจ.พะเยา” เล็งผลกระตุ้นเศรษฐกิจพะเยาในหลายแผนงาน “อีกส่วนหนึ่งเราน่าจะมีการประชุมสัมมนา เราน่าจะดึงกรุ๊ปประชุมสัมมนาเล็กๆ สัก 50-100 คน ในกรุงเทพฯ ที่จะมีงบประมาณมาให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ให้ได้ ผมคิดเล่นๆ ว่า ตอนนี้หลายๆ ท่านอยากมาคุย อยากมาสัมภาษณ์ว่ารู้สึกอย่างไรที่ปฏิบัติภารกิจจากระดับท้องถิ่นเป็นระดับโลกสำเร็จ ผมบอกว่า ง่ายๆ ถ้าอยากมาสัมภาษณ์ให้มาที่พะเยา แล้วให้สัมภาษณ์ตอนเย็นๆ ด้วย อย่างน้อยคุณก็จะได้อยู่กับสักสองคืน ตรงนี้พยามยาม เรามีที่พักดีๆ เยอะ รอบกว๊าน เรามีอาหารปลา หรืออาหารดีๆ เราอยากให้เขามาลอง มาชิม มาดูบรรยากาศพระอาทิตย์ตกริมกว๊านฯ เป็นอย่างไร ให้เขามาดูผมว่าถ้าเขาประทับใจได้ ให้เขามาท่องเที่ยวหรือมาอยู่มากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ จริงๆ แล้วศักยภาพของพะเยา ใน 4-5 ปี หลังมานี้ เราเติบโตดี รายได้เฉลี่ยของประชาชนสูงขึ้นจาก 4-5 ที่ผ่านมาเยอะมาก ก็แสดงว่าที่ผ่านมาทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นราชการ เอกชน หรือประชารัฐต่างๆ ได้พัฒนาจังหวัดพะเยามาอย่างดีในระดับหนึ่งแล้ว ผมขอให้ด่านเปิดได้เพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าเราได้ตรงนี้ เราสามารถวนลูปเข้าออกได้ระหว่าง สปป.ลาว จะเข้าออกตรงไหน ระหว่าง พะเยา เชียงราย หรือจะไปเข้าอุตรดิตถ์ ถ้าตรงนี้วนเป็นลูปได้ เราสามารถจัดการท่องเที่ยวที่เป็นรูท รถยนต์ จักรยานยนต์ หรือจักรยาน ได้หรือไม่ได้ คือพวกนี้จะเป็นในอนาคตที่เราพัฒนาต่อยอดได้ในระยะยาวงานแรกที่ตั้งใจจะทำให้พะเยา “คือผมตั้งใจเรื่องจริงๆ คือ ด่านต้องเปิดให้ได้ ด่านที่บ้านฮวก(ต.ภูซาง อ.ภูซาง) เปิดเป็นด่านถาวรให้ได้ จะเป็นการพัฒนาที่ประชาชนของพะเยา ประชาชนของ สปป.ลาวจะเข้าตรงนี้ได้ และการค้าชายแดนจะสูงขึ้น ผมยกตัวอย่างเชียงราย รายได้ทั้งจังหวัดประมาณเก้าหมื่นกว่าล้านบาทต่อปี แต่การค้าชายแดนประมาณสี่หมื่นกว่าล้านบาท ก็หมายความว่าการค้าชายแดนของเชียงรายมีมูลค่าครึ่งหนึ่งของรายได้ของจังหวัด เพราะฉะนั้นถ้าเราเปิดด่านตรงนี้ได้ ผมเชื่อว่าจะทำเศรษฐกิจของพะเยาให้ยกระดับได้  เพราะฉะนั้นต้องเร่งตรงนี้ อันนี้คือดูมาส่วนหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วผมอยากจะทำให้เราเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น”แผนงานด้านการเกษตร สู่เกษตรอินทรีย์ โดยมีน้ำอย่างเพียงพอ “ณรงค์ศักดิ์” มองเรื่องการเกษตรว่า “เมืองไทยจะทำอะไรก็ตาม ยังไงคนของเราก็เป็นสังคมเกษตรกรรม และภาคเหนือน้ำทิ้งไปเยอะมาก ทำอย่างไรให้น้ำมันเก็บไว้ได้ ผมดูกว๊านฯ กว๊านฯมีวิธีหลายวิธี เช่น ขุดลอกให้เยอะขึ้น ทำเสริมสันให้สูงขึ้น ก็จะเก็บน้ำได้มากขึ้น และตอนนี้เราจะได้เขื่อนน้ำปี้ ถ้าน้ำปี้เสร็จ น้ำจากกว๊านจะไปไหลลงเก็บตรงนั้น น้ำจากตรงนั้นจะไหลไปได้สองทาง ไปทางฝั่งตะวันออกของพะเยาก็ได้ อีกส่วนหนึ่งไปลงน้ำยมได้ ซึ่งถ้าผันตรงนี้ได้ พื้นที่แถวนี้ในอนาคตจะไม่ขาดน้ำ พอไม่ขาดน้ำ สิ่งที่ทำได้ในอนาคตก็คือเกษตรอย่างที่ผมบอกคือเกษตรอินทรีย์มันทำยากถ้าขาดน้ำ เมื่อน้ำไม่พอถึงต้องใช้สารเคมีต่างๆ ในการเร่ง แต่ถ้าน้ำพอทำได้ทุกอย่าง ผมยืนยันนะครับว่า ตัวเลขน้ำฝนที่ตกในกก โขง 100% ที่ตกลงมา เก็บได้ไม่ถึง 10% ตอนอยู่เชียงราย ผมก็เน้นเรื่องน้ำ เน้นเรื่องเกษตรอินทรีย์ ปีที่ผ่านมา(2560) เราทำโครงการเก็บน้ำขนาดเล็กๆ เราไม่สนว่าอ่างใหญ่ขนาดไหน แต่ขอให้เก็บเป็นอ่างเล็กๆ เหมือนขนมครกให้ได้ ทำหลายร้อยโครงการภายในปีเดียว ตัวนี้ก็เหมือนกัน ถ้าทำได้เรามาคุยแผนกับชลประทาน อย่างไรก็ตามต้องเก็บน้ำไว้ก่อน เพื่อพัฒนาเกษตรกร อย่างไรเกษตรกรก็เป็นรายได้หลักของกลุ่มเราอยู่แล้วโดยเฉพาะภาคเหนือสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ข้าว เราต้องปลูกข้าวที่มีคุณภาพดี ตอนที่อยู่เชียงราย ผมพยายามเจรจาต่อรองให้จีนเปิดโควตาข้าวภาคเหนือให้ได้ คือ สมมติว่าเราส่งข้าวออก จะมีข้าวเมืองจีน กับข้าวที่เราส่งออก ซึ่งผู้ส่งออกส่วนใหญ่จะซื้อข้าวจากทั่วประเทศ แต่ข้าวภาคเหนือยังเป็นข้าวที่คุณภาพดีแล้วก็จะได้ราคาดี เราไม่ได้แข่งตลาดตรงนี้อยู่แล้ว แต่เนื่องจากเราไม่มีโควตาเข้าประเทศจีนได้โดยตรง เราจึงขายยาก แล้วข้าวของเราก็ไปใส่ปลอม ไปเป็นพม่า เป็นลาว แล้วก็ค่อยเข้าไปเปลี่ยนเป็นไทยในจีน ซึ่งข้าวแพงมาก กิโลกรัมหนึ่งถ้าแพ็คซีลสูญญากาศดีๆ ไปขายที่เมืองจีน กิโลกรัมละ ร้อยกว่าบาท บ้านเราขายกิโลกรัมละ 60-70 บาท แต่เกษตรกรปลูกจริงๆ ได้ กิโลกรัมสิบกว่าบาท และข้าวที่ดีที่สุดในภาคเหนือก็คือจะมาจากสามจังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย และ พะเยา เพราะฉะนั้นถ้าเราทำตรงนี้ เราพัฒนาเกษตรอินทรีย์ เราสามารถต่อรองเรื่องโควตาได้ ก็เป็นอีกเรื่องน่าสนใจที่เราอีกอย่าง คือ การท่องเที่ยวต้องทำแบบเชื่อมโยงกันอย่างทำแบบแข่งขันกัน ถ้าทำแบบแข่งขันจังหวัดใหญ่ได้เปรียบอยู่แล้ว ยังไงเชียงใหม่ก็ได้เปรียบเชียงราย เชียงรายก็ได้เปรียบพะเยา แต่ถ้าทำแบบส่งเสริมกันค่อยๆ ต่อยอด ฟีดเอ็กกลุ่มของคนที่พักจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ลงเครื่องเชียงรายมานอนพะเยา กลับไปที่ลำปางได้ไหมเป็นวนลูป ถ้าเราฟีดต่อระบบเช่นนี้ทุกคนจะได้”ความคาดหวังของคนพะเยาล้นบ่า “ก่อนอื่นต้องบอกว่า ผมเข้ามาพะเยาโดยที่ความคาดหวังแบบเต็มเปี่ยม เหมือนกับวันที่เราช่วยเด็ก 13 คน ทุกคนก็โหลดอยู่บนบ่า ผมกราบเรียนเลยว่า ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมงาน ไม่มีสื่อ ไม่มีทีมงานอยู่ บางทีเรานั่งกุมขมับเลย เหมือนจะน้ำตาตกว่าเราจะช่วยเขาอย่างไร แผนจะเป็นอย่างไร เราต้องการไม่ให้มีความสูญเสียเลย วันนั้นเราก็ทำได้ แต่ต้องใช้เวลาและความร่วมมือกัน วันนี้เราก็ตั้งใจมาช่วยพะเยา และก็ผมเชื่อว่า พ่อแม่พี่น้องชาวพะเยาก็รออยู่เหมือนกัน เพราะว่าฟังแล้วความคาดหวังสูงมากสิ่งที่อยากจะกราบเรียนพ่อแม่พี่น้องชาวพะเยาก็คือว่า ผมก็ทำเต็มที่ทุกวัน ทุกนาที