
ชาวบ้านขณะร่วมกันทำฝ่ายในแบบของชาวบ้าน โดยการนำปูนมาผสมกับดินก่อนใส่ถุงปูนวางเรียงกัน ซึ่งการทำแบบนี้จะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มาก อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานได้ถึง 10 ปี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร) ลงพื้นที่ปฏิบัติการ “ตัดตุงฟุ้งฟ้า วนเกษตรพา สู่ความยั่งยืน” เปิดงานโครงการรวมพลังขับเคลื่อนระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ประจำปีงบประมาณ 2561 พร้อมทั้งมอบนโยบายการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน การขยายผลศาสตร์พระราชาสู่ความยั่งยืน โดยมีพระครูสุจิณนันทกิจ จรณธมฺโม, ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (นายไพศาล วิมลรัตน์) ให้การต้อนรับและเลขาธิการ ส.ป.ก. (นายสุรจิตต์ อินทรชิต) เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมทั้งคณะจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภาคเหนือ ตัวแทนหน่วยงานภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ตัวแทนชุมชนขับเคลื่อนระบบวนเกษตร 4 ภาค ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ วัดโป่งคำ ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.กษ. เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อนกำลังเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกังวลอย่างมาก สาเหตุสำคัญมาจากพื้นที่ป่าไม้ลดลงส่งผลให้ความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงด้วย ประเทศไทยในฐานะผู้เห็นชอบในข้อตกลงปารีส เมื่อปี ๒๕๕๘ ได้แสดงเจตนารมณ์ไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างความสมดุลระหว่างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาเป็นแนวทาง รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติตลอดจนสร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ฟื้นฟูดินและเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ รวมทั้งแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา โดยส่งเสริมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่และระบบวนเกษตรมาใช้ ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน รมช.กษ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หากพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินกว่า ๔๐ ล้านไร่ทั่วประเทศเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตเป็นเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรกรก็จะมีสุขภาพดี ผลผลิตที่ได้ก็เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค และเป็นที่ต้องการของทั่วโลก เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน ทั้งตัวเกษตรกรเอง ประเทศชาติ และโลกด้วย นโยบายดังกล่าวมีความสอดคล้องกันตั้งแต่แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ เน้นการสร้างความสามารถในการแข่งขัน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ เน้นการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืนเพิ่มขึ้นเป็น ๕ ล้านไร่ภายในปี ๒๕๖๔ นายสุรจิตต์ อินทรชิต เลขาธิการ ส.ป.ก. ได้กล่าวเพิ่มเติมถึง การจัดงาน “รวมพลังขับเคลื่อนระบบ วนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน” ประจำปีงบประมาณ 2561 ครั้งนี้ ว่านับเป็นการเริ่มต้นขับเคลื่อนงานการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในรูปแบบของวนเกษตร อีกทั้ง เป็นต้นแบบในการส่งเสริมระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินให้กับเจ้าหน้าที่และเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย ได้ศึกษาทำความเข้าใจสามารถนำไปขับเคลื่อนงานและประยุกต์ใช้ในพื้นที่ โดยศึกษาได้จากแบบจำลองโมเดล โคก หนอง นา และจากฐานนิทรรศการองค์ความรู้ด้านวนเกษตรตามภูมินิเวศน์ 4 ภาค และกิจกรรมการบริหารจัดการภาคเกษตรตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนเวทีเสวนา หัวข้อ “แนวทางการขับเคลื่อนวนเกษตรในลักษณะประชารัฐ” ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะได้ความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของระบบวนเกษตร โดยสามารถนำไปประยุกต์ปรับใช้ให้เข้ากับบริบทพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือพื้นที่ของตนเองเพื่อสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศ และขับเคลื่อนระบบวนเกษตร เพื่อลูกหลาน สู่มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนต่อไปPublished caption : Residents build a weir using cement mixed with soil in Santisuk district of Nan. The new formula will create a stronger weir which can withstand the water flow in the creek which is often flooded during the rainy season.
Title
Date of taking this photo