แต่ผมจะทำให้ได้สมกับที่พี่น้องชาวพะเยาคาดหวังหรือเปล่า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะว่าการทำงานทั้งหมดในชีวิตจริงแล้วไม่มีพระเอก ในชีวิตจริงทุกคนต้องร่วมมือกัน ต้องสามัคคีและต้องทำร่วมกันทั้งหมด ต้องซัพพอร์ท เล่นดนตรีเป็นวงเดียวกัน ไม่ใช่เล่นดนตรีคนละวง หรือ คนนี้พายอีกคนเอามือพายทาน อย่างนี้ไม่ได้ ถ้าเล่นคนละคีย์มันก็ไม่มีหลัก เพราะถ้าเราเล่นข้าราชการ เอกชน ทุกอย่างเล่นเป็นคีย์เดียวกัน แล้วเรากัน มันไปได้ อันนี้ก็ต้องบอกว่า ผมก็แบกโหลดหนักขึ้นในความคาดหวังต่างๆ ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่ขอกราบเรียนจริงๆ ว่า ผมโตขึ้นมาทำงานมา ผมอยู่ที่ไหนผมตั้งใจทำงานทุกวัน ทุกนาที ไม่เคยทิ้งพื้นที่มีสื่อมวลชนคนหนึ่งถามผมว่า ทำไมน้องเขาหายไปแล้ววันนั้นผู้ว่าฯ รู้ตอนเที่ยงคืนแล้วทำไมต้องไปอยู่หน้างานตั้งแต่ตี 1 ผมบอกทุกคนคาดหวังว่า ผู้บังคับบัญชาหรือใครสักคนหนึ่งต้องอยู่หน้างาน อยู่บัญชาการ หรือ อยู่คอยเคลียร์ต่างๆ ถ้าไม่มีระดับผู้บังคับบัญชาอยู่ ถามว่ามันจะกู้มาได้ไหม วันแรกจะระดมพลได้ไหม ไม่มีทาง เพราะฉะนั้นเหมือนกันครับเราก็อยู่หน้างาน ผมก็อยู่ตลอด และผมเชื่อว่าถ้าเราร่วมมือกันเราจะทำได้ แต่ความคาดหวังก็ต้องบอกพี่น้องชาวพะเยาเหมือนกันว่า ความคาดหวังที่สูงมากผมก็แบกล้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอให้พวกเราช่วยกันและเชื่อว่าสิ่งต่างๆ ที่คาดหวังน่าจะทำสำเร็จถ้าเราสามัคคีกัน”ข้าราชการในดวงใจของคนไทย กล่าวย้ำทิ้งท้าย ทุกความสำเร็จเพราะความสามัคคี.../ประวัตินายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาการศึกษา ปริญญาตรี๑. วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (๒๕๒๘)๒. นิติศาสตร์บัณฑิต (๒๕๓๖) และประกาศนียบัตรกฎหมายการที่ดินและทรัพย์สิน (๒๕๓๕) ,มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช๓. เทคโนโลยีบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ) , มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (๒๕๔๕)๔. รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต , มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (๒๕๕๖)ปริญญาโท Master of Science (Geodetic Science and Surveying) , The Ohio State University (๒๕๓๑)การฝึกอบรม๑.นักบริหารงานที่ดินระดับสูง รุ่นที่ ๑๔ กรมที่ดิน (๒๕๓๑)๒.นักบริหารระดับสูง รุ่นที่ ๗๒ สำนักงาน ก.พ. (๒๕๕๔)๓.นักบริหารระดับสูงในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี (๒๕๕๖)๔.ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐ รุ่นที่ ๒๘ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (๒๕๕๙)๕.หลักสูตรผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐ประวัติการทำงาน๑.ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ ๗ (จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง)๒.ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสำรวจ (วิศวกรสำรวจทรงคุณวุฒิ) กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย (๒๕๕๖-๒๕๕๙)๓.ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีทำแผนที่ กรมที่ดิน๔.ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลแผนที่รูปแปลงที่ดินแห่งชาติ กรมที่ดิน๕.เลขานุการกรม กรมที่ดิน๖.กรรมการ ในคณะกรรมการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของกระทรวงมหาดไทย๗.กรรมการและเลขานุการ ในคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐ๘.อนุกรรมการในอนุกรรมการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศพื้นฐาน ส านักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA๙.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมสำรวจ ในคณะทำงานด้านระบบดาวเทียมเพื่อการนำทาง (GNSS)สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA๑๐.ผู้แทนกรมที่ดิน ในคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ เกี่ยวกับการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑:๔,๐๐๐ (One Map) จำนวน ๔ คณะ ดังนี้-คณะกรรมการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ-คณะอนุกรรมการเทคนิคการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน ๑: ๔,๐๐๐ (One Map)-คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน ๑: ๔,๐๐๐ (One Map)-คณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน ๑: ๔,๐๐๐ (One Map) กรุงเทพมหานคร๑๑.อนุกรรมการ ในคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศ ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช.(๒๕๕๒-๒๕๕๖)๑๒.ประธาน ในคณะอนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ ของคณะกรรมการแก้ไขการบุกรุกที่ดินของรัฐ(กบร.) (๒๕๕๒-๒๕๕๖)๑๓.อนุกรรมการ ในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้อง และปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ ๒๔ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๒๕๕๔-๒๕๕๗)๑๔.กรรมการ ในคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๒๕๕๕-๒๕๕๗)๑๕.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในคณะกรรมการบริหารสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (๒๕๕๘)๑๖.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นบัญชีของกระทรวงการคลัง สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการให้เอกชนลงทุนในโครงการของรัฐ (๒๕๕๗-ปัจจุบัน)๑๗.ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (๒๕๖๐-๒๕๖๑)๑๘.ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา (๒๕๖๑- ปัจจุบัน)Published caption : A view of the exterior of the imposing Phayao provincial hall, the province’s highest seat of government, which recently threw a warm welcome for Mr Narongsak when he joined as governor.

Photo Descriptions FOR SALE

Title

The Governator of Phayao

Date of taking this photo

August 2, 2